ยังไม่ทันที่อัสนีจะออกจากโรงพยาบาล เขาก็ได้รับสายจากแม่ให้เขารีบมาหาที่บ้านโดยด่วนอัสนีคิดว่า เป็เื่สำคัญจึงรีบกลับไปทันที
พอไปถึงบ้านก็พบว่ามีคนสูงอายุเกือบสิบคนมานั่งรออยู่ในบ้านของเขา
มองเห็นพ่อกับแม่ ที่พูดคุยกับพวกเขาอย่างสนิทสนมพอเห็นเขาเข้ามา ก็รีบพูดแนะนำตัวทันที
“ นี่คือลูกชายของฉันหมออัสนี เป็ไง พวกเธอทั้งหลายบอกมาเลย ว่าเป็โรคอะไรเดี๋ยวให้ลูกชายของฉันช่วยรักษาให้เอง”
“ ได้ครับ”
อัสนีได้แต่พูดออกไปแค่นี้เพราะเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว จึงได้แต่ทำการรักษาบรรดาเพื่อนๆ ของพ่อกับแม่ทีละคนจนหมด
อัสนีสังเกตพ่อที่ตอนนี้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่มารักษาอย่างมีความสุข เขายังสังเกตุว่า พ่อยังคงแอบมองเขาแล้วยิ้มบางครั้งอดพูดชมให้เพื่อนที่มารักษาให้ฟังอีกด้วย อัสนีได้แต่ยิ้มสบายใจอย่างน้อยสิ่งที่เขาทำ ก็ทำให้พ่อกับแม่รู้สึกสบายใจ
แต่ในใจยังอดคิดถึงหมวยเล็กไม่ได้หากเธอยังอยู่ เขาจะต้องทำดีกับหมวยเล็กให้ดีที่สุดเช่นกัน
หลังจากรักษาเพื่อนๆของพ่อกับแม่เรียบร้อย แม่กับนำอาหารมากมายมาวางบนโต๊ะ
“ กินข้าวกันลูกวันนี้เหนื่อยไหม” แม่นิ่มเอ่ยอย่างยินดี
“ ไม่เหนื่อยครับ”
“ ลูกแม่ดีจริง เลยเห็นไหมตาแก่ ฉันบอกแล้วว่าลูกเปลี่ยนไปแล้ว”
“ แล้วฉันเถียงแกหรือเปล่าล่ะ” พ่อทิมเอ่ยสั้นๆแล้วตักข้าวแกงใส่จนเต็มจาน แล้วออกไปนั่งกินหน้าจอทีวี
“ พ่อคงเขินน่ะตอนนี้เขาพูดไปสามบ้านแปดบ้าน ว่าลูกเป็หมอเทวดา รักษาขาของเขาหาย พวกเพื่อนเขาจึงมาหากันเต็มไปหมด”
“ พ่อกับแม่มีความสุขก็ดีแล้ว หากว่าจะให้ผมรักษาใครอีก ก็รวมตัวกันแล้วโทรนัดผมได้เลยนะครับผมมีเวลา ผมก็จะมารักษาให้ทุกๆ คนเลย”
“ ดีเลยลูกมีลูกค้าน้ำเต้าหู้แม่หลายคน เขาไปรักษาโรงพยาบาลแล้วไม่หายสักที แบบนี้เดี๋ยวแม่จะนัดพวกเขาให้นะ”
แม่ดีใจรีบโทรหาลูกค้าประจำของแกทันที
อัสนีพอกินอาหารเสร็จก็เดินออกมาจากซอยเพื่อไปขึ้นรถที่จอดริมถนน แต่ระหว่างนั้นมีมอเตอร์ไซด์ สามคัน วิ่งผ่านเขาไปอัสนีจำได้ หนี่งในนั้นคือ
ไอ้ชาหนึ่งในคนทวงหนี้เขาในตอนนั้น อัสนีกลั้นหายใจ พุ่งตัวออกไปตามติด
พอเข้าใกล้ก็กระชากไอ้ชาที่นั่งซ้อนท้าย ร่วงลงจากรถ
“ จำฉันได้ไหม”
ไอ้ชาที่ใไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ๆ ก็มีใครบางคนกระชากเขาลงจากมอเตอร์ไซด์ เพื่อนๆ อีกห้าคน วนรถกลับมาสมทบ
“ ไอ้อัสนีเด็กน้อยนี่ มึงมีอะไรวะ”
“หมวยเล็กอยู่ที่ไหน”
