“ซูเฉียว ออกมา มีคนอยากเจอเธอ!”ตอนที่ซูเฉียวกำลังนอนอยู่บนเตียง ผู้คุมก็เดินมาและเคาะประตูะโเรียกเธอจากข้างนอก
ซูเฉียวลุกขึ้นนั่งอย่างี้เีแล้วเดินตามหลังผู้คุมออกไปอย่างช้าๆ เธอถูกขังอยู่ที่นี่มาหลายวันเธอปล่อยวางไปหมดแล้ว แต่วันนี้กลับมีคนอยากเจอเธอ ซูเฉียวนึกสงสัยว่ายังมีคนที่นึกถึงเธออยู่อีกเหรอ
เมื่อเธอเดินเข้ามาถึงห้องรับรอง ซูเฉียวยังไม่ทันเห็นหน้าตาของคนมาเยี่ยมก็มีผู้หญิงแต่งตัวสวยพริ้งพรวดพราดเข้ามาชี้จมูกและก่นด่าเธอ “แกมันเนรคุณ อกตัญญูสิ้นดีนางตัวปัญหา!กล้าคิดร้ายกับพี่สาวของแกแล้วยังคิดแย่งคู่หมั้นของหล่อนอีก แกต้องไม่ตายดี...”
พูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็ยกมือขึ้นเพื่อจะตบหน้าซูเฉียว
แต่ทว่า ยังไม่ทันที่มือข้างนั้นจะฟาดลงมา มันก็ถูกซูเฉียวจับไว้อย่างแน่น
ซูเฉียวมาจากตระกูลที่สูงส่ง จะยอมให้คนอื่นมากำเริบเสิบสานใส่เธอแบบนี้ได้อย่างไรทันใดนั้น สายตาของเธอพลันเปลี่ยนเป็เ็าและคมกริบและจับหมับเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่าย
“โอ๊ย...”หญิงที่แต่งตัวสวยพริ้งคนนั้นร้องครวญด้วยความเ็ปและมองซูเฉียวด้วยสายตาเกลียดชังเป็ทวีคูณ“นางตัวดี...แกเจอดีแน่...”
ซูเฉียวฟังคำสบประมาทนั้นแล้วยกยิ้มมุมปาก ผู้หญิงคนนี้ ซูเฉียวรู้จักดีหล่อนเป็แม่ผู้ให้กำเนิดซูเฉียว ชื่อว่า ฟังซวี่หรู ทั้งยังเป็มือที่สามที่น่าอดสูในตอนนั้นฟังซวี่หรูยังเป็แค่เลขาของซูอีิ หล่อนแอบขึ้นเตียงซูอีิตอนที่เขาเมาซูอีิกับภรรยาเกือบจะต้องหย่ากันเพราะเื่นี้ซูอีิคิดจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อไล่ฟังซวี่หรูไป แต่เขาไม่คิดว่าหล่อนจะตั้งท้องลูกของเขาด้วยเพราะความกดดันจากเ้าพ่อซู เขาจึงต้องยอมให้ฟังซวี่หรูคลอดลูกออกมา
ในความทรงจำของซูเฉียว ฟังซวี่หรูไม่เคยทำสีหน้าดีๆกับลูกสาวคนนี้เลยสักครั้ง หล่อนไม่เพียงแต่พูดร้ายกับเธอเท่านั้น แต่ยังเอาแต่ชื่นชมพี่สาวต่างแม่จนทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าสิ้นดีหากอยู่ด้วยกันหล่อนก็ยิ่งชอบจิกกัดเธอเฉกเช่นศัตรู ถึงหล่อนจะเกลียดที่ซูเฉียวไม่ใช่ลูกชายทำให้ไม่สามารถ่ชิงผลประโยชน์มหาศาลมาให้หล่อนได้ แต่หล่อนก็ไม่ควรรังแกลูกสาวของตัวเองแบบนี้
“นี่ ทำอะไรกันอยู่! ซูเฉียวยังไม่ปล่อยมืออีก!” ผู้คุมได้ยินเสียงจากฝั่งนี้เขาจึงเข้ามาห้าม
ซูเฉียวส่งเสียงฮึดฮัดแล้วจึงปล่อยมือจากฟังซวี่หรูเธอไม่มีอะไรจะพูดกับผู้หญิงคนนี้ จึงหันหลังและเดินออกไป
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!”ฟังซวี่หรูะโออกไปพร้อมกับลูบข้อมือที่แดงเถือกของตน
ซูเฉียวไม่ได้คิดที่จะโต้ตอบ แต่คนอย่างฟังซวี่หรูไม่ยอมรามือง่ายๆหล่อนสาวเท้าเข้ามา “ฉันคุยกับแก แกไม่ได้ยินหรือไง!ถ้าแกอยากออกไปจากที่นี่ก็ยืนอยู่ตรงนั้นซะ!”
ซูเฉียวแสยะยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะ “ฉันอยากอยู่ที่นี่ มีอะไรมั้ย?!”
ใช่ว่าเธอไม่มีสมองสักหน่อย ทำไมจะต้องยอมให้คนอื่นมาจูงจมูกเธอด้วยสำหรับตระกูลซูที่ถือว่าเป็ตระกูลยิ่งใหญ่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือศักดิ์ศรี พวกเขาไม่ขังเธอไว้หรอก! ตอนนี้เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะและเธอก็แค่พยายามวางยา โทษอย่างมากที่สุดก็แค่โดนขังไม่กี่เดือน
เวลาไม่กี่เดือน เธอรอได้อยู่แล้ว
ดังนั้น ไม่ว่าฟังซวี่หรูจะหลอกล่อเธอด้วยอะไร เธอก็จะไม่หลงกลเด็ดขาด
ฟังซวี่หรูเห็นว่าซูเฉียวไม่หยุดเดินจึงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ปกติเด็กคนนี้จะเชื่อฟังหล่อนตลอด แต่ทำไมเวลานี้ถึงได้เหมือนกลายเป็คนละคนไปได้ล่ะ
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เ้าพ่อซูมอบหมายให้ทำ ฟังซวี่หรูก็ได้แต่กัดฟันกรอดแล้วขู่เธอต่อไป“อย่าคิดนะว่าแกทำเื่เลวทรามแบบนี้แล้วตระกูลซูจะปล่อยแกไปง่ายๆ! ถึงปู่แกจะยอมปิดตาข้างหนึ่งก็เถอะ แต่ตระกูลเจียงล่ะ เจียงเส่าเป็คนทะนงตัวแบบนั้นเขาถูกแกลอบทำร้ายแบบนี้ แกคิดว่าเขาจะดีกับแกอย่างนั้นเหรอ?!”
ซูเฉียวหันกลับไปหาฟังซวี่หรูแล้วยิ้มเยาะ
เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่ เจ๊หลานนั่นอาจจะเป็คนที่พวกเขาจ้างมาจัดการเธอก็ได้ ไม่อย่างนั้น พวกนั้นจะจงใจเลือกทำร้ายเธอทั้งๆที่ไม่ได้โกรธเคืองกันไปทำไม
“พูดจบหรือยัง” ซูเฉียวค่อยๆ หมุนตัวกลับมาแล้วมองฟังซวี่หรูด้วยสายตาเย็นะเืจากนั้นเธอก็เดินออกไปอย่างช้าๆ ในขณะที่คนข้างหลังยังคงตะลึงงันอยู่
พอฟังซวี่หรูหันขวับกลับมา ซูเฉียวก็เดินไปไกลเสียแล้ว
ฟังซวี่หรูเพิ่งเคยเห็นซูเฉียวทำตัวไม่สะทกสะท้านแบบนี้เป็ครั้งแรกหล่อนได้แต่กำหมัดแน่น นางตัวดี! กล้ามากที่ไม่เชื่อฟังหล่อน!
