่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ หลังจากที่หลินเทียนเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อย เขาก็หยุดที่บริเวณทะเลสาบแห่งหนึ่ง เขามองที่ทะเลสาบนั้นและพูดขึ้นมาว่า
"ต้องล้างเนื้อล้างตัวสักหน่อยแล้ว สภาพนี้ดูไม่ได้เลย "หลินเทียนก้มมองดูสภาพตัวเองจากนั้นก็ส่ายหัว สภาพนี้มันยิ่งกว่าขอทานซะอีก
ทันใดนั้นหลินเทียนก็ไม่รอช้าเขารีบถอดเสื้อผ้าและะโลงไปในทะเลสาบทันที น้ำในทะเลสาบไม่ค่อยเย็นมากมันอยู่ในอุณหภูมิที่ค่อนข้างปกติ แต่ถึงแม้มันจะอยู่ในอุณหภูมิใดหลินเทียนก็คงจะไม่สนใจอยู่ดี
หลินเทียนล้างเนื้อล้างตัวเสร็จประมาณ 30 นาที จากนั้นเขาขึ้นจากทะเลสาบ เขาหยิบเสื้อผ้าของเขาเมื่อตอนที่อยู่ในโลกแห่งการยามเพาะออกมาจากแหวนมิติจากนั้นก็สวมใส่มัน
"คงต้องหาชุดสมัยนี้มาสวมใส่ เพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าายตาความสนใจของผู้คนมากเกินไป "หลินเทียนกล่าวขึ้นกับตัวเองเบาๆ
ตอนนี้เขากำลังสวมชุดจอมยุทธ์เสื้อขาวอยู่ ถ้ามีคนมาเจอเขาในชุดนี้คงเลี่ยงไม่ได้จะทำให้ตกเป็จุดสนใจ "แต่ว่าก่อนอื่นต้องตัดผมซะก่อน"
หลินเทียนมองดูผมตัวเองที่ยาวประบ่าจากนั้นก็ส่ายหัวเล็กน้อย ผมของเขาต้องใช้พลังเทพเท่านั้นมันถึงตัดขาด ถ้าเกิดว่าเอากรรไกรมาตัดมีหวังกรรไกรคงมีรอยบิ่นก่อนที่จะตัดผมจองเขาได้แน่นอน
ใช้เวลาสักพักในการตัดไม่นานหลินเทียนในลุคใหม่ก็ได้ปรากฏขึ้น หลังจากที่ได้ตัดผมแล้วตอนนี้เขาดูเหมือนกัยเด็กหนุ่มมัธยมธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีร่องรอยแห่งกาลเวลาหลงเหลืออยู่บนตัวเขาเลย
"ตอนนี้คงต้องพักที่นี่สักคืนก่อนเเล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยออกไปตามหาหลุมศพของท่านพ่อกับท่านแม่"หลินเทียนเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจากนั้นโดยไม่รอข้าเขาก็ได้นั่งลงไขว่ห้างและหลับตาทำสมาธิเพื่อโคจรพลัง
ถึงหลินเทียนจะกลายเป็เทพเเล้วแต่เขาก็ยังคงไม่ลืมที่จะโคจรพลังเเละเดินพลังเทพของตัวเองต่อไป
ทางด้านของเซียวอยูซวน เมื่อเธอเพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ได้รับข่าวร้ายขึ้นทันที!
ป้าเฉินวิ่งมาที่รถของเซียวอยู่ซวยด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นเธอก็ได้กล่าวกับเซียวอยู่ซวยด้วยความร้อนรนว่า "คุณหนู!...คุณหนู! คุณผู้ชายแย่เเล้วเ้าค่ะ"
"อะไรน่ะ!! เกิดอะไรขึ้น?!!'' เซียวอยูซวนโพล่งออกมาด้วยความตื่นตระหนกและกล่าวถามออกมาด้วยความร้อนรนทันที
"คือว่า...อาการของคุณผู้ชายแย่แล้วเ้าค่ะคุณหนู!" ทันทีที่สิ้นเสียงของป้าเฉิน เซียวอยูซวนก็ได้รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที! เธอวิ่งอย่างรวดเร็วจนไม่คิดชีวิตในที่สุดก็ได้มาถึงข้างในห้องที่พ่อของเธอกำลังพักรักษาตัวอยู่
เมื่อเธอเข้ามาภายในห้อง เธอเห็นหมอหลายคนกำลังพยายามยื้อชีวิตพ่อของเธออยู่ เมื่อเธอเห็นแบบนั้นร่างกายของเธอสั่นขึ้นมาทันที น้ำตาสองสายก็ได้ร่วงหล่นลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายของราวกับว่าโดนฟ้าผ่านขณะนี้มันชาไปหมดทั้งตัว!
เธอรู้สึกสิ้นหวัง! เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี!
เพียงแต่ว่าในขณะที่เธอกำลังเสียใจและสิ้นหวังนั้นเองไม่นานก็ได้มีอ้อนแขนที่อบอุ่นเข้ามากอดเธอจากทางด้านข้าง เมื่อเธอหันหน้าไปมองเธอถึงกับร้องไห้เสียงดังออกมาทันที "แม่!...ฮื้อ...ฮื้อ..."
ซูเหม่ยมองดูลูกสาวในอ้อมเเขนตนด้วยดวงตาที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นน้ำตาของลูกสาวเธอรู้สึกบีบหัวใจเป็อย่างมาก เธอกล่าวกับลูกสาวของเธอด้วยเสียงเบาว่า "ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร พ่อของลูกเขาจะต้องไม่เป็อะไร อย่ากังวลไปเลยน่ะลูกรัก"
ถึงแม้ซูเหม่ยจะกล่าวไปแบบนั้น แต่ดวงตาของเธอก็เปียกไปด้วยน้ำตามากขึ้นกว่าเดิม ความหวังของเธอมีไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ! แต่เธอต้องกล่าวแบบนั้นเพื่อทำให้ลูกสาวของเธอสบายใจ...
ลูกสาวของเธอเ็ปมามากพอแล้ว เธอไม่อยากให้ลูกสาวของเธอเ็ปไปมากกว่านี้
หลังจากที่ซูเหม่ยปลอบเซียวอยูซวนสักพัก เซียวอยู่ซวนก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกันนั้นทางคุณหมอก็สามารถยื้อชีวิตท่านชายเซียวได้สำเร็จ
เซียวอยูซวนผละออกจากอ้อมกอดแม่ของตัวเองจากนั้นเธอเดินไปหาคุณหมอที่เธอรู้จัก
" หมอหู่พ่อของฉันเป็อย่างไรบ้างค่ะ" เซียวอยูซวนถาคุณหมอด้วยเสียงสะอื้น ถึงแม้เธอจะเข้มเเข็งแค่ไหนแต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็เพียงเเค่ผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น
หมอหู่เป็หมอวัยกลางคนที่มีหนวดเครา เขาหันหน้ามองเซียวอยูซวนจากนั้นก็ถอนหายใจอกมา" เห้อ...ไม่เป็ไรแล้วละ อาการตอนนี้ถือว่าคงที่แล้วเพียงแต่ว่า..."
"แต่ว่าอะไรหรอค่ะ"ได้ยินหมอหู่หยุดพูดกลางคัน ซูเหม่ยที่เพิ่งเดินมาก็อดที่จะถามออกมาอย่างกังวล
"เพียงแต่ว่า...ท่านชายเซียวคงไม่รอดเกินวันพรุ่งนี้" หมอหู่กล่าวออกพร้อมกับหลบตาสองแม่ลูก เขารู้สึกละอายเป็อย่างมาก ตัวเขาที่ได้ชื่อว่าเป็หมอผู้เชี่ยวแต่กลับไม่สามารถค้นหาโรคที่ท่านชายเซียวป่วยได้
เมื่อสองแม่ลูกได้ยินคำกล่าวของหมอหู่ น้ำตาของพวกเธอก็ไหลออกมาอีกครั้งในทันที นี่พวกเธอจะต้องจากกับพ่อและสามีตลอดกาลงั้นหรอ?
