การต่อสู้บนแท่น์ นั้นแตกต่างจากการต่อสู้ในเส้นทางเข้าสู่แท่น์อย่างสิ้นเชิง
การต่อสู้ของเส้นทางเข้าสู่แท่น์ เกิดขึ้นในถ้ำที่ปิดสนิท วัตถุประสงค์หลักของบททดสอบคือ การสังหารสัตว์อสูร และ ปีศาจ
ส่วนการต่อสู้บนแท่น์ เป็การต่อสู้แบบหมู่ซึ่งจะเต็มไปด้วยความดุเดือด แก่งแย่งเพื่อชัยชนะ ภายใต้สายตาของผู้ชมนับหมื่นคู่
เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ กระบี่ปราบมาร เป็เพียงของล่อใจชิ้นใหญ่ เป็เหมือนกลอุบายใช้กระตุ้นความกระหาย และ ความโลภของผู้เข้าสอบทุกคน ซึ่งผลของมันจะทำให้การต่อสู้แย่งชิงลูกแก้ว์ นั้นมีความดุเดือดทวีเพิ่มขึ้น
ผู้คว้าชัยชนะอันดับ 1 มาได้ คนผู้นั้นจะได้รับทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ และ ของรางวัลซึ่งเป็สมบัติอันล้ำค่า
ไม่มีผู้ใด...ไม่ปรารถนามัน
ไม่เว้นแม้แต่ อู่ อวี้
สิ่งที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอถืออยู่บนมือมันถูกเรียกว่า 'ลูกแก้ว์' ลักษณะของมันเป็ทรงกลมสีขาว บนพื้นผิวถูกสลักไว้ด้วยภาพจิตรกรรมภูมิทัศน์ ซึ่งค่อนข้างคล้ายแผนที่ ไม่มีผู้ใดร่วงรู้ว่าลูกแก้ว์ถูกสรรค์สร้างมาจากสิ่งใด
สิ่งที่ อู่ อวี้ และ ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องทำก็คือ พวกเขาจะต้องลูกแก้ว์ให้ได้ 60 ลมหายใจ ผู้ใดสามารถได้จนครบกำหนดเวลา คนผู้นั้นจะเป็ผู้คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ และ ได้ของรางวัลไป!
แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเขาจะต้องทำ เป็อันดับแรกนั่นก็คือ ยืนหยัดอยู่บนแท่น์ให้ได้
สายตานับพันนับหมื่นคู่ ของเหล่าผู้เข้าชมเป็สายตาที่สร้างความแรงกดดันอันมหาศาลให้แก่ผู้เข้าสอบ สายของพวกเขาส่งผ่านออกมาถึงความตื่นเต้น และ ความคาดหวังอย่างที่สุด ไม่มีผู้เข้าแข่งขันคนใด ไม่รับรู้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลนี้
ส่วนเหล่าเทพเซียนที่บินอยู่ฟากฟ้า ได้ส่งสายตาจับจ้องลงมาราวกับคมกระบี่นับไม่ถ้วน
“เอาล่ะ เมื่อข้าโยนลูกแก้ว์ลงไป การต่อสู้บนแท่น์ก็จะเริ่มต้นขึ้นทันที!” เสียงดังกึกก้องของท่านผู้เฒ่ามู่เกอ ดังผ่านไปทั้งเทือกเขา
* เฮ้! *
ระหว่างจดจ่อกันอย่างเคร่งเครียด ในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง และแล้วลูกแก้ว์ได้ถูกโยนขึ้นไปในอากาศ จากนั้นก็ร่วงลงมาเป็แนวโค้งอย่างสวยงาม ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ท่านผู้เฒ่ามู่เกอเจตนาโยนลูกแก้ว์ ไปยังทิศทางที่ อู่ อวี้ อยู่ เมื่อลูกแก้วเริ่มเข้ามาใกล้ศีรษะของเขาทุกขณะ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้เข้าสอบทั้งหมดจะพุ่งตัวเข้าใส่เขาในทันที
อู่ อวี้ ขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าอันตรายใกล้มาถึงตัว
“าแห่งการแย่งชิงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ใดก็ตามที่ถือครองลูกแก้ว์ จะกลายเป็จุดสนใจ และจะโดนโจมตีอย่างหลีกไม่ได้ ซึ่งพลังของข้าในตอนนี้ นั้นด้อยกว่าผู้เข้าสอบหลายคน การที่ลูกแก้ว์ตกลงมาบนตัวข้าอย่างเจาะจง ช่างเป็เื่น่าขันยิ่งนัก.”