“ซูเฉียว ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ทำตามที่ฉันบอกไม่อย่างนั้นก็อย่าคิดว่าแกจะได้ออกไปจากที่นี่!” แต่เมื่อซูเฉียวไม่มีทีท่าว่าจะสนใจฟังซวี่หรูจึงแผดเสียงร้องด้วยความโกรธและอาย
ครั้งนี้ซูเฉียวไม่ชายตามองหล่อนแม้แต่น้อย ซ้ำยังก้าวเดินต่อไป
ฟังซวี่หรูขบฟันแน่นด้วยความเกลียดชังและเดินย่ำเท้าตึงตังถ้าไม่ใช่เพราะเ้าพ่อซูบอกให้มา หล่อนไม่สนหรอกว่าลูกสาวคนนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรหล่อนอยากเห็นซูเฉียวตายอยู่ในสถานพินิจใจจะขาด จะได้ไม่ต้องมาโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเช่นนี้
เหตุผลที่เ้าพ่อซูยังนึกถึงซูเฉียวก็คงเพราะเห็นว่าส่วนแบ่งของตระกูลซูจะหายไปก็เท่านั้นมิเช่นนั้น ตระกูลร่ำรวยมีอิทธิพลยิ่งใหญ่จะมารับเด็กผู้หญิงนอกกฎหมายกลับบ้านทำไมกันอย่างน้อยก็คงใช้ซูเฉียวเป็หมากในการแต่งงานเพื่อเกี่ยวดองตระกูลได้
“ซูเฉียวแกทำลายชีวิตแกเองนะ...” ฟังซวี่หรูเดินออกมาจากสถานพินิจ สีหน้าไม่สู้ดีนักจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเ้าพ่อซู “ท่านพ่อคะ เธอเด็ดเดี่ยวมากค่ะ เธอไม่ยอมรับว่าเธอทำผิด...ฉันแนะนำเธอไปเยอะแล้วแต่เธอไม่สนใจฉันเลยค่ะเธอส่ายหัวแล้วเดินจากไป...เธอเหรอคะ ก็ดูสบายดีนะคะ...โอเคค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ...”
หลังจากวางสายฟังซวี่หรูก็กลับมาหยิ่งยโสโอหังเช่นเดิม หล่อนสบถด้วยเสียงต่ำอยู่หลายคำแล้วสะบัดเอวที่หนาเล็กน้อยเดินออกไป
ให้แนะนำดีๆอย่างนั้นเหรอ เหอะ ไร้สาระสิ้นดี!
“ซูเฉียวคนในครอบครัวมารับเธอกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ” พอซูเฉียวกลับถึงห้องหันโยวโยวก็ปรี่เข้ามาทันที
ซูเฉียวนอนแผ่หลาบนเตียงอย่างเฉื่อยชาราวกับไม่มีกระดูกและไม่เอ่ยคำพูดใดๆ
เหอะครอบครัวเหรอ
เธอไม่อยากจะเชื่อ!
ถ้าคนคนนั้นเห็นเธอเป็คนในครอบครัวจริงๆเธอก็คงไม่ถูกส่งตัวมายังสถานที่น่าอดสูแล้วใช้ชีวิตตามมีตามเกิดตัวคนเดียวแบบนี้หรอกซูเฉียวคนก่อนได้ถูกฆ่าตายไปนานแล้ว และเธอก็เป็แค่ิญญาที่มาสิงร่างนี้เท่านั้น
หันโยวโยวเห็นอีกฝ่ายไม่พูดไม่จา จึงรู้ว่าซูเฉียวไม่อยากพูดถึงเื่นี้เธอจึงหันกลับไปแล้วบ่นเื่อาหารในโรงอาหาร “ยังพูดถึงสิทธิมนุษยชนกับประชาธิปไตยอยู่อีกเหรอลองดูอาหารที่ให้ฉันกินดีๆ สิ อย่างกับอาหารหมู...ไม่สิ ขนาดเอาไปให้หมูหมูยังไม่กินเลย...”
ซูเฉียวจึงตอบกลับไปว่า“ถ้าอย่างนั้น ไปจัดหนักกันไหมล่ะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb