ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมามีการเติบโตมากถึง 8.5 % ส่วนธนาคารโลกถึงกับประเมินว่าจีนจะโตถึง 9.1 % ซึ่งเป็อัตราสูงสุดนับั้แ่วิกฤติเศรษฐกิจเอเชียเป็ต้นมา
แต่การเติบโตนี้เน้นหนักไปทางการขยายตัวจากการลงทุนในอุตสาหกรรมหนักและโครงสร้างพื้นฐานเป็ส่วนใหญ่ ซึ่งเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยตรงน้อย
ตัวเลขจีดีพีที่ปรับสูงขึ้นมาก แต่ประชาชนกลุ่มใหญ่คือเกษตรกรกลับมีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระบบจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนจึงเริ่มกังวลกับความไม่สมดุลของเศรษฐกิจในประเทศ หนังสือพิมพ์ประชาชนรายวัน (พีเพิลเดลี่) ที่เป็กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนถึงกับมีการเขียนถึงความกังวลเื่นี้ในบทบรรณาธิการ
ขณะกำลังอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ณรัชต์ คิดว่าคงถึงเวลาต้องขายหุ้นเดินเรือของเขาแล้ว
เพราะเขาจำได้เลา ๆ ว่า ต่อไปจีนจะเริ่มแตะเบรกชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมหนัก หันไปสนับสนุนการเกษตร ธุรกิจและบริษัทภายในประเทศมากขึ้น
จากเื่นี้ ต่อไปบริษัทเดินเรือของเขาที่ขนแร่ ขนถ่านหิน หรือซีเมนต์ คงมีงานลดลง และน่าจะทำให้ค่าระวางเรือในอนาคตปรับตัวลงแน่นอน
“มีการบ้านวิชาอังกฤษเสริมด้วยเหรอ นะ” เสียงเต้ถามขึ้นด้วยความสงสัยที่เห็นณรัชต์กำลังยืนอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในแถวหน้าเสาธง เพราะปกติวิชาอังกฤษเสริมที่พวกเขาเรียนมักมีการบ้านเป็การแปลข่าวหรือบทความภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์อยู่บ้าง
ธุรกิจเดินเรือเกี่ยวข้องกับต่างประเทศมาก ณรัชต์จึงต้องอ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศบ้างเพื่อจะได้รับรู้มุมมองจากสื่อต่างประเทศ นอกจากสื่อไทยด้วย
“ติดมือมาบังแดดอะ” ณรัชต์เปลี่ยนเป็ยกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบังแดดพลางเหลียวมองไปที่หน้าเสาธงบริเวณในร่มหน้าอาคารที่ตอนนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนกำลังพูดเื่อะไรไม่รู้ยาวเหยียด ปล่อยนักเรียนตากแดดหัวแดงหลังเคารพธงชาติมาได้เกือบยี่สิบนาทีแล้ว
“ผอ. พูดเื่อะไรเหรอ” เขาถามเต้
“ระเบียบกับความสามัคคีอะไรนี่ล่ะ กีฬาสีใกล้ถึงแล้วนี่” เต้ตอบ พร้อมกระพือเสื้อไล่ความร้อน
