ทั้งเขาและเธอกำลังตรวจรายการอาหารในเมนูอยู่ตอนที่คนกลุ่มหนึ่งเดินมาเข้าในห้องอาหารแห่งนั้น ส่งเสียงพูดจาและหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงใจใครซูซานนั่งหันหลังให้กับประตูทางเข้า แต่เธอก็ไม่จำเป็ที่จะต้องหันไปมอง เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็ใครที่กำลังเดินเข้ามา
“ไอ้ห่ะ... ” วอร์เรนอุทานออกมาอย่างหงุดหงิดใจ“ไอ้หมอเบรเดนนั่นอีกแล้วคราวนี้เข้ามากันเป็ฝูงเลยแถมไอ้คนเสิร์ฟยังพาเดินมาทางนี้อีกด้วยแกล้งทำเป็ไม่เห็นมันเสียนะ ซูซาน”
ก็ใครเล่าที่จะไม่สังเกตเห็นกลุ่มคนที่เดินเข้ามาด้วยเสียงอึกทึกนั้นได้? ซูซานพยายามที่จะทำตามคำสั่งห้วนๆ ของวอร์เรน โดยแสร้งทำเป็สนใจอยู่กับเมนู แต่ขณะที่ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านโต๊ะไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะปรายตาขึ้นจากเมนู
คนในกลุ่มนั้นทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน6 คนซึ่งรวมทั้งมิทช์ เบรเดนด้วย ถ้าเขาจะสังเกตเห็นวอร์เรนกับเธอเขาก็มิได้แสดงกิริยาอาการอะไรออกมาเลยกำลังหัวเราะร่าอยู่กับคำพูดของเพื่อนร่วมกลุ่มที่เดินอยู่รั้งท้าย
ดูเหมือนมันจะเป็การจัดลักษณะความสูงต่ำของแต่ละคนอย่างน่าแปลกที่สุดและก็มีทั้งคนหนุ่มคนแก่แต่ไม่มีคนใดที่จะมีหน้าตาคมสันเหมือนคนที่กำลังเดินนำหน้าอยู่เลยสักคนเดียว
โต๊ะอาหารตัวใหญ่ซึ่งพนักงานเสิร์ฟเดินนำหน้าคนกลุ่มนั้นเข้าไปมิได้อยู่ไกลจากโต๊ะของซูซานกับวอร์เรนเท่าใดนัก ซึ่งทำให้เธอต้องลอบถอนใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นมิทช์ ทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ตัวที่หันหน้าไปอีกฟากหนึ่ง เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรับประทานอะไรลงหรือไม่ในขณะที่มีเขามานั่งจ้องหน้าอยู่ตลอดเวลาและวอร์เรนก็เช่นเดียวกันท่าทางของเขาดูผ่อนคลายลงมากทีเดียว
หลังจากที่ซูซานเลือกรายการอาหารที่้าได้แล้ววอร์เรนจึงได้เรียกพนักงานมาสั่งและใช้เวลาอยู่กับการเลือกไวน์เพราะเป็สิ่งที่เขาภาคภูมิใจมากในการที่จะได้แสดงออกถึงรสนิยมอันเลอเลิศซึ่งสำหรับซูซานเองแล้ว แทบจะแยกไวน์แต่ละชนิดไม่ออกด้วยซ้ำ
เมื่ออาหารชุดใหญ่ได้รับการเสิร์ฟแล้วพนักงานก็เปิดจุกขวดไวน์ออก พร้อมกับรินใส่ลงในแก้ว ส่งให้วอร์เรนก่อนตามธรรมเนียม
“ท่านครับ ... ”พนักงานเสิร์ฟเอ่ยขึ้น
“นี่ไม่ใช่ไวน์ที่ผมสั่ง”วอร์เรนขัดขึ้นทันที ไม่ยอมให้พนักงานผู้นั้นพูดจนจบ เขาเอื้อมไปดึงขวดไวน์จากมือของพนักงานเสริ์ฟ“ไวน์ชนิดนี้ไม่มีในรายการไวน์ของที่นี่ด้วยซ้ำ”
“ มิได้ครับ ท่าน” พนักงานเสิร์ฟตอบ“นี่เป็ไวน์ชนิดพิเศษซึ่งเก็บไว้ดื่มส่วนตัวของเ้าของร้าน แล้วก็เป็อภินันทนาการจากท่านสุภาพบุรุษที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะใหญ่”
