บทที่ 15 โอเอซิส?
แบบไหนที่เรียกว่าเซอร์ไพรส์?
สิ่งนี้แหละที่เรียกว่าโคตรพ่อโคตรแม่เซอร์ไพรส์
เฉียวซู่คิดว่าที่ตัวเองยังมีชีวิตรอดอยู่ได้นับเป็เื่ที่โชคดีมากแล้ว เนื่องจากการปีนผาด้วยมือเปล่านี่อันตรายจริง ๆ
ไม่อยากเชื่อเลยว่าไม่เพียงแค่เขาจะทำสำเร็จเท่านั้น แต่ยังได้ปลดล็อกทักษะใหม่ และได้รับกรีนพอยต์เป็รางวัลอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น การปลดล็อกทักษะใหม่ด้วยตัวเองไม่ใช่เื่ง่ายเลย ทักษะปีนหน้าผาขั้นพื้นฐานที่ระบบรับรองนั้นสูงมาก เฉียวซู่ซึ่งเป็นักปีนผามือใหม่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถผ่านมาตรฐานนี้ได้
ดังนั้น หลังจากปลดล็อกทักษะแล้ว ระบบจะปรับปรุงความสามารถของเฉียวซู่ในด้านนี้โดยอัตโนมัติ
ความรู้และการปฏิบัติจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในสมอง ร่างกายก็ได้รับความทรงจำเกี่ยวกับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการปีนผาด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เฉียวซู่ในตอนนี้ได้รับประสบการณ์ทิพย์ของการปีนหน้าผาหลายร้อยครั้ง จากมือใหม่หัดปีนหน้าผาที่เข้าใจแค่ทฤษฎี จู่ ๆ ก็กลายเป็นักปีนผาที่มีความชำนาญ
[เชี่ย เ้าของไลฟ์กล้ามากอะ เมื่อกี้นี้ถ้าก้าวพลาดไปนิดหนึ่ง ก็เตรียมจัดงานอำลาได้เลย]
[นี่สิที่เรียกว่าการปีนผาด้วยมือเปล่าแบบไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ เลยอย่างแท้จริง เอาซะฉันใจสั่นไปหมดเลย]
[ทำฉันใไปตั้งสองสามครั้งเลย]
[แจ้งเตือนจากมิตรสหายนะ ตอนนี้คุณสามารถหายใจได้แล้ว]
[เ้าของไลฟ์ คุณทำยังไงให้ตัวเองทั้งระมัดระวังทั้งไม่รักชีวิตในเวลาเดียวกันได้?]
เฉียวซู่มองไปที่คอมเมนต์แล้วยิ้ม โดยไม่ได้เอ่ยปากอธิบายอะไร
อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าเมื่อกี้เขาคิดอะไรอยู่ ที่ชัดเจนคือมีระบบที่คอยอยู่รอบตัวเขา ตัวเขาแค่ต้องอยู่ให้รอดไปวัน ๆ ก็พอแล้ว
แต่เฉียวซู่ไม่้ากลายเป็คนที่คอยเกาะระบบกินไปวัน ๆ ที่พึ่งเพียงรางวัลของระบบเพื่อให้ตัวเองแกร่งขึ้น
ฉันต่างหากที่เป็โฮตส์ ฉันต่างหากที่เป็ผู้ตัดสินใจ
แม้ว่าจะไม่มีระบบ ฉันก็ยังสามารถผลักดันตัวเองให้ไปถึงขีดจำกัด และก้าวข้ามตัวเองได้ตลอด
แม้ว่าคลื่นลูกนี้จะทั้งน่าตื่นเต้นและทั้งบ้าบิ่น แต่ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์ได้ว่า ความบ้าบิ่นนั้นได้สร้างกำไรก้อนโตให้เขาโดยตรง!
กรีนพอยต์ 5,000 แต้มและทักษะใหม่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างมาก
หลังจากพักผ่อนได้สักพัก เฉียวซู่ก็หยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส่องมองไปเบื้องล่าง
เขาไม่ลืมเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ การมาลาดตระเวนสำรวจสถานการณ์ในเขตพื้นที่ปกครอง 044 นับว่าเป็หัวข้อหลัก
เมื่อเฉียวซู่หยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมา โดรนก็จับภาพทิวทัศน์บนยอดเขาแบบพาโนรามาไว้ด้วยเช่นกัน
การมองทะเลทรายจากมุมสูง ทำให้มันดูงดงามมากเป็พิเศษ
ในพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่มีสีเหลืองเข้ม เนินทรายที่มีรูปร่างแตกต่างกันเรียงตัวอย่างไม่เป็ระเบียบ น่าทึ่งราวกับงานศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ในความทรงจำ
ระหว่าง่รอยต่อของเนินทราย มีพืชพรรณและหินกระจัดกระจายอยู่บางตา ซึ่งมันได้เพิ่มความมีชีวิตชีวาและความงามตามธรรมชาติให้ทะเลทราย
เฉียวซู่มองไปรอบ ๆ อย่างตั้งใจ เก็บภาพทิวทัศน์ระยะทางหลายสิบไมล์ไว้ในสมอง
ศูนย์ควบคุมของเขาตั้งอยู่ทางใต้ของูเาแห้งแล้ง และทางเหนือเป็ทะเลทรายรกร้างที่ไร้สิ่งมีชีวิต มันคือทะเลทรายแห่งความตายอย่างแท้จริง มนุษย์ที่เข้ามาที่นี่ด้วยการเดินเท้ามีโอกาสที่จะตายเก้าส่วน และรอดเพียงหนึ่งส่วน
ภูมิทัศน์ทางทิศตะวันตกเป็ูเา บางครั้งอาจมองเห็นพืชพรรณสีเขียวกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการสำรวจและพัฒนา
ทางใต้ก็เป็ทะเลทรายเช่นกัน แต่เฉียวซู่มองเห็นหินอยู่เลือนราง อีกทั้งภูมิประเทศที่นี่มีความแตกต่างกันอย่างมาก มีหน้าผาและหุบเขาอยู่ทั่วทุกแห่ง
เมื่อเฉียวซู่ขยับสายตาไปทางทิศตะวันออก ตัวของเขาก็แข็งทื่อเป็รูปปั้น
ไข่มุกสีเขียวสดใสฝังแน่นอยู่ในเนินทรายอันไกลโพ้นทางทิศตะวันออก
น้ำในทะเลสาบเป็ประกายสะท้อนต้นไม้บนชายฝั่ง และพืชทะเลทราย เช่น ทามาริสก์ เอล์ม ป็อปลาร์ และซีบัคธอร์น ปะปนกันอย่างเขียวชอุ่ม
นี่คือโอเอซิสในทะเลทรายที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในเอกสารฉบับไหน!
เฉียวซู่วางกล้องส่องทางไกลลงอย่างอึ้ง ๆ เขาถลำเข้าไปในห้วงความคิด
มีโอเอซิสอยู่ในเขตพื้นที่ปกครอง 044 แถมยังอยู่ไม่ไกลจากศูนย์ควบคุมอีกด้วย เื่แบบนี้องค์กรผู้พิทักษ์ทะเลทรายจะไม่รู้ได้อย่างไร?
แม้ว่าเขาจะสับสนเล็กน้อย แต่เฉียวซู่ก็รีบควบคุมโดรนในทันที ไม่ให้มันถ่ายภาพโอเอซิสนั่น
ไม่ว่าใครจะปกปิดการมีอยู่ของโอเอซิสนี้ ไม่ว่าเจตนาของเขาจะดีหรือไม่ดี เมื่อเปิดเผยเื่นี้ออกไป ก็มีแต่จะนำพามาซึ่งความวุ่นวาย
ถ้าหากว่าที่นั่นเป็ที่ซ่องสุมของนักล่าเถื่อนล่ะ? ถ้าหากเป็ฐานทัพลับของประเทศล่ะ? หรือเป็สถานที่หลบซ่อนสำหรับองค์กรผิดกฎหมายบางกลุ่มล่ะ?
เฉียวซู่แสร้งทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจเสี่ยงกับเื่นี้ได้
เื่โอเอซิสเขาทำได้เพียงแอบตรวจสอบเงียบ ๆ ด้วยตัวเองเท่านั้น หากมีพฤติกรรมผิดกฎหมายที่นี่ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของเขาก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉียวซู่ก็หันตัวกลับมาเงียบ ๆ ปากอุทานอย่างเกินจริงว่า
“ว้าว หินนั่นสวยมากเลย...”
พูดตามตรง การแสดงของเฉียวซู่นั้นเวอร์เกินไปหน่อย แต่โชคดีที่เหล่าผู้ชมต่างก็กำลังดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยงามที่กล้องถ่าย และไม่มีใครสังเกตเขา
[สวยจริง ๆ นะ หาดทรายนี่]
[หญ้าหมอกนั่นสวยโครต]
[แม้ตัวเองจะไร้การศึกษา แต่เพียงประโยคเดียวก็สามารถท่องเที่ยวทั่วหล้า]
[ทะเลทรายกว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทร แสงอาทิตย์ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผา]
[เชี่ย ในห้องไลฟ์มีคนมีการศึกษาด้วย!]
เฉียวซู่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหล่าผู้ชมต่างกำลังเคลิบเคลิ้มกับทิวทัศน์ที่งดงาม เื่ของโอเอซิสยังไม่ถูกเปิดเผย
หลังจากสำรวจภูมิประเทศโดยรอบแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่บนยอดเขาต่อ เฉียวซู่เตรียมที่จะลงจากเขา
คราวนี้เฉียวซู่ไม่ได้ลงเขาด้วยการปีนโดยมือเปล่าอีก แต่เขาหยิบเชือกหนึ่งเส้นออกมา นำปลายด้านหนึ่งผูกไว้กับโขดหิน และอีกด้านมัดไว้กับตัวเอง
การปีนผาด้วยมือเปล่าในตอนที่มีกำลังกายมากเพียงพอที่จะมั่นใจได้ระดับหนึ่งนั้น เรียกว่าการท้าทายตัวเอง
แต่การปีนผาด้วยมือเปล่าเมื่อหมดแรงและยังขาดซึ่งความมั่นใจ เรียกว่าการท้าทายกับยมบาล...
ภายใต้การมีเชือกที่คอยรองรับ เฉียวซู่ปีนลงหน้าผาได้อย่างปลอดภัย และเดินลงเขาพร้อมกับอาหลีน้อย
ว่ากันว่าขึ้นเขาง่ายลงเขายาก ขากลับย่อมยากกว่าขามา
แม้ว่าดวงอาทิตย์จะไม่ร้อนแรงอย่างตอนแรกแล้ว แต่อย่างน้อยขามาก็ยังมีูเาแห้งแล้งเป็จุดหมายให้มอง ทว่าตอนนี้เมื่อมองออกไปก็มีเพียงทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“ในทะเลทราย อันตรายที่ใหญ่ที่สุดคือการหลงทาง” เฉียวซู่พูดกับกล้องขณะสังเกตเงาของตัวเอง “โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีเข็มทิศ ภูมิทัศน์โดยรอบต่างเหมือนกันหมด โอกาสที่จะหลงทางจึงสูงขึ้น”
“ผมจะสอนวิธีให้ทุกคนไม่หลงทางในสถานการณ์ที่ไม่มีเข็มทิศ นั่นก็คือการสังเกตเงาของคุณ”
“ให้คอยสังเกตมุมตรง่ต่อระหว่างเงากับตัวของคุณ รักษาขนาดมุมให้คงเดิมตลอดทาง แต่ต้องจำไว้ว่าวิธีนี้ใช้ได้เฉพาะในระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น”
“เหตุผลนั้นก็ง่าย ๆ เพราะเงาของคุณเคลื่อนที่ตามเวลาที่เปลี่ยนไป โดยเคลื่อนที่ประมาณ 15 องศาต่อชั่วโมง”
หลังจากพูดอย่างนั้น เฉียวซู่ก็ยืดตัวขึ้นและเลือกเดินไปในทิศทางหนึ่งโดยไม่ลังเล
เขาหยิบเข็มทิศหนึ่งอันที่มีลวดลายประณีตตออกมาแล้วโบกไปทางกล้อง ยิ้มโชว์ฟันขาวสองแถวหน้าให้เห็น “แต่ผมไม่จำเป็ต้องกังวลเื่พวกนั้น เพราะผมมีเข็มทิศยังไงล่ะ”
ผู้ชมพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง พูดไปตั้งมากมายขนาดนั้น นายก็ยังคงใช้เข็มทิศเนี่ยนะ?
เนื่องจากคุ้นเคยกับเส้นทางแล้ว อย่างก้าวที่เดินนั้นจึงเร็วขึ้นมากโดยธรรมชาติ
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา เฉียวซู่ก็กลับมายืนอยู่หน้าศูนย์ควบคุมที่ทรุดโทรมอีกครั้ง เขาสูดหายใจเอาอากาศร้อนเข้าไปลึก ๆ
โดยรวมแล้ว วันนี้ก็ได้เก็บเกี่ยวอะไรไปไม่น้อยเลย เรียกได้ว่าตนได้ก้าวเข้าสู่ชีวิตของผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่โชกโชนเป็ก้าวแรกแล้ว
หลังจากกล่าวร่ำลากับผู้ชม เฉียวซู่ก็หยุดการไลฟ์ทันที
เขารอแทบไม่ไหวที่จะได้เห็นผลประกอบการของวันนี้แล้ว
[ติ๊ง! การถ่ายทอดสดจบลงแล้ว เริ่มคำนวณกรีนพอยต์ที่ได้รับ]