ตอนนี้ณรัชต์ขายหุ้นบริษัทชิปปิ้ง L สามหมื่นหุ้น ที่ราคา 18 บาท และหุ้นบริษัทขนส่ง A ที่ราคา 31 บาทแล้ว ได้เงินสดราว 726,000 บาท ส่วนหุ้นบริษัทเดินทะเล C เขายังไม่ได้ขาย เพราะสะดุดใจกำไรกับราคาหุ้นที่ถือว่าได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นอีกสองบริษัทที่เหลือ
พอเขาลองหาข่าวอ่าน ก็เจอข่าวที่บริษัทเดินทะเล C อาศัยจังหวะที่ได้เงินมาจากรายได้ที่สูง่ค่าระวางเรือขึ้นซื้อเรือคอนเทนเนอร์เพิ่มจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจเล่มหนึ่ง ซึ่งการซื้อรายการนี้ทำให้มีค่าใช้จ่ายไปกดตัวเลขกำไรให้ดูน้อยกว่าที่ควรจะเป็ นี่จึงเป็สาเหตุหนึ่งที่ราคาหุ้นขึ้นไม่มาก
ณรัชต์มองว่า แม้จีนจะเริ่มชะลอเื่ขนส่งทางเรือลง แต่ไม่น่าจะกระทบบริษัทเดินทะเล C มาก
เพราะจากข่าวบริษัทนี้มีเรือขนส่งขนาดเล็กเน้นขนส่งของใส่ตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกให้บริษัทต่าง ๆ ไม่ใช่การส่งสินค้าหนักพวกแร่ที่จะได้รับผลกระทบจากจีน และตอนนี้เขตการค้าเสรีอาเซียนเริ่มขับเคลื่อนแล้ว เมื่อมีการลดภาษีการค้าภายในเขตอาเซียน งานรับจ้างขนส่งต่าง ๆ ในประเทศกลุ่มอาเซียนน่าจะยังมีเพิ่มขึ้นอีกมาก
แถมเรือใหม่ที่ซื้อเพิ่มมา คงทำให้กำลังการขนส่งเพิ่มขึ้น รายได้กับกำไรต้องก้าวะโเพิ่มอีกมากแน่
เมื่อรายได้กับกำไรเพิ่ม ราคาหุ้นย่อมต้องเพิ่มตามไปด้วยเป็ธรรมดา
คิดได้ดังนั้นเขาจึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากที่ขายหุ้นทั้งสองบริษัทมาซื้อหุ้นบริษัทเดินทะเล C เพิ่มให้ครบจำนวนหมื่นหุ้น
หลังเลิกเรียนณรัชต์ยังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะประจำหลังอาคารมอปลายคนเดียวส่วนวิทย์กับเต้กลับบ้านไปแล้ว
“เมี๊ยว เมี๊ยว” เสียงแมวร้องขัดจังหวะการอ่านหนังสือพิมพ์ เขาหันมองหาต้นเสียง
“เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยวววว” เสียงเริ่มร้องไม่หยุด
ณรัชต์ลุกขึ้นมองหาแหล่งกำเนิดเสียง ก่อนไปเจอเ้าตัวต้นเหตุที่ร้องไม่หยุด อยู่บนหลังคาทางเดินระหว่างอาคารใกล้ ๆ โต๊ะเขา
เงยหน้าขึ้นมอง เ้าแมวลายตัวอ้วนก็มองสบตา พร้อมร้องเมี๊ยวต่อไป
ไม่รู้ว่าขึ้นไปได้ยังไง แต่ดูจากการร้องระงมตอนนี้ คงจะลงไม่ได้
ณรัชต์เกาหัว ฟังเสียงแมวร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุด 'เอ็งขึ้นไปได้ ทำไมลงมาเองไม่ได้วะ'เขาล่ะสงสัยจริง ๆ
มองหาวิธีช่วยเหลือแมว ก็เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ข้างทางเดินระหว่างอาคาร มีส่วนที่พอจะปีนขึ้นไปแล้วข้ามไปหลังคาของทางเดินได้ เขาจึงเดินไปที่ต้นไม้ต้นนั้นแล้วลงมือปีน
ขึ้นมาบนหลังคาได้แล้วณรัชต์ก็ปาดเหงื่อ ไม่ได้ปีนต้นไม้แบบนี้มากี่ปีแล้วนะ
หันไปมองเ้าตัวต้นเหตุ ที่ตอนนี้ยังร้องอยู่ แต่มองมาที่เขาด้วยความหวาดระแวง
'อะไรเนี่ย ร้องขนาดนั้น พอจะขึ้นมาช่วย ไม่ไว้ใจกันซะงั้น' ณรัชต์ต้องใช้เวลากล่อมอยู่พักหนึ่งกว่าจะจับเ้าแมวตัวอ้วนได้
'จะลงยังไงหว่า' ถ้าลงทางต้นไม้ทางเดิมก็ติดที่มือเขาต้องอุ้มแมวอยู่
ระหว่างที่ณรัชต์กำลังคิดหาวิธีลงจากหลังคาทางเดิน สายตาก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินลงจากอาคารมอปลายตรงมาทางนี้พอดี
" น้องครับ น้องครับ ช่วยไปหาบันไดมาช่วยพี่ทีครับ "เขาร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มที่คิดว่าคงเป็รุ่นน้อง
รุ่นน้องกลุ่มนี้ปรึกษากันนิดนึงก่อนจะมีคนหนึ่งวิ่งออกจากกลุ่มไป คาดว่าคงไปขอบันไดจากนักการฯ
"พี่ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นอะ" รุ่นน้องข้างล่างถามกึ่งชวนคุย
"ไอ้นี่ ไม่รู้ขึ้นมาติดบนนี้ได้ไง แล้วลงไม่ได้ซะงั้น"ณรัชต์ยกแมวที่อุ้มขึ้นให้ดูประกอบคำตอบ
สักพักหนึ่งรุ่นน้องคนที่ไปหาบันไดก็กลับมาพร้อมบันไดอะลูมิเนียม
พอกางบันไดออกเขาเห็นว่าเป็บันไดขนาดสั้น ไม่น่าจะถึงชายหลังคา แต่น่าจะส่งแมวต่อให้คนบนบันไดได้
ณรัชต์จึงบอกให้คนมารับแมวต่อจากเขาที่บันได ส่วนเขาลงทางเดิมได้อยู่แล้วถ้าไม่ต้องอุ้มแมว
มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกจากกลุ่มมาอาสาจะเป็คนรับ
เขาแปลกใจที่เป็น้องบีน่างั้นกลุ่มนี้ก็คงเป็เด็กมอสี่ห้องสามสินะ

ณรัชต์ค่อย ๆ ยื่นแมวส่งให้รุ่นน้องที่กำลังรอรับอย่างช้า ๆ
ดีที่เ้าแมวลายตัวอ้วนเกิดทำตัวเรียบร้อยขึ้นมา จึงไม่ดิ้นตอนเขาส่งถึงมือรุ่นน้องที่ยื่นรอรับ ส่งเสร็จเขาก็ปีนลงทางต้นไม้ข้างหลังคาทางเดิน ลงถึงพื้นได้ณรัชต์ก็หันไปขอบใจรุ่นน้องกลุ่มนี้
"ขอบใจพวกน้องมาก พี่นึกว่าจะต้องรูดต้นไม้ลงมาพร้อมกับแมวแล้ว"
"ไม่เป็ไรพี่ "รุ่นน้องคนหนึ่งกล่าว
" พี่นี่เป็เพื่อนกับพี่เต้ใช่ไหมครับ "รุ่นน้องผู้ชายคนนึงถาม
" ใช่ "เขาหันไปตอบรุ่นน้อง
"ฝากบอกพี่เต้ มาเตะบอลแก้มือกันอีกซักรอบหน่อยนะครับ"รุ่นน้องกล่าวต่อ
"ได้ ได้ ว่าแต่พวกเราจะไปใหนกันหนิ"ณรัชต์ถามกลุ่มรุ่นน้อง
"ประชุมกรรมการนักเรียนค่ะ พวกหนูเป็กรรมการนักเรียนของมอสี่"รุ่นน้องอีกคนตอบ
" ไปละครับพี่ "รุ่นน้องอีกคนกล่าวลา ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนขบวนกันไป
" อือ อือ โชคดี " เขากล่าว ก่อนมองดูแมวลายตัวต้นเหตุที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของรุ่นน้อง โดยคนอุ้มลูบหัวเบาๆ ไปด้วย
ณรัชต์มองดูแมวที่เป็ตัวต้นเหตุให้เขาต้องลำบากปืนขึ้นปืนลงต้นไม้ '
มันจะสบายไปละแมวตัวนี้ ชักหมั่นใส้แฮะ' เขาคิดในใจ
"ปล่อยมันลงเลยก็ได้นะครับน้อง ปกติมันก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ล่ะ"ณรัชต์บอกรุ่นน้อง
"ไม่เป็ไรค่ะ บีน่าว่าจะเล่นกับมันซักแป๊บ"คนอุ้มแมวตอบ
" .... ไปก่อนนะคะพี่ " รุ่นน้องสาวชะงักเหมือนจะพูดอะไร ก่อนเปลี่ยนเป็บอกลาพร้อมอุ้มแมวตามกลุ่มเพื่อนไป
ณรัชต์พยักหน้ารับ เดินเดินกลับไปเก็บกระเป๋ากับหนังสือพิมพ์ที่โต๊ะ เพื่อกลับหอพัก
แม้ณรัชต์จะย้อนกลับมาอยู่่มอปลาย แต่เขาก็ยังคงติดนิสัยสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิก่อนนอนเป็ประจำเหมือน่ชีวิตก่อน วันนี้หลังจากนั่งสมาธิเสร็จเขาก็นอนตามปกติ
แต่มีสิ่งนึงที่เขารู้ว่าไม่เหมือนเดิมนับั้แ่เขาย้อนกลับมาที่่เวลานี้ คือ เขาไม่สามารถเข้าสู่สมาธิระดับลึกได้อีกเลย
เมื่อนั่งสมาธิในตอนนี้ ก็สงบเพียงสมาธิระดับต้น ๆ ธรรมดาเท่านั้น
เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่คงต้องหาคำตอบ
หลังหมดคาบเรียนวิชาพระพุทธศาสนา อาจารย์ก็บอกให้นักเรียนเลิกนั่งสมาธิได้
ณรัชต์เข้าไปหาอาจารย์ที่สอนพวกเขา
"อาจารย์ครับ มีคำถามเื่สมาธิอยากจะถามอาจารย์หน่อยครับ" เขาพอรู้ว่าอาจารย์ก็ถือว่าเป็ศิษย์วัดของหลวงตาคนหนึ่ง ถ้าจะเรียกด้วยสำนวนนิยายกำลังภายใน คงต้องเรียกว่า'ศิษย์พี่ร่วมสำนัก'
แต่ว่าตอนนี้เขายังไม่ได้เข้าสำนักนี่นะ คงยังเรียกไม่ได้
"ว่าไง นายณรัชต์ มีอะไรจะถามอาจารย์ " เสียงอาจารย์ถาม
"คือ ถ้าเราเคยนั่งสมาธิได้สงบลึก ๆ แล้วต่อมา นั่งแล้วก็ไม่สงบลึกได้เหมือนเดิม จะทำยังไงดีครับ"เขาถามเข้าปัญหา
"เคยสงบประมาณไหนล่ะ"อาจารย์ถามต่อ
"ระดับรู้จัก จิตผู้รู้ ครับ"เขาตอบ
อาจารย์หันมามองหน้าเขาจริงจังขึ้น ก่อนถามอีก
" ปฎิบัติแนวใหน "
" แนวพระป่าครับ "
" สมาธิเสื่อม ? "
" น่าจะ ครับ " เขาตอบแบบลังเล
อาจารย์คิดนิดนึง แล้วตอบณรัชต์
"รู้จักวัดที่อาจารย์พาไปทัศนศึกษาแล้วใช่ใหม"
" ครับ "
" เข้าไปถามหลวงพ่อท่านนะ ท่านน่าจะตอบได้ดีกว่าอาจารย์ "อาจารย์แนะนำ
" ครับ " สุดท้ายเขาคงต้องไปหาคำตอบกับหลวงตาอีกแล้ว...
่นี้นอกจากปัญหาเื่สมาธิของเขา ปัญหาอีกอย่างคงเป็การหาหุ้นตัวต่อไป
หุ้นอะไร ที่จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นเร็ว ๆ ใน่นี้กันนะ.....