มิทช์ เบรเดนนั่นเอง ทั้งซูซาน และวอร์เรนหันไปมองทางเขาพร้อมกันและได้เห็นว่ามิทช์กำลังนั่งอยู่ในท่าเอี้ยวตัว จับตามองดูอยู่ พร้อมกับผงกศีรษะเป็เชิงตอบรับ
“คุณว่า...เ้าของร้านงั้นรึ?” ซูซานมองหน้าพนักงานเสิร์ฟอย่างข้องใจ
“ครับ สุภาพบุรุษท่านนั้นเป็เพื่อนกับเ้าของร้านนี่ครับ”พนักงานเสิร์ฟตอบอย่างสุภาพ
วอร์เรนนั่งนิ่งเงียบไปเป็ครู่ดูเหมือนเขาจะตกอยู่ในสภาพที่ตัดสินใจไม่ถูก ซูซานเดาเอาว่าเขาประสงค์ที่จะปฏิเสธการรับไวน์ขวดนั้นไว้แต่เชื่อว่า มันจะต้องเป็ไวน์ชนิดเยี่ยมเพราะในที่สุดเขาก็มิได้ปฏิเสธออกไป
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยขอบใจคุณคนนั้นแทนเราด้วยก็แล้วกัน”วอร์เรนพูดห้วน ๆ
“ได้ครับผม”
บางทีถ้า มิทช์ เบรเดนจะไม่ส่งไวน์มาที่โต๊ะอาหารซูซานก็อาจจะแสร้งทำเป็ไม่สนใจกับการที่มีเขานั่งรวมอยู่ในห้องรับประทานอาหารแห่งนี้ได้แต่เมื่อมันเป็เช่นนี้ เธอก็มักจะปรายตามองไปทางโต๊ะนั้นบ่อยครั้งขึ้นเพ่งพิศอยู่กับเรือนร่างที่สูงสง่าแบบชายชาตรีและเรือนผมสีน้ำตาลเกมทอง แต่ตลอดเวลาที่รับประทานอาหารอยู่นั้น เธอไม่ยอมประสานสายตากับดวงตาคู่สีฟ้าที่พราวระยับด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลานั้นเลย
เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะดังมาจากโต๊ะตัวใหญ่ไม่ขาดสายซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบกับความเงียบงันที่เกิดขึ้นในโต๊ะที่ซูซานกับวอร์เรนนั่งรับประทานอยู่ด้วยกันแล้วมันก็ออกจะเป็ความเงียบที่ผิดปกติอยู่มาก แต่ถึงอย่างไรวอร์เรนก็มีนิสัยที่ไม่ชอบพูดคุยระหว่างการรับประทานอาหารอยู่แล้วถ้าจะพูดหรือคุยกัน ก็มักจะเป็ก่อนหรือหลังเวลารับประทานอาหาร และเมื่อถึงเวลาที่กาแฟถูกนำเข้ามาเสิร์ฟซูซานก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้น บอกตัวเองว่า มันน่าจะเกิดจากความตึงเครียดในยามค่ำวันนี้มากกว่า
มีเสียงหัวเราะก้องขึ้นซึ่งดังมาจากโต๊ะของมิทช์ เบรเดนอย่างแน่นอน วอร์เรนเหลือบตามองไปทางโต๊ะนั้นอีกครั้ง
“การทานอาหารวันนี้จะดีที่สุดถ้าบรรยากาศมันเงียบกว่านี้”เขาเอ่ยวิจารณ์ขึ้น
ซูซานเงยหน้าขึ้น บังคับตัวเองไว้มิให้ปรายตามองไปทางโต๊ะอื่น
“ฉันคิดว่าเห็นจะมีอยู่ที่เดียวเท่านั้นถ้าอยากจะทานอาหารสงบ ๆ คือในบ้านของคุณเองนะคะ”
“ถูกต้องอย่างที่สุด” วอร์เรนตอบด้วยเสียงกระด้าง“เราเสร็จแล้วนี่ จะไปกันหรือยังล่ะ?” เมื่อซูซานผงกศีรษะรับ เขาก็ทำสัญญาณเรียกบิลล์จากพนักงาน
เมื่อเขาลุกขึ้นเดินอ้อมมาทางด้านหลังเก้าอี้ตัวที่เธอกำลังนั่งอยู่นั้นซูซานสังเกตเห็นว่า ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้สะกิดมิทช์ เบรเดน เธอเห็นริมฝีปากของเขาขยับเขยื้อนอยู่แต่สัญชาตญาณภายในก็บอกให้เธอรู้ว่า เขากำลังบอกให้มิทช์รู้ว่าเธอกับวอร์เรนกำลังจะกลับกันแล้ว