“ กูไม่รู้ ไปไกลๆอย่าให้กูเสียเวลา” ไอ้ชาผลักอกของ อัสนีแต่เขากลับไม่สนใจแต่จับข้อมือของมันหักลงไอ้ชาถึงกับร้องลั่น คุกเข่าไปกับพื้น
เพื่อนๆ อีกห้าคนปรี่เข้ามา มีคนหนึ่งชักมีดสั้นแทงใส่อัสนีก่อนทันที
แต่มันช้าไปก่อนที่จะถึงตัว ถูกเท้าของอัสนีถีบเสยเข้าปลายคาง สลบกลางอากาศ ที่เหลือไปคว้าไม้หน้าสามที่อยู่ข้างทาง แล้วฟาดใส่อัสนีจากสองทิศทาง
แต่อัสนีไม่หลบกลับใช้สองมือจับไม้ทั้งสองเอาไว้แล้วกระชากออกมาจากมือของพวกมัน แล้วเหวี่ยงออกไป ไม้หน้าสามกระแทกใส่คนทั้งสองจนกระเด็นหงายท้องไปกองกับพื้น ที่เหลืออีก สองคนไม่ยุ่งด้วยแล้ว ขับมอเตอร์ไซด์วิ่งปราดหายไปอย่างรวดเร็ว
“ รู้หรือยังว่าหมวยเล็กอยู่ที่ไหน”
“ ฉันไม่รู้มีคนพาหมวยเล็กไป แล้วซ้อมพวกเราแล้วห้ามไม่ให้พวกเราพูดเื่นี้อีก”
“ คนพวกนั้นเป็ใคร”
“ ไม่รู้พวกมันแต่งกายเหมือนพวกแก๊ง พวกเรากลัวมาก เลยต้องหนีไป วันนี้ฉันแค่ผ่านมาเท่านั้นฉันเลิกทวงหนี้แล้ว ปล่อยฉันไปเถิดนะ”
“แล้วพวกแกทำร้ายหมวยเล็กหรือเปล่า”
“ เปล่า เปล่าพวกเราไม่ทันได้ทำอะไรเลย คนพวกนั้นก็มาถึง จัดการกับพวกเราเสียยับเลย”
ไอ้ชารีบเอ่ยอย่างหวาดกลัวอัสนีเองเริ่มเป็ห่วงหมวยเล็กหนักขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็อย่างไรบ้าง
“ ไปได้แล้ว”
อัสนีเดินมาขึ้นรถด้วยความสับสน แต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นรถหาเสียง ผ่านหน้าเขาไปมันคือ ทศพล หาญเทวัญ ผู้สมัครสส. เป็ญาติห่างๆ ของนายพลพร้อมพงษ์ หาญเทวัญ ภาพในอดีตปรากฏขึ้นตอนที่เขาถูกขังอยู่ในเรือนจำ เพื่อนของเขาที่เป็นักโทษปะาชื่อนทีได้ถูกผู้คุมเรือนจำพาออกไปจากห้องขัง ผ่านไปสามวันนทีกลับมาพร้อมกับใบหน้าอันซีดเซียว
นทีบอกว่าเขาขายไตให้กับ ผู้คุมไปแล้ว วันใดที่เขาถูกปะาเมียและลูกของเขาจะได้ค่าบริจาคดวงตา และหัวใจ อีก 1 ล้านบาท อย่างน้อยเขาตายไปก็ไม่เสียดายชีวิต
อัสนีได้ฟังก็คิดว่าเขาคงต้องทำเช่นเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง พัสดี ก็เรียกตัวเขาเข้าไปพบแล้วกล่าวว่า
“ตอนนี้ทางเรือนจำขาดแคลนแพทย์ศัลยกรรมเป็จำนวนมากดังนั้นหากคุณหมออยากร่วมงานกับเรา ผมจะให้สวัสดิการกับคุณหมอโดยที่ไม่ต้องนอนที่ห้องขัง
และไม่ต้องทำงานหนักจะได้กินอาหารเลิศหรูอย่างกับภัตตาคาร และยังมีเงินใช้จ่ายอีกด้วยคุณหมอสนใจไหมครับ”
“ ให้ผมทำอะไร”
“ ก็ไม่มีอะไรมากตอนนี้ทางมูลนิธิหาญเทวัญ ได้ทำการเปิดรับบริจาคอวัยวะ
