ทั้งสองคนเดินมาถึงทางเข้าสำนักที่มีชื่อเรียกว่า สำนักเมฆาม่วง ต้าเฉิงก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ เ้าไร้ปราณยุทธ์ ไม่ต้องออกหน้า คอยหลบอยู่ข้างหลัง ไว้ข้าจะจัดการกับพวกมันเอง ตอนนี้ ปราณยุทธ์ของข้า ถูกปรมาจารย์เว่ยกัง จากเมืองหลวง มาช่วยทำการเปิดจุดให้ ทำให้จุดลมปราณในร่างของข้าถูกเปิดถึง 400 จุดแล้ว พลังปราณยุทธ์ของข้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ ระดับ 8 แล้ว วันนี้ข้าจะใช้หมัดภูผาเหล็กของข้า จัดการกับหานซิ่นเอง”
ราเชนยังคงสงสัย เื่พลังปราณยุทธ์อยู่ กำลังจะเอ่ยถาม ก็พบว่า มีหญิงงามวัยประมาณ 15 ปี ห้าคนเดินผ่านหน้าพวกเขาไป โดยที่ต้าเฉิงนั้น ถึงกับหยุดนึ่ง ตาเป็ประกายหยาดเยิ้ม
“ โอ้..เชียนเชียน ช่างงดงามเหลือเกิน”
ราเชนไม่รู้ว่าใครคือ เชียนเชียน แต่ทั้งห้าคนที่เดินผ่านก็ล้วนแล้วแต่สวยงามกันทั้งหมด แต่มีโดดเด่นที่สุดน่าจะเป็หญิงงามชุดสีขาว ที่มีใบหน้ารูปหัวใจ ผิวขาวอมชมพู แสงออร่าส่องประกายออกมา ราวกับดารา ไอดอลในปัจจุบัน
“ ใครกัน เชียนเชียน”
“ เ้าถูกทุบตี จนความจำเสื่อมไปแล้วหรือไง เชียนเชียน เคยเป็คู่หมั้นหมายของเ้าแต่เยาว์วัยไง แต่พอตระกูลหยางเกิดเื่ ตระกูลจู ก็เื่ทำหนังสือยกเลิกงานหมั้น เ้าเองถึงกับร้องไห้กับข้าสามวันสามคืน ไม่ยอมลงนามยกเลิกงานหมั้น จนท่านป้าต้องเป็คนลงนามแทนเ้า”
“ ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ในความทรงจำของ หยางเฟยหลงนั้น กลับไม่มีเื่ราวของ เชียนเชียนในหัวของเขาแม้แต่น้อย ทำให้ ราเชน ไม่อาจจดจำนางได้ แต่แล้วก็มีหญิงสาวคนหนึ่งในห้า กระซิบบอกกับ เชียนเชียน ว่าเห็นหยางเฟยหลง ทั้งหมดจึงเดินเข้ามาหาทั้งสองทันที
“ เฟยหลง ได้ข่าวว่าเ้าได้รับาเ็สาหัส หายดีแล้วเหรอ?”
เสียงเชียนเชียนเอ่ยขึ้นมาช่างไพเราะจับใจยิ่งนัก ราเชนยังไม่ทันเอ่ยตอบ ก็ถูกต้าเฉิงเอ่ยแทนว่า
“ หายดีแล้ว คุณหนูเชียนเชียน ไม่ต้องเป็ห่วงมันหรอก”
“ เ้าต้องระวังตัว อย่าไปยุ่งกับพวกเขาอีก เ้าร่างกายอ่อนแออยู่แล้วหากเกิดาเ็ขึ้นมา จะทำให้ท่านป้าหยางเป็ห่วง”
“ คุณหนูไม่ต้องเป็ห่วง ข้าดูแลตัวเองได้” ราเชนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก
เพื่อนๆ ของ เชียนเชียนได้ยินคำนี้ มีคนหนึ่งก็เลยเอ่ยว่า
“ เชียนเชียน อุตส่าห์เป็ห่วงเ้า แต่เ้ากลับพูดจากับนางเช่นนี้ ไม่ได้ดูสารรูปตัวเองเลย เชียนเชียน ไม่ต้องไปสนใจคนไร้ค่าอย่างเขา พวกเราไปเรียนกันดีกว่า”
“ เฟยหลง ดูแลตัวเองด้วยนะ” เชียนเชียนยังเอ่ยคำพูดด้วยความห่วงใย แล้วก็เดินจากไป
“ เฮ้..ดูเหมือนเชียนเชียน เป็ห่วงเ้านะ”
“ ข้ากับนางไม่ได้เป็อะไรกันแล้ว นางจะมาห่วงใยข้าเพื่ออะไร”
“ คุณหนูเชียนเชียน มีน้ำใจ เ้าเองก็น่าจะพูดจาดีดีกับนางบ้าง เลิกแค้นเคืองเื่ถอนหมั้นได้แล้ว นั่นเป็เื่ของผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับนางเลย”
ราเชนไม่ตอบอะไร เพราะเขาเองยังไม่ได้คิดเื่นี้ เพราะชีวิตของเขาั้แ่เกิดมาไม่เคยคิดเื่ความรักของหนุ่มสาว คิดแต่จะเอาชีวิตของเป้าหมาย และเอาชีวิตตัวเองให้รอด เท่านั้น
“ เอาน่า หากเป็คู่กันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่แคล้วกันไปได้ ตอนนี้พวกเราเข้าเรียนวิชาแรกกันก่อน ป่านนี้ อาจารย์ซ่ง คงเริ่มสอนแล้ว”
ทั้งสองคนเข้ามาในห้องเรียน แล้วก็ต้องไปนั่งท้ายห้อง โดยที่ด้านหน้ามีคนจองนั่งหมดแล้ว อาจารย์ซ่งหลิง เป็อาจารย์สตรี สอนเกี่ยวกับเื่ พลังปราณยุทธ์ซึ่ง ราเชนกำลังสนใจเื่นี้อยู่พอดี
“ ในโลกของการต่อสู้ในห้าอาณาจักรของเรา มีพลังปราณยุทธ์เป็ตัววัดระดับฝีมือของแต่ละคน ซึ่งแบ่งกันเป็ระดับขั้นปราณยุทธ์ ขั้นปรมาจารย์ และ ขั้นราชัน การเพิ่มพูนของปราณยุทธ์นั้นขึ้อยู่กับหลายปัจจัย เช่น พื้นฐานลมปราณในร่างกาย ซึ่งปกติลมปราณของคนทั่วไปจะถูกเปิดใช้งาน 300 จุด แต่ว่าหากได้รับการเปิดลมปราณจากตัวตนระดับปรมาจารย์ทางการแพทย์ จะสามารถเปิดจุดลมปราณได้สูงสุดถึง 700 จุด ยิ่งเปิดได้มาก พลังปราณยุทธ์ก็จะสามารถเพิ่มระดับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ว่ากันว่า เหล่าจอมยุทธ์ขั้นราชันล้วนมีการเปิดจุดลมปราณได้ครบ 700 จุดทั้งนั้น และสามารถเข้าถึงพลังปราณยุทธ์ ขั้นสูงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก วันนี้อาจารย์ได้นำหินา ซึ่งเป็ของเก่าแก่ของสำนักเรา มาให้พวกเ้าได้ัักัน บางทีพลังหินานี้ อาจจะช่วยให้ พวกเ้าเพิ่มพลังปราณยุทธ์มากขึ้น หรือ อย่างน้อย ก็อาจทำให้ จุดลมปราณของพวกเ้าที่ยังคงเปิดเพียงน้อยนิด ก็อาจเพิ่มขึ้นมาอย่างที่พวกเ้าคาดไม่ถึง เอาละ พวกเ้า เข้ามารวมตัวกันใกล้ๆ ข้า”
อาจารย์ ซ่งหลิง นำหินา ขนาดฝ่ามือ มาวางเอาไว้บนแท่นหิน แล้วให้ศิษย์ทั้งหมด ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อรับพลังปราณจากหินาก้อนนี้
ต้าเฉิงนั้นลุกขึ้นเพื่อจะเข้าไปรับพลัง แต่เห็นหยางเฟยหลงยังคงนั่งเฉย เลยเอ่ยว่า
“ เ้านั่งรอที่นี่ก่อน ครั้งที่แล้วเ้าเข้าไปััหินา ร่างของเ้าแทบจะะเิออกมา ไม่ต้องเข้าไปน่ะดีแล้ว”
ราเชนฟังแล้วก็เริ่มคุ้นๆ เขาเองก็ยังไม่รู้วิธีเดินพลังปราณยุทธ์อะไรนั่นด้วย เลยไม่ได้ลุกขึ้นไปััหินาเหมือนกับเพื่อนๆ จนอาจารย์ซ่งหลิงสงสัย
“ หยางเฟยหลง ทำไมไม่เข้ามาเข้าแถวแล้วัักับหินาเหมือนกับเพื่อนๆ เขา”
“ เส้นชีพจรปราณยุทธ์ของข้าเสียหาย ไม่สามารถเดินพลังปราณได้”
อาจารย์ซ่งหลิง เดินเข้ามา แล้วจับข้อมือของ หยางเฟยหลงเพื่อทดสอบ แล้วส่ายหัว
“ เฮ้อ..ช่างน่าสงสารเสียจริง หากเส้นชีพจรปราณยุทธ์ขาดหายไป ไม่อาจใช้การได้ แม้จะไปหลอมอาวุธหรือปรุงยา มันก็ต้องใช้เส้นชีพจรเดินพลังปราณเข้าไปขับเคลื่อนทั้งนั้น”
“ ข้าได้แต่ยอมรับชะตากรรมเช่นนี้”
“ แต่เอาเถอะ เ้าเข้าไปยืนรวมกับพวกเพื่อนๆ หินาแม้จะช่วยเพิ่มพลังปราณให้สำหรับทุกๆ คนได้ แต่บางทีมันอาจจะช่วยต่อชีพจรปราณยุทธ์ให้กับเ้าก็ได้”
ราเชนจึงได้แต่ไปยืนเคียงข้างกับ ต้าเฉิง คนอื่นๆ เลยมองราเชนเหมือนกับเป็พวกส่วนเกิน
“ ทุกคนเตรียมตัวได้”
อาจารย์ซ่งหลิง ก้าวเข้าไปข้างหน้า แล้วเปิดผ้า ที่ห่อหินา ปรากฏว่าหินานั้นเป็สีดำแวววาว ราวกับหินอุกาบาต มันปล่อยคลื่นบางอย่างออกมา ทุกคนต่างตื่นเต้นทุกคนััได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้น ต้าเฉิงรีบรวบรวมพลังปราณของหินาเข้าใส่ตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน ส่วนราเชนนั้น กลับไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย ปล่อยให้ทุกคนซึบซับพลังจากหินา
แต่ทันใดนั้นเอง ราเชนก็รู้สึกว่า ในห้วงจิตของเขานั้น กลับมีพลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่า มันมีคลื่นพลังงานบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไหลเข้าในห้วงจิตของเขามหาศาล จนเขาต้องยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัว จนกระทั่ง ก้อนหินา ถึงกับถูกดูดพลังออกมาจนหมด ส่วนใหญ่ 90 % ไหลเข้าไปในห้วงจิตของราเชน โดยที่ไม่มีใครรู้
“ เป็ไปได้ยังไง หินาก้อนนี้ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด แต่ถูกเ้าพวกห้องนี้ดูดพลังจนเกลี้ยง” อาจารย์ซ่งหลิง มองหาลูกศิษย์ที่มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่เห็นมีใคร เห็นแต่ ต้าเฉิงที่ยังคงปรับสภาพพลังที่เข้ามาอย่างเงียบสงบ
พอส่งพลังเข้าไปตรวจสอบ พบว่า พลังปราณยุทธ์ของต้าเฉิง เพิ่มขึ้นจาก ระดับที่ 8 มาอยู่ระดับ 10 เลื่อนระดับมากที่สุดถึง 2 ระดับ
“ แค่สองระดับ ไม่น่าทำให้หินาะเิได้”
จากนั้นยังคงหันไปมองทุกๆ คน แต่พอมองหน้าของหยางเฟยหลง ก็ผ่านไปตรวจคนอื่น เฟยหลงเองตอนนี้ก็กระอักกระอ่วนเต็มที รีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
พอออกมาได้ ก็รีบเข้าห้องน้ำ แล้วร่างกายของเขาที่อ้วนใหญ่อยู่แล้วก็ค่อยๆ บวมขึ้นไปอีก ราวกับอึ่งอ่างพองลม ต้าเฉิงรีบเข้ามาเคาะประตูเรียก
“ เฮ้..เฟยหลง เป็อะไรหรือเปล่า”
“ เปล่า...เปล่า” ตอนนี้ใบหน้าของเฟยหลง กลายเป็หมูโป่งพอง พูดไม่ได้ลิ้นคับปาก
“ ไม่เป็อะไรดีแล้ว ข้ารออยู่หน้าห้องนะเว้ย”
เฟยหลงไม่ตอบ กลับมีเสียงะเิดังออกมาจากตัวของเขา
ตูม !!
ต้าเฉิงรีบถีบประตูเข้าไป พบว่า เฟยหลงกลับมาอยู่ในสภาพปกติ แต่กลิ่นผายลมที่ระบายออกมา ราวกับะเิ ทำให้กลิ่นกระจายไปทั่วห้องน้ำ
“ไอ้บ้าเอ้ย นี่เ้าตดจนส้วมแตกเลยหรือไงกันวะ ไม่ไหวแล้ว ข้าไปก่อน”
ต้าเฉิงรีบพุ่งออกจากห้องน้ำ พร้อมกับ ศิษย์ร่วมสำนักหลายๆ คนที่ทนกลิ่นนี้ไม่ได้
“ นี่มันอะไรกันวะ” ราเชนเองก็สงสัย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่รู้สึกได้ว่า ตอนนี้เขาอยากจะออกไปวิ่ง ออกกำลังกายอย่างยิ่ง เพราะร่างกายของเขาตอนนี้มันเหมือนกินยาเพิ่มพลังงานเข้าไป อยากจะระบายมันออกมาสุดๆ
จึงรีบวิ่งออกจากห้อง แล้วลงไปชั้นล่าง แล้ววิ่งเข้าป่า ผ่านหน้าของต้าเฉิงที่พยายามเรียกเท่าไร แต่ ราเชนเองก็ไม่ฟัง
“ มันจะไปไหนของมันวะเนี่ย หรือว่ามันจะรีบไปขี้ต่อในป่า รอมันอยู่แถวนี้ดีกว่า”
ต้าเฉิงไม่วิ่งตามไป เพราะเข้าใจว่าเฟยหลงต้องเข้าไปในป่า เพื่อขับถ่ายอย่างแน่นอน เพราะในห้องน้ำในตอนนี้มันเหม็นจนไม่อาจทนนั่งต่อไปได้
ราเชนเองก็แทบคลั่ง หัวใจของเขามันเต้นยิ่งเกินกว่าปกติหลายเท่า มีทางเดียวต้องเคลื่อนไหวให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้หัวใจวาย แม้ร่างกายเขาจะอ้วนท้วนเคลื่อนไหวลำบาก แต่ตอนนี้เขากลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนราเชนอดแปลกใจไม่ได้ จนกระทั่งเขาวิ่งเข้าไปในป่าหลังสำนัก แล้ววิ่งขึ้นไปบนูเา จนกระทั่งร่างกายของเขามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ จนมองเห็นธารน้ำใส จึงพุ่งตัวลงไปในน้ำ เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกาย แต่กลับพบว่า ในธารน้ำ ดันมีสตรีแก้ผ้าอาบน้ำกันอยู่ประมาณ 10 คน ทั้งหมดใยิ่งนัก ส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น
