แต่แล้วชะงักหยุดไว้
[ต่ำช้า เ้ามองสตรีที่เซ่อซ่าไร้เดียงสานี่แบบนั้นได้อย่างไร]
แอด.ด.ด.
“คุณชายจริงๆ ด้วย”
ผู้ที่เปิดมาคือหนิงเอ๋อ....ลู่เอินถึงกับประคองสติไม่ได้ชั่ววูบสะดุ้งเล็กน้อย
“คุณชายมีอะไรจะใช้ข้าคะ?”
“เอ่อ..อ่อ...คือ....”
เขามองไปยังผมนางที่หวนนึกถึงเมื่อครู่
“ตอนที่เ้าฟุบมาซบข้า.....”
หนิงเอ๋ออ้าปากออกมาเล็กน้อย ทำท่าเลิกลัก
“ข้าขอโทษค่ะ คุณชาย คือตอนนั้น...”
“ไม่ๆ ไม่ เ้าไม่ต้องขอโทษ ...คือข้าจะบอกว่า ผมเ้าไม่หอมเลย แถมเส้นผมมันเกินไป.....ผมก็ติดกัน”
ลู่เอินพูดด้วยเสียงที่ขาด่ คล้ายพยามหายใจไปพูดไป หากตั้งใจฟังจะพบว่าเสียงสั่นเล็กน้อย
หนิงเอ๋อพอนึกได้ว่าผมตนไม่ได้ดูแลและคุณชายก็ติติงเลยอายขึ้นมา
“ข้า ... ต่อไปจะดูแลให้มากขึ้น คุณชายจะได้ไม่อายคนอื่นค่ะ”
“อืม ดีแล้ว พรุ่งนี้มาเอาเงินที่ข้าแล้วไปหาซื้อยาดีๆ มาสระผมซะนะ”
“ค่ะ”
“......”
“......”
“เอ่อ...” / “เอ่อ”
ทั้งคู่ทักขึ้นมาพร้อมกัน
แล้วก็นิ่งไป
“เ้าพูดก่อน” / “คุณชายพูดก่อนก็ได้ค่ะ”
นิ่งกันอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้า ... เป็เ้านายที่แย่มั้ย?”
“หื้ม นึกว่าจะถามอะไร ....ดูภายนอกเข้มงวด ขึงขัง มาดนิ่ง แต่แอบใจดีเลยทีเดียว”
“ข้าใจดี?”
“แม้วินัยในทัพไม่เสีย บ่าวชายส่วนตัวก็เคร่งครัด แต่ทุกคนล้อเล่นแหย่เย้าท่านได้ แสดงว่าเป็กันเองกับทหารและบ่าวไพร่ กับข้าเองคุณชายก็เมตตาหลายอย่าง ไม่ได้ใช้งานข้าหนักหนา เจ็บมือก็ได้พัก เมาเหล้าก็ได้นอน ฮิฮิ ตอนนี้ได้ยาดี มือข้าเจ็บไม่มาก พรุ่งนี้เข้าครัวได้ ซักผ้าได้แล้วค่ะ”
“อืม งั้นเหรอ...”
“ค่ะ..... .... ...”
“อ้อ แล้วเ้าจะพูดอะไร?”
“ข้า...พูดแล้วนี่ไงคะ”
“เื่นี้เหรอ?”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิคะ จะให้ข้าพูดอะไร? นอกจากขอโทษที่เมาจนเสียการณ์แล้ว ก็มีเื่นี้ที่ข้าอยากขอบคุณคุณชายค่ะ...ข้าจะไม่ดื่มเหล้าอีกแล้ว”
“เฮ้อ...เอาเถอะ.....สวนเื่ที่เ้าเมา ข้าไม่ถือสา ทั้งงานล้วนทราบดีว่าเ้าโดนคุณหนูจูบีบบังคับ ต่อไประวังนางให้มาก”
“ค่ะ แต่ไม่ใช่แค่นางหรอก... ยังมีเซี่ยวซือ”
“อาซือ...บ่าวคนสนิทของคุณหนูจู?”