อู่ อวี้ วิเคราะห์สถานการณ์ และ ผลกระทบในใจ หลังจากนั้นเขาก็ล่วงรู้ว่าควรกระทำสิ่งใดต่อไป เวลานี้ผู้เข้าสอบต่างชุลมุนอยู่รอบๆ ตัวเขา ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็อันดับแรก คือการหาช่องโหว่ เพื่อแทรกตัวพุ่งออกมาจากาการแย่งชิงลูกแก้ว์
“เฮ้อ∼∼ เกือบไปแล้ว.”
หลังจากที่ อู่ อวี้ พุ่งตัวหลบหนีความชุลมุนออกมาได้ เขาก็มายืนอยู่ใกล้บริเวณขอบของแท่น์อย่างเงียบ ๆ เขาสังเกตจำนวนคนที่กำลังแย่งชิงต่อสู้ ซึ่งยังคงแออัดมากเกินไป ดังนั้นจึงเป็เื่ไม่สมควรอย่างยิ่ง หากเขาจะเข้าไปร่วมการต่อสู้นั้นด้วย
ดูเหมือนจะมีบางคนคิดเช่นเดียวกับเขา
คนกลุ่มใหญ่กำลังต่อสู้แย่งชิงลูกแก้ว์ แต่บางคนกลับยืนรออยู่บนสนาม รอให้ถึงเวลาอันเหมาะสมแล้วค่อยเข้าไปโจมตี
-----
เวลานี้เป็ยามเที่ยง แสงตะวันสาดส่องลงมาจากฟากฟ้า รัศมีไอความร้อน ได้แผ่กระจายลงบนิัของ อู่ อวี้ ความอบอุ่นของแสง ทำให้ิั กระดูก ฯลฯ ของเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ส่งผลให้ิัของเขาส่องประกายแสงสีทองอ่อน ๆ ออกมา
“ขั้นตอนที่ห้าของ 'กายาเพชระ' คือ 'สายเืนักรบทองคำ' ข้าคิดว่าจะเป็การเหมาะสมที่สุด ที่จะบ่มเพาะพลังในระหว่างาแย่งชิงลูกแก้ว์ เนื่องจากขั้นตอนนี้ต้องบ่มเพาะภายใต้แสงตะวัน เพราะข้าจะสามารถดูดซับพลังแสงอาทิตย์ได้อย่างเต็มที่ แสงแดดจะเข้าไปผสานกับสายเืของข้า แล้วหลอมรวมเปลี่ยนรูปแบบเป็ 'สายเืนักรบทองคำ' ในที่สุด! เมื่อ 'สายเืนักรบทองคำ' ไหลโคจรไปทั่วร่าง ข้าก็จะเข้าถึงระดับชั้นฟ้าขั้น 5 ของสละร่างมนุษย์ขั้น 5 ซึ่งเป็ระดับพลังที่ข้ามีเมื่อ 3 ปีก่อน.”
การเปลี่ยนถ่ายเื เป็ขั้นตอนที่เขาเคยผ่านมาก่อน ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับขั้นตอนของมันเป็อย่างดี แล้วเมื่อเขาก้าวถึงระดับชั้นฟ้าขั้น 5 พลังของเขาก็จะอยู่ในระดับเดียวผู้อื่น!
-----
“อย่าคิดหนี!”
ศึกการแย่งชิงลูกแก้ว์อันดุเดือด เริ่มแผ่ขยายวงกว้างเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ ขณะที่ อู่ อวี้ ยืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณขอบสนาม เขาสังเกตเห็นผู้เข้าร่วมทดสอบ ซึ่งผู้รับใช้คนนี้มีร่างกายที่กำยำสูงใหญ่กว่า อู่ อวี้ เกือบ่ตัวจนราวกับโคถึกผู้บึกบึน ทันใดนั้นขวานขนาดใหญ่ ก็ถูกฟาดเข้าใส่ศีรษะเขาอย่างรุนแรง ฟืดด!!!!
อู่ อวี้ สวนกลับทันที!!!
