เช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใส หลิวเหมยจัดงานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆ ขึ้นในสวนหลังจวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องกลีบดอกไม้จนระยิบระยับราวกับอัญมณี นางเชิญเพื่อนสนิททั้งสามคือ ซูหลิน จางซิน และหวังฟาง มาร่วมจิบชาและพูดคุยกันตามประสาหญิงสาว
โต๊ะน้ำชาถูกจัดวางอย่างสวยงามใต้ร่มไม้ใหญ่ ถ้วยชาลายครามวางเรียงรายคู่กับขนมหวานหลากชนิด หลิวเหมยในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนดูอ่อนหวานและงดงาม ซูหลินในชุดสีเขียวมรกตขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่น จางซินในชุดสีเหลืองสดใสดูร่าเริงมีชีวิตชีวา ส่วนหวังฟางในชุดสีฟ้าอ่อนดูสง่างามและเย้ายวน ทั้งสี่สาวนั่งล้อมวงสนทนากันอย่างออกรส เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเป็ระยะ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็กันเอง
ในขณะที่พวกนางกำลังเพลิดเพลินกับการสนทนา ลุงชางและลุงกัวก็ปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลนัก ทั้งสองกำลังสาละวนอยู่กับการดูแลต้นไม้และจัดแต่งสวนตามปกติ แต่สายตาของสาวๆ ทั้งสี่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังร่างกำยำของชายทั้งสองเป็ระยะๆ
หลิวเหมยเป็คนแรกที่ส่งสายตาหยาดเยิ้มไปยังลุงชางที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกไม้ นางคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อที่กระเพื่อมไหวใต้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อไคล ความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อไม่กี่วันก่อนยังคงตราตรึงอยู่ในใจของนาง
ซูหลินที่นั่งอยู่ข้างๆ หลิวเหมยก็ไม่ต่างกัน นางแอบส่งสายตาหวานเชื่อมไปยังลุงชางเช่นกัน ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่ลุงชางลอบเข้ามาหานางถึงในห้องนอน ความตื่นเต้นระคนความสุขสมยังคงทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็จังหวะ
จางซินที่ปกติเป็คนร่าเริงสดใส วันนี้กลับดูมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย นางแอบชำเลืองมองลุงชางที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกเสียวซ่านจากการบดเบียดเสียดสีบนหลังม้ายังคงติดตรึงอยู่ในกายของนาง ลุงชางในชุดคนสวนดูแข็งแกร่งและดุดันกว่าที่นางเคยเห็น
ส่วนหวังฟางที่เพิ่งผ่านบทรักอันเร่าร้อนกับลุงกัวมาเมื่อวานนี้ นางยิ่งไม่สามารถเก็บซ่อนความปรารถนาในดวงตาได้ นางจ้องมองลุงกัวที่กำลังเดินตามลุงชางมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา ร่างกายของนางยังคงจดจำััอันดุดันและขนาดอันมหึมาของเขาได้เป็อย่างดี
สาวๆ ทั้งสี่ต่างก็สังเกตเห็นท่าทีที่แปลกไปของกันและกัน ซูหลินผู้ฉลาดเป็คนแรกที่เอ่ยปาก "หลิวเหมย เ้าดูแปลกไปมากเลยนะ ั้แ่เมื่อไหร่ที่เ้าเริ่มมีสีหน้าเปล่งปลั่งแบบนี้?" นางเอียงตัวเข้าไปใกล้ๆ ด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "และที่สำคัญ... เ้าดูเหมือนจะนั่งไม่สบายเลย ขยับตัวไปมาตลอด"
หลิวเหมยใจนเกือบจะหกถ้วยชา หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที "เ้า... เ้าสังเกตเห็นหรือ?" นางมองไปรอบๆ อย่างระแวง "ข้าไม่ได้แปลกไปนี่"
"โอ้ย หลิวเหมย เ้าโกหกไม่เก่งเลยนะ" จางซินหัวเราะคิกคัก หน้าแดงเรื่อเช่นกัน "ข้าเห็นเ้าแอบมองลุงชางตอนที่เขากำลังยกถังน้ำด้วย สายตาของเ้าไม่เหมือนการมองคนรับใช้เลย มันเหมือน... เหมือนกับสายตาของผู้หญิงที่กำลังมองชายที่ตนชื่นชอบ"
หวังฟางที่เงียบอยู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย หน้าแดงแต่ก็มีรอยยิ้มลึกลับ "ใช่แล้ว ข้าก็สังเกตเห็นเหมือนกัน เ้าดูเปล่งปลั่งขึ้นมาก ผิวพรรณก็ฉ่ำวาวกว่าเดิม เหมือนกับ... เหมือนกับผู้หญิงที่เพิ่งได้รับความรัก"
ซูหลินตาเป็ประกาย "อ้าว! หวังฟางพูดได้แม่นมาก และที่สำคัญ... เ้าเองก็ดูแปลกไปเหมือนกันนะ ตอนเห็นลุงกัวเมื่อสักครู่ เ้าก็นั่งบิดไปมาเหมือนกัน"
หวังฟางหน้าแดงเรื่อ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ "ข้า... ข้าก็แค่..."
