ตอน 12 ย้อนรอยอดีต
ณ ห้องโถงในวังหลวง
เสียงรายงานจากขันที
"ฝ่าา... ท่านแม่ทัพหลานเจาฝูและองค์หญิงสามมาถึงแล้ว..."
"ให้พวกเขาเข้ามา..."
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้ามาในห้องโถง... วินาทีนั้นฝ่าากับซื่อฟูเหรินต้องตกตะลึง
"จิ่นเอ๋อร์ลูกข้า..แม่ดีใจจริงๆที่พบเ้า"
"อืม...ทั้งสองพวกเ้าช่างเหมาะสมกันนัก ดีๆ เสริมบารมีให้กัน วันนี้ข้าพึงพอใจนัก"
"ข้าประทานที่ดินหลวง ให้เป็สมบัติของขวัญแก่พวกเ้า 30 ที่ ผ้าไหมทอง 10 ผืน หยิกแกะสลัก 1 หีบ"
"ดูเอาเถิดลูกข้า...ว่าชายที่พ่อเลือกให้เ้าดีเพียงใด เห็นทีคราวนี้ช่างเหมาะสมนัก"
"จิ่นเอ๋อร์และท่านพี่ คารวะท่านพ่อ คารวะท่านแม่"
"จิ่นเอ๋อร์ขอบพระทัยท่านพ่อที่ประทานสมรสให้จิ่นเอ๋อร์ ได้พบกับท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู ถือว่าเป็วาสนาของจิ่นเอ๋อร์แล้ว"
หลานเจาฝูได้ยินนางพูดเช่นนั้นถึงกับตกตะลึงในคำพูดนางทำตัวไม่ถูก
เหยาจิ่นหยวนเห็นท่าทีมึนงงของเจาฝูนางรีบแอบเอามือไปหยิกท่านแม่ทัพ
"อ๊ะ เอ่อ... เรียนฝ่าาข้า เจาฝูก็พอใจอย่างยิ่งที่ได้แต่งกับนาง ด้วยคำสาบานนี้ ข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุด"
"ฮ่าๆ ดี ดี ช่างดีนัก เจาฝูเ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าฝ่าาก็ได้ ในห้องนี้มีเพียงแค่เรา ถือว่าเป็ครอบครัวเดียวกัน ทำตัวตามสบาย เรียกข้าว่าท่านพ่อกับท่านแม่เถอะ"
"ขอบพระทัยท่านพ่อ เจาฝูน้อมรับ"
"จะเรียกข้าฝ่าาก็เพียงแต่ในเวลาราชการเท่านั้นเถอะ"
"ฝ่าา ท่านสั่งให้บ่าวเอาอาหารเข้ามาเลยหรือไม่"
"เด็กๆ ยกอาหารเข้ามา"
ในห้องโถงวันนี้ เพื่อต้อนรับเหยาจิ่นหยวนและเจาฝูให้ไม่น่าเบื่อหน่าย ฝ่าาก็จัดเรียกนางรำหลวงมาร่ายรำอย่างงดงาม พร้อมกับสั่งห้องเครื่องให้ทำอาหารเลิศรสที่นางชอบ....ทั้งสองร่วมทานอาหารกับฝ่าาและซื่อฟูเหรินจนอิ่มหนำสำราญ พุดคุยเื่ราวต่างๆ อย่างมีความสุข ถึงเวลาที่ทั้งสองต้องขอตัวก่อน
"เอาล่ะ วันนี้ข้ากับพวกเ้าก็คุยกันเกินกว่าครึ่งค่อนวัน ข้ายังต้องมีงานราชการอื่นต่อ ซื่อฟูเหรินก็คงเหนื่อยล้า ควรกลับไปพักผ่อนที่ตำหนัก "
"พวกเ้าไม่ได้มาวังหลวงหลายวัน ถ้าเดาไม่ผิดละก็จิ่นเอ๋อร์ลูกข้าคงคิดถึงวังหลวงไม่น้อย"
"เจาฝู เ้าพาภรรยาของเ้าไปเชยชมบรรยากาศในวังเถอะ"
"น้อมรับคำสั่งของท่านพ่อ เจาฝูและน้องหญิงก็ขอทูลลาฝ่าากับซื่อฟูเหริน"
"อืม...ไปเถอะ..."
ณ วังหลวง...