“วายุทะลวงคลื่นสะบั้น!”
นี่เป็กระบวนท่าแรกของ 'กระบี่สังหารปลาวาฬแห่งบูรพาสมุทร' เป็ท่ากระบี่ตัดปลาวาฬ ซึ่งจะมีรูปแบบหลากหลาย และ แตกต่างกันไป มันเป็กระบวนท่าเน้นความแข็งแกร่ง เสมือนนักรบผู้กล้าหาญ กำลังก้าวสู่มหาสมุทรฝ่าฟันคลื่นลมพายุ แสวงหาปลาวาฬที่อยู่ใต้ผิวน้ำ
ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามของ อู่ อวี้ คือวาฬั์ที่แหวกว่ายอยู่ใต้น้ำ
ทันใดนั้น!
ตู้มมม!!! มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้น
อู่ อวี้ ที่มีมือ และ สายตาที่ว่องไวเฉียบคมนั้น จึงได้เล็งเห็นช่องโหว่ขณะถูกขวานพุ่งเข้าโจมตี ดังนั้นแล้ว อู่ อวี้ จึงได้เร่งโจมตีเข้าใส่จุดอ่อนนั้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ขวานกระเด็นหลุดออกจากมือของผู้รับใช้ร่างกำยำไปทันที แม้ว่าผู้รับใช้จะมีร่างกายแข็งแกร่งสูงใหญ่กำยำ ซึ่งดูแล้วได้เปรียบกว่าเขามากนัก แต่ อู่ อวี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าร่างกายสูงใหญ่กำยำ หาใช่อุปสรรคสำหรับเขาไม่ มันต้องมาวัดกันด้วยชั้นเชิงด้านวรยุทธ และ พลังของทั้งสองคนที่มี
* ปังงงง! *
ต่อมา อู่ อวี้ สวนกลับด้วยท่าเตะรวบขา ร่างของผู้รับใช้ล้มกระแทกลงบนพื้นอย่างจัง โครมมมม!!! ร่างใหญ่ั์ของผู้รับใช้ไถลออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย อู่ อวี้ พุ่งตัวเข้าไปเตะซ้ำอีกครั้ง ปัง!!! แล้วร่างของผู้รับใช้ก็ลอยกระเด็นตกจากแท่น์ลงสู่หลุมลึกไปในที่สุด จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
* ตู้มมม!!! *
-----
“อู่ อวี้.”
ซือตู๋ จิน และ เหล่าสหาย เห็นภาพเหตุการณ์นั้นจากบนท้องฟ้า มันกำลังนั่งอยู่บนหลังของนกกระเรียน์ สีหน้าของชายสอง หญิงสอง ถอดสีอย่างเห็นได้ชัด พวกมันแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดอย่างที่สุด
“เห็นหรือไม่ เ้าทาสผู้นั้นมันมีพลังอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 6 แต่มันกลับพ่ายแพ้ให้กับเ้า อู่ อวี้ ได้อย่างง่ายดาย! ดูเหมือนว่าเ้า อู่ อวี้ จะมีพลังมากกว่าเราเสียอีก!” ฮั่วเฉียน กัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนาง ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่านางกำลังเกรงกลัว กับข้อเท็จจริงที่เห็นด้วยสองตาของนาง
“เห๊อะ! ถ้าข้าต้องประฝีมือกับมัน ข้าก็สามารถฆ่ามันได้ใน 2 หรือ 3 กระบวนท่า” ซือตู๋ จิน ไม่อยากดูขี้ขลาดต่อหน้าสตรีที่มันหลงรัก
แน่นอนว่า เสิ่น อู๋เต้า ก็ได้เห็นฉากการต่อสู้อันน่าเหลือเชื่อของผู้รับใช้ทั้ง 100 คน เขาได้พยายามมองหา อู่ อวี้ ภายในสนามรบที่วุ่นวาย เมื่อชายชราเห็น อู่ อวี้ ชนะฝั่งตรงข้ามได้อย่างใสสะอาด ชายชราไม่รู้สึกริษยาแม้แต่น้อย แต่เขากลับอยากจะะโขึ้นไปบนแท่นประลอง เพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างไปกับเขา
“แข็งแกร่ง!”