“ ว๊าย ไอ้บ้า ไอ้อ้วนลามก เ้าเป็ใครบังอาจกล้าดูองค์หญิงเจี้ยนหนิงอาบน้ำอย่างนั้นรึ? ทหารจับตัวมันเร็ว” เสียงนางกำนัลคนหนึ่ง รีบคว้าเสื้อผ้ามาปิดบังกายของตน แล้วะโเรียกทหารที่เฝ้าอยู่ด้านนอกไม่กล้าเข้ามา ส่วนองค์หญิงที่ว่า ตอนนี้ถูกนางกำนัลที่เหลือ เข้ามารุมล้อม แล้วจัดหาเสื้อผ้าให้ใส่กันอย่างฉุกละหุก
“ เดี๋ยวก่อน ข้าไม่ได้เจตนา” ราเชนยกมือปฏิเสธเป็พัลวัน
แต่ว่าองครักษ์ พากันกรูเข้ามาพร้อมกับบังคับให้ ราเชนคุกเข่าไปกับพื้น หากขัดขืน คงได้ถูกหน้าไม้ธนู ยิงร่างพรุนแน่ๆ
ราเชนได้แต่ทำตาม จนกระทั่งองค์หญิงเจี้ยนหนิงแต่งกายเสร็จเรียบร้อย เดินเข้ามาแล้วจ้องหน้าของ ราเชน แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ ควักลูกตาของมันออกมาทั้งสองข้าง” องค์หญิงเจี้ยนหนิงที่งดงาม กลับเอ่ยออกมาอย่างโเี้ ทำเอาราเชน ถึงกับส่ายหัว ไม่ทันได้เอ่ยอะไร ราเชนก็พุ่งตัวขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วชักมีดสั้นจากที่พกติดตัว มาพาดที่ลำคอขององค์หญิงเอาไว้ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่า ราเชนจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วผิดกับรูปร่างเช่นนี้
“ บอกให้คนของเ้าวางอาวุธซะ ไม่อย่างนั้นเ้าได้ตายแน่” ราเชนกดมีดลึกลงไปอีก ทำให้ลำคอที่สวยงามขององค์หญิง ถึงกับมีรอยแดงเกิดขึ้น แต่ไม่มีเืออกมาแม้แต่น้อย ราเชนแค่จะสั่งสอนองค์หญิงผู้โเี้ผู้นี้เท่านั้น
“ ไม่ต้องห่วงข้า ยิงหน้าไม้เข้ามาเลย”
องค์หญิงหาได้กลัวตายไม่ กลับออกคำสั่งยิงเข้าใส่ตน อย่างห้าวหาญหาได้กลัวตายไปไม่ แต่ทหารกลับไม่กล้า ยิงได้แต่เล็งเอาไว้อยู่อย่างนั้น
“ ไม่กลัวตายอย่างนั้นรึ?” ราเชนถึงกับกระชากเสื้อนอกขององค์หญิงจนขาดติดมือเหลือเพียงแค่เอี๋ยมสีขาตัวเดียว เผยให้เห็นผิวขาวๆ ของนาง ต่อหน้าเหล่าทหารองครักษ์หลายๆ คน
“ เ้า..นี่เ้า ..กล้า”
“ พวกเ้ายังไม่ถอยไปกันอีกใช่ไหม ดีถ้าเช่นนั้น ข้าจะดึงชุดชั้นในของนางออกมาก็แล้วกัน”
ราเชนจับเสื้อในที่เหลือเพียงตัวเดียว กำลังจะกระชาก แต่องค์หญิงถึงกับร้องเสียงหลงออกมาก่อน
“ ยังไม่รีบวางอาวุธอีก แล้วหันหลังกลับไปให้หมด” องค์หญิงะโสั่งทหารองครักษ์ จนต้องถอยหนีไปหลายก้าว แล้วหันหลังกลับไปไม่กล้ามองดู
“ ไปส่งข้าหน่อย หากมีใครตามมา ข้าจะทำให้เ้าเปลือยเปล่าล่อนจ้อนต่อหน้าทุกๆ คน จะลองดูก็ได้”…