หลังจากที่ได้พูดคุยกันตามประสาตาหลานเสร็จสิ้น ท่านตาก็พาฉินเหม่ยหลานไปรับประทานอาหารในห้องโถงของจวน บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและสงบ สะท้อนถึงตัวตนของท่านตาได้อย่างชัดเจน ไม่มีการประดับประดาที่หรูหราเกินความจำเป็ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างพอดีและกลมกลืน ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในรู้สึกถึงความสงบสุขและความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในความเรียบง่ายนี้
อาหารที่ถูกจัดเตรียมสำหรับมื้อนี้ก็ไม่ต่างกัน เป็เพียงอาหารบ้านๆ ธรรมดา มีข้าวสวยร้อนๆ กับข้าวที่เป็อาหารพื้นๆ ที่ดูจะไม่ซับซ้อนอะไร แต่กลับเต็มไปด้วยความพิถีพิถันในการเตรียม การปรุงแต่งรสชาติเรียบง่ายแต่กลมกล่อม มีเพียงกับข้าวบางอย่างที่ดูพิเศษขึ้นมาบ้าง เพราะเป็อาหารที่ท่านตาของนางโปรดปราน
ขณะที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ท่านตาก็กล่าวถามนางด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใย “ถ้าหลานชอบกินอะไรเป็พิเศษ ก็สั่งกับสาวใช้ได้เลยนะ” คำพูดของท่านตาแสดงถึงความเอาใจใส่ที่มีต่อนาง แม้ว่าท่านจะเป็บุคคลที่ลึกลับและแข็งแกร่ง แต่ใน่เวลานี้ ท่านกลับแสดงออกถึงความอ่อนโยนและความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของชีวิตหลานสาว ทำให้ฉินเหม่ยหลานรู้สึกถึงความอบอุ่นและความใกล้ชิดที่มากยิ่งขึ้น
่สายของวัน ท่านตาของฉินเหม่ยหลานกลับเปลี่ยนแปลงเป็คนละคนจากเมื่อเช้า ท่านที่เคยใจดีและอ่อนโยนต่อหลานสาว กลับกลายเป็ชายชราผู้มีความโเี้และเคร่งครัดอย่างถึงที่สุด บรรยากาศในจวนซึ่งเคยเต็มไปด้วยความสงบและอบอุ่น กลับเปลี่ยนไปเป็สนามฝึกฝนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและการลงโทษ
“อ้าว อ้าว แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ แล้วแบบนี้จะไปทำอะไรกินกัน พวกเ้าคือว่าที่องครักษ์เงานะ ไม่ใช่สุนัขเฝ้ายามเฝ้าหน้าประตู อย่าว่าแต่ปกป้องคนของราชวงศ์เลย แค่ปกป้องชีวิตของตนเองยังทำไม่ได้”
เสียงของท่านตานั้นเต็มไปด้วยความโกรธและความเข้มงวด “อะไรกัน ทำไมร่างกายถึงอ่อนปวกเปียกเช่นนี้? ช่างทำตัวไม่ทนมือทนเท้าเอาซะเลย อ่อนแอ ไร้ค่า!” คำพูดของท่านตานั้นเหมือนมีดคมที่บาดลึกเข้าไปในจิตใจของพวกเขา ท่านตาใช้ความโเี้ในการฝึกฝนเหล่าทหาร เพื่อให้พวกเขามีความแข็งแกร่งและทนทาน
เหล่าทหารที่ได้รับการฝึกฝนภายใต้ความเข้มงวดของท่านตา ทนไม่ไหวกับการตำหนิและความเครียดที่ท่านแสดงออก พวกเขาถึงกับหลั่งน้ำตาไหลอาบหน้า ความรู้สึกของความผิดหวังและความเ็ปจากการถูกตำหนิอย่างรุนแรงทำให้พวกเขารู้สึกถึงความยากลำบากในภารกิจที่พวกเขาต้องเผชิญ
ท่านตาของนางมุ่งมั่นที่จะทำให้พวกเขากลายเป็องครักษ์เงาที่มีความสามารถและความทนทานสูงสุด การฝึกฝนของเขาอาจจะรุนแรงและโเี้ แต่มันก็เป็สิ่งที่จำเป็ในการเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับหน้าที่ที่สำคัญและเสี่ยงภัยที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ การฝึกฝนที่ดูเหมือนจะเป็การทดสอบความอดทนและความทุ่มเทในระดับสูงนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของท่านตาที่จะสร้างความแข็งแกร่งในตัวองครักษ์เงาเหล่านี้อย่างแท้จริง
ระหว่างที่ฉินเหม่ยหลานดูท่านตาฝึกฝนเหล่าทหารอย่างเข้มงวด เธอรู้สึกอยากทดลองทักษะการยิงธนูที่เธอได้อ่านจากนิยาย เธอรู้สึกตื่นเต้นและ้ารู้ว่าทักษะเหล่านี้สามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้หรือไม่ จึงตัดสินใจลองฝึกดู
