ในถ้ำแห่งหนึ่งท่ามกลางป่ารกร้างเต็มไปด้วยสัตว์ิญญาดุร้าย มีร่างหญิงสาวนางหนึ่งนอนหลับนิ่งบนแท่นหินิญญาหยกพันปี ใบหน้าเนียนใสไร้ริ้วรอยด่างดำเรือนผมยาวดกดำนุ่มดังแพรไหม
เปลือกตาบางเริ่มขยับเปิดขึ้นช้าๆเพื่อปรับสายตารับแสงสว่าง ร่างบางลืมตาขึ้นก็ต้องขมวดคิ้วตายังมองไป้า จากนั้นจึงค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองไปรอบๆแต่แล้ว
"กรี๊ดดดด ที่นี่ที่ไหนทำไมมีแต่สัตว์ประหลาดน่ากลัวเต็มไปหมด อย่าเข้ามานะ!"
บ้าไปแล้ว!ที่นี่คือที่ไหนกันแน่แล้วฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง จำได้ว่าเธอกำลังเข้าฉากแสดงหนังอยู่จากนั้นก็รู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงจนหายใจไม่ออกแล้วเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็อยู่ท่ามกลางสัตว์ประหลาดน่ากลัวพวกนี้แล้ว ใครก็ได้บอกฉันทีว่านี่คือความฝันไม่ใช่ความจริง
ฉันมีชื่อว่าหยวนปิงลูกครึ่งไทยจีนเป็นักแสดงสาวสวยอนาคตไกลวัย27ปีแน่นอนว่าทั้งสวยทั้งสาวมากความสามารถและที่สำคัญฉันรวยมากๆจบกันอนาคตที่สดใสของฉัน
"พวกข้าไม่ทำร้ายท่านหรอก ในที่สุดท่านก็ตื่นขึ้นมาแล้ว พวกข้ารอท่านมาเนิ่นนานเหลือเกิน"
"ใครพูดน่ะ! ออกมาพูดคุยกันดีๆเถอะนะฉันกลัว"ในใจรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยๆก็มีคนพูดด้วยแต่มองหาก็ไม่เห็นตัวคนได้ยินแต่เสียง และยิ่งใจชื้นเมื่อเขาบอกว่าจะไม่ทำร้ายฉัน
"ข้าก็อยู่ตรงหน้าท่านนี่ไง"
ไหนล่ะมีแต่สัตว์ประหลาดน่ากลัวทั้งนั้นฉันมองไม่เห็นตรงไหนเลยที่จะมีสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ยืนอยู่
"กรี๊ดดดด งูั์!อย่าเข้ามานะ! ฮื่อๆ ฉันกลัวแล้ว ฮื่อๆ"
พระพุธ พระธรรม พระสงฆ์สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดในโลกก็คืองูและไม่ใช่งูธรรมดาทั่วไปเพราะมันมีหัวตั้งเก้าหัว!ตอนนี้ฉันนั่งกอดตัวเองเอาไว้แน่นไม่กล้าแม้แต่ขยับร่างกายหายใจแรงๆยังไม่กล้าเลย
"เอาเถอะถ้ายังเป็แบบนี้คงคุยกันไม่รู้เื่ฟื้นความทรงจำของท่านก่อนก็แล้วกัน"
"จะ จะทำอะไร อย่านะ!"
