หลินเฟิงกลับมาถึงกระท่อมของตนเองในเขตศิษย์ชั้นนอก แต่ความรู้สึกของเขากลับแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง กระท่อมที่เคยเป็โลกทั้งใบของเขา บัดนี้กลับให้ความรู้สึกคับแคบและเป็เพียงจุดพักชั่วคราวเท่านั้น โลกที่แท้จริง...โลกที่กว้างใหญ่กว่ากำลังรอเขาอยู่ข้างนอกนั่น
เขาปิดประตูลงกลอนอย่างแ่าเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนได้ ค่ำคืนนี้จะเป็อีกหนึ่งค่ำคืนแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเขา
เขานั่งลงขัดสมาธิบนเตียงอย่างสงบ นำขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวที่ได้รับจากท่านอาจารย์ออกมาเปิด จิตใจที่เคยเป็ผู้ใหญ่ทำให้เขาสามารถควบคุมความตื่นเต้นและวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเยือกเย็น
‘ยาเม็ดหลอมกระดูก...’ เขาพิจารณายาสีขาวนวลที่ส่งกลิ่นหอมเย็นๆ ออกมา ‘ระดับหลอมกายาคือการเสริมสร้างร่างกายภายนอกทั้งหมด ยิ่งกระดูกซึ่งเป็แกนกลางแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ รากฐานของร่างกายก็จะยิ่งมั่นคง และสามารถรองรับพลังปราณในระดับที่สูงขึ้นได้มากขึ้นเท่านั้น’
ยาเม็ดนี้จึงไม่ใช่แค่ยาเพิ่มพลัง แต่เป็ยาที่ช่วยเสริมสร้าง "รากฐาน" ของระดับพลังปัจจุบันให้สมบูรณ์แบบที่สุด!
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป กลืนยาเม็ดหลอมกระดูกลงไปในคำเดียว
ความรู้สึกเย็นเยียบแผ่ซ่านจากกระเพาะไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนที่ลึกล้ำ...มันไม่ได้แผดเผาอยู่ตามเส้นลมปราณ แต่กลับแทรกซึมลึกลงไป...จนถึงแกนกลางของกระดูกทุกชิ้นในร่างกาย!
"อึ่ก...!"
หลินเฟิงกัดฟันแน่น ความเ็ปราวกับร่างกายจะฉีกขาดออกเป็เสี่ยงๆ บังเกิดขึ้นในทันที! แต่สติของหลินเฟิงยังคงแจ่มชัด เขาใช้เคล็ดวิชาเทวะในหัวคอยชักนำและควบคุมพลังงานจากยาเม็ดให้ทำงานอย่างเป็ระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วนิรันดร์ ในที่สุดความเ็ปก็ค่อยๆ ทุเลาลง ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคงจากภายในอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ระดับหลอมกายา ขั้นที่สาม!
เพียงชั่วข้ามคืน เขาก็ะโจากขั้นที่หนึ่งมาถึงขั้นที่สามได้สำเร็จ! นี่คือคุณประโยชน์ของการมีทรัพยากรและการสนับสนุนจากอาจารย์ของเขา!
รุ่งเช้าวันต่อมา หลินเฟิงตัดสินใจใช้สิทธิ์ในฐานะศิษย์ในนามของเขาทันที...เขาจะไปสำรวจเขตศิษย์ชั้นใน เพื่อดูให้เห็นกับตาว่าโลกที่เขาตั้งเป้าหมายไว้นั้นเป็อย่างไร
เขาเหน็บป้ายหยกสีมรกตไว้ที่เอวแล้วเดินออกจากเขตศิษย์ชั้นนอกอย่างมั่นคง เมื่อยามเฝ้าประตูทางเชื่อมเห็นป้ายหยกประจำตัวของศิษย์ในนามของท่านผู้เฒ่าซู พวกเขาก็รีบเปิดทางให้และโค้งคำนับอย่างนอบน้อมทันที
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้าไป หลินเฟิงก็ััได้ถึงความแตกต่างราวฟ้ากับเหว อากาศที่นี่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่นกว่าข้างนอกอย่างน้อยสามเท่า! เหล่าศิษย์ที่เดินผ่านไปมาล้วนสวมใส่ชุดสีฟ้า ทุกคนดูองอาจและมั่นใจ พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างกายของแต่ละคนนั้นอย่างน้อยก็อยู่ที่ระดับหลอมกายาขั้นกลางขึ้นไป
สายตาหลายคู่หันมามองเขาด้วยความสงสัยระคนดูแคลนเล็กน้อย...ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยและชุดศิษย์ชั้นนอกสีเทาที่เขายังสวมใส่อยู่ ทำให้เขากลายเป็เป้าสายตาในทางที่ไม่ดีนัก
หลินเฟิงไม่ได้มาที่นี่เพื่อฝึกฝน แต่มาเพื่อ "สังเกตการณ์" และ "รวบรวมข้อมูล"
เขาเดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่สวยงามอย่างใจเย็น แสร้งทำเป็มองทิวทัศน์ แต่ในใจกลับกำลังวิเคราะห์ทุกสิ่งที่เห็น ‘บรรยากาศเต็มไปด้วยการแข่งขัน ทุกคนดูเร่งรีบและมุ่งมั่น...แตกต่างจากเขตชั้นนอกที่ดูผ่อนคลายกว่ามาก’
เขาเดินผ่านลานฝึกฝนขนาดใหญ่หลายแห่ง เห็นเหล่าศิษย์ชั้นในกำลังฝึกซ้อมเคล็ดวิชาที่ดูซับซ้อนและทรงพลังกว่าเพลงหมัดศิลาแกร่งหลายเท่านัก เขาได้ยินบทสนทนาที่พูดคุยกันถึงเื่การทำภารกิจ, การสะสมแต้มสำนัก, และ...การทดสอบคัดเลือกประจำปีที่กำลังจะมาถึง
การได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ทำให้เขารับรู้ถึงความกดดันและช่องว่างระหว่างตนเองกับศิษย์เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
ขณะที่เขากำลังเดินครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
"ศิษย์น้องหลิน?"