เมื่อเธอหยิบจับธนูออกมา ท่านตาของเธอซึ่งกำลังฝึกฝนเหล่าทหารอยู่ มองหลานสาวของเขาด้วยความพอใจ เด็กสาวตัวน้อยนี้สามารถหยิบจับธนูได้อย่างมั่นคงและคล่องแคล่ว ราวกับว่าเธอเคยได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดี ท่ามกลางความตกตะลึงของพลทหารคนอื่นๆ พวกเขาหยุดการฝึกฝนชั่วคราวเพื่อชมความสามารถของคุณหนู ที่เป็หลานสาวของตาเฒ่าจอมโหด
ฉินเหม่ยหลานยืดตัวตรงและยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะเริ่มยิงธนู เธอยิงธนูสามดอกติดต่อกัน ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว เสียงของลูกธนูที่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูแต่ละดอกไม่เพียงแต่เข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ แต่ยังปักลงที่ตำแหน่งเดิมอย่างแน่นอน ลูกธนูที่ยิงไปก่อนหน้าๆ ถูกทำลายโดยลูกธนูที่ยิงใหม่ ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างตกตะลึง
ทุกคนในสถานที่ รวมถึงฉินเหม่ยหลานเอง ต่างเบิกตากว้างด้วยความใ เธอรู้สึกว่า ทักษะการยิงธนูที่เธอเคยอ่านมาในนิยายสามารถนำมาใช้ได้จริงๆ และทำได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมันเป็ทักษะที่เธอฝึกฝนมานาน
"ฉินเหม่ยหลาน นี่เ้าเป็เทพธนูกับชาติมาเกิดหรือไง?" ท่านตาของนาง, แม่ทัพเผิงเฉียนหลง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจ ดวงตาของท่านสะท้อนความประทับใจอย่างชัดเจนหลังจากเห็นความสามารถในการยิงธนูของหลานสาว
ท่านตาสามารถมองเห็นได้ถึงศักยภาพอันมหาศาลของฉินเหม่ยหลาน จากการยิงธนูที่แม่นยำและทรงพลังของเธอ ท่านรู้ดีว่าหากเธอใช้ทักษะนี้ในสนามรบจริงๆ จะสามารถดับลมหายใจของศัตรูได้อย่างง่ายดาย และทำให้ศัตรูฝ่ายตรงข้ามต้องรู้สึกถึงความเกรงกลัว
ท่านตาผู้มีความสงสัยในความสามารถของหลานสาว จึงตัดสินใจท้าทายความแม่นยำของฉินเหม่ยหลานด้วยการเลือกเป้าหมายที่เล็กลงและไกลออกไปอย่างมาก เพื่อทดสอบระดับความแม่นยำสูงสุดของเธอ เป้าหมายที่เลือกนั้นอยู่ไกลเสียจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ท่านตานำเป้าหมายไปตั้งที่ระยะทางที่ไกลมาก แต่ยังคงซ่อนเร้นอย่างดีจากสายตา ท่าน้าเห็นการทดสอบที่เป็จริงที่สุด
ฉินเหม่ยหลานหยิบธนูและง้างสายธนูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความแม่นยำของเธอทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูง่ายดายและราบรื่น เธอปล่อยลูกธนูออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเล็งมากนัก ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความแม่นยำสูง และทันทีที่มันถึงเป้าหมาย เป้าหมายก็ถูกทำลายทันที
เหล่าทหารที่มาฝึกฝนเพื่อจะเป็องครักษ์เงานั้นถึงกับหายใจไม่ออกและมองด้วยความตกตะลึง ขณะที่ท่านตาของนางก็ถึงกับหน้าแดงและรู้สึกมืดมัวด้วยความประหลาดใจ ความแม่นยำของฉินเหม่ยหลานนั้นใกล้เคียงกับเทพธนูจนไม่สามารถอธิบายได้ ท่านตารู้สึกว่าหากเขาต้องต่อสู้กับคนเช่นนี้ เขาอาจจะตกตายก่อนที่ยังไม่ได้เริ่มสู้ด้วยซ้ำ
ท่านตาหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ตื่นเต้นและความภาคภูมิใจในตัวหลานสาวของเขา "ฮ่าฮ่าฮ่า เก่งมาก สมแล้วที่เป็หลานสาวของตาเฒ่าผู้นี้" เขากล่าวด้วยเสียงหัวเราะที่แสร้งออกมา แต่ความภูมิใจและความยินดีที่แท้จริงสามารถััได้จากแววตาของเขา
ความแข็งแกร่งและความแม่นยำที่เกินขอบเขตของเด็กสาววัย 11 ปี ทำให้เหล่าบรรดาองครักษ์เงาที่อยู่รอบข้างรู้สึกทึ่งและประทับใจอย่างลึกซึ้ง ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายเหมือนกับได้พบกับรักแรก พวกเขาไม่เพียงแค่ประหลาดใจในความสามารถของฉินเหม่ยหลาน แต่ยังรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะเห็นนางกลายเป็หัวหน้าของพวกเขาในอนาคต