Chapter 4
หลังจากวางสาย ทีเดินไปยังโต๊ะทำงานที่อยู่ในห้องนอนเปิดลิ้นชักแล้วหยิบกรอบรูปเล็ก ๆ ขึ้นมา
อดีต
‘ฮึก ฮืออ ทำไมแม่ไม่รักที ฮึก’ ทีในวัย 7 ขวบ กำลังนั่งร้องไห้อยู่ในสวน เพราะโดนเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนล้อว่าเป็เด็กไม่มีแม่ แม่ไม่รัก
‘นี่’ เสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ชะงักแล้วหันไปมอง
‘ฮึก คะ ใคร ฮึก’ สะอื้นตัวโยนแต่ก็ยังคงเว้นระยะห่าง อย่างระแวงคนตรงหน้า
‘ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น น้าไอก็รักทีไม่ใช่เหรอ’ เด็กชายอายุ 9 ขวบ ห่างกับที 2 ปี นั่งลงตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้
‘ฮึก ระ รู้ได้ไง ฮึก รู้ชื่อทีได้ไง’ ทีเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ไม่นาน แม้ว่าทั้งมัม แด๊ด และ ป๋า จะเอาใจใส่และแสดงความรักยังไง แต่ลึก ๆ ภายในใจ เด็กน้อยก็ยังคงโหยหาความรักจากพ่อและแม่แท้ ๆ
‘ทามบอกมา ทามให้มาหา’
‘อึก ทามอยู่ไหน’ เมื่อยังไม่ไว้ใจคนตรงหน้า ทีก็ถามหาน้องชายตนทันที
‘พี่ที!’ เสียงเรียกดังมาก่อนตัว
‘มัมเป็ห่วง เข้าบ้านกันนะ’ ทามวิ่งเข้ามาจูงแขนพี่ชายกลับเข้าบ้าน ก่อนจะหันไปยิ้มให้เด็กชายวัยสิบขวบที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
หลังจากวันนั้น ั ก็กลายเป็แขกประจำของบ้านธานี
‘ให้’ ัยื่นตุ๊กตาัตัวไม่เล็กไม่ใหญ่มาให้
‘ให้ทำไม’ ทีถามแต่ก็ยอมรับตุ๊กตาไปกอดแถมยิ้มแก้มปริ
‘ถ้าร้องไห้ให้กอดไว้ จะได้ไม่เหงา เดี๋ยวเฮียต้องไปต่างประเทศแล้วนะ คงไม่ได้มาหาทุกวันแล้ว’
‘อย่าลืมทีนะ’
‘ไม่ลืมหรอก สัญญาว่าจะกลับมาหา โตขึ้นถ้ายังไม่มีใคร แต่งงานกันนะ’
‘อื้อ ทีจะรอเฮียนะ เฮียกรห้ามลืมทีนะ’ ทียื่นนิ้วก้อยออกมารอ ก่อนที่ัจะยื่นนิ้วก้อยออกมาเกี่ยวไว้
ทียืนมองรถคันใหญ่ที่ ั นั่งจนลับสายตา พร้อมกับหยดน้ำตาของที ทามเดินเข้ามากอดพี่ชายแน่น เข้าใจถึงความผูกพันของพี่ชายเป็อย่างดี ไอที่ยืนส่งพร้อมกับลูก ๆ อดสะท้านในใจไม่ได้ ทีคงเ็ปกับการจากลามาก ๆ ครั้งพ่อแม่ก็ทีนึงแล้ว หวังว่าจะกลับมาร่าเริงได้เร็ว ๆ นะ
ัปีนเบาะเพื่อมองคนที่ยืนส่งหน้าบ้านจนลับสายตาแล้วจึงกลับมานั่งดี ๆ
‘ไว้ปิดเทอม ม๊าค่อยพามาหาน้องนะครับ’ ดาหลาผู้เป็แม่เข้าใจการจากลา แต่ก็เป็แค่่สั้น ๆ เธอไม่ได้จะให้ลูกชายใช้ชีวิตที่ประเทศจีนไปตลอด
เด็กชายพยักหน้ารับ หลายปีผ่านไปเื่ราวเกิดขึ้นมากมายจนหยางหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยสัญญาอะไรกับเด็กน้อยชื่อที และไม่มีทางได้รู้ว่าตุ๊กตาัตัวนั้นยังคงอยู่บนหัวเตียงของทีจนปัจจุบัน