วูบบบบ
งูั์ทำอะไรบางอย่างจากนั้นก็เกิดแสงสว่างมากมายลอยออกจากสัตว์ประหลาดที่มีมากมายในถ้ำที่ล้อมฉันอยู่จากนั้นแสงพวกนั้นก็ลอยเข้ามาในร่างกายฉันแสงพวกนั้นมีหลากหลายสีสัน และยังรู้สึกได้ว่ามีแสงสีขาวดวงใหญ่มากสามดวงลอยเข้ามาเป็สามดวงสุดท้ายทำให้ร่างกายอึดอัดเหงื่อรินไหลลงมา ศีรษะเริ่มวิงเวียนคล้ายจะเป็ลม
จู่ๆก็มีความรู้มากมายเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไหลเวียนเข้ามาในหัวหรือจะเป็ความทรงจำดังที่งูั์บอกไม่ใช่สิ!มันคืออสรพิษเก้าเศียร!มีอายุแปดหมื่นปี ในดินแดนมนุษย์จะมีสัตว์ิญญาหมื่นปีได้อย่างไรมากสุดก็มีแค่ไม่เกินห้าสิบปี
บอกก่อนเลยว่าโลกแห่งนี้คือโลกของการฝึกตนที่มีพลังิญญา มีดินแดนมนุษย์หรือก็คือโลกเบื้องล่าง ดินแดนผู้ฝึกตน ดินแดนเซียน ดินแดนเทพ ดินแดนมารแต่ละดินแดนจะมีเผ่าต่างๆมากมายอาศัยอยู่ และยังมีอีกหลายดินแดนที่ลึกลับคนภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้โดยง่าย
สัตว์ิญญายิ่งมีอายุมากก็ยิ่งแข็งแกร่งมากและหากพวกมันอายุถึงแสนปีระดับพลังิญญาก็อยู่ระดับเซียนเป็อย่างต่ำ แต่ว่าส่วนมากสัตว์ิญญาที่มีอายุเป็ร้อยปี พันปี หมื่นปีจะไม่มาอยู่ในดินแดนมนุษย์เพราะพลังฟ้าดินหรือที่เรียกง่ายๆว่าไอปราณบริสุทธิ์มีไม่พอสำหรับพวกมันแต่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือสัตว์ิญญาแปดหมื่นปี!พลังิญญาระดับจักรพรรดิขั้นสูงเป็ไปได้อย่างไร
ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามาในหัวดังกับสายน้ำหลากจนกระทั่งแสงพวกนั้นจางหายไปหรือก็คือแก่นพลังิญญาของสัตว์ิญญานั้นเอง
ที่แท้ฉันก็คืออวิ๋นเฟยเฟิ่งอายุ16ปีเทพธิดาในดินแดนเทพบิดาคืออวิ๋นฉู่เหอ มารดาคืออวิ๋นเชาเย่วและมีพี่ชายเพียงคนเดียวคืออวิ๋นชูเทียน ครอบครัวอวิ๋นของฉันอาศัยอยู่ในดินแดนเทพเป็หนึ่งในหกตระกูลที่มีอิทธิพลในแดนเทพ ขึ้นชื่อเื่การหลอมโอสถมีตำราการหลอมยามากมายซึ่งเป็ตำราระดับเทพทั้งสิ้น มีวิชาลับประจำตระกูลคือตำราโอสถ์คืนชีพ และยังมีสายเืพิเศษที่ไม่เหมือนใครสืบถอดโดยสายเืคือกายเทพมายาซึ่งเป็ความลับของตระกูล
กายเทพศักดิ์สิทธิ์สามารถดูดซับพลังิญญาจากสิ่งแวดล้อมรอบกายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีขีดจำกัดโดยไม่มีผล กระทบใดๆ หมื่นพิษไม่อาจกล้ำกรายได้และยังสามารถแยกแยะชนิดของพิษได้อย่างถูกต้องถึงแม้จะผสมใส่อาหารหรือสิ่งของต่างๆก็ตามเพียงแค่ได้กลิ่นก็รับรู้ได้ อีกทั้งยังเืในร่างกายก็สามารถถอนพิษได้หมื่นพิษเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีคน้าตำราโอสถ์คืนชีพ ครอบครัวของเธอจึงถูกลอบโจมตีจนต้องหนีตาย แต่ยังดีที่เื่กายเทพมายายังไม่มีใครล่วงรู้ อวิ๋นเฟยเฟิ่งหรือก็คือฉันเนื่องจากว่ามารดาของนางอวิ๋นเชาเย่วได้แยกดวงจิตของเธอออกสี่ดวงและซ้อนร่างของเธอเอาไว้ที่ถ้ำแห่งนี้ในแดนมนุษย์มีดวงจิตหนึ่งดวงอยู่ในร่างกายที่ถูกผนึกรักษาไว้ที่นี่อีกสามดวงกระจายหลบซ่อนไปตามดินแดนต่างๆเพื่อไม่ให้ใครตามพบ จนกว่าจะถึงเวลาคลายออกของผนึกตามที่บิดาและมารดาของนางกำหนดเอาไว้