ทั้งสองเดินเล่นด้วยกันในสถานที่ต่างๆภายในวัง... เพื่อไม่ให้ดูเงียบจนเกินไป...เจาฝูเอ่ยถามเหยาจิ่นหยวน
"ฮูหยิน...วันนี้ได้พาเ้ามายังถิ่นฐานเดิมของเ้า เ้าดีใจหรือไม่"
"ดีใจสิ ท่านไม่เห็นหรือว่า...วันนี้ท่านพ่อกับท่านแม่พึงำอใจท่านขนาดไหน"
"เหยาจิ่นหยวน...ก่อนที่เราจะกลับจวนสกุลหลาน เ้าที่ใดอยากไปอีกหรือไม่ ข้าจะไปเป็เพื่อนเ้า เกรงว่ากลับไปคราวนี้ยากที่จะเข้ามาในเมืองหลวงอีก"
"ที่ที่ข้าอยากไป คงจะเป็ตำหนักเฉวียนสือ และสระบัวหลังวัง"
"ถ้าเช่นนั้นจะไม่ได้มาวังหลวงอีกนาน ข้าจะจัดเตรียมสิ่งของที่ข้าส่งไปไม่หมด ให้บ่าวเอาไปด้วยที่จวนสกุลหลาน"
"ได้ เ้า้าสิ่งใดข้าตามใจเ้าทั้งนั้น"
เหยาจิ่นหยวนพาเจาฝูตรงไปที่ตำหนักเฉวียนสือที่ตนเคยอาศัยอยู่ั้แ่เด็กจนโต...
เมื่อเข้าไปถึงตำหนัก เจาฝูก็เดินชมรอบๆ
"เจาฝู งั้นท่านเดินชมรอบๆไปเองนะ ข้าจะจัดเตรียมของ เลือกของที่ข้าจะเอากลับไปด้วยสักหน่อย"
"อืม ตามใจเ้า..."
ในขณะนั้น... เจาฝูกลับต้องสะดุดตาเมื่อไปเห็นว่าวที่อยู่ในตำหนักของนาง ว่าวผืนนี้เหมือนว่ามันจะเก่ามาก ด้วยความสงสัย เจาฝูหยิบมันมาดูให้ดี จนกระทั่งนึกออกได้ว่า ว่าวนี้เป็ว่าวของตนเมื่อครั้งยังเด็ก
นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อน
***เมื่อครั้งอุทยานหลวงมีงานเลี้ยงรื่นเริง... เจาฝูน้อยแอบไปเล่นว่าวในวังหลวงไม่ยอมอยู่ในงานเลี้ยง กระทั่งไปพบเด็กสาวนั่งวาดภาพทิวทัศน์อยู่หน้าตำหนัก
เจาฝูน้อยเดินเข้าไปหานาง...พร้อมกับพูดว่า
"เช่นนั้นเ้าก็คงไม่มีเพื่อนเลย... คนทั้งหมดในวังต่างไปร่วมงานเลี้ยง... แต่เ้ากลับมาวาดภาพอยู่ที่ห่างไกลเช่นนี้เพียงคนเดียว.. เอาเถอะข้าจะเป็เพื่อนกับเ้าเอง...ท่านพ่อของข้าบอกว่าเป็ผู้ชายต้องไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด หากอ่อนแอกลัวแม้กระทั่งหญิงสาวตัวน้อยเช่นเ้า. เช่นนั้นข้าหลานเจาฝูคงไม่อาจดูแลภรรยาได้"
เหยาจิ่นหยวนนางหัวเราะออกมาด้วยความไร้เดียงสา
"ฮ่าๆ เ้าช่างมีอารมณ์ขันนัก อายุเพียงแค่นี้เ้าก็คิดถึงภรรยาในอนาคตเสียแล้ว...ดูท่าผู้ใดได้เป็ภรรยาของเ้า...คงจะโชคดีไม่น้อย"
"แน่นอน...ข้าเป็ชายย่อมต้องวางแผนให้ดี"
"เช่นนั้นเ้าอยากเป็ผู้หญิงที่โชคดีหรือไม่..."
"ข้าย่อมอยากโชคดีอยู่แล้ว คำถามของเ้าช่างฟังดูพิลึก"
"ได้สิ เช่นนั้นเ้ารอข้า... โตขึ้นข้าจะมาสู่ขอเ้า"
เหยาจิ่นหยวนนางยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย พยักหน้าตอบรับ... ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญากัน...
