สองสามวันก่อนแฟนเปิดรายการวิทยุรายการหนึ่งฟัง น่าจะเป็่ที่ให้ผู้คนนิรนามจากทางบ้านได้โทรมาเล่าเื่ของตัวเองให้กับทางเ้าของเสียงพูดในรายการทั้งสามคนฟัง ผมไม่ได้ฟังั้แ่ต้น แต่เธอเล่าให้ฟังว่าเป็เื่ของผู้ชายคนนึงกำลังจะขอหญิงสาวของเขาแต่งงาน ฟังดูเหมือนเป็เื่น่ายินดีที่ใครสักคนจะตัดสินใจขอให้ใครอีกคนเข้ามาเป็ส่วนผสมในชีวิตตราบจนวันที่บางสิ่งบางอย่างพรากให้เขาทั้งคู่แยกจากกัน ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือเมื่อไหร่ หากแต่เื่นี้เป็เื่ที่เขารู้ว่า มันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
ชายหนุ่มป่วยเป็โรคมะเร็งระยะสุดท้าย
.
เขาต้องเลือกระหว่างการที่จะขอเธอแต่งงาน กับการปล่อยให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังอยู่ที่จุดเดิม เลือกระหว่างการให้หญิงที่ตนเองรักตกอยู่ในสถานะแฟนตาย หรือสามีเสียชีวิตหลังจากที่ตัวเขาจบเื่ราวที่เริ่มขึ้นมาั้แ่20กว่าปีก่อนด้วยบทสรุปของคำว่าโรคร้าย
.
ถ้าเป็เธอจะเลือกอะไร? แฟนผมถามสั้นๆ
เราเถียงกันนิดหน่อยกับคำตอบที่ผมให้เธอไป เธอรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง พยายามพูดเพื่อให้ผมเปลี่ยนคำตอบ ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกเธอนะ
.
ย้อนกลับไปครั้งหนึ่ง่ที่เคยทำงานอยู่แถวรัชดา ชายหญิงคู่หนึ่งเดินเคียงกันเหยียบผ่านขั้นบันไดเปิดประตูร้านที่ซึ่งผมทำงานอยู่ เลือกโต๊ะที่ดูเหมือนจะเป็จุดที่พอดีที่สุดสำหรับทั้งสอง หลังจากนั้นก็สั่งอาหารและเครื่องดื่ม พูดคุยหยอกล้อกันตามประสา ขณะที่กำลังรอให้อาหารมา ชายคนนั้นถามผมว่า อยากจะได้ยินเพลงเพลงนึง ช่วยเปิดให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ เพราะไม่้าให้ผู้หญิงของเขาได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน เขาใช้มือป้องปากและพูดเบาๆพอให้ผมได้ยิน หลังจากเพลงที่เปิดอยู่เล่นไปจนจบไปสองสามเพลง ก็ถึงเวลาของเพลงที่ชายคนนั้นขอไว้ เสียงอึกทึกครึกโครมทั้งหลายที่ได้ยินไม่สามารถแยกผมออกจากความสนใจที่มีต่อชายหญิงสองคนที่นั่งนองมองหน้ากันเงียบๆ รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอารมณ์หลากหลาย อาจมีสุขมีเศร้า บางครั้งอาจเหงาหรือว้าเหว่ แต่มั่นใจว่ารอยยิ้มในตอนนั้นไม่มีอะไรแอบแฝง
.
"มีชีวิตแค่เพียงหนึ่ง ยืนเดียวดายบนโลกที่วุ่นวาย
จนเธอเดินเข้ามาเปลี่ยนเพลงเพลงเดิมให้มีความหมาย"
.
ความที่เป็ร้านเหล้า จะมีคนมาขอเพลงก็ไม่แปลก แต่ที่แปลกคือคนส่วนมากเวลาขอเพลงจะะโขอกันซะมากกว่า แต่เพลงๆนี้จำเป็ต้องขอเบาๆ
(บทเพลงกระซิบ)
.
หวังเอาไว้ว่าจะรู้สึกแบบที่คนทั้งคู่รู้สึก
วันนี้รู้สึกมาครบปีแล้ว
แต่มั่นใจว่าจะรู้สึกแบบนี้ไปอีกนาน