หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 32 หลี่ลู่จิว
หลี่กังมองฝ่ายตรงข้ามก่อนจะลุกขึ้น เพื่อพาไปหาที่คุย ฝูเฟิ่งเดินตามหลี่กังไปเงียบๆ
ทั้งสองมาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ข้างบ้าน ก่อนฝูเฟิ่งจะเป็คนเอ่ยถามขึ้นว่า
"เหตุใดท่านหลี่ถึงมาอยู่ที่นี่ขอรับ"
"อย่าเรียกข้าว่าท่านหลี่อีกเลย ตอนนี้ข้าคือหลี่กัง ชาวไร่ชาวนาคนหนึ่งเท่านั้น"
"เกิดอะไรหรือขอรับ คงไม่ใช่อย่างที่ใต้เท้าจ้งบอกข้าใช่หรือไม่?"
"ใต้เท้าจ้ง?"
ฝูเฟิ่งจึงเล่าเื่ที่ใต้เท้าจ้งบอกมา เกี่ยวกับจอหงวนในปีรัชศกที่สิบเอ็ดที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับขุนนางชั้นสูงจนหายสาบสูญทั้งครอบครัว หลี่กังที่ได้ยินเื่นี้ก็มองไปที่บุคคลตรงหน้าก่อนจะถามย้ำขึ้นว่า
"ใต้เท้าจ้งเป็คนบอกเ้าเช่นนี้หรือ?"
"ขอรับท่านหลี่"
หลี่กังถึงกับซวนเซเล็กน้อย จริงๆ เขาก็เคยคิดถึงความน่าจะเป็เื่นี้อยู่บ้าง แต่ตอนนั้นเขาเป็เพียงขุนนางที่เพิ่งได้รับยศ ไม่คิดว่าเพียงเพราะคำปฏิเสธเข้าร่วมกับขุนนางชั้นสูงผู้หนึ่ง จะทำให้ครอบครัวเกิดภัย ภรรยาถูกสังหารสิ้นใจต่อหน้า บุตรสาวเพียงคนเดียวที่ยังเด็กถูกจับตัวไปขาย
ก่อนหน้านี้เขาเลือกจะไปตามหาความฝันของตัวเองที่เมืองหลวงและพบรักกับภรรยาที่เป็หญิงกำพร้า ทำให้ทั้งสองทำพิธีกันอย่างเงียบๆ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งจดหมายบอกพี่ชายของเขา ต่อมาทั้งสองคนได้เริ่มทำงานรับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ และเขาได้งานในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งเป็แหล่งชุมนุมของบัณฑิตจึงได้แอบศึกษาจากบัณฑิตเ่าั้
ด้วยความพยายาม ทำให้เขาสามารถสอบผ่านระดับภูมิภาคสำเร็จ และลองสอบในพระราชวังได้ตำแหน่งจอหงวนของปีนั้นอย่างเหนือความคาดหมาย แต่เพราะเขายังมีอายุน้อยไม่เหมาะจะทำงานในราชวัง ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้เขาไปเป็ผู้ว่าการมณฑลแห่งหนึ่งก่อน
ถึงจะเป็เช่นนั้นหลี่กังก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ ทั้งยังรู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย หากเขาต้องเข้าไปทำงานในส่วนกลางั้แ่เริ่มต้น เขาอาจสะดุดตอแล้วไม่สามารถอยู่ต่อได้อีก ใครจะไปคิดว่าขนาดเขาไม่อยู่ส่วนกลางก็ยังถูกเล่นงานจนาเ็สาหัส เสียภรรยาและบุตรสาวไปพร้อมกัน หลี่กังไม่ได้ส่งข่าวเื่ที่เขาสอบผ่านและเื่รับตำแหน่งให้พี่ชายรู้เพราะอยากไปบอกเขาด้วยตัวเอง ดังนั้นคนในตระกูลหลี่จึงไม่มีใครทราบ
โชคยังดีที่มีท่านหมอใจดีมาช่วยเขาไว้ ทั้งยังช่วยฝังศพภรรยาให้เขา และดูแลจนอาการาเ็ดีขึ้นก่อนจะจากไปโดยไม่้าอะไรตอบแทน
หลังจากฟื้นตัวหลี่กังก็ออกตามหาบุตรสาว แม้จะสืบหาได้ว่านางถูกจับขายไปเป็ทาส แต่ก็ไม่สามารถสืบหาต่อได้ว่านางถูกขายไปที่ไหน เพราะมันถูกเก็บเป็ความลับ ทำให้เขารู้สึกผิดหวังและกลับมาที่หมู่บ้านซานซัน โดยไม่ได้เอ่ยถึงเื่ที่เกิดขึ้น ด้วยหวังว่าสักวันจะได้พบกับบุตรสาวของตน
แม้เขาจะอยู่เงียบๆ แต่ก็ยังมีคนมาคอยตามหาเขา มีครั้งหนึ่งที่เขาเดินทางไปในเมืองทังโจว พบกับขุนนางที่เคยรู้จักกัน ไม่นานหลังจากนั้นมีคนคอยสะกดรอยตาม ทำให้หลี่กังที่รู้ตัวหลบออกมาได้ และไม่ยอมเข้าไปในเมืองทังโจวอีก เพราะกลัวว่าตัวเองจะนำความเดือดร้อนมาให้คนในตระกูล
กับฝูเฟิ่งก็เช่นกัน แม้เมื่อก่อนจะสนิทกันแค่ไหน แต่ใจคนยากแท้หยั่งถึง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิเสธอีกฝ่าย แต่เมื่ออีกฝ่ายมาเยือนถึงหน้าประตูเช่นนี้คงยากที่จะปฏิเสธ
"วันที่ข้ากับครอบครัวกำลังเดินทาง จู่ๆ ก็มีคนมาดักทำร้ายกลางทาง พวกมันไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าข้าจะสนอให้ทรัพย์สินเงินทองกับพวกมัน แต่พวกมันก็ไม่สนใจ มันสังหารภรรยาข้าและหมายจะสังหารข้าด้วยอีกคน แต่ชะตาข้ายังไม่ถึงคาดจึงรอดมาได้จนถึงตอนนี้"
"แล้วคุณหนูหลี่ลู่จิวเล่าขอรับ"
เมื่อพูดถึงเื่นี้ สีหน้าของหลี่กังก็สลดลง บุตรสาวที่อายุยังไม่สี่ขวบเต็มถูกจับไปขายเป็ทาส ไม่รู้ป่านนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร เขาจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงปวดร้าวว่า
"นางถูกจับไปขาย"
ฝูเฟิ่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน เด็กน้อยที่มักมาวิ่งเล่นรอบๆ ตัวของเขา กลับต้องเผชิญชะตากรรมที่น่าเศร้าใจ
"ไว้ข้าจะช่วยท่านตามหาคุณหนูนะขอรับ"
"ขอบใจมาก เื่ที่เราเจอกันวันนี้ขอให้ช่วยเก็บเป็ความลับด้วย ข้าไม่อยากทำให้ครอบครัวของพี่ชายเดือดร้อนไปด้วย"
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เสียงเหยียบกิ่งไม้ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ก็ดังขึ้น
หลี่กังรีบพุ่งตัวเข้าไป เพราะคิดว่าเป็คนร้ายมาแอบฟัง แต่กลับพบเป่าเปาตัวน้อยผู้เก็บงำความลับทุกเื่ของคนครอบครัวยืนอยู่ด้วยสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา ปากก็พร่ำบอกกับตัวเองว่า
"ท่านพ่อ ท่านพ่อ"
ไม่น่าแปลกใจที่เป่าเปาจะจำเื่ชีวิตก่อนโดนขายไม่ได้ เพราะตอนนั้นนางอายุย่างสี่ขวบเท่านั้น แม้แต่แซ่เดิมนางยังจำไม่ได้ เพราะใครๆ ต่างก็เรียกนางว่าจิวเอ๋อ และนางเองก็เรียกพ่อกับแม่ว่าท่านพ่อท่านแม่
ความรู้สึกคุ้นหน้าหลี่กังในตอนแรก นางคิดว่าเป็เพราะความทรงจำของเป่าเปา ความรู้สึกคุ้นด้านหลังของคนที่นั่งอยู่หน้าบ้าน นางคิดว่าคุ้นตาเพราะเขาคือคนในตระกูลหลี่ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เพราะความทรงจำเดิมของใคร แต่เป็ความทรงจำที่อยู่ส่วนลึกในใจนาง
ดีจริงๆ ที่ท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่ มันช่างดีเหลือเกิน เป่าเปาก้าวพุ่งไปข้างหน้าเพื่อกอดหลี่กังผู้เป็พ่อของตนเองไว้ ผู้คนที่ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของเป่าเปาก็วิ่งเข้ามาดู
เมื่อพบเป่าเปาร้องไห้อย่างหนัก กอดหลี่กังเอาไว้ไม่ยอมปล่อย หลี่ชุนจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"น้องรอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
หลี่กังส่ายหน้าให้เป็คำตอบ เขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลี่หลินพยายามปลอบลูกสาวคนเล็ก แต่ทำอย่างไรเป่าเปาก็ไม่ยอมปล่อยมือจากหลี่กัง ทำให้หลี่กังต้องเป็คนปลอบนางจนอารมณ์เย็นลง
เมื่อเป่าเปาอารมณ์เย็นลงแล้ว ฝูเฟิ่งที่กำลังงุนงงได้แต่มองซ้ายมองขวา ก่อนจะขอตัวกลับไปก่อนแล้วจะมาอีกในภายหลังโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังมีคนตามดูพวกเขาอยู่ เป่าเปาเองก็ไม่ได้สังเกต เพราะนางกำลังจดจ่อกับเื่ราวในอดีตของตัวเองกับบิดา
คืนนั้นเป่าเปาที่กำลังนอนหลับได้ฝันถึงครอบครัวของตัวเองในอดีต แม้จะเห็นใบหน้าผู้คนไม่ชัดแต่นางก็รู้สึกได้ว่านั่นคือบิดาและมารดาของนาง
ทุกครั้งในตอนกลางวันมารดาจะทำขนมไปส่งที่ร้านอาหารโดยมีนางเป็ผู้ช่วย และบิดาจะทำงานที่โรงเตี๊ยมของเหล่าบัณฑิต ตกเย็นมารดาจะมาทำอาหารให้ครอบครัว และบิดาจะมุ่งมั่นอ่านหนังสือสอบ
วันเวลาที่แสนเลือนรางได้ปรากฏขึ้นในความฝัน ทำให้นางยิ้มให้กับความทรงจำเ่าั้จนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
เช้าวันนี้นางได้เจอหลี่กังอีกเช่นเคย นางยิ้มกว้างส่งให้อีกฝ่าย จนหลี่กังอดถามขึ้นไม่ได้ว่า
"เป่าเปา เมื่อวานหลานเป็อะไรหรือ?"
"บังเอิญข้าได้ยินเื่ที่พวกท่านคุยกัน เลยคิดว่าหากข้าเป็ลูกสาวให้ ท่านอาจจะได้เสียใจน้อยลงเ้าค่ะ"
เป่าเปาเอ่ยตอบอย่างมีเหตุผล นางไม่ยอมรับหรอกว่าตัวเองแอบฟัง ก็แค่บังเอิญผ่านไปได้ยินเท่านั้น
หลี่กังผู้เป็อายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอามือลูบศีรษะหลานสาวแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ไม่มีใครแทนใครได้หรอกนะ เป่าเปา"
เป่าเปาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก หากบอกไปว่านางคือ หลี่ลู่จิว ที่มาอยู่ในร่างของเป่าเปา นั่นก็หมายความว่าหลี่ลู่จิวได้ตายลงไปแล้ว อาจทำให้หลี่กังรู้สึกผิดต่อนางมากขึ้นไปอีก
และหากคนในตระกูลหลี่รู้ว่าิญญาที่อยู่ในร่างเป่าเปาไม่ใช่เป่าเปา ยิ่งจะสร้างความเ็ปให้แก่ทุกฝ่าย ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะเก็บความลับอันนี้เอาไว้ในใจ ขอแค่ได้อยู่กับทุกคนแบบนี้ก็มีความสุขมากแล้วจริงๆ