จิลยกแก้วเหล้าขึ้นพร้อมกับชนแก้วเหล้าของไลท์และพูดขึ้นว่า “ ขอบใจนายมากนะที่ดูแลพวกเรามาโดยตลอด ”
ไลท์ที่ได้ยินก็หัวเราะเบาๆและตอบกลับไปว่า “ นั้นคือสิ่งที่ฉันควรทำไม่ใช่หรอ? ”
จากนั้นทั้งสองก็มองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา
จิลรู้ดีว่าหลังจากที่ไลท์ออกจากหมู่บ้านไปไม่ถึงปี ก็มีสภาจอมเวทย์มาสร้างศูนย์บัญชาการสาขาขึ้นใกล้ๆหมู่บ้าน ในตอนแรกทุกคนๆในหมู่บ้านก็คิดว่าเป็นเพราะแถวนี้ยังไม่มีศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์ก็ได้ทำให้มีคำสั่งให้สร้างขึ้น
ไม่นานพวกชาวบ้านก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะเจ้าหน้าที่ในศูนย์บัญชาการมีตัวตนระดับผู้ตรวจการอยู่ถึงสามคน และเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์ที่มาอยู่ที่นี้พวกเขาสุภาพกับชาวบ้านอย่างพวกเขามาก แม้กระทั้งมีการส่งตัวตนระดับAหนึ่งคนและระดับBอีกห้าคนมาเฝ้าประจำการอยู่ในหมู่บ้าน
แต่ภายหลังก็มีการเปิดเผยจากผู้ดูแลศูนย์บัญชาการว่า เป็นคำขอของไลท์ที่ต้องการให้หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดภัยจากเรื่องอันตรายในอนาคต แม้ว่าหมู่บ้านอหแห่งนี้จะอยู่ห่างไกลและไม่ค่อยมีพวกอาชญากรเดินทางมามากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย แต่ถ้าหากมีศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์อยู่ใกล้ๆหมู่บ้าน ก็ทำให้เหมู่บ้านปลอดภัยแน่นอน
และเป็นคำสั่งของผู้พิทักษ์เฟลิกซ์ที่ห้ามเจ้าหน้าที่ทุกคนทำให้ชาวบ้านหมู่บ้านโกแลนซ์ไม่พอใจ ถ้าหากมีใครกล้าขัดคำสั่งของเขา เจ้าหน้าที่คนนั้นจะถูกไล่ออกสถานเดียวและยังถูกจับเข้าคุกของสภาจอมเวทย์อีกด้วย
แน่นอนว่าในตอนแรกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่ศูนย์บัญชาการไม่เชื่อ ในตอนแรกๆพวกเขาข่มขู่และเหยียดหยามชาวบ้านในหมู่บ้านโกแลนซ์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร วันต่อมาเจ้าหน้าที่คนนั้นก็ถูกปลดและถูกส่งตัวเข้าคุกทันที
ภายหลังทุกคนจึงรู้ว่ามีผู้ตรวจการคนหนึ่งแฝงตัวอยู่กับชาวบ้าน ทำให้เขาสามารถรายงานถึงสิ่งที่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นทำให้กับท่านเฟลิกซ์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่สภาจอมเวทย์คนไหนกล้าที่จะข่มขู่ชาวบ้านโกแลนซ์
เบเรียลมองดูไลท์และจิลหัวเราะ เธอก็รู้สึกมความสุขตามไปด้วย เธอไม่เคยเห็นไลท์คุยเก่งแบบนี้มาก่อน แม้ว่าจะเป็นกับพวกไลก้าหรือคนอื่นๆก็ตาม
“ ฉันสามารถสอนทักษะพวกนี้ให้กับคนอื่นได้ไหม? ” จิลถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
จิลรู้ดีว่าทักษะแบบนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากไลท์ก่อนถึงจะสอนให้ได้ นอกจากนี้เขาก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเมืองรุ่งอรุณของไลท์นั้นมีทักษะบางอย่างที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับคนอื่นๆได้ แม้ว่าจะอยู่ในระดับAก็ตาม แต่ก็ยังมีคนบอกว่าถ้าหากขยันหรือถ้าหากโชคดีก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับSได้เหมือนกัน
“ ได้สิถ้าหากนายอยากจะสอนให้ใครก็ได้ ” ไลท์พยักหน้ารับ
ทักษะที่ไลท์มอบให้เป็นเพียงทักษะระดับต่ำเหมือนกับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นทักษะที่ให้ทุกๆคนสามารถฝึกฝนได้ตามสบาย
“ ขอบใจมากนะไลท์ ฉันจะคัดเลือกคนที่มีความสามารถและมีพรสวรรค์ฝึกฝนทักษะที่นายมอบให้ ” จิลพูดขึ้น
“ อ่อ ฉันอยากให้นายมอบทักษะนี้ให้กับคนของหมู่บ้านโกแลนซ์ทั้งหมดด้วย เพราะฉันอยากให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองในอนาคต ” ไลท์พูดขึ้น
“ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเพราะฉันเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะมอบให้กับคนเหล่านั้นอยู่แล้ว ” จิลพยักหน้ารับด้วยความจริงจัง เพราะเรื่องนี้มันที่จริงจังและร้ายแรง ถ้าหากหอคอยแห่งนิรันดร์จะต้องพังทลายตามที่ไลท์บอก เขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมอีกด้วย
“ งั้นฉันก็ฝากนายจัดการเรื่องพวกนั้นด้วยนะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วน่าไว้ใจฉันได้เลย ” จิลยิ้มรับ
หลังจากที่พูดคุยและกินอาหารกันจนอิ่มแล้วไลท์ก็ขอตัวออกมา
เมื่อทั้งสองออกมาแล้วก็เดินตามท้องถนนไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้ตั้งแต่เช้า
เช้าวันถัดมา
ที่ล็อบบี้ของโรงแรมไลท์กำลังนั่งคุยอยู่กับเวอร์โก้
“ นายติดต่อไปที่เมืองให้พวกเขาส่งหน่วยลับประมาณสิบคนแฝงตัวอยู่ที่เมืองนี้ เพื่อดูแลความปลอดภัยของชาวเมือง และถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเมืองแห่งนี้ฉันจะจัดการมันทั้งหมด ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความเย็นชา
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ” เวอร์โก้พยักหน้าเขาเข้าใจเจตนาของท่านไลท์ เนื่องจากที่นี้คือสถานที่ที่ท่านไลท์เติบโตมา เขาเองก็อยากที่จะปกป้องไม่ให้สถานที่แห่งนี้ถูกทำลาย
หลังจากที่สั่งการเสร็จแล้วไลท์ก็พาเบเรียลเที่ยวเล่นที่นี้อีกสักสองวันก่อนที่จะเดินทางกลับทวีปวอเตอร์ไดซ์ เพื่อกลับเข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์
ซึ่งก่อนที่จะกลับไลท์ได้มอบแหวนมิติที่เต็มไปด้วยทรัพยากรในการฝึกฝนให้กับจิล
“ จากนี้ไปนายจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองด้วยนะเพื่อนยาก ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับสวมกอดจิล
“ เข้าใจแล้วน่า ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องทุกๆคนในเมืองนี้ให้ได้ ” จิลตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“ ถ้าหากนายว่างๆก็สามารถไปหาฉันได้ที่เมืองรุ่งอรุณนะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ฉันจะไปหานายแน่ที่เมืองรุ่งอรุณและฉันจะกินอาหารทุกอย่างพร้อมกับให้นายเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด ” จิลพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ เอาสิ ขอแค่นายมาฉันจะให้นายเที่ยวเล่นทั่วเมืองรุ่งอรุณพร้อมกับกินอาหารฟรีทั้งวันเลย ” ไลท์ยิ้ม
ไม่นานก็ผ่านไปประมาณสิบสามวัน พวกไลท์ก็มาถึงหอคอยแห่งนิรันดร์อีกครั้ง
ไลท์ยืนอยู่ที่หัวเรือบินพร้อมกับมองดูท้องฟ้าสีครามภายในหอคอยแห่งนิรันดร์อีกครั้ง
“ หลายปีแล้วสินะที่ฉันไม่ได้กลับเข้ามาในหอคอยแห่งนิรันดร์ ”ไลท์พึมพำออกมาเบาๆ เพราะตั้งแต่สิ้นสุดสงครามในครานั้นเขาก็ไม่ได้เข้ามาในหอคอยแห่งนิรันดร์อีกเลย
ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินมาด้านหลังของเขา
“ ท่านไลท์ครับ พวกเราจะมุ่งหน้าอย่างเต็มที่เลยไหมครับหรือว่าจะค่อยๆไปเรื่อยๆครับ? ” เจ้าหน้าที่ที่ดูแลห้องควบคุมถามขึ้น
เนื่องจากการเดินทางจากเมืองแสงจันทร์ไปยังเทือกเขาฟอร์ก้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆสองเดือน ซึ่งมันก็ยังมีเวลาเหลืออีกราวๆหนึ่งเดือน ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถามว่าจะเร่งความเร็วในการเดินทางหรือไม่
ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ เดินทางตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเร่งมากอีกอย่างพวกเราไปในฐานะแขก พวกเราไปก่อนงานเริ่มประมาณสิบวันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ”