“วันก่อนที่ตลาด ตอนข้าซื้อซาลาเปาทอด ชาวบ้านมามอบ.... .. ..มอบยาบำรุงร่างกายให้ข้า ข้าเหลือบไปเห็นนางกับสาวใช้คนอื่นๆ แต่ทำทีไม่ได้สนใจหรือสังเกตนาง คาดว่านางคงเอาไปเล่าและเติมเชื้อไฟให้คุณหนูจูเกลียดข้ามากขึ้น”
“อืม...นับว่าเ้ามีประสาทรับรู้ที่ดี พรุ่ง่บ่าย ข้าอยากให้เ้าจับกระบี่ไม้มือซ้าย ฝึกกระบี่กับข้า”
“เพลงกระบี่ข้าสู้คุณชายไม่ได้ คุณชายไม่ได้อะไรจากข้าหรอกค่ะ”
“ไม่...ข้าจะฝึกให้เ้า”
“ฝึกให้ข้า?”
“เ้ามีพื้นฐานที่ดี ฝึกเอาไว้ภายหน้าจะได้ไม่โดนรังแก”
“ค่ะ”
“กลับเข้าไปนอนซะ”
ลู่เอินกลับห้อง นี่มันใจเต้นตูมตาม เขาเกือบทำสิ่งที่ไม่เข้าท่าลงไปแล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่เข้าท่าในความคิดเขา
ยามนี้ไม่มีใครล่วงรู้ ว่าร่างกายของนาง หนิงเอ๋อ หนิงเซียน ต่างมีความพิเศษกระตุ้นบุรุษให้ลุ่มหลงได้ ความสามารถนี้หากไม่หวงตัว คาดว่าจะใช้โค่นฟ้าล่มเมืองยังได้
หนิงเอ๋อไม่ได้บ่มเพาะผิวกายแบบพี่สาวนาง ดังนั้นมีความไม่เนียนอยู่บ้าง นางตากแดดเยอะกว่าจึงไม่ขาวผ่องเป็ยองใยแบบพี่สาว แต่ก็นับว่าสว่างสดใสสวยงามอยู่ ดางตาไม่ตี่เล็ก ชี้แหลม ทำให้ดูน่ารักน่ามอง รอยยิ้มมุมปาก ตัวปากชวนัั บุรุษล้วนอยากจูบ ง่ามก้น ง่ามขา ซอกรักแร้ไม่หมองคล้ำแม้ทำงานหนักตรากตรำ แกมก้นกลมเด้ง ไม่ย่น ไม่ตอบบุ๋ม หากบุรุษได้พบเห็นเต็มตายัไงก็ไม่พ้นต้องคลึงจับลูบคลำ กับนายกองจ้านสามีเก่าของหนิงเซียนเองนั้นยังหนุนนอนหอมจูบแก้มก้นนี่ทุกวี่วันอย่างมีความสุข
เซียวลู่เอินเป็บุรุษฉกรรจ์ที่มีสติสมาธิดีเยี่ยม มีความมั่นคงในจิตใจมากกว่าคนปกติ หาไม่แล้วหลังจากได้โอบกอดหนิงเอ๋อ คงไม่พ้นกระทำกับนางทั้งที่เมาหลับครั้งแล้วครั้งเล่ายากจะหนำใจเป็แน่
ลู่เอินแม้ไม่ได้เปลื้องผ้านางจนรู้ลึกในส่วนเหล่านี้
แต่เพียงัันางนั้น ก็ทราบกับมือตนในบัดนี้แล้วว่าทำไมนางจึงต้องพกยาเหม็นเหงื่อเพิ่มกลิ่นตัว
ลู่เอินมองขวดยาที่ตนถือในมือ
ยามเช้า อากาศสดใส หลังจากมื้อเช้าเขาเดินออกหานางในป้อม
ทหารต่างบอกว่านางออกไปข้างนอก
เขายืนคิดหน้าประตูว่าจะออกไปตามหา หรือรอให้นางกลับมาค่อยมอบยาขวดนีให้นางใช้หลังจากนี้ไป
หนิงเอ๋อ..