มีคนรอรับตามโรงพยาบาลอยู่เป็จำนวนมากนักโทษปะาของเราก็ส่วนใหญ่จะยินยอมบริจาคอวัยวะเพื่อแลกกับเงินที่จะมอบให้กับลูกหลานของพวกเขา
แต่ตอนนี้นักโทษปะานั้นน้อยเกินไปจึงมีการขอรับบริจาคจากนักโทษเด็ดขาดหรือไม่ใครก็ได้ที่เต็มใจโดยทางมูลนิธิก็จะมอบเงินให้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว
ทำให้เวลานี้มีนักโทษหลายคนแสดงความจำนงที่จะบริจาคอวัยวะแต่ปัญหาก็คือ แพทย์ที่มีความรู้ด้านเฉพาะทางอย่างคุณหมอนั้นแทบจะไม่มีเลยผมจึงอยากให้คุณหมอมาเข้าร่วมกับเรา”
“ แม้ว่าจะใช้คำว่าบริจาค แต่มีการจ่ายเงินเช่นนี้ มันก็ผิดกฏหมายอยู่ดีนะครับ”
“ ก็ใช่แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหาในเื่ของกฏหมาย การใช้คำว่าบริจาคจะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี วินวิน ทั้งสองฝ่าย”
“ท่านพัสดีแน่ใจนะครับว่า ไม่มีการบังคับกัน”
“ แน่ใจซิผมจะทำอย่างนั้นไปทำไม”
“ งั้นตกลงผมจะร่วมมือด้วย”
นับั้แ่นั้นมาอัสนีก็ช่วยผ่าตัดอวัยวะให้กับ ทางเรือนจำเป็เวลาเกือบเดือน
แต่หลังจากนั้นมีคนผู้หนึ่งถูกจับมัดแน่นเข้ามา พยายามดิ้นรนขัดขืน พยาบาลถึงกับต้องฉีดยาสลบให้กับเขา
“มีคนที่ขัดขืนแบบนี้ได้ยังไง ใช่ว่าตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ”
“เคสนี้เป็เคสเร่งด่วน หัวใจของเขาเข้ากับ ลูกค้าชาวจีนคุณหมอก็ทำตามหน้าที่ไปเถอะค่ะ”
“ ผมไม่ทำ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เคยตกลงกันไว้”
อัสนีวางมีดถอดแมสแล้วเดินออกไป เพื่อที่จะเข้าพบท่านพัสดี
แต่ว่าผู้คุมถืออาวุธเข้ามาสี่คน ประกบเขาเอาไว้ พร้อมเอาปืนจ่อหัวของเขา
“คุณหมอทำตามหน้าที่ของคุณไป อย่าได้เสียเวลา”
อัสนีถึงกับกำหมัดแน่น
“ ยิงเลย ฉันไม่ยอมทำเื่ชั่วอีกเป็อันขาดยังไงฉันก็ต้องโทษปะาอยู่แล้ว ตายตอนนี้เลยก็ดีเหมือนกัน”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่าคุณหมออัสนีช่างใจเด็ดจริงๆ ผมแนะนำหากคุณหมอทำตามที่ผมสั่ง
ผมรับรองพ่อกับแม่ของคุณ จะปลอดภัย” พัสดีเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสามคนพร้อมกับเปิดมือถือให้เห็น ภาพพ่อกับแม่ของเขา ที่ถูกแอบถ่ายเอาไว้หากเขาไม่ทำตามที่สั่ง พ่อกับแม่ของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายแน่
นั่นคือสิ่งที่เขาเจอเมื่อตอนที่อยู่ในเรือนจำเมื่อชาติก่อนเป็เพราะมูลนิธิหาญเทวัญ ที่คอยอยู่เื้ัการค้าอวัยวะภายในเรือนจำทั้งหมด