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ” เจ้าหน้าที่ตอบรับก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องควบคุมของตัวเอง
ไม่นานเรือบินก็บินขึ้นท้องฟ้าและมุ่งหน้าสู่เทือกเขาฟอร์ก้า
การเดินทางเต็มไปด้วยความราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร จะมีก็แต่การที่เกิดดันเจี้ยนขึ้นมาหลายดันเจี้ยน ซึ่งไลท์เองก็ได้ส่งหน่วยลับและเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจัดการกับดันเจี้ยนที่ไม่สามารถจัดการได้
ผ่านไปราวๆเกือบๆสองเดือนใกล้จะสามเดือน พวกเขาก็มาถึงเทือกเขาฟอร์ก้า
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไลท์ได้ทำการฝึกฝนซีรอสอย่างหนักจนทำให้ซีรอสพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งทางด้านของสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆเองก็ฝึกฝนลูกศิษย์ของตัวเองด้วยเหมือนกัน พวกเขาไม่ต้องการที่จะให้ลูกศิษย์ของตัวเองเสียหน้าต่อหน้าห้าตระกูลผู้พิทักษ์
ซึ่งพวกซีรอสและคนอื่นๆก็เข้าใจเรื่องนี้ดี พวกเขาจึงฝึกฝนตัวเองอย่างหนักและจะต้องไม่ทำให้พวกอาจารย์ผิดหวัง พวกเขาจะทุ่มเททุกอย่างในการประลองในครั้งนี้
ตอนนี้ไลท์มองดูเทือกเขาฟอร์ก้าที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสันดูสวยงาม บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยนกจำนวนมากบินไปมา
ไลท์ยืนดูเทือกเขาด้านล่างด้วยความสนใจ
“ ท่านไลท์ครับตอนนี้พวกเราเข้าใกล้จุดหมายแล้วครับ ซึ่งคาดว่ายังเหลือเวลาอีกประมาณสิบหกวันกว่าจะถึงงานชุมนุมครับ ” เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว นายไปหาที่จอดเรือบินได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ ครับท่านไลท์ ” เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมพูดขึ้น
ผ่านไปราวๆประมาณสามชั่วโมง ในที่สุดเรือบินก็ค่อยๆลงจอดอยู่ที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งลานกว้างแห่งนี้ก็มีทั้งเรือยนต์และเรือบินจำนวนมากถูกจอดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
หลังจากที่พวกไลท์ลงมาจากเรือบินแล้วก็มีกลุ่มคนห้าคนเดินมาหาพวกเขาทันที
ทั้งห้าคนสวมชุดคลุมสีฟ้าพร้อมกับมีสัญลักษณ์ของตระกูลฟรอส
ออร่าของทั้งห้าคนนั้นมีอยู่หนึ่งคนที่มีออร่าระดับS ส่วนอีกสี่คนมีออร่าในระดับA
“ ท่านไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่านยินดีต้อนรับครับ ผมชื่อว่าโอเว่น เป็นผู้ดูแลท่าจอดเรือยนต์และท่าจอดเรือบินตรงนี้ครับ ” โอเว่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ
“ สวัสดี ” ไลท์ทักทายและคนอื่นๆเองก็ทักทายด้วยเหมือนกัน
“ แล้วตอนนี้มีใครมาแล้วหรือยัง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ตอนนี้ก็มีแขกคนอื่นๆเดินทางมาถึงบ้างแล้วครับ ส่วนทางด้านของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ยังไม่มีใครมาถึงเลยครับ นอกจากตระกูลฟรอสของพวกเราที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ” โอเว่นส่ายหน้าตอบ
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้า
ไม่แปลกที่ตระกูลฟรอสจะมาถึงก่อน เพราะตระกูลฟรอสคือผู้จัดงาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจะต้องมาดูแลงานนี้ให้เรียบร้อย
“ ท่านไลท์และคนอื่นๆตามผมมาเลยครับ ” โอเว่นพูดขึ้น
ทุกๆคนเดินตามไปยังหมู่บ้านขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
หมู่บ้านแห่งนี้มีขนาดใหญ่พอกับๆเมืองเล็กๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีตึกสูงใหญ่จำนวนมากตั้งเรียงรายและยังมีความสวยงามอย่างมาก
