ชายผู้นั้นเมื่อเห็นกระบี่ร่วงโรยก็ถึงกับเปิดเผยตัวตนทันที ชัดแล้วว่าอาวุธระดับปฐพีนี้สูงส่งเพียงใดเป็นสิ่งของที่ผู้คนต่างแสวงหา แน่นอนว่าอาวุธระดับปฐพีย่อมไม่ด้อยไปกว่าจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพเลย
แน่นอนว่าอาวุธระดับปฐพีย่อมทำมาเพื่อจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพเมื่อเข้าสู่ขอบเขตนี้แล้วจะสามารถแสดงพลังของอาวุธระดับปฐพีได้มากที่สุดแต่อาวุธระดับปฐพีนั้นกลับมีอยู่น้อยนัก นับว่าเป็นสิ่งของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
และการปรากฏของกระบี่ร่วงโรยอันเป็นอาวุธระดับปฐพีก็ได้ดึงดูดชายลึกลับให้ปรากฏตัวชายผู้นั้นสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าอาภรณ์ดำคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีสิ่งใดบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์โผล่มาให้เห็น มันยังไม่ได้ลงมือเพียงแค่มาปรากฏตัวด้านหน้าของชายผมแดงก็เท่านั้น
“กระบี่ดี มันเป็นกระบี่ที่ดี” บุรุษผู้ลึกลับกล่าวเสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงโดยธรรมชาติ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและสูงสลับไปมาให้มึนงงแต่ก็พอจับใจความได้ การใช้เสียงเช่นนี้ทำให้ผู้อื่นไม่อาจล่วงรู้ตัวตนของชายผู้อยู่เบื้องหลังนี้ได้เลย
หนิงเฟยหลงเห็นสายตาละโมบของอีกฝ่าย ก็เกิดความไม่พอใจกระบี่นี้เป็นอาวุธที่มันต้องด้วยมาด้วยคะแนนนับหมื่นภารกิจแสนยากเย็นไหนเลยจะไม่รู้สึกแหนหวง
“เสียงของเจ้าช่างระคายหูนัก ใช้เสียงดี ๆ หน่อยได้หรือไม่ ?”หนิงเฟยหลงกล่าว
บุรุษผู้นั้นเบือนหน้ามามองมันหรี่ตาแคบลงแล้วกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเช่นเดิมแต่มันช่างเยียบเย็น“ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้ว่าตนเองพูดสิ่งใดออกมา”
“แน่นอน” หนิงเฟยหลงตอบอย่างไม่ยี่หระบุรุษลึกลับก็หัวเราะเสียงเย็