และเธอก็เห็นมิทช์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแทนการตอบรับคำพูดของผู้ชายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่และเสียงผู้ชายร่างอ้วนล่ำอีกคนหนึ่งเปล่งเสียงหัวเราะออกมาสั้น ๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า
“เมื่อไหร่คุณจะเลิกเื่อย่างนี้ได้เสียทีวะ?” มิทช์คงจะได้ตอบอะไรบางอย่างออกไป ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงให้ดังขึ้น
ซูซานตวัดสายตามองไปทางวอร์เรน ต้องกลั้นลมหายใจไว้ ด้วยเกรงว่า เขาอาจจะได้ยินเื่ที่คนกลุ่มนั้นกำลังพูดจากันอยู่ด้วยแต่วอร์เรนเพียงปรายตามองเธอเป็เชิงถามเท่านั้น และเธอก็ยิ้มตอบเขาอย่างแจ่มใสที่สุด
จากภัตตาคารที่รับประทานกันวอร์เรนขับรถตรงดิ่งกลับบ้าน โดยไม่ยอมแวะเวียนที่ไหนเลย เนื่องจากคืนนี้เป็คืนในระหว่างสัปดาห์ซึ่งหมายความว่าทั้งเขาและเธอจะต้องไปทำงานในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นวอร์เรนไม่ชอบการที่จะอยู่ดึก โดยเฉพาะเมื่อเขาจะต้องไปทำงานในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นซึ่งเช่นเดียวกับซูซานทั้งเขาและเธอจะออกไปรับประทานอาหารด้วยกันเฉพาะคืนวันอังคารกลับคืนวันพฤหัสบดีเท่านั้นและจำกัด เพียงแค่การรับประทานอาหารค่ำ จากนั้นจะขับรถตรงกลับบ้านไม่มีการเลยไปไหนทั้งสิ้นนอกเสียจากจะเป็วันสุดสัปดาห์ซึ่งเป็ไปในอีกรูปแบบ
และสำหรับคืนวันนี้ ซูซานออกจะดีใจอยู่มากที่การรับประทานอาหารค่ำได้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากบรรยากาศมันไม่ใคร่จะสนุกเหมือนคืนอื่นๆ และสาเหตุก็เนื่องมาจากมิทช์ เบรเดนนั่นเอง
การล่ำลากันระหว่างเธอกับเขาในรถที่จอดอยู่นอกตัวบ้านเป็ไปเพียงแค่ชั่วครู่จุมพิตอันดูดดื่มนั้นสงวนไว้สำหรับคืนสุดสัปดาห์ เมื่อมีเวลาที่จะตามใจตัวเองได้มากกว่านี้ซึ่งในยามดังกล่าววอร์เรนจะเต็มไปด้วยการแสดงอำนาจ และมึนเมาอยู่ในอารมณ์รักอย่างมหัศจรรย์และอาจจะเป็่เวลาเช่นนั้นกระมังที่ทำให้ซูซานคิดไปว่า เธอหลงรักเขา
เพียงแต่ว่าเมื่อเธอกลับเข้าไปในตัวบ้านและมองตามรถคันที่ขับออกไปแล้วนั่นเองที่เธอบังเกิดความปรารถนาขึ้นเป็ครั้งแรกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นเช่นที่ทำนายไว้แม้ว่ามันจะสร้างความแปลกใจให้อยู่ในเวลานี้ แต่ก็หวังว่ามันจะดำเนินไปได้ด้วยดี
แน่นอนที่ว่า มิทช์ เบรเดนซึ่งเขาจะเป็ใครก็ตามได้สร้างความแปลกใจให้เกิดขึ้นในคืนวันนี้ ความรู้สึกระหว่างเธอกับเขาจะไม่ใคร่ดีนักและวอร์เรนก็ยังสำแดงความหึงหวงออกมา แต่ซูซานก็ยังคิดว่าการเผชิญหน้าทำนองนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นมาเลยเธอไม่อยากจะเห็นอารมณ์หึงหวงของวอร์เรน