ผู้รับใช้ของเทือกเขาหยานหลี่ ที่ห้อมล้อมเสิ่น อู๋เต้า หายใจอย่างไม่เป็จังหวะ เมื่อเห็นฉากต่อสู้ดังกล่าว
-----
หลังจากเห็นผู้เข้าสอบสองสามคนพุ่งเข้าโจมตี อู่ อวี้ แล้วพ่ายแพ้ให้กับเขาอย่างง่ายดาย หลายคนก็ล่วงรู้ว่าความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ นั้นเป็ของจริง และ ไม่กล้าเข้ามาตอแยเขาอีก อู่ อวี้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ที่เขาไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังไปโดยใช่เหตุ! ขณะเดียวกันก็มีเหตุการณ์สร้างเสียงฮือฮาขึ้น กลางแท่น์
“เ้า ตานหลง ได้ลูกแก้ว์!”
“แต่มีผู้เข้าสอบหลายสิบคน กำลังปิดล้อมเขาเอาไว้ และ พยายามแย่งชิงลูกแก้ว์กลับ”
เ้า ตานหลง เป็บุรุษที่มั่นใจในตัวเองยิ่งนัก แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้คือสนามแข่ง หากมีผู้เข้าแข่งขันเพียง ไม่กี่สิบคน ก็คงว่าไปอย่าง แต่เวลานี้กลับมีผู้เข้าสอบเกือบ 100 คน ที่กำลังปิดล้อมเขาอยู่
อู่ อวี้ เห็นว่าเวลานี้ เ้า ตานหลง กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยุ่งยาก เขาพยายามแหวกฝ่าวงล้อมออกมา ในขณะที่มืออีกข้างยังถือครองลูกแก้ว์อยู่ ถึงแม้สภาพของเขาเหมือนจะตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ แต่แท้จริงแล้วเขากลับสามารถสร้างความเสียหาย ให้กับฝ่ายตรงข้ามของเขาจนได้รับาเ็ไปตามๆ กัน เขาสามารถถือครองลูกแก้ว์ได้นานถึง 20 ลมหายใจ อีกทั้งยังสามารถกำจัดคู่ต่อสู้ไปได้มากกว่า 10 คน แต่ช่างน่าเสียดาย เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูก จื่อ ฮั้ว ลอบโจมตีจากด้านหลัง ทำให้เขาต้องสูญเสียลูกแก้ว์ ที่ถือครองอยู่ และ ทำให้เขาเกือบตกออกจากแท่น์
สภาพปัจจุบันของ เ้า ตานหลง ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างของเขาโงนเงนเสียการทรงตัวอยู่บริเวณขอบของแท่น์ เมื่อบางคนเห็นว่าในตอนนี้เขาอยู่สภาพค่อนข้างอ่อนแอ จึงคิดฉกฉวยโอกาสกำจัดเขาทิ้งจากการแข่งขัน ด้วยการผลักร่างเขาให้ตกลงไปจากแท่น์ แต่ถึงแม้ว่าเวลานี้เ้า ตานหลงจะได้รับาเ็สาหัส และ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงฉกฉวยลูกแก้ว์ต่อไป เขากลับยังมีพลัง และ ความแข็งแกร่งมากพอที่จะยืนหยัด อยู่บนแท่น์แห่งนี้
“อู่ อวี้”
เ้า ตานหลง สังเกต อู่ อวี้ ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากเขานัก
“เ้ามันน่ารังเกียจยิ่งนัก คิดจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในเงามืดไปถึงเมื่อไหร่กัน?” เ้า ตานหลง ยิ้มเยาะอย่างเ็า
“การต่อสู้ครั้งนี้ มิควรกระทำเยี่ยงคนโง่เขลาตาบอด ควรคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ ชัยชนะนั้นคือทุกอย่าง ดังนั้นข้าจึงให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าวิธีการ” อู่ อวี้ ตอบกลับอย่างสุขุม