ไม่นานโอเว่นก็พาทุกๆคนมาถึงตึกใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งตึกนี้สูงกว่าสิบชั้นและมีห้องพักจำนวนมาก
“ ท่านไลท์ครับนี้คือสถานที่พักของผู้ติดตามของท่านครับ ซึ่งตึกนี้ทั้งตึกจะเป็นที่พักของผู้ติดตามของท่านทั้งหมดเลยครับ ส่วนที่พักของท่านไลท์จะแยกไปอยู่อีกที่หนึ่งครับ ” โอเว่นพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับก่อนที่จะบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยลับเทพยุทธ์เข้าไปเก็บของให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านก็ได้
จากนั้นโอเว่นก็พาสมาชิกเดธปาร์ตี้พร้อมกับลูกศิษย์ของพวกเขาไปยังอีกสถานที่ที่หนึ่ง
ไม่นานโอเว่นก็พาพวกไลท์มาถึงสถานที่ที่เป็นที่พักของพวกไลท์
ซึ่งบ้านพักที่พวกไลท์พักเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่สามหลังติด คฤหาสน์ทั้งสามหลังดูสวยงามและถูกสร้างขึ้นมาอย่างงดงาม
คฤหาสน์ทั้งสามหลังมีทั้งหมดสามชั้นและยังมีขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละหลังมีห้องพักมากกว่าสิบห้องเสียอีก นอกจากนี้รอบๆคฤหาสน์ก็ยังมีลานกว้างที่เอาไว้ฝึกซ้อมอีกด้วย
“ คฤหาสน์ทั้งสามหลังนี้เป็นที่พักของท่านไลท์ทั้งหมดครับ ” โอเว่นพูดขึ้น
“ ขอบคุณมากครับคุณโอเว่น ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เรื่องเล็กน้อยครับท่านไลท์ ” โอเว่นสายหน้าจากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ ที่แห่งนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเท่านั้น แต่ก็มีทุกอย่างครบคันเนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ชุมนุมของตระกูลฟรอส ท่านไลท์สามารถเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ได้ทั้งหมดเลยนะครับ ถ้าหากมีเรื่องอะไรก็สามารถเรียกใช้คนของตระกูลฟรอสได้ทั้งหมดเลยครับ ”
“ แล้วที่แห่งนี้มีที่ไหนสวยๆหรือน่าไปเที่ยวไหม? ” ไลท์ถามขึ้น คนอื่นๆเองก็รอฟังด้วยเหมือนกัน เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกสิบกว่าวันจะถึงเวลาเริ่มงานชุมนุม ทำให้พวกเขาอยากที่จะหาที่เที่ยวเล่น
“ เกรงว่าจะทำให้ท่านไลท์ผิดหวังแล้วครับ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ค่อยมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจสักเท่าไหร่ จะมีก็เพียงแค่สวนดอกไม้ที่อยู่หลังหมู่บ้านและยอดเขาฟอร์ก้าที่สามารถชมจันทร์ได้สวยที่สุดครับ ” โอเว่นพูดขึ้น
พวกไลท์ทุกคนจำสวนดอกไม้และยอดเขาฟอร์ก้าเอาไว้
“ แค่นี้ก็พอแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับ
“ อ่อจริงสิครับท่านไลท์ อาหารที่บุปผาเหมันต์นับว่าเป็นร้านอาหารที่หรูหราสุดในหมู่บ้านแห่งนี้เลยทีเดียว ถ้าหากพวกท่านไลท์ว่างๆก็สามารถไปนั่งกินอาหารที่นั้นได้เลย แล้วก็เนื่องจากพวกท่านคือแขกพิเศษ เพราะฉะนั้นสามารถใช้ห้องส่วนตัวได้อีกด้วยครับ
แล้วก็าถ้าหากท่านไลท์ต้องการข้อมูลอะไรก็สามารถไปที่ศาลาเหมันต์ที่อยู่ตรงกลางหมู่บ้านได้เลยครับ ที่นั้นจะมีผู้อาวุโสของตระกูลฟรอสนั่งบัญชาการอยู่ เขาสามารถหาข้อมูลที่ท่านไลท์ต้องการได้ครับ ” โอเว่นพูดขึ้น
หลังจากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไป โอเว่นก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนพวกไลท์ก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์พร้อมกับแบ่งคฤหาสน์กันพักผ่อน
จากนั้นไลท์และเบเรียลก็เดินเที่ยวเล่นรอบหมู่บ้านแห่งนี้
ทั้งสองยอมรับว่าบ้านเรือนรวมไปถึงการจัดวางโครงสร้างของหมู่บ้านแห่งนี้ยอดเยี่ยมมาก นอกจากนี้บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ดูสงบและรมรื่นเป็นอย่างมาก