ทันใดก็มีบ่าวรับใช้สองคนร้องเรียกะโเสียงดัง...
"คุณชาย!! คุณชาย!! คุณชายเจาฝู...ท่านอยู่ที่ไหน... ได้ยินบ่าวหรือไม่"
หลานเจาฝูมีท่าทีรีบร้อน
"งั้นข้าคงต้องรีบไปแล้ว...หากท่านพ่อรู้เข้าว่าข้าแอบมาวิ่งเล่นเขตต้องห้ามเช่นนี้ต้องโดนลงโทษแน่"
คุณชายหลานเจาฝูพูดจบก็รีบวิ่งออกไป...ลืมเอาว่าวของตัวเองไปด้วย...
เมื่อเจาฝูจำเื่ราวทั้งหมดได้ ก็พึมพำกับตัวเอง
"นี่ เป็นางหรือนี่ ข้าเกือบลืมไปแล้ว... แท้จริงแล้วข้าเคยพบนางเข้าแล้วเมื่อ 10 ก่อน ช่างบังเอิญเสียจริง"
เจาฝูเก็บว่านั้นไว้กับตัว และเดินต่อไปอีก พบผ้าคลุมรบสีแดงของตนแขวนไว้เป็อย่างดี
"นี่มันก็ผ้าคลุมของข้า... หรือว่า แม่นางผู้หนึ่งที่ข้าเคยช่วยเหลือจากสระบัวเมื่อนานมาแล้วเป็นางเช่นนั้นหรือ!!!"
เจาฝูต่อว่าเทพเซียนซะยกใหญ่
"พระผู้เป็เ้า เทพเซียนทั้งหลาย นี่พวกท่านเล่นตลกอะไรกับข้ากันแน่ ฮ่าๆ หากข้ากับนางเป็เนื้อคู่กัน เหตุใดไม่มีสัญญาณบอกเหตุแม้แต่น้อย นี่พวกท่านเล่นให้ข้ากับนางพบกันั้แ่เด็ก แล้วทิ้ง่ไปนานขนาดนั้น "
"แท้จริงแล้ว แม้นางผู้นั้นที่อยู่ในใจข้ามาโดยตลอดั้แ่ยังเด็ก ไม่ใช่ผู้ใด...แต่เป็ภรรยาของข้าเช่นนั้นหรือ"
"งั้นถือว่าคำสาบานที่ข้าเคยให้นางไว้ตอนเด็กว่าจะแต่งกับนางก็เป็จริงแล้ว"
"เสียดายเวลาที่หลายปีนี้ ข้าเฝ้าตามหาเด็กน้อยที่ขโมยหัวใจของข้าผู้นั้นมาหลายปี กลับกลายเป็เ้าที่อยู่ไม่ไกลจากข้า"
ไม่นานอยู่ดีๆ เสียงฟ้าก็คำราม สายฟ้าฟาดอย่างแรงโดนกิ่งไม้หน้าตำหนักหักโครม
เจาฝูอุทานออกมา
"ท่านเทพ พวกท่านไม่มีสิทธิมาพิโรธคำพูดของข้า ควรเป็ข้าที่ตำหนิพวกท่านมันถูกต้องที่สุดแล้ว"
เหยาจิ่นหยวน...นางใกลัวเสียงฟ้ามาก รีบวิ่งมาหาเจาฝู ไถ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ...
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่.... ข้ากลัว"
ในขณะที่กลัวนั้น นางเหลือบไปเห็นว่าเจาฝูหยิบเอาผ้าคลุมรบสีแดงที่ตนแขวนไว้มาถือ และเอาว่าวที่นางคอยถนุถนอมมาถือ... นางโวยวายด้วยความโมโห!!!!! แย่งของจากมือสามี พร้อมทั้งต่อว่าทันที จนลืมไปว่าตัวเองกำลังหวาดกลัวเสียงฟ้าร้อง...
"นี่ท่าน !! ท่านหยิบสิ่งของของข้าแบบนี้ได้อย่างไรกัน ท่านจะแตะต้องสิ่งใดในตำหนักข้าก็ได้แต่สองอย่างนี้เป็ของต้องห้าม"
"จะต้องห้ามได้อย่างไรกัน ของสองสิ่งนี้สำคัญกับฮูหยินของข้าอย่างไรกัน"
"เ้าลองนึกดูให้ดีแล้วบอกกับข้า..."
"ข้าจำได้แล้ว!!!! ผ้าคลุมสีแดงผืนนี้ เป็ของท่าน นี่!!! เป็ท่านหรอกหรือที่ช่วยข้าจากสระบัวครั้งก่อน"
"ฮ่าๆ ถือว่าภรรยาของข้ายังเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง"
เหยาจิ่นหยวน ยื่นผ้าคลุมคืนให้เจาฝู
"งั้นท่านเอาของท่านคืนไป... ข้าไม่้า"
"ฮ่าๆ เช่นนั้นหรือ ฮูหยินข้า เ้าจะปากแข็งเกินไปแล้ว เมื่อครู่เ้าพึ่งบอกว่ามันเป็ของสำคัญของเ้า"
"ใช่ มันเคยเป็ของสำคัญของข้า เพราะเป็ของคนที่เคยช่วยข้า หากตอนนี้ละก็ข้ารู้ว่าเป็ของท่าน มันก็ไม่สำคัญสำหรับข้าอีกต่อไปแล้ว"
เจาฝูอมยิ้มด้วยความเอ็นดู รับผ้าคลุมนั้นไว้
"ได้ๆ ข้าไม่เถียงภรรยาของข้าเด็ดขาด"
"วันนั้นข้าคลุมผ้าให้เ้า เพราะร่างของเ้าเปียก ใส่ชุดบางข้ากลัวเ้าจะหนาว อีกทั้งชุดนั้นยังบางเสียจนข้าเห็นส่วนโค้งส่วนเว้าของเ้า ข้าจึงตัดสินใจคลุมให้เ้าไป "
"แต่วันนี้ที่ข้าให้เ้า เหตุผลไม่เหมือนกัน... ข้าขอมอบผ้าคลุมรบคืนให้ภรรยาของข้า"
เหยาจิ่นหยวนทำสีหน้ามึนงง
"ท่านนี่ชักจะบ้า พูดไม่เข้าใจหรืออย่างไรว่าข้าคืนท่าน มันไม่สำคัญกับข้าแล้ว"
"แต่สิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้มันสำคัญต่อข้าและเ้ามาก"
"ตามธรรมเนียมจีนโบราณของสกุลนักรบเช่น สกุลหลานของข้า หลายชั่วรุ่นอายุคน มีความเชื่อว่า ผ้าคลุมรบของตนจะมอบให้เป็สิ่งแทนใจแก่หญิงที่ตนรัก ถือเป็เกียรติอันสูงสุด"
"ดังนั้นข้ามอบมันให้เ้า แปลว่าข้ารักเ้า ชั่วชีวิตนี้มิขอคืนคำ"
เหยาจิ่นหยวนได้ยินเช่นนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูก นางรู้สึกเขินอายมาก... เพื่อขจัดปัญหา นางแกล้งเปลี่ยนเื่คุยเบี่ยงเบนประเด็น
"แล้วท่านแม่ทัพอย่างท่านเหตุใดจึงให้สนใจกับว่าวของข้า"
"ใช่ว่าวของเ้าซะที่ไหนกัน... ว่าวน้อยอันนี้ก็คือของข้าเจาฝูอีกนั่นแหละ"
"ท่านว่าไงนะ ท่านต้องเข้าใจอะไรผิดไปแล้วแน่ๆ"
เจาฝูเดินไปกอดเหยาจิ่นหยวนจากด้านหลังด้วยความอบอุ่นนิ่มนวล
"จิ่นหยวน...ข้าเว้าตามหาเ้ามานานหลายปี และแล้วข้ากก็ได้สมหวังเสียที"
"ครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยเ้า....เ้าไม่รู้หรือ ว่าข้าคือเด็กน้อยผู้นั้น"
"เด็กน้อยที่เมื่อ10ปี หลงมาที่ตำหนักของเ้าทำว่าวใบเล็กหล่นไว้ ด้วยความรีบร้อน กลัวท่านพ่อลงโทษ ข้าต้องรีบไป... ทิ้งเพียงว่าวนี้ไว้กับเ้า"
"จำได้หรือไม่ ว่าข้าเคยสัญญาไว้ว่าจะสู่ขอ จะแต่งกับเ้า ให้เ้าได้เป็หญิงที่โชคดีที่สุดในใต้หล้า"
จิ่นหยวน ใมาก
"ท่านพูดเื่จริงหรือ"
นางพึมพำกับตัวเอง
"ต้องเป็เื่จริงแน่ เื่นี้ข้าไม่เคยปริปากบอกผู้ใด เจาฝูรู้ละเอียดเช่นนี้ ย่อมไม่ผิดแน่"
จิ่นหยวนหันหน้าไปถามเจาฝูด้วยความคับข้องใจ
"เช่นนั้น เหตุใดท่านต้องตามหาข้า..."
"เพราะเ้าคือแม่นางผู้เดียวที่อยู่ในใจข้า ข้าตกหลุมรักเ้าั้แ่เมื่อนั้น"
"แต่ท่านไม่เคยเห็นหน้าข้านะ ข้าจำได้ว่าข้าปิดหน้าไว้ตลอด"
"จิ่นหยวน.... ไม่สำคัญหรอกว่าเ้าจะงดงามเพียงใด... ตอนนั้นข้าสนแต่ เ้ามีไมตรีต่อข้า ดูไม่ร้ายกาจเหมือนผู้อื่น"
"ั้แ่กลับจวนไปในวันนั้น ข้าขอร้องท่านพ่อให้พาข้าเข้าวังอีก เพื่อที่ข้าจะไปเล่นกับเ้า... แต่ท่านพ่อไม่ยินยอมพาข้าเข้าวัง"
"แน่นอนสิ มิใช่ว่าวังหลวงแห่งนี้จะยอมให้ลูกขุนนางมาวิ่งเล่นได้"
"เมื่อข้าโตมา ข้าจึงเข้าใจ"
"หลายปีนี้ ท่านพ่อรู้ว่าข้าอยากติดตามเข้าวังหลวงมาก...ท่านพ่อก็เอาเื่นี้มาเป็เครื่องยึดเหนี่ยวข้า"
"ท่านพ่อบอกว่าหากข้าอยยากเข้าวังได้ตามอำเภอใจล่ะก็ ข้าจะต้องฝึกวิชารบและฝึกวิชาความรู้ให้ดี จึงจะเป็ขุนนางที่โปรดปรานได้"
"กระทั่งท่านพ่อของข้าจากไป ข้าจึงได้ขึ้นเป็ขุนนาง เป็แม่ทัพสืบทอดสกุล..."
"ในวันที่เ้าตกน้ำ วันนั้นเอง ก็เป็วันที่ข้าเพิ่งได้รับตำแหน่งกลับมาจากการรบ"
"ข้าเลือกที่จะมาในสถานที่แห่งนี้เพื่อหวังตามหาเ้า แต่ไม่คิดเลยว่าจะพบว่าแม่นางผู้หนึ่งที่กำลังตกน้ำสภาพเหมือนลูกเป็ดที่น่าสงสาร"
"ฮ่าๆ บัดนี้ได้กลายเป็ภรรยาของข้าเสียแล้ว"
จิ่นหยวน...ฟังทั้งหมดด้วยความซาบซึ้งใจ....
"ทั้งหมดนี้ท่านพูดจริงหรือ"
"จิ่นหยวนของข้า ข้าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องโกหกสร้างเื่หลอกลวงเ้า... "
เจาฝูโน้มตัวลงไปจูบจิ่นหยวนอย่างนุ่มนวล พอจูบเสร็จ...ก็ได้เอ่ยบางคำออกมา
"จิ่นหยวน... เ้ายินดีจะมีใจให้ข้าบ้างหรือไม่ "
จิ่นหยวน...รู้สึกเขินอาย
"ข้าไม่ขอปิดบังท่าน และไม่ขอปิดบังความรู้สึกในหัวใจของตนอีกต่อไปแล้ว"
"เจาฝู.... ข้ารักท่าน..."
"ข้ารู้สึกว่า ในใจของข้าก็มีท่านอยู่บ้าง ข้าไม่รู้ว่าใจของข้ามีท่านั้แ่เมื่อไหร่ เมื่อข้ารู้ตัวอีกที ข้าก็มิอาจลืมเลือนท่านได้แล้ว "
เมื่อพูดจบลง บรรยากาศช่างดูหวานซาบซึ้ง...ครั้งนี้ จิ่นหยวน นางดึงชายอาภรณ์ของเจาฝู ให้โน้มลงมาจูบนาง
ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม...