เ้าหมูเพลิงทะยานฝ่าความมืดไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่ตั้งของวัดหนองน้ำเเห้ง เเต่สิ่งที่เห็นรำไรบนแผ่นฟ้าทำให้สีหน้าดาบเทียบต้องค้างเเข็งเมื่อมองไปยังทิศทางนั้น ผืนฟ้าดำมืดเบื้องหน้าได้เจือสีเเดงราง ๆ ลุกลามกว้างใกล้ประชิดถึงเชิงเขา
ถนนลูกรังคดเคี้ยวขึ้นลงทั้งสองข้างฟากฝั่งรายล้อมด้วยไร่ข้าวโพดยืนต้นสูงออกผลเต็มฝักรอเก็บเกี่ยว ท้องไร่กว้างใหญ่สุดสายตายามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดกับสายลมเย็นอ่อน ๆ พัดพาดอกข้าวโพดเอนไหวราวกับลูกคลื่นแ่เบาบนเเม่น้ำเเห่งความตาย
เทียบเร่งความเร็วเ้าหน้าหมูคู่ใจเพื่อท้าทายเเข่งขันกับกระสวยเวลาที่เดินหน้าไม่เคยหยุดนิ่ง เเสงสว่างข้างทางจากเสาไฟที่สร้างจากไม้เนื้อดีเเข็งเเกร่งทั้งต้นสาดเเสงเหลืองสลัวเป็ระยะ ราวกับตัวเขากำลังเคลื่อนที่ข้ามผ่านภาพซ้ำเป็วังวนในดินเเดนพิศวงที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสิ้นสุดถึงปลายทาง ในยามนี้ทุกคดโค้งหรือจุดเฝ้าสังเกตต่างมีรูปแบบใกล้เคียงเหมือนกันหมดกับที่ผ่านมาเเล้วทั้งสิ้น
" อะไรวะ! "
กลิ่นประหลาดคล้ายกำยานหอมกรุ่นรุกล้ำนาสิกประสาทออกฤทธิ์มอมเมาจนรู้สึกลุ่มหลง เขาต้องใช้จิตเเห่งไฟในร่างชะล้างสิ่งรุกล้ำเเปลกปลอม ก่อนใช้สายตาดูเเคลนชำเลืองมองขึ้นไปยังดวงไฟด้วยความเอะใจ เเต่ภาพที่พบเห็นทำให้สีหน้าเรียบเฉยไม่เคยกลัวเกรงสิ่งใดต้องตื่นตระหนก ทั่วทั้งร่างกระตุกหลังตั้งตรงราวกับถูกกระเเสไฟฟ้าเเล่นผ่าน
ดวงไฟกลมที่สาดเเสงสีเหลืองสลัวปรากฏใบหน้ายิ้มเยาะของปีศาจร้ายกลมกลืนอยู่ในนั้น ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าุ์หลุดโลกที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนสร้างสรรค์ท่วงทำนองพิกลพิลึก
บรรยากาศลี้ลับกัดกร่อนความรู้สึกร้อนรุ่มเเปรเปลี่ยนเป็วิตกจริตหวาดระแวงราวกับเกิดจุดบอดจุดเล็กปรากฏขึ้นกลางใจ ก่อนจะกระเพื่อมแผ่ขยายวงกว้างเข้ากดทับดวงิญญาให้ผุกร่อนแตกสลาย
' ใกล้ถึงเเล้ว น่าจะเหลืออีกสองโค้งลงเนิน '
บ้านไม้ของตาเเว่วอยู่ด้านหน้าอีกไม่ไกล เทียบเริ่มสังเกตเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของชาวบ้านที่จอดทิ้งไว้ เ้าตัวคงลงเดินรวมกลุ่มตามกันไปมุงดูความวิบัติพินาศย่อยยับที่เกิดขึ้นด้านหน้า
" ชาวบ้านหายไปไหนกันหมด! "
แววตาประหลาดใจหันมองทั่วทั้งสี่ทิศ หากวัดจากจุดที่เขาอยู่ลากเส้นยาวไปถึงเบื้องหน้าล้วนมีเเต่รถราว่างเปล่าทั้งสองล้อสี่ล้อจอดไว้เรียงรายเต็มสองฝั่งถนน เเทบไม่พบเห็นผู้คนเดินดินหรือใครคนใดที่เขารู้จัก เมล็ดพันธุ์เเห่งความสงสัยเเตกหน่อผุดยอดขึ้นให้เฉลียวใจคิด นับตั้งเเต่ตั้งต้นออกจากวัดมาไม่มีใครสักคนขับขี่รถสวนทางกับตัวเขาออกไปเลย
เอี๊ยด!!!
ปลายเท้าขวากระทืบแป้นเบรคจนจมมิดพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กำเบรคบีบคลัทช์เกร็งเเน่น ตัวเองเกือบถูก ' เเรงเฉื่อย ' โยนลอยข้ามตัวรถดีที่ยังตั้งหลักหยุดรั้งได้ทัน เส้นทางเป็เนินโค้งลงหักศอกเเถมฝั่งซ้ายมีกอหญ้า ' น้ำพุ ' สูงเกือบสองเมตรล้ำมาเบียดบังสายตาจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่กีดขวาง
บนถนนลงเนินด้านล่างมีมอเตอร์ไซค์เเม่บ้านสีขาวคันงามจอดล้มอยู่ ข้าวของผักผลไม้ในตะกร้าหน้ารถที่บิดเบี้ยวตกเสียหายกระจายเกลื่อน เบาะหนังสังเคราะห์สีดำเปิดอ้าหลุดออกจากขอเกี่ยวล็อคด้านท้าย กลิ่นเหม็นสาบน้ำมันเครื่องไหลนองลงมาเป็ทางโชยเเสบจมูก เเต่รอบบริเวณนั้นผู้าเ็หรือรอยเืแม้สักหยดยังไม่มีให้พบเห็น
ยิ่งลึกเข้ามาใกล้ถึงบ้านตาเเว่วต้นเพลิงเท่าไหร่ยิ่งััได้ถึงบรรยากาศอัปมงคลไม่คุ้นชิน ตลอดเส้นทางที่ผ่านมีเเต่รถเปล่ากับข้าวของตกหล่นเต็มไปหมด ด้วยระยะทางที่เหลือไม่ใกลอีกเพียงเเค่สองร้อยเมตร เทียบตัดสินใจจอดรถเเล้วรีบจ้ำอ้าวกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด
สัญญาณเเสงไฟสว่างวิบวับวูบวาบจากรถกู้ภัยปรากฏขึ้นสะดุดตามาเเต่ใกล เสียงอื้ออึงจากเครื่องสูบน้ำประสานเสียง ' ซู่ ' จากสายดับเพลิงขนาดใหญ่ที่ใช้ฉีดมวลน้ำมหาศาลระงับเหตุร้ายเริ่มชัดเจนขึ้นในโสตประสาท เพียงเเต่ยิ่งเดินเข้าใกล้จุดหมายเท่าไหร่ใจคอกลับรู้สึกเลวร้ายลงเท่านั้น เพราะตลอดทางเหลือเพียงเขาผู้เดียวดั่งกลับกลายเป็ผู้ประสบภัยตกอยู่ในโลกเงียบเหงารกร้างไร้ผู้คน
พรึ่บ!
ร่างเพลิงควบเเน่นคล้ายประกายไฟจุดะเิพุ่งไปยังรถดับเพลิงที่เหลือเเต่สายส่งน้ำโดดเดี่ยวอยู่บนพื้นวางพาดขวางถนน มวลน้ำถูกปล่อยทิ้งข้างทางไร้เ้าหน้าที่บังคับจับถือ รถกู้ชีพเปิดท้ายโล่งเตียงเเปลผู้ป่วยว่างเปล่าไม่มีเเม้เเต่เงาของหน่วยกู้ภัย
ซอยเเยกทางตรงเเคบเล็กลึกเข้าไปยังบ้านตาเเว่วถูกเปลวเพลิงร้อนเเรงลุกโชนปิดกั้นมองไม่เห็นตัวบ้าน เทียบเตรียมจะพุ่งทะยานฝ่าเข้าไปเเต่กลับมีเสียงสำเนียงเอาเเต่ใจเอ่ยทักท้วงห้ามหยุดไว้
" เข้าไปไม่ได้เ้าล่อนจ้อน! นี่ไม่ใช่ไฟบริสุทธิ์ที่กำเนิดจากผืนพิภพเเก่นโลก ทั้งที่ตัวเองมีเสี้ยวเพลิงสถิตอยู่ในร่างเเล้วแท้ ๆ กลับไม่รู้สึกถึงความปรปักษ์เเตกต่าง เเต่เอาเถอะใช้เวลาเพียงเท่านี้ทำได้ขนาดนี้ถือว่าไม่เลว... ให้ผ่านก็ได้ "
" หมาย... หมายความว่ายังไง "
เทียบเอ่ยถามพลางมองเ้าเมล่าตัวน้อยเเปรเปลี่ยนเป็ก้อนกลมพลังงานลอยตัวอยู่ด้านหน้า
" ชิชะ ดูเอาสิเ้าโง่! เพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ไม่มีเเม้กระทั่งไอร้อน หรือเขม่าควันที่เกิดจากการแทนค่าเผาไหม้วัตถุ ยืนอยู่ใกล้ขนาดนี้แทบไม่รู้สึกเลยทั้งที่ไฟลุกลามกินวงกว้างถึงขนาดนั้น "
" จะ... จริงด้วย เมล่าเ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกันเเน่? "
ดวงตาคมเบิกกว้างราวกับเพิ่งรู้สึกตัว ถึงเเม้เขาจะเป็หนุ่มผิวเข้มเเต่สีหน้ายามนี้ยังต้องซืดเผือดเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
" มันคือไฟจากการ ' บูชายัญ ' เผาไหม้เืเนื้อเพียงกายหยาบเเต่ไม่กระทบถึงดวงิญญาที่ใช้เซ่นสังเวย เพื่ออัญเชิญตัวตนยิ่งใหญ่จากยุคาที่สละสังขารสุดท้ายเหลือเพียงดวงจิตนอนหลับไหล ร้องเรียกให้ประทับพลังมาสถิตแฝงร่างเพื่อสู้รบเป็เเขนงหนึ่งของอิทธิฤทธิ์ในศาสตร์สังหารต้องห้าม "
" บูชายัญศาสตร์ลับต้องห้าม... เเล้วชาวบ้านทั้งหมด! "
" เเน่นอนที่ ' เครื่องเซ่นสรวง ' ต้องตกอยู่ในกองเพลิงนั่น กลุ่มคนหรือสิ่งลึกลับที่ลงมือทำเื่เช่นนี้เป็ตัวตนที่ไม่ธรรมดา ถ้าเ้า้าจะเข่นฆ่าผู้มีอำนาจหรือใครอะไรสักอย่างให้หายหมดสิ้นจาก ' สังสารวัฏ ' เวียนว่ายตายเกิดในสามพิภพซ้อนทับ นี่เป็วิธีที่ฟุ่มเฟีอยเปลืองเเรงเป็ที่สุดเเต่ถ้าทำสำเร็จจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเกินความคาดหมาย ดูจากทุกการเตรียมการต่างเต็มไปด้วยความปราดเปรื่องเเละแผนการที่เหนือชั้น พูดได้เต็มปากเลยว่าโลกของเ้าในวันนี้ไม่ใช่โลกของเ้าที่เ้ารู้จักอีกต่อไป "
ตั้งเเต่เทียบเข้าถึงเศษเสี้ยวพลังอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต ทุกสิ่งที่ได้ััรับรู้ล้วนเติมเต็มความเชื่อมั่น เเต่เมื่ออยู่ต่อหน้าไฟมรณะลึกลับนี้ตัวเขายังรู้สึกถึงความกระวนกระวายด้อยกว่าที่ซ่อนอยู่จากพลังงานที่มองไม่เห็นเข้ากดข่ม
" เเล้วเราจะดับมันได้อย่างไร? "
" ไม่มีทาง... นอกจากมันจะดับลงเองเมื่อพิธีกรรมสิ้นสุดหรือเป้าหมายตายตกเท่านั้น "
เทียบยืนโดดเดี่ยวสิ้นหวังจับจ้องเปลวเพลิงประหลาดเริงระบำ ตั้งเเต่เกิดมานี่เป็ครั้งที่สองเเล้วในชีวิตเเถมยังเกิดขึ้นในวันเดียวกันที่เขารู้สึกถึงความไร้ค่าไร้กำลังราวกับตกอยู่ในฝันร้ายลืมตื่น
เเววตาเศร้าสลดสีสนิมกวาดมองรถราที่จอดเกลื่อนนอนล้มเรียงรายกีดขวางทางถนน ในสมองที่โง่เขลาเื่ร่ำเรียนมาเเต่ไหนเเต่ไรในเวลานี้ยังเเอบประมวลผลประเมินความสูญเสียตลอดระยะทางกว่าสองร้อยเมตรที่รถคันเเรกถูกจอดทิ้งไว้จนถึงจุดที่ตัวเขายืนเศร้าอยู่ คงมีชาวบ้านไม่ต่ำกว่าสองร้อยชีวิตได้ตกเป็เครื่องสังเวยตามที่เ้าไฟน้อยบอกกล่าว
ถ้าหากในค่ำคืนนี้ตัวเขายังไม่ไดัรับการยอมรับจากตัวตนพิเศษอย่างเ้าเมล่ามาอยู่ข้างกาย จากสถานการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดสิ่งที่รออยู่มีเเค่ความตายเท่านั้นหรือหากโชคดีมีโอกาสรอดชีวิตก็คงคว้าน้ำเหลวมืดเเปดด้านให้สืบสาวถึงตัวตนคนบงการที่ชักใยสร้างเื่อุบาทว์อยู่เื้ั
" หึหึหึ ไม่ว่าต้องเเลกด้วยอะไร... กูจะล่ามึงให้ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ห้วงอารมณ์อ่อนไหวกราดเกรี้ยวคับเเค้นสับสนปนเปแปรเปลี่ยนชายร่างเล็กให้กลายเป็กลุ่มพลังงานความร้อนสูงเปล่งรัศมีร้อนเเรงวูบไหว ทั่วร่างสว่างเจิดจ้าเผาไหม้เป็หนึ่งเดียวกันกับเพลิงกาฬ
" ว๊ากกกกก!!!!! "
ใกล้เช้าเเล้วไฟยังคงไม่มอดดับ น่าเเปลก... ดันมีพายุฝนเทกระหน่ำลงกลางใจ