หลินเฟิงหันไปมองก็พบกับหลิวซูซินที่กำลังเดินถือตะกร้าสมุนไพรมาพอดี เธอก็ดูประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเขาอยู่ที่นี่
"ศิษย์พี่ซูซิน! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
"ข้ามาช่วยท่านผู้เฒ่าซูเก็บสมุนไพรน่ะ" เธอตอบ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาที่ทอประกายชื่นชม "แล้วเ้าน่ะ...เข้ามาในเขตชั้นในได้อย่างไรกัน? หรือว่า..."
หลินเฟิงยิ้มบางๆ แล้วชี้ไปที่ป้ายหยกที่เอว "ท่านผู้เฒ่าซูเมตตารับข้าเป็ศิษย์ในนามแล้ว"
"จริงรึ!" ซูซินเบิกตากว้างด้วยความดีใจอย่างแท้จริง "ยอดไปเลย! ข้ายินดีด้วยจริงๆ นะ! แต่ว่า...เ้าต้องระวังตัวให้มากนะ ที่นี่การแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะ่นี้ที่การทดสอบคัดเลือกใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนต่างก็ฝึกฝนกันอย่างหนักเลย"
"ข้ารู้แล้ว ขอบคุณที่เป็ห่วง" หลินเฟิงกล่าว "ข้าเพียงแค่มาดูลาดเลาเท่านั้น"
หลังจากพูดคุยกับซูซินอีกเล็กน้อย เขาก็ขอตัวแยกออกมา การได้พบเธอนับเป็เื่ดีๆ เพียงไม่กี่อย่างในการมาเยือนครั้งนี้
เขาใช้เวลาอีกครึ่งวันในการเดินสำรวจจนทั่ว แต่ก็ไม่ได้เข้าไปในอาคารสถานที่สำคัญใดๆ เพราะเขารู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ เขาเป็ได้เพียง "ผู้มาเยือน" เท่านั้น
เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ เขาก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเขตศิษย์ชั้นนอก
เขาก้าวกลับเข้าสู่กระท่อมที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่คราวนี้ ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกคับแคบอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
การได้เห็นโลกของศิษย์ชั้นในด้วยตาตัวเอง ไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้...แต่กลับทำให้เป้าหมายของเขาชัดเจนขึ้น!
'พวกเขาอาจจะมีพลังปราณที่หนาแน่นกว่า มีเคล็ดวิชาที่ดีกว่า...แต่เราก็มีความลับของเรา!'
หลินเฟิงไม่ได้เสียเวลาไปกับการพักผ่อน เมื่อรัตติกาลมาเยือน เขาก็ลอบออกจากกระท่อม มุ่งตรงไปยังป่าทึบหลังสำนัก...สถานที่ฝึกซ้อมลับของเขา
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ร่างของเด็กหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวและทรงพลัง เขาไม่ได้ฝึกเพลงหมัดศิลาแกร่งอีกต่อไป แต่กำลังฝึกฝนกระบวนท่าที่แท้จริงจาก "เพลงหมัดเสริมสร้างกายา" บทที่สอง!
‘พวกเ้ามีทรัพยากรของสำนัก...แต่ข้ามีมรดกของเทวะ!’
เขาไม่จำเป็ต้องพึ่งพาสถานที่ฝึกฝนพิเศษใดๆ เพราะเคล็ดวิชาในหัวของเขาคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในโลกหล้าอยู่แล้ว! การมาเยือนเขตชั้นในในวันนี้ ได้กลายเป็เชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้เขาต้องเคี่ยวกรำตนเองให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก!