" ริษา พรุ่งนี้บอกพ่อเธอด้วยนะว่าฉันจะเข้าไปหาท่านที่กรมตอน บ่าย 3 โมง หลังตรวจคนไข้เสร็จแล้ว “ เทียนบอกกับริษา ก่อนเดินทางกลับบ้าน
พอถึงบ้าน เทียนก็ได้ยินเสียง เรียกจากท่านเ้าที่
“วันนี้มีคนมาแปลกหน้า 10 คน มีอาวุธทันสมัย ซุ่มอยู่ ชายป่า และ เดินไปเดินมา อยู่ปากทางเข้า ท่าทางไม่หวังดี ระวังตัว ด้วย ตัวข้านี้ไม่สามารถ ยุ่งเกียวกับเื่มนุษย์ ได้ แต่บอกข่าวได้อย่างเดียว"
" เท่านี้ก็ขอบคุณมากแล้วครับท่านเ้าที่" พอลงจากรถอาจง รีบรายงาน
" นายท่านใหญ่ได้ส่งกำลังพิเศษ มาประจำอยู่ที่ 15 คน คอยอารักขาคุณนายสี่และน้องสาวคุณชาย แต่ว่าอยู่รอบนอก ไม่ได้เข้ามาในบริเวณบ้าน"
" ดี แล้ว ก่อนเข้ามาฉันเห็นมีบุคคลต้องสงสัย อยู่ 10 คน ซุ่มอยู่ชายป่า บริเวณทางเข้า บอกพวกหน่วยพิเศษให้ไปจัดการด้วย" เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อาจง สงสัยคุณชายรู้ได้ยังไง ชายป่า ทางด้านนั้นห่างจากตรงนี้ เกือบ 2 กิโล แต่ด้วยความเชื่อมันตัวคุณชาย เลยไปบอกหัวทีมชุดนี้ให้ไปตรวจสอบดู
เทียนกำลังกินข้าวกับแม่ และน้อง และเทียนก็บอกกับแม่ว่า
" แม่อีกซักครู่จะมีเสียงประทัด ดังหลายชุด แม่ไม่ต้องห่วงนะ เมื่อตอนเข้ามาเห็นมีเด็กหลายคนถือประทัดเล่นกันอยู่ เดี๋ยวคงดัง ลั่นแน่เลย“ ไม่ทันขาดคำเสียงปืนก็ดังรัว หลายสิบนัด ไม่เกิน 2 นาทีก็เงียบเสียง
"เด็กที่ไหนกันนะ มาเล่นประทัดแถวนี้ถ้ารู้ตัวจะเรียกมาตีซะให้เข็ด” แม่พูดอย่างสงสัย แต่เทียนได้แต่ยิ้ม แล้วบอกแม่
" ไปนอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า"
เช้าตื่นขึ้นมา อาจง มารายงานแต่เช้า
"เมื่อคืนมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย จริงตามที่คุณชายบอกมา แต่ขับไล่ไปหมด แล้ว ไม่มีใครเป็อะไรทั้งสองฝ่ายอีกฝ่ายได้รับการฝึกมาดีทีเดียว พอรู้ว่าพวกเราไปถึงก็ ไม่สู้แตกหัก ยิงสกัดพวกเราและถอยขึ้นรถที่เตรียมไว้ขับหนีไปทันที" เทียนได้แต่พยักหน้า แล้วขึ้นรถไปไม่พูดอะไร
วันนี้เป็วันที่ 2 ของการรักษา ทุกคนมีประสบการณ์จากเมื่อวาน แล้ววันนี้ก็เลยคล่องตัวกว่าเมื่อวานมาก ทั้งคุณหมอสองคนก็เริ่มฝึกจับชีพจรได้บ้างแล้วแต่ ยังไม่ชำนาญ เท่าไรนัก ส่วนนักศึกษาแพทย์ ทั้งหมดเริ่มรู้ระบบบ้างแล้ว ไม่ติดขัดอะไร เหมือนวัน แรก วันนี้ 230 คน เสร็จบ่าย 2 พอดี
เสร็จแล้วเทียนก็ ไปที่กรมตำรวจต่อทันที พอถึงกรมตำรวจ มีเ้าหน้าที่พาเทียนเข้าไปในห้องประชุมทันที ก่อนเข้าห้องประชุม ท่านอธิบดี ได้ให้เทียนมาพบที่ห้องก่อน ภายในห้อง มีชายสูงวัยผู้หนึ่ง นั่งอยู่ข้างหน้า ท่านอธิบดี ยังไม่ท่านพูดอะไร ลุงหานก็ลุกขึ้นบอกเทียนว่า
“ อาเทียน นี่คือปู่รองนายพลซูยี่ ผอ.หน่วยป้องกันพิเศษ" เทียนรีบทำความเคารพ ทันที
“ ท่านปู่รอง ท่านอธิบดี” ปู่รองได้มองอาเทียนอย่างละเอียด และเอ่ยว่า เหมือนพ่อเธอไม่มีผิด หากเขายังมีชิวิตอยู่ต้องภูมิใจในตัวเธอมาก อาเทียนวันนี้ จะมีผู้นำหลายฝ่าย ตั้งคำถามเธอมากมาย ปู่รองก็ต้องถามเธอด้วยเช่นกัน คำถามที่สำคัญคือเื่สมบัติอย่างแน่นอน จะคิดไว้หรือยัง ว่าจะตอบว่าอย่างไร “
"คิดไว้แล้วคับ” เทียนตอบ
"ดีดี เพราะสมบัติเ่าั้เป็สมบัติของชาติ หากชาติใดได้ไป จะเปลี่ยนจากกำลังพัฒนาเป็พัฒนาทันทีเลยเธอรู้หรือเปล่า “ ปู่รองกล่าว
"เข้าใจครับ" เทียนพยักหน้า แต่ในใจบอกว่าฝันไปเถอะไม่มีใครจะเอาไปได้หรอก
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้วพวกเราไปกันเถอะ “
ในห้องประชุม มีโต๊ะแบ่งเป็ครึ่งวงกลม มี่ผู้นำฝ่ายความมั่นคง นั่งซ้ายผู้นำฝ่ายป้องกันพิเศษ นั่งขวา ถัดมาเป็ท่านอธิบดีกรมตำรวจ และต่อมามีรองผู้นำต่าง ๆ ด้านซ้าย ขวารวม 10 คน และที่ตรงกลางคือ รองผู้นำประเทศ ให้เกียรติมาถามเองเลย ส่วนเทียนนั่งเก้าอี้ อยู่ตรงกิ่งกลาง พอดีเลยผู้นำฝ่ายมั่นคง เปิดคำถามก่อนเลย
“ หมอเทียน ถามเข้าเื่ตรงประเด็นเลยคุณเข้า ไปในหุบเขาแห่งความตาย แล้วเห็นสมบัติบ้างไหม"
“ ไม่เห็นครับ “ เทียนตอบชัดถ้อยชัดคำ เก้าอี้ส่งไฟสีเขียวแสดงว่าไม่โกหก
เทียนเพิ่งรู้ว่าเก้าอี้ที่เขานั่ง มีเซ็นเซอร์ จับสัญญาน หัวใจในตัวเขาด้วย แต่พวกเขาหารู้ไม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ฝึกระดับ จิตวิญญานขั้นต้นแบบนี้ สามารถบังคับ ได้แม้แต่สิ่งของ ให้เคลื่อนไหว สำหรับหัวใจ ยังไงก็ไม่มีทางเต้นผิดปกติง่าย ง่าย ปู่รองเลยพูดต่อว่า
“อาเทียน เล่าให้ฟังหน่อยซิ ว่าเธอเข้าไปข้างในนั้นได้อย่างไร และข้างในมีสภาพเช่นไร แล้ว บอกด้วยว่าออกมาได้อย่างไร “ ทุกคนต่างพยักหน้า เพราะก็อยากรู้เื่นี้เช่นกัน
“เริ่มจาก ผมได้ไปออกค่ายที่เผ่าแม้ว แล้วมีวันหนึ่ง ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเข้าในหัว เชิญผมเข้าไปข้างใน หุบเขาแห่งความตาย แล้ววันนั้นเอง ก็ได้มีกองกำลังของเผ่าเสือดำได้ยิงรองหัวหน้า รปภ.ที่นั่น ผมได้ทำการรักษา อยู่ในขณะนั้นกองหน่วยลาดตระเวณเผ่าแม้ว แจ้งมาว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะบุกเผ่าแม้ว ผมจึงแจ้งขอกำลังไปทางลุงใหญ่ว่า มีกองกำลังอื่นจะมาบุก ให้ส่งกำลัง
มาช่วยด้วยและให้แจ้งรัฐมนตรี จักร และท่านอธิบดีกรมตำรวจด้วยว่าลูกของท่านก็อยู่ด้วย หลังจากนั้น ก็มีกองกำลังมาช่วยเอาไว้ได้ พอพวกเราจะเดินทางกลับผมกลับได้ยินเสียงดังในหัวมากขึ้น บอกว่าเธอคือเ้าม่านฟ้า ผมเลยถามท่านหัวเผ่าว่าเ้าม่านฟ้าเป็ใคร หัวหน้าเผ่าเลย เล่าเื่หุบเขาแห่งความตายให้ฟังว่า
เ้าม่านฟ้าเป็พี่สาวของบรรบุรุษของเผ่าแม้วว่าวันใดมีผู้ได้รับคำเชิญจากเ้าม่านฟ้า ให้มอบของบางอย่างให้เขา แล้วพาเข้าไปในหุบเขาแห่งความตาย เื่นี้ลุงหาญ และ ริษา ลูกท่านอธิบดีก็อยู่ด้วยเช่นกัน ท่านอธิบดีได้พยักหนาพร้อมกับลุงหาญ “เล่าต่อเถอะ” ปู่รองเร่ง
"จากนั้นผมเลยต้องเข้าไปเพราะว่ามันปวดหัวมากถ้าไม่เข้าไปคงหัวะเิตายแน่นอน" เทียนพูดให้เหมือนว่าโดนบังคับเข้าไป
"เดี๋ยวคุณเล่าข้ามไป อะไรที่เผ่าแม้วให้คุณ ผอ.ฝ่ายความมั่นคง ถามด้วยความอยากรู้
" อ้อลืมบอกไป มันเป็ลูกแก้วที่บรรจุวิญญานของเ้าแสงฟ้าครับ” ทุกคนร้องเสียงอา กัน โลกนี้มีวิญญานจริงจริง หรือ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะมีสัญญานสีเขียวกระพริบขึ้น ทุกคนเงียบ “อาเทียนเล่าต่อ” ปู่รองเร่งอีก
" ตอนที่ไปถึงทางเข้า ค่ายกล์ ได้เปิดอยู่แล้ว ซึ่งมันจะเปิดทุก 50 ปี เพื่อจะล่อให้ผู้ที่โลภมากในสมบัติที่ไม่ใช่ของตน เข้าไปเป็อาหารของผีดิบ ที่อยู่ในนั้น และวิญญานชั่วเ่าั้จะกลายไปเป็พลังงานเพื่อให้ค่ายกล์ ทำงานต่อไปอีก 50 ปี พอเข้าไปในกำแพงหมอก ก็จะเจอค่ายกลมิติเคลื่อนย้าย
คนที่เข้าไปทุกคน จะถูกส่งไปในสถานที่จำเป็ต้องใช้พลังงานวิญญาน และทุกจุดที่ไปนั้นจะมีฝูงผีดิบ ที่เฝ้ารอคอยเพื่อจะกัดกินเืเนื้อ ของผู้คนที่เข้าไปด้านใน พอถูกกัดตาย วิญญานก็กลายเป็พลังงานให้กลับค่ายกล์ต่อไป
และผู้ถูกกัดก็จะกลายเป็ผีดิบอีก ไม่ว่าจะส่งคนไปมากเท่าไร ก็ล้วนตายสถานเดียว เพราะผีดิบเหล่านี้ แข็งแรงมากฟันแทง ยิงล้วนไม่เป็อะไรเลย
ส่วนผมพอเข้าไป ก็ไม่ถูกส่งตัว เพราะกลิ่นอายวิญญานของเ้าแสงฟ้านั้นพาเข้าไป และเดินผ่านเข้าไป เหล่าผีดิบก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะพวกมันััได้ถึงเ้านายเก่าของพวกมัน ส่วนสภาพภายในที่พวกท่านอยากรู้ คือ มีแต่ซากผุพัง
เหมือนเจอทั้งูเาไฟะเิ และแผ่นดินไหวมา เพราะมีซากเผาไหม้ของลาวาด้วย และมีแผ่นดินทรุดตัว เป็แนวยาวไปทั่ว จนกระทั่งมาถึงวิหาญศักดิ์สิทธิ์
วิหารนี้ใหญ่พอกับโบสถ์ ของชาวคริส คล้ายคล้ายกัน แต่ดูวัสดุที่ใช้สร้าเหมือนจะเป็พวกเหล็กหรือสำริด อะไรประมาณนั้น ซึ่งน่าแปลก วิหารแห่งนี้กลับไม่ได้รับผลกระทบต่อเภทภัยที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ร้อยปีก่อนเลย แถมยังดูใหม่ เหมือนเพิ่งสร้างเสร็จ” ทุกคนพอได้ฟังถึงตอนนี้เริ่มมีเสียง คราง ฮือออกมา แม้กระทั่งลุงหาญเองก็ไม่เว้น
"ข้างในคงมีสมบัติหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้างใช่ไหม “ เสียงท่านรองฝ่ายมั่นคงถามมา
"เปล่าเลย ข้างในเป็ห้องโถงโล่งโล่ง ไม่มีวัสดุตกแต่งใดใด แต่รูปปั้นเหล็กสีดำหน้าตาแปลก ตั้งอยู่ด้านใน วิหารเพียงสิ่งเดียว หลังจากนั้น เ้าม่านฟ้าก็ปรากฏร่างออกมาให้เห็น พร้อมขุนพลทั้ง 10 คน เธอเล่าว่า เธอรอผู้ปลดปล่อยมาหลายร้อยปีแล้ว ผมก็ถามเธอว่าทำไมต้องเป็ผม เธอบอกว่าชาติก่อนผม ได้มีความสัมพันธ์กับบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งชาติที่แล้วท่านเป็อาจารย์ของผม
ดังนั้นผมจึงสามารถปลดปล่อยวิญญานทั้งหมดได้ โดยอาจารย์ชาติก่อนได้สอนบทสวดส่งวิญญาน ให้ เหล่าผีดิบเ่าั้ไปสู่ชาติภพใหม่ ผมสวดอยู่ 7 วันผีดิบก็หมดไปหลังจากนั้น ผมก็ถามเื่สมบัติ” ทุกคนหูผึ่งทันที ที่ทนฟังมาทั้งหมดก็รอคำตอบนี้นี่แหละ เ้าม่านฟ้าเล่าว่าสมบัติที่ไปปล้นชิงมานั้น มีอยู่จริง แต่มันเป็สมบัติที่ต้องคำสาป
หลังจากได้สมบัติเ่าั้มา ทั้ง ท่านอาของเธอก็ร่วมกับขุนศึกอีกหลายคนก็รวมตัวก่อกบถ สังหาร บิดาเธอ เพื่อสมบัติ สุดท้าย ท่านอาถูก ขุนศึกร่วมมือกันสังหาร เพื่อแย่งสมบัติ สุดท้ายสมบัติก็ถูกแบ่งกระจัดกระจายไปกับขุนศึกทั้งหลาย สุดท้าย ฟ้าดินพิโรธ ธรณีสูบ ผู้คนล้มตาย มีไฟนรกผุดขึ้นมาแผดเผาทรัพย์สิน สมบัติที่ทุกคนอยากได้นักอยากได้หนา
สมบัติเ่าั้ก็ล้วนถูกเผาทำลายไปแล้วทั้งสิ้น ผู้คนล้มตายกันทั้งเมือง ดังนั้น ทั้งเมืองมีเ้าแสงฟ้าบรรบุรุษของเผ่าแม้วเหลือรอดได้แต่เพียงผู้เดียว “ เทียนสรุปจนจบทุกคนเสียดายที่สมบัติถูกลาวาเผาไปหมดสิ้น
" แล้วคุณไม่ได้อะไรเลยหรือ หลังจากที่ได้ช่วยปล่อยวิญญานเ่าั้" หัวหน้าฝ่ายมั่นคงถามเทียน
" ไม่ได้อะไรเลย" สิ้นเสียง สัญญานสีแดงเตือนดังขึ้น ทุกคนลุกขึ้นจ้อง ไปที่เทียนทันที..