อัสนีเห็นรถหาเสียงของพวกมันวิ่งใกล้เข้ามาก็สะบัดเข็มมัจจุราชสองเล่ม พุ่งเข้าไปใส่ล้อยางของพวกมันรถหาเสียงก็ค่อยวิ่งช้าลง จนไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ยางล้อแบบราบไปกับพื้นพร้อมกันทีเดียวสองเส้นเลย
ณ โรงแรมริเวอร์เรน
“ อะไรนะเลิกกันแล้วเมื่อคืนแกบอกว่าจะแต่งงานกับหมออัสนีภายใน 1 เดือนพออีกวัน ก็บอกเลิกกันแล้วนี่แกบ้าไปแล้วหรือไง ฉันบอกแม่ของแก และบอกท่านอธิบดีไปแล้วด้วยเชิญท่านให้มาเป็ประธาน แม่ของแกเช้านี้ก็ออกจากบ้านไปเตรียมตัดชุด ป่านนี้คงบอกสมาคมแม่บ้านกรมตำรวจหมดแล้วคราวนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย” พล.ต.ท. มนต์ชัยบ่นไม่หยุดแต่พอหันมามองหน้าลูกสาว ก็เงียบไปทันที เพราะมินตรานั้นน้ำตาไหลออกมาแล้วโผเข้ากอดบิดาอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ ใจเย็นๆ ลูกมีอะไรก็บอกพ่อมา ปัญหาทุกอย่างล้วนมีทางออก”
แล้วมินตราก็เล่าเื่ที่อัสนีสารภาพกับเธอให้พ่อฟังทั้งหมด
“ เขา..เขาเป็คนเลวพ่อ..หนูดูคนผิดไปจริงๆ”
“เื่ราวในอดีตอย่าทำให้มันมีผลต่อปัจจุบันซิ ให้มันเป็เพียงบทเรียนก็พอหมออัสนีเขาช่วยชีวิตลูกเอาไว้ หลายครั้งเลยนะ เขาเคยเรียกร้องผลตอบแทนหรือเปล่าล่ะ
พ่อเองก็ตรวจสอบแล้วเื่พ่อกับแม่ของเขานั้น แม้นจะเคยหลงผิดไป แต่ปัจจุบันเขาก็เปลี่ยนไปแล้วพาพ่อกับแม่มารักษาโรงพยาบาลอย่างดี แถมยังมอบเงินให้ อีก 1 ล้านบาทด้วยนะ
อีกอย่างถึงแม้เขาจะถูกแจ้งความในข้อหาฆ่าเ้าของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์แต่ก็มีหลักฐานโต้แย้งว่าเขาไม่ได้ทำ และยังมี เขาเป็คนรักษาผอ.อีริค เ้าของโรงพยาบาลซานตาครอส และหลานชายให้หายจากโรคร้าย โดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ท่านผอ.อีริคกลับมอบหุ้นในโรงพยาบาลของเขามูลค่าสองร้อยล้านและยังมอบตำแหน่งผอ.ให้กับเขาอีกด้วย
ผู้ชายแบบนี้ลูกจะหาที่ไหนได้ส่วนเื่ผู้หญิงที่ชื่อหมวยเล็กนั่น หมออัสนีในเวลานั้นเขายังเป็เพียงวัยรุ่นคนหนึ่งความรู้สึกหวาดกลัวย่อมเป็เื่ธรรมดาที่จะทำพลาดไป เอาไว้ พ่อจะให้คนไปออกสืบเื่นี้อีกที อัสนีเขาเป็หมอแต่ยังยอมรับงานบอดี้การ์ดเพื่อดูแลลูกของพ่อ ด้วยค่าจ้างเพียงแค่สองแสนเทียบกับฐานะของเขาในเวลานี้ เขาไม่ได้ขัดสนเื่เงินเลย
แต่เขา้าทำเพื่ออยู่ใกล้ชิดลูกดูแลความปลอดภัยให้ลูก
การที่จะหาผู้ชายที่รักและเอาใจใส่โดยที่ไม่ได้หวังเงินทอง พ่อคิดว่า หมออัสนีเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดนะลูก”
คุณหนูมินตราไม่ตอบคำ แต่ในใจเองก็เริ่มสับสนเช่นกัน………….