สิ่งนี้คือคติประจำใจของเขา เมื่อครั้งเขายังเป็เ้าชายผู้นำทัพทหารในอาณาจักรบูรพาเย่ว
เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องโจมตี เมื่อนั้นจะต้องเป็โอกาสที่ดีสุดสำหรับตัวเขา
“เ้าขี้ขลาดเอ๊ย”
เ้า ตานหลง ขบฟันแน่น
อู่ อวี้ ี้เีโต้คารมกับเขาต่อ
การต่อสู้แย่งชิงยังคงรุนแรง และ ดุเดือด ผู้เข้าสอบทยอยตกจากท่าน์ เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนคนที่ยังพอเหลือแรงแย่งชิงลูกแก้ว์ก็ค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนคนลดลงเท่านั้น สำหรับผู้ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ทั้งพลัง และ ความเร็วก็ลดลงด้วยเช่นกัน
ขณะนี้ จื่อ ฮั้ว ผู้ซึ่งถือครองลูกแก้ว์ ได้ถูกห้อมล้อมแย่งชิงอย่างดุเดือดจากผู้เข้าสอบ าการแย่งชิงเต็มไปด้วยความอลหม่าน
กระบวนท่าเท้าของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก ความซับซ้อนลึกซึ้งของกระบวนท่า ทำให้เขาเดินวนอยู่รอบสนามแข่งขัน หลบหลีกฝ่าฝูงชนที่คิดแย่งชิงลูกแก้ว์จากมือ บัดนี้มีผู้รับใช้กว่า 40 คนกำลังไล่ตามหลังของเขาอยู่ ซึ่งจำนวนที่เห็นก็ยังนับว่าน้อยกว่า ที่เคยไล่ล่า เ้า ตานหลง ก่อนหน้านี้
45 ลมหายใจ!
จื่อ ฮั้ว ฝ่าฟันขวากหนามได้ถึง 45 ลมหายใจ!
เวลานี้เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และ กระบี่ปราบมาร นั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาต้องพยายามอดทนอีกเพียงแค่ 15 ลมหายใจ ทุกอย่างก็จะเป็ของเขา!
ชิง เิ รอ่เวลานี้มาช้านาน นางคือหนึ่งในสามผู้รับใช้ ที่อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 7 ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธความแข็งแกร่งนี้
“ชิง เิ อย่าได้คิดจะแย่งชิงลูกแก้ว์ไปจากข้าเชียว” จื่อ ฮั้ว กล่าวขึ้นขณะเหล่สายตาไปทางนาง
ชิง เิ ไม่ตอบโต้กลับ แต่นางยังคงหลบซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงชน จื่อ ฮั้ว ยังพยายามปกป้องลูกแก้ว์ อีกทั้งความ้าของเขาดูเหมือนจะมากขึ้นด้วย เขา้าคว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ทว่าช่างน่าเสียดายจำนวนคนผู้ตามไล่ล่าแย่งชิงลูกแก้ว์นั้นมากเกินไป แถมอีกทั้ง เขายังมีมือที่จะใช้ตอบโต้ได้อีกแค่ข้างเดียวเท่านั้น ซึ่งรวมกับน้ำหนักของลูกแก้ว์ที่หนักถึง 1,000จิน ทำให้เพียงแค่ถือมันแล้ววิ่งไปเรื่อยๆ ก็เต็มกลืนแล้ว
* ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! *
แสงสีฟ้าจากกระบี่เคลื่อนไหวไปมา ฉับพลันร่างของ จื่อ ฮั้ว ก็เต็มไปด้วยาแ แขนของเขาถูกโจมตีอย่างหนักมากกว่าส่วนอื่น ทำให้เวลานี้เขาได้เดินตามรอยเท้าของ เ้า ตานหลง
“วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ∼ ∼ วะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! ไม่มีผู้ใดได้ลูกแก้ว์!” ในเวลานี้ เ้า ตานหลง ไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้ นอกเสียจากหัวเราะออกมาอย่างคนคลุ้มคลั่ง เป็ดั่งที่เขากล่าว การสอบเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถลูกแก้ว์ได้นานถึง 60 ลมหายใจ เลยสักคน