และตอนนี้ดวงจิตทั้งสี่ก็ได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวอีกครั้ง มิน่าล่ะฉันไม่ได้เป็โรคหัวใจเสียหน่อยอยู่ๆก็หัวใจล้มเหลว นี่คงถึงเวลากลับบ้านแล้วซิน่ะเข้าใจแล้ว ร่างงามลืมตาขึ้นและมองไปยังเหล่าสัตว์ิญญามากมายเหล่านี้ก็คือบิดาและมารดาเตรียมไว้ให้เธอเพื่อใช้ดูดซับแก่นิญญา
การจะดูดซับพลังฟ้าดินหรือไอปราณบริสุทธิ์ได้มีอยู่สองวิธีคือหนึ่งดูดซับไอปราณบริสุทธิ์จากธรรมชาติรอบตัวและสองได้จากสัตว์ิญญานั้นคือนำแก่นิญญาของมันมาดูดซับ
และการจะได้แก่นิญญาของสัตว์ิญญามามีสองวิธีหนึ่งคือฆ่าและนำแก่นิญญามา สองคือสัตว์ิญญาเ่าั้เต็มใจยกแก่นิญญาให้อย่างเต็มใจโดยไม่ต้องฆ่าแต่ว่าอย่างที่สองนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยที่พวกมันจะยอมยกแก่นิญญาให้ด้วยหยิ่งในศักดิ์ศรี
"ฉันคงต้องเริ่มจากการดูดซับไอปราณปลดผนึกและเพิ่มระดับพลังก่อนซิน่ะ"ตอนนี้สัตว์ิญญาหายไปกันหมดแล้วเหลือแค่อสรพิษเก้าหัว
"ในเมื่อตอนนี้ท่านเข้าใจแล้วก็มาเริ่มกันเถอะ ข้าจะยกแก่นิญญาแปดหมื่นปีให้ท่านแต่ว่าการดูดซับคงจะใช้เวลาหลายวันสักหน่อย"
"อืม มาเริ่มกันเลย"ฉันไม่ถามอะไรมากความเพราะรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ได้เตรียมไว้ให้
ตอนที่อยู่ในแดนเทพฉันที่เป็ถึงเทพธิดาตระกูลสูงศักดิ์ย่อมมีพลังิญญาที่สูงคือระดับพลังิญญาราชันย์ขั้นกลางแต่พอถูกผนึกเอาไว้พลังิญญาก็ถูกผนึกไปด้วย การจะทำให้พลังิญญากลับคืนมาต้องใช้แก่นิญญาของสัตว์ิญญาหมื่นปีขึ้นไปจึงจะคลายผนึกได้ และแน่นอนว่าหากคลายผนึกได้แล้วเธอก็จะมีระดับพลังิญญาราชันย์ทันทีและยังอยู่ในขั้นกลางอีกด้วย
อวิ๋นเฟยเฟิ่งหลับตาลงเริ่มปรับความรู้สึกให้เข้าสู่ความว่างเปล่าของจิติญญาเริ่มดูดซับแก่นิญญาของอสรพิษเก้าเศียรอย่างช้าๆแต่ต่อเนื่อง เธอรับรู้ถึงความอบอุ่นที่ส่งออกมาจากจุดตันเถียน
ณ ดินแดนมารชายหนุ่มรูปงามสวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยเท่าใดนักยิ่งชุดสีแดงที่สวมใส่ก็ขับเน้นให้เรือนร่างนั้นมีเสน่ห์ยากจะถอนสายตากำลังนอนหลับตาพริ้มและขาข้างหนึ่งชันเข่าขึ้น มองดูแล้วมีเสน่ห์เย้ายวนใจดังจิ้งจอกไม่ว่าใครได้มองก็ต่างต้องหลงใหลดังโดนสะกดจิต
"เป็นาง"ต้องใช่แน่กว่าร้อยปีมานี้ไม่ว่าเขาจะออกตามหายังไงไม่ว่าดินแดนใดเขาก็ต่างไปทุกที่เพื่อหานางแต่กลับไม่พบอะไรเลย ตอนนี้เขาััได้ถึงนางแล้วถึงจะเบาบางแต่ก็ไม่ผิดแน่
"คงต้องไปเยือนดินแดนมนุษย์สักหน่อยแล้วซิ หึ"กล่าวจบก็พลางสะบัดมือครั้งเดียวก็หายวับไปจากตรงนั้นทันที