"แค่อะไร?" จางซินเอียงตัวเข้าไปใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ "พวกเราเป็เพื่อนกัน เล่าให้ฟังสิ"
หลิวเหมยมองไปรอบๆ อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครฟัง ก่อนจะตัดสินใจเปิดใจ "ถ้าข้าจะบอกความลับให้ฟัง พวกเ้าจะเก็บไว้ได้หรือไม่?"
สาวๆ ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกัน ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลิวเหมยหายใจลึกๆ ก่อนจะกระซิบ "ข้า... ข้าได้เสียกับลุงชางแล้ว"
เงียบกริบ... ก่อนที่เสียงกิ๊กเล็กๆ จะดังขึ้นจากทั้งสามคน
"จริงหรือ?!" ซูหลินเบิกตากว้าง หน้าแดงก่ำ "เมื่อไหร่? ที่ไหน? เล่าให้ฟังหน่อย!"
"รู้สึกอย่างไร?" จางซินถามด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็ประกาย "เ้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่? ข้าอยากรู้มาก"
หวังฟางกัดริมฝีปากเบาๆ หน้าแดงเรื่อ "ข้าอยากรู้ว่า... เขาเป็อย่างไร? ข้าเคยสงสัยมาตลอด"
หลิวเหมยหน้าแดงก่ำ แต่ก็เริ่มเล่า "มันเกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน... ข้าไปที่สวนตอนเย็น แล้วเจอลุงชางที่กำลังรดน้ำต้นไม้ เขา... เขาดูแตกต่างจากปกติ มีเสน่ห์และดึงดูดใจมาก"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น?" ซูหลินเอียงตัวเข้าไปใกล้
"เขาเข้ามาใกล้ข้า... แล้วก็พูดว่าข้าดูเหงา เขาถามว่าข้า้าเรียนรู้เื่ความรักหรือไม่" หลิวเหมยหยุดพัก หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ "ตอนแรกข้าก็ใ แต่... แต่ข้าก็อยากรู้"
"แล้วเขาทำอะไร?" หวังฟางถามด้วยเสียงเบา
"เขาจูบข้า... จูบที่อ่อนโยนแต่เร่าร้อน ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนจะละลายไป" หลิวเหมยััริมฝีปากของตัวเอง "แล้วเขาก็... ก็สอนให้ข้ารู้จักร่างกายของตัวเอง"
จางซินกลืนน้ำลาย "สอนอย่างไร?"
"เขาใช้มือััข้าอย่างอ่อนโยน... ทำให้ข้ารู้สึกถึงจุดที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ มือของเขาแข็งแกร่งแต่นุ่มนวล ทำให้ข้าเสียวซ่านจนแทบจะหยุดหายใจ"
ซูหลินรู้สึกตื่นเต้น หน้าแดงขึ้นมา "แล้วรู้สึกอย่างไร?"
"เสียวซ่าน... เสียวซ่านมากจนข้าแทบจะเป็ลม" หลิวเหมยกระซิบ "เขาทำให้ข้ารู้สึกเป็ผู้หญิงอย่างแท้จริง ไม่เหมือนการเป็แค่คุณหนูในจวน"
"ข้าก็เหมือนกัน!" ซูหลินหลุดปากออกมา ทำให้ทุกคนหันมามอง
"เ้าก็เหมือนกัน?" หลิวเหมยถาม ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ซูหลินหน้าแดงก่ำ แต่ก็ตัดสินใจเล่า "ใช่... ลุงชางลอบเข้ามาหาข้าถึงในห้องนอนเมื่อสองวันก่อน เขาบอกว่าเขารู้ว่าข้าเป็คนฉลาด และเขาอยากสอนวิชาพิเศษให้ข้า"
"วิชาพิเศษ?" จางซินถาม
"วิชาเื่ความรัก... เขาสอนให้ข้ารู้จักร่างกายของตัวเอง และรู้จักความ้าของผู้หญิง" ซูหลินกระซิบ "เขาใช้มือและลิ้นทำให้ข้าเสียวซ่านจนแทบจะหยุดหายใจ"
"ลิ้น?" หวังฟางถามด้วยความอยากรู้
"เขาใช้ลิ้นเลียที่จุดไวของข้า... ทำให้ข้าเสียวซ่านจนต้องกัดหมอนเพื่อไม่ให้เสียงดัง" ซูหลินหน้าแดงเรื่อ "ข้าไม่เคยรู้เลยว่าร่างกายของข้าสามารถรู้สึกได้ขนาดนี้"
จางซินฟังแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น นางขยับตัวไปมาอย่างไม่สบาย "ข้า... ข้าก็เพิ่งได้เสียกับลุงชางไปเมื่อเช้านี้เอง"
"เ้าด้วย?!" หลิวเหมยและซูหลินร้องพร้อมกัน
จางซินพยักหน้า หน้าแดงก่ำ "ที่คอกม้า... ข้าไปดูม้าตอนเช้า แล้วเจอลุงชางที่กำลังดูแลม้า เขาเชิญให้ข้าลองขี่ม้า แต่... แต่เขาขึ้นมาขี่ด้วยกัน"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น?" ซูหลินถาม
"เขานั่งอยู่ข้างหลังข้า... ร่างกายของเขาแนบชิดกับข้า ข้ารู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเขา แล้วเขาก็... ก็เริ่มััข้าขณะที่ม้ากำลังวิ่ง"
"บนหลังม้า?" หวังฟางถามด้วยความตื่นเต้น
"ใช่... ความสั่นะเืของม้าผสมกับการััของเขา ทำให้ข้าเสียวซ่านจนแทบจะตกม้า" จางซินกระซิบ "เขาทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกม้าป่าขี่ แต่ก็เสียวซ่านมาก"
หวังฟางที่เงียบอยู่ตลอดก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ใบหน้าแดงระเรื่อ "ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีเื่ที่คล้ายกันจริงๆ นั่นแหละ..."