“ชิง เิ มีโอกาส?” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอยิ้ม ชิง เิ เด็กสาวคนนี้ยังเยาว์วัยนัก นางเป็ศิษย์ผู้รับใช้ของน้องสาวเขา หากนางสามารถลูกแก้ว์ได้ ก็คงจะดีไม่น้อย ในภายภาคหน้าเส้นทางชีวิตของการเป็ผู้ฝึกตน คงสดใสรุ่งโรจน์
“อาจจะไม่” ซู หยานหลี่ ชี้ไปทาง อู่ อวี้ ที่ยังไม่ได้รับาเ็
“เด็กคนนี้มีพร์ทั้งยังมีความอดทนเป็เลิศ ขนาดนี้บนแท่น์เหลือผู้เข้าทดสอบเพียงแค่ 60 คนเท่านั้น ครึ่งหนึ่งของจำนวนคน ไม่แยแสลูกบอล์อีกต่อไป ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกำลังแย่งชิงลูกแก้ว์อยู่ หากดูจากอัตราของจำนวนผู้แย่งชิงแล้ว โอกาสความสำเร็จจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของ อู่ อวี้ ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับระดับชั้นฟ้าขั้น 7 อีกทั้งกระบวนท่าการต่อสู้ของเขา ไม่ได้ลึกซึ้ง หรือ แข็งแกร่งเท่า ชิง เิ นางแข็งแกร่งกว่าเขาในทุกด้าน ข้าขอพูดตรง ๆ แบบไม่อ้อมค้อมว่า โอกาสคว้าชัยชนะของเขานั้นต่ำนัก” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอวิเคราะห์
สิ่งที่ท่านผู้เฒ่ามู่เกอวิเคราะห์นั้นถูกต้อง ปัจจุบันพลังของ อู่ อวี้ อยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 4 เพียงเท่านั้น ระดับพลังด้อยกว่าชิงเิมาก หากต้องต่อสู้แบบตรงไปตรงมา
-----
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ลูกสุนัขนั่น คิดลูกแก้ว์! หากมันทำได้จริงข้าผู้นี้จะยอมกิน ‘อึ’ หลินเอ๋อให้ดู!”
ความโกรธแค้นที่สั่งสม ทำให้ ซือตู๋ จิน มิอาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไป จนทำให้เขาสบถคำหยาบคายออกมา
“ซือตู๋ จิน ท่าน ...” ฮั่วเฉียน ไม่อยากจะเชื่อว่าซือตู๋ จิน จะกล่าววาจาหยาบถ่อยเยี่ยงนี้
“ฮั่วเฉียน ขะ...ข้าขออภัย อาจเป็เพราะวันนี้ ข้าเหน็ดเหนื่อยมากเกิน” ซือตู๋ จิน รีบแก้ตัวพัลวัน การที่เขาต้องมาขอโทษ มันได้ฉุดลากอารมณ์ของเขายิ่งเลวร้ายลงไปอีก
-----
ชิง เิ นางมีสติปัญญาค่อนข้างเฉียบแหลม หลังจาก จื่อ ฮั้ว หมดสภาพการต่อสู้ นางก็ไม่ได้เข้าไปแย่งชิงลูกแก้ว์ในทันที แต่ปล่อยให้ผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ แย่งชิงลูกแก้ว์กันต่อไป ถือเป็การช่วยลดจำนวนคู่แข่งไปในตัว
หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้เข้าสอบคนใด ถือครองลูกแก้ว์ได้นานเกิน 10 ลมหายใจ ไม่นานนักจำนวนของผู้เข้าสอบบนแท่น์ก็จะเหลือเพียงแค่ 30 คน ผู้เข้าสอบหลายคนถอดใจยอมแพ้ เลิกเข้าไปแย่งชิงลูกแก้ว์อีก ไม่มีผู้ใดอยากจะเสี่ยงจากการไม่ได้เป็ศิษย์ในนิกาย เพื่อแลกกับลูกแก้ว์ ซึ่งนับว่าไม่คุ้มเสี่ยง!