นางมานั่งร้านขายยาที่ชานเมือง นั่งตรวจอาการเขียนเทียบยา ผู้คนตรวจเสร็จก็เดินไปสั่งยา บางคนไม่มีเงิน นางก็ดูว่าโรคเบาหรือหนัก ใช้สมุนไพรที่หาเองได้มั้ย ถ้าได้ก็แนะนำไป
ชาวบ้านบางคนอ่านหนังสือไม่ได้ เขียนบอกไปก็อ่านไม่ออก
หนิงเอ๋อเลยมีงานเพิ่ม หลังตรวจโรคยืนสอนหนังสือให้คำที่ใช้บ่อยๆ กับชาวบ้าน
แม้ไม่ถูกหลักการสอนไปบ้างแต่ชาวบ้านที่ต้องทำมาหากิน ซ้ำตนยังไม่ได้มีเวลามาสอนบ่อย จำต้องสอนคำและตัวอักษรที่น่าจะใช้บ่อยๆให้พวกเขา
อย่างน้อยก็สอนเขียนอ่านชื่อตนเอง คิดเลขง่ายได้
เด็กๆต่างพากันมาเรียนกับนางที่ร้านขายยาที่ชานเมือง ที่นี่ใต้ต้นไม้ใหญ่มีโขดหินและบริเวณให้เด็กๆนั่งเรียนกัน
บัดนี้นางไม่ใช่แค่ท่านหมอ
ยังเป็ท่านครูที่ชาวบ้านนับถือ
ข้างร้านขายยาไม่ไกล ยังมีร้านพุทราเชื่อมและขนมเซาปิ่ง จนเด็กๆ มองแต่ขนมไม่มีสมาธิเรียน
หนิงเอ๋อพยามเรียกสติเด็กๆครั้นจะซื้อขนมเลี้ยง ถ้าให้คนหนึ่งคนอื่นๆ ก็ต้องให้ นางมีเงินพอแค่ซื้อกับข้าวของสดกลับไปทำกับข้าวให้คุณชายแค่นั้น
“นี่เ้าของร้าน เซาปิ่งร้านเ้าหอมนัก พอจำนวนเด็กๆ ที่นั่งตรงนั้นหรือไม่”
เสียงนี้ดังขึ้น เสียงบุรุษผู้นี้น่าฟังนัก ผู้คนล้วนหันไปมอง
ร้านเซาปิ่งตอบ
“มีครับนายท่าน จะรับกี่ชิ้นครับ”
“เอาเท่าจำนวนเด็กๆ ที่ตั้งใจเรียน หากถามตอบคำถามกับท่านครูน้อยท่านนี้ได้จนนางพอใจ จึงจะได้ขนมกันคนละหนึ่งชิ้น หาไม่แล้ว แม้แต่ผงแป้งที่เลอะขอบแผงขายก็อย่าหวังจะได้แตะ”
บุรุษหนุ่มคนนี้รูปงามกิริยาสง่าเรียบร้อย แต่ไม่ลดความร่าเริง สตรีมองเขาก็ล้วนชมชอบ บุรุษมองเขาก็หาได้หมั่นไส้รังเกียจ
หนิงเอ๋อยิ้มขอบคุณ แล้วหันมาสอนต่อ
ผ่านไปหครึ่งก้านธูป หนิงเอ๋อเห็นว่าควรพัก หันมาหาบุรุษหนุ่ม
“ข้าพอใจกับการเรียนของพวกเขา มิทราบคุณชายท่านนี้จะยังอุดหนุนเซาปิ่งเลี้ยงเด็กๆอยู่หรือไม่คะ”
“เซาปิ่งทั้งร้าน ข้าเหมาไว้แล้ว ลูกค้าขาจรอย่าหวังจะมาหยิบจ่าย”
เขาพูดเชิงยอกเย้าล้อเล่น รอยยิ้มทำให้ผู้คนพากันยิ้มตาม
เด็กพากันวิ่งกรูกันไปที่ร้านเซาปิ่ง
บุรุษหนุ่มหันมาถาม
“แม่นางน้อย ยังสอนต่อมั้ย?”