"เ้าด้วยหรือ?" หลิวเหมยถาม
หวังฟางพยักหน้าเบาๆ "แต่ข้าไม่ได้เสียกับลุงชาง... ข้าเสียกับลุงกัว"
"ลุงกัว?!" ทั้งสามคนร้องพร้อมกัน
"เมื่อวานนี้... ข้าไปที่ริมลำธาร ตั้งใจจะไปหาลุงชาง แต่กลับเจอลุงกัวที่กำลังอาบน้ำ" หวังฟางหน้าแดงก่ำ "เขา... เขาเปลือยเปล่า และร่างกายของเขาใหญ่โตและแข็งแกร่งมาก"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น?" จางซินถาม
"เขาเห็นข้า... แล้วก็เข้ามาหา เขาบอกว่าเขารู้ว่าข้ามาหาอะไร แล้วเขาก็... ก็ทำให้ข้าได้ััความเป็ชายแท้อย่างแท้จริง"
"ลุงกัวเป็อย่างไร?" ซูหลินถาม
"ดุดันและแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก... เขาทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกพายุหอบไป แต่ก็เสียวซ่านจนไม่อยากให้หยุด" หวังฟางกระซิบ "ขนาดของเขาใหญ่มากจนข้าแทบจะกลัว แต่เขาอ่อนโยนและค่อยๆ ทำ"
เมื่อความลับถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น สาวๆ ทั้งสี่รู้สึกโล่งใจและสนิทกันมากขึ้น พวกนางเริ่มแบ่งปันรายละเอียดมากขึ้น
"เล่าให้ฟังหน่อยสิหลิวเหมย" ซูหลินเอียงตัวเข้าไปใกล้ "ลุงชางเขาเป็อย่างไร? ข้าอยากเปรียบเทียบ"
หลิวเหมยหน้าแดงก่ำ "เขา... เขาอ่อนโยนแต่เร่าร้อน มือของเขาแข็งแกร่งแต่ัันุ่มนวล เขารู้จังหวะและรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ข้าเสียวซ่าน"
"ข้าเข้าใจ!" จางซินพยักหน้า "เขาทำให้ข้ารู้สึกเหมือนจะละลายไป ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยแต่ก็ตื่นเต้น"
"แล้วพวกเ้ารู้สึกผิดหรือไม่?" หวังฟางถาม
ซูหลินส่ายหน้า "ตอนแรกข้าก็รู้สึกผิด แต่พอได้ััแล้ว... ข้าคิดว่ามันเป็ความสุขที่ธรรมชาติ"
"ข้าก็คิดเหมือนกัน" จางซินเห็นด้วย "ลุงชางทำให้ข้ารู้สึกดีกับตัวเอง รู้สึกเป็ผู้หญิงอย่างแท้จริง"
หวังฟางพยักหน้า "ลุงกัวก็เหมือนกัน เขาทำให้ข้ารู้สึกเป็ผู้หญิงที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่คุณหนูที่ต้องรอการแต่งงาน"
ขณะที่พวกนางกำลังสนทนา ลุงชางและลุงกัวก็เดินผ่านมาใกล้ๆ อีกครั้ง ทำให้สาวๆ ทั้งสี่หยุดพูดและมองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"ดูสิ..." หลิวเหมยกระซิบ "พวกเขาดูแข็งแกร่งและเซ็กซี่มาก"
"ข้าเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาแล้ว" ซูหลินพัดหน้าด้วยมือ
"ข้าก็เหมือนกัน... ข้าอยากไปหาพวกเขาตอนนี้เลย" จางซินขยับตัวไปมา
"ข้าคิดถึงััของลุงกัว..." หวังฟางกัดริมฝีปาก
การสนทนาเริ่มเข้าสู่รายละเอียดที่ลึกลงไป สาวๆ เริ่มแบ่งปันประสบการณ์อย่างเปิดเผยมากขึ้น
"ข้าอยากรู้ว่า... ลุงกัวเขาใหญ่แค่ไหน?" จางซินถามด้วยความอยากรู้
หวังฟางหน้าแดงเรื่อ "ใหญ่มาก... ใหญ่จนข้าแทบจะกลัว แต่เขาอ่อนโยนและค่อยๆ ทำ"
"ลุงชางก็ไม่เล็กเลย" ซูหลินเสริม "และเขารู้วิธีใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
"แล้วพวกเ้าชอบท่าไหนที่สุด?" หลิวเหมยถาม
"ข้าชอบตอนที่ลุงกัวอุ้มข้าขึ้นมา" หวังฟางตอบ "รู้สึกเหมือนถูกปกป้อง"
"ข้าชอบตอนที่ลุงชางใช้ลิ้น" ซูหลินกระซิบ "เสียวซ่านจนแทบจะเป็ลม"
"ข้าชอบท่าขี่ม้า" จางซินหัวเราะเบาๆ "ความสั่นะเืทำให้เสียวซ่านมาก"
พวกนางเริ่มวางแผนการพบปะกับลุงชางและลุงกัวอย่างละเอียด
"พวกเราควรจะช่วยกันสร้างโอกาส" ซูหลินเสนอ "เช่น การขอให้ช่วยงานในสวน"
"หรือขอให้สอนการดูแลต้นไม้" หลิวเหมยเสริม
"ข้าอยากลองขี่ม้าอีก" จางซินตาเป็ประกาย
"หรือแกล้งทำเป็ป่วยเพื่อให้พวกเขามาดูแล" หวังฟางเสนอ
"ไอเดียดี!" ซูหลินคลี่ยิ้ม "หรือว่าพวกเราจะไปด้วยกันดีกว่า?"