“อู่ อวี้ ท่านไม่้าแย่งชิงลูกแก้ว์เช่นนั้นหรือ?” ชิง เิ เงยหน้าขึ้นมอง อู่ อวี้ เนื่องจากตัวของเขานั้นสูงกว่านางมาก ทั้งจื่อ ฮั้ว และ เ้า ตานหลง ทั้งสองต่างได้รับาเ็สาหัส ดังนั้นนางจึงเชื่อว่าคู่แข่งของนางเวลานี้ คือ อู่ อวี้ เท่านั้น
“้าอยู่แล้ว” อู่ อวี้ ถือกระบี่ของเขา ซึ่งเวลานี้เขาอยู่ห่างจากสนามเพียงแค่ไม่กี่ก้าว
ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที
ชิง เิ ไม่ได้พูดอะไร นางวิ่งเข้าไปในฝูงชน ด้วยกระบวนท่าเท้าของนาง 'ก้าวพริบตาชิงเิ' ฟึ่บ!!!! ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!!! เงากระบี่จำนวนหนึ่งปรากฏขึ้น จากนั้นลูกแก้ว์ก็ตกอยู่ในมือของนาง
“หากพวกเ้าทั้ง 10 คน อยากลูกแก้ว์ ก็เข้ามาแย่งชิงมันไปจากมือของข้า แต่อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!” ดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้างขึ้น สายตาของนางที่จับจ้องไปยังผู้รับใช้ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก จำนวนผู้เข้าสอบในตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 40 คน มีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ยังคงปรารถนาแย่งชิงลูกแก้ว์อยู่ ต่อให้พวกเขาทั้งหมดพร้อมใจกันเข้าไปแย่งชิงลูกแก้ว์จาก ชิง เิ แต่โอกาสแห่งความสำเร็จของพวกเขาก็ยังคงริบหรี่อยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจล้มเลิกความตั้งของตนเองไป
“อู่ อวี้ เหลือท่านกับข้าแล้ว”
ชิง เิ ถือลูกแก้ว์ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วมืออีกข้างหนึ่งของนางได้ชี้ปลายกระบี่ที่กำลังส่องแสงสีฟ้า ไปทาง อู่ อวี้
ขณะนี้สายตาของทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับทั้งสอง พวกเขารอคอยการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฝ่ายหนึ่งคือชายหนุ่ม ผู้ซึ่งออกมาสู่เส้นทางแท่น์ได้เป็อันดับแรก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็เด็กสาวผู้มีพร์เต็มเปี่ยม มาจากตระกูลซึ่งไม่มีใครรู้จัก!
ในการแข่งขันครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะต้องมาเผชิญกับชิง เิ แม้นางยังเป็แค่เด็กสาว มีร่างกายเล็กบอบบาง แต่นางกลับมีความเฉลียวฉลาด มีจิตใจเยือกเย็นกว่า จื่อ ฮั้ว หรือ เ้า ตานหลงมากนัก นางอดทนรอคอยมาจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็ฝ่ายตรงข้ามที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ทั้งสติปัญญา รวมถึงกลยุทธ์ทางด้านการรบของนางนับว่าไม่เลว สำหรับวัยของนาง
แต่ อู่ อวี้ ก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลูกแก้ว์ หลุดมือไปอย่างเด็ดขาด แม้จะต้องเผชิญหน้ากับ ชิง เิ ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานี้ฝ่ายตรงข้ามเหลือเพียงแค่คนเดียว เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสเช่นนี้ไป
เขารู้ดีว่าระดับพลังของตนเองตอนนี้ ไม่สามารถเอาชนะผู้มีพลังระดับชั้นฟ้าขั้น 7 ได้หากต้องเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา แต่ข้อได้เปรียบของ อู่ อวี้ ก็คือ มือข้างหนึ่งของแม่นาง ชิง เิ ได้ถือลูกแก้ว์เอาไว้ ซึ่งก็หมายความว่า ชิง เิ จะเหลือมือไว้ต่อสู้เพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น บวกกับร่างกายอันบอบบางของนาง แต่ต้องถือครองลูกแก้ว์ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 1,000 จิน ซึ่งร่างกายเล็ก และ บอบบางของนางไม่มีทางแบกรับมันได้นาน
-----
“ฮ่ะๆ ช่างเป็ฉากที่น่าตื่นตาจริงๆ!” ท่านผู้เฒ่ามู่เกอลูบเคราของตนเอง ในขณะเปล่งเสียงหัวเราะ “ข้าขอวางเดิมพันฝั่ง ชิง เิ”
“ท่านาุโ ท่านนั้นช่างกลั่นแกล้ง อย่างไรเสีย อู่ อวี้ เป็หนึ่งในผู้รับใช้ของข้า ดังนั้นข้าจะวางเดิมพันฝั่ง อู่ อวี้” ซู หยานหลี่ เปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก เผยให้เห็นดวงตาที่กำลังจับจ้องไปทางชายหนุ่ม ผู้ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่เส้นทางของชาว์
.......................................................................................................................