หลังจากนั้นสักพักซูเหม่ยก็เช็ดน้ำตาตัวเองทันที เธอจะไม่แสดงท่าทางอ่อนแอต่อหน้าลูกสาวของเธอเด็ดขาด ซูเหม่ยหันหน้ามองไปที่หมอหู่และถามออกมาว่า "ไม่มีทางอื่นเลยหรอคะ หมอหู่"
ซูเหม่ยถามขึ้นด้วยดวงตาที่คาดหวัง เธอไม่อยากยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงขนาดนี้แล้วเธออยากจะสู้จนถึงที่สุด
"อันที่จริงมันก็มีหนทางหนึ่งนะครับ เเต่มันเป็ไปได้ยากมาก" หมอหู่กล่าวออหมาด้วยท่าทางที่ไม่แน่ใจ
ได้ยินสิ่งที่หมอหู่กล่าว ดวงตาของเซียวอยูซวนเปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอถามออกมาด้วยความตื่นเต้น"วีธีอะไรหรือคะหมอหู่"
หมอหู่เงียบสักพักเเละกล่าวขึ้นว่า"วีธีนั้นก็คือขอให้ หมอเทวดาหยวนช่วย"
"หมอเทวดาหยวน?"สองแม่กล่าวพร้อมกัน จากนั้นส่งดวงตาแห่งความสงสัยไปที่หมอหู่
เมื่อเห็นเเววตาสงสัยใคร่รู้ของสองแม่ลูกหมอหู่ก็อธิบายออกมาว่า " หมอเทวดาหยวน เป็หมอแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเย่นจิง ลือกันว่าเขาสามารถชุบชีวิตคนตายได้ ถ้าเกิดว่าหมอเทวดาหยวนยอมช่วยเหลือ ท่านชายเซียวอาจผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ "
"แล้วหมอหู่มีวิธีติดต่อหมอเทวดาหู่ไหมคะ" ซูเหม่ยถามออกมาด้วยความคาดหวัง ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ เธอก็จะต้องช่วยสามีของเธอให้ได้
"เอ่อ...ผมไม่มีครับ" หมอหู่กล่าวออกมาอย่างหมดหนทาง ที่หมอหู่กล่าวว่าหมอเทวดาหยวนสามารถรักษาท่านชายเซียวได้นั้น อันที่จริงเขาแค่้าปลอบใจสองแม่ลูกเท่านั้น มีความหวังนิดเดียวย่อมีกว่าไม่มีอะไรเลย
หมอเทวดาหยวนเป็คนระดับนั้น เขาคงจะไม่ช่วยเหลือคนธรรมดาอย่างท่านเซียวหรอก
"อย่างงั้นหรอคะ "ซูเหม่ยกล่าวออกมาด้วยท่าทางเศร้าๆ เซียวอยูซวนที่ตอนแรกมีความหวังบัดนี้ความหวังของเธอถูกดับหมดแล้ว เธอมองออกทันทีว่าหมอหู่เพียง้าให้ความหวังแก่พวกเธอเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆเธอก็นึกถึงชายขอทานคนนั่นขึ้นมา เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อจากนั้นก็หยิบเอาขวดหยกขึ้นมา เมื่อซูเหม่ยเห็นลูกสาวของเธอหยิบขวดหยกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอก็ถามด้วยความแปลกใจผสมกับความสงสัย "นั้นอะไรหรอซวนเออร์"
"นี่เป็ของที่หนูได้มาจากคนๆหนึ่งคะแม่ เขาบอกว่ามันสามารถช่วยพ่อได้" เซียวอยูซวนตอบคำถามของแม่ของเธอด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจ
เมื่อทุกคนในห้องได้ยินว่าของที่เซียวอยูซวนหยิบออกมาสามารถช่วยท่านชายเซียวได้ สายตาของทุกคู่ก็ตกไปที่ขวดหยกนั้นทันที
"ลูกแน่ใจหรอว่าสามารถช่วยพ่อของลูกได้" ซูเหม่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใในขณะที่ตอนนีัดวงตาของเธอจ้องมองไปที่ขวดหยกในมือลูกสาว
"อันที่จริงหนูก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ค่ะ" เซียวอยูซวนตอบแม่ของเธอ ตอนนี้เธอไม่ความหวังอื่นใดนอกจากขวดโอสถในขวดหยกนี้แล้ว
เมื่อได้คำพูดของลูกสาว ซูเหม่ยหันหน้าไปมองหมอหู่เพื่อขอความคิดเห็น "หมอหู่ คุณคิดว่ายังใงค่ะ"
หมอหู่คิดสักพักและส่งสายตาไปยังคุณหมอที่เหลือ ทันทีที่คุณหมอที่เหลือเห็นสายตาของหมอหู่พวกเขาก็พยักหน้าพร้อมกัน อย่างไรก็ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว
"ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรครับ" หมอหู่กล่าวออกมาเพื่อเป็สัญญาณว่าอนุญาติให้กับทั้งสองคน
ทันทีที่ได้รับคำอนุญาติเซียวอยูซวนก็เปิดฝาขวดหยกออกมาทันทีและเทของข้างในนั้นออกมา
ทันทีที่เทขวดหยกก็ได้ปรากฎเป็เม็ดยาสีดำสนิทเม็ดหนึ่งอยู่บนมือของเธอ
เมื่อเห็นอย่างนี้เซียวอยูซวนไม่รอช้าเธอรีบเดินไปที่เตียงที่พ่อเธอนอนอยู่ทันที จากนั้นโดยไม่รอช้าเธอได้เปิดปากพ่อของเธอออกมาเล็กน้อยและป้อนเม็ดยาสีดำนั่นลงไป