"ไปด้วยกัน?" จางซินถาม
"ใช่ พวกเราจะได้ช่วยเหลือกันและแบ่งปันประสบการณ์" ซูหลินอธิบาย
"ฟังดูตื่นเต้นมาก" หวังฟางพยักหน้า
"ข้าก็อยากลอง" หลิวเหมยเห็นด้วย
"ดูเหมือนว่าลุงทั้งสองจะชื่นชอบพวกเราไม่น้อยเลยนะ" หลิวเหมยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข
ซูหลินพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้วหลิวเหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของข้าจะมีความสุขได้มากถึงเพียงนี้"
จางซินหัวเราะคิกคัก "ข้าก็เหมือนกัน ลุงชางช่างเป็ชายที่ช่ำชองและเร่าร้อนเสียจริง"
หวังฟางคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "ลุงกัวก็ไม่แพ้กันหรอกจางซิน เขาทั้งดุดันและดิบเถื่อนจนข้าแทบจะละลายไปกับเขา"
ทั้งสี่สาวต่างก็มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความเข้าใจ บัดนี้พวกนางไม่ได้เป็เพียงเพื่อนสนิทกันอีกต่อไปแล้ว แต่พวกนางยังเป็ผู้ร่วมชะตากรรมที่มีความลับร่วมกัน และความลับนี้ก็ทำให้พวกนางสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"พวกเราควรจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับนะ" หลิวเหมยเอ่ยขึ้น "หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป คงไม่ดีแน่"
สาวๆ ทั้งสามพยักหน้าเห็นด้วย ซูหลินเอ่ยขึ้น "แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ"
หวังฟางคลี่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "พวกเราก็ช่วยกันหาช่องทางและโอกาสที่จะได้อยู่กับลุงทั้งสองอีกสิ"
จางซินตาเป็ประกาย "จริงด้วย! พวกเราควรจะวางแผนกันอย่างรอบคอบ"
ทั้งสี่สาวเริ่มปรึกษาหารือกันอย่างออกรส พวกนางวางแผนที่จะสร้างโอกาสในการพบปะกับลุงทั้งสองให้บ่อยขึ้น โดยจะใช้ข้ออ้างต่างๆ นานา เช่น การขอให้ช่วยงานในสวน การขอให้สอนทักษะต่างๆ หรือแม้แต่การแกล้งทำเป็ป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจ
พวกนางรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้อาจจะดูไม่เหมาะสมในสายตาของผู้อื่น แต่ความปรารถนาที่พุ่งพล่านอยู่ในอกของพวกนางนั้นไม่อาจห้ามได้อีกต่อไปแล้ว บัดนี้พวกนางได้กลายเป็สหายร่วมรบในสมรภูมิแห่งรัก และพวกนางก็พร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อพิชิตใจลุงทั้งสองให้ได้
ลุงชางและลุงกัวที่กำลังทำงานอยู่ในสวน อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังสาวๆ ทั้งสี่ที่กำลังหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสองต่างก็คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ พวกเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับสาวๆ ทั้งสี่นั้นได้ก้าวข้ามผ่านความเป็นายบ่าวไปแล้ว และพวกเขาก็พร้อมที่จะมอบความสุขสมให้กับพวกนางอย่างเต็มที่