ปัจจุบัน
“ทีไม่ยอมแพ้หรอกนะ ถึงเฮียจะยังจำทีไม่ได้ อย่างน้อยครั้งหนึ่งให้ทีได้ไขว่คว้าความรักจากเฮีย” ทีพูดก่อนจะเก็บกรอบรูปลงไปในลิ้นชักตามเดิม
ถึงเฮียจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ทีไม่เคยลืมได้ สายตาคู่นั้น มือคู่นั้นที่คอยกอดประคองเวลาทีเหงา ร้องไห้ หรือเศร้าใจ ทุกคนอาจจะมองว่าเป็เพียงความหวงเพื่อนวัยเด็ก แต่ทีรู้ดีว่ามันไม่ใช่ ทีหลงรักความกล้าหาญ ความอบอุ่น และความเด็ดขาดของั และ คำสัญญาที่เคยให้กันไว้ ทีบอกตัวเองเสมอว่าถ้าถึงวันหนึ่งทีจะบอกเื่สัญญานั้นให้คนเป็พี่ได้รับรู้และหากไม่้าทำตามสัญญา ทีก็จะไม่ดื้อดึง แต่ระหว่างนี้ขอเก็บเกี่ยวความสุขไว้กับตัวเองก่อน ทียิ้มให้กับความเห็นแก่ตัวของตน ซึ่งถ้าใครได้เห็น ก็จะรู้ถึงความเศร้าภายในตาอย่างแน่นอน
“และแม้สุดท้ายเฮียก็ต้องทิ้งทีไปเหมือนทุกคน เพราะทีมันไม่มีอะไรที่คู่ควรเลย”
ก๊อก ก๊อก
“ครับ” ทีปรับสีหน้าก่อนจะขานรับ
“มัมเห็นเราเหนื่อย ๆ เลยชงชามาให้” ไอเดินเข้ามาพร้อมถาดชาและขนมในมือ
“ขอบคุณครับมัม” ทีเดินเข้าไปรับถาดมาวางบนโต๊ะก่อนจะประคองไอให้นั่งลงบนโซฟาปลายเตียง
"อยากให้มัมเรียกพี่เค้ามาคุยให้มั้ย" ไอพูดถึงหยางหลง
"ขอทีลองก่อนนะครับถ้าไม่ได้ผลไอจะมาหามัมคนแรกเลย"
ไอมองลูกชายคนโตที่นอนหนุนตักอย่างเข้าใจ ตอนเด็กที่เคยเจอกัน ทีผอมบาง ไม่กล้าแสดงออก พอโตขึ้นป๋ากับแด๊ดของเ้าตัวก็ให้ออกกำลังกาย จะจำกันไม่ได้ก็ไม่แปลก ดูลูกชายของเธอตอนนี้สิ ทั้งสูง ร่างกายยังเป็ไปด้วยกล้ามเนื้อแม้จะไม่ได้ชัดขนาดมีซิกแพ็คก็เถอะ เอารูปตอนเด็กกับตอนโตมาเทียบถ้าไม่ได้เลี้ยงมาั้แ่เล็กยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเปลี่ยนได้ขนาดนี้ ขนาดัเองยังเปลี่ยนไปลูกชายเธอจะเปลี่ยนบ้างก็ไม่ได้แปลกอะไร
“มัมจะมาบอกเราด้วยว่าถ้าไม่ไหว งานของที่ร้านกลางใจให้มัมช่วยมั้ย”
“ไม่เป็ไรครับมัม เื่แค่นี้เอง อีกอย่างจะได้ไปหาอาคุณกับน้านาด้วย ่นี้ไม่ได้เข้าไปหาเลยครับ เดี๋ยวน้อยใจแย่” ทีพูดถึงอาและน้าสาวแท้ ๆ ของตนที่เป็เ้าของร้านอาหารกลางใจ ที่ซึ่งทำให้ทีได้พบกับครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น
“ถ้าไม่ได้เข้าไปหาก็อย่าลืมโทรคุยกับทั้งคู่บ้างล่ะ”
“ทีตั้งใจจะโทรหาเหมือนกันครับ” ทีบอกแต่ก็ขยับตัวซุกเข้าเอวผู้เป็แม่ก่อนจะหลับตาลง ไอเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ห้าม แถมยังลูบหลังให้เหมือนตอนยังเด็กอีกด้วย ไม่นานทีก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ไอยิ้มให้กับความขี้อ้อนของเ้าตัว
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูดังขึ้น เรียกความสนใจของไอที่กำลังให้ทีนอนหนุนตัก
“ลูกหลับเหรอ” เป็เทมส์ที่เดินเข้ามาหาไอเพราะเห็นว่าหายไปนาน
“ครับ คงจะเหนื่อยมาก ปกติลูกไม่นอนกลางวันนะครับ ดูสิพี่เทมส์เข้ามายังไม่รู้สึกตัวเลย” เทมส์เดินเข้ามาลูบหัวทีก่อนจะค่อย ๆ สอดมือเข้าไปอุ้มแล้ววางลงบนเตียงใหญ่
“ไอว่าพี่ให้คนเอางานบริหารกลับมาดีมั้ย” เทมส์ หรือ แด๊ดของทีมองลูกชายที่หลับอยู่บนเตียงแล้วขมวดคิ้ว
“ถ้าลูกไม่ไหว ไอว่าลูกต้องบอกเราแล้วครับ ตอนนี้ให้ลูกทำไปก่อนนะ” ไอยิ้มขำเทมส์ เมื่อก่อนเป็คุณพ่อขี้หวงยังไง ลูกชายโตขนาดนี้ก็ยังตามหวงตามห่วงไม่เลิก กับทามลูกชายคนเล็กที่เป็ลูกชายแท้ ๆ เทมส์ยังไม่ตามขนาดนี้ ในอดีตทามยังแอบมาบ่นงอแงว่าแด๊ดขี้หวงเกินไป ทำให้ทามไม่มีเวลาเล่นกับพี่ทีเลย
ไอเดินเข้าไปกุมมือเทมส์แล้วชวนกันออกไปจากห้อง
“อ๊ะ มัม แด๊ด พี่ทีล่ะครับ” เดินออกจากห้องมาก็เจอทามในเสื้อยืดกางเกงยีนมีเสื้อช็อปพาดอยู่ที่แขน
“พี่เค้าหลับ อย่าเพิ่งไปกวนล่ะ” เทมส์เป็คนตอบ
“งั้นเดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วผมมานอนกับพี่ทีนะฮะ” พูดจบก็เดินเข้าห้องตัวเองไปทันที
“ติดทีขนาดนี้จะยอมให้มีแฟนมั้ยเนี่ย” ไอบ่นก่อนจะเดินตามคนรักเข้าห้องไป
‘เฮียไม่รังเกียจทีหรอ ทีเป็เด็กไม่ดีพ่อแม่ไม่รัก’
‘ใครบอก ทีเรียบร้อยแบบนี้ใครจะไม่รักลง น้าไอกับลุงเทมส์ลุงทรอสก็รักที ทีเห็นมั้ย’ หยางหลงกอดปลอบคนตัวเล็กที่ยืนน้ำตาไหลอยู่ในสวน
‘ฮึก แล้วทำไม พ่อกับแม่ต้องทิ้งที ฮึก ทำไมต้องให้ทีไปอยู่กับคนอื่น ฮือ’ หยางหลงมองคนตัวเล็กในอ้อมกอด ก่อนจะค่อย ๆ ลูบหัว
อายุแค่ 8 ขวบต้องเจอกับความเห็นแก่ตัวของคนเป็พ่อแม่แท้ ๆ ถ้าคนเป็พ่อเป็แม่รักเด็กที่น่ารักและน่าสงสารคนนี้ไม่ได้ไม่เป็ไร ตอนนี้ทีได้เจอครอบครัวที่ดีแล้ว และตัวเค้าเองก็จะคอยดูแลปกป้องเด็กคนนี้เช่นกัน
ความฝันที่ย้อนไปในอดีตทำให้หยางหลงนึกขึ้นได้ถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้
“หึ ถ้ายังไม่มีใครงั้นเหรอ” จากการพักสายตาหลังอ่านรายงานการประชุมจนล้า กลับทำให้ฝันถึงเื่ที่ลืมไปแล้วซะได้
“ไป๋เค่อ สืบหาตัวลูกชายคนโตของตระกูลลูคให้หน่อย” หยางหลงสั่ง เมื่อไป๋เค่อเข้ามาเอารายงาน
“เอ่อ แล้วถ้าตระกูลลูคไม่ปล่อย ได้ครับนาย” ไป๋เค่อรีบรับคำหลังจากเจอสายตาคมกริบตวัดมอง
ไป๋เค่อได้แต่ภาวนาให้ตัวตนของลูกชายคนโตนั้นไม่ได้ถูกเก็บเป็ความลับ เพราะถ้าเกิดถูกปิดจริง ๆ ไป๋เค่อคงต้องโดนลงโทษแน่ ๆ