“ยังสอน”
นางตอบจบ เขาหันมาหาเด็กๆ
“พวกเ้าได้ยินแล้ว หากรอบต่อไปร่ำเรียนจนท่านครูพอใจ ข้าจะเลี้ยงพุทาเชื่อมคนละไม้ติดมือกลับบ้านไป”
พวกเด็กพากันร้องดีใจ
คนที่ดีใจยิ่งกว่าคือเ้าของร้นพุทราเชื่อม
หนิงเอ๋อยิ้มหัวเราะ
“ดูท่าท่านเป็นักบุญ ทุ่มเงินเลี้ยงเด็กไม่อั้น แต่ข้ามีข้อสงสัย”
“ท่านครูสงสัยอันใด?”
“ถ้าท่านใจบุญจริง ไหนเลยยังมีคนอดอยากในเมือง ข้าไม่ได้เรียกร้องให้ท่านบริจาค เพียงแต่สงสัย ก่อนนี้ทำไมไม่มีท่านผู้ในดีปรากฎ?”
หนิงเอ๋อไม่ใช่สตรีทั่วไปนางแม้จะซื่อ แต่บางครั้งก็ฉลาด หากไม่ทดสอบจุดประสงค์ของบุรุษหนุ่มรูปงามที่ไม่น่ามาถึงชานเมืองที่แทบจะไร้ร้านรวงแถบนี้ นางยากจะเชื่อใจ
เขายิ้มตอบ
“นั่นเพราะก่อนนี้ไม่มีท่านครูและท่านหมอใจดี ข้าไหนเลยจะเที่ยวเดินแจกขนมตามบ้านให้เด็กๆ ไหว”
“ฮิๆ มีเหตุผล ท่านจะแจกอีกเท่าไหร่?”
“หวังว่าท่านครูไม่ได้สอนทุกวัน ไม่งั้นข้าคงหมดตัวก่อน”
ทั้งคู่หัวเราะกัน
หลังจากเรียนรอบหลังจบ เด็กได้พุทราเชื่อมคนละไม้คนไหนกินหมดไวก็มาวิ่งเล่นกับหนิงเอ๋อและบุรุษหนุ่มที่ไม่ถือตัว
ขณะวิ่งนางถามขึ้น
“นี่..”
“อะไร?”
“ท่านมีชื่อเรียกมั้ย?”
“ไม่มี”
“โป้ปดนัก ตอบมาท่านชื่อเรียกว่าอะไร?”
“ข้าชื่อจู.....”
หนิงเอ๋อไม่ทันมอง เหยียบหลุมใต้กองใบไม้เท้าพลิก จนล้มออกข้าง
“ว้าย”
บุรุษหนุ่มรีบคว้านางไว้ แขนโอบช้องแผ่นหลัง มือััเนื้อสีข้างประคองไว้ทัน
ตอนนี้นางอยู่ในอ้อมอกเขา
“เ้าเป็ไรมั้ย?”
“ไม่ค่ะ”
หนิงเอ๋อมีสติพอจะรู้ตัวว่านางไม่ได้ใส่ยาเพิ่มกลิ่นตัว บุรุษที่ไม่โดนกลิ่นเหม็นกลบจมูกปันสติรับรู้เมื่อััต้องตัวนางย่อมต้อง....
มือเขาจัวลำตัวนางแน่นขึ้นดึงยกขึ้นมาชิดตัวเขาเข้าไปอีก
นางรีบพลักออก
“โอ๊ย..”
ขานางเจ็บ
“บ้าจริง มือเพิ่งหาย ขาก็เจ็บ วันนี้มีฝึกกระบี่ด้วย”
บุรุษหนุ่มเข้ามาดูนั่งทรุดกายลง ยกเท้านางขึ้นมาวางบนเข่าของเขาที่นั่งชันเข่าไว้
หนิงเอ๋อใ
“ว้าย ... ท่านจะทำอะไรน่ะ!?”
“ก็ดูเท้าเ้าไง”
เขาถอดรองเทานางออก
“เซี่ยวเอ๋อมานี่”
เสียงตวาดดังขึ้น เด็กๆ ที่หยุดเล่นเพราะหนิงเอ๋อเจ็บพากันสะดุ้ง แม้แต่นางก็สะดุ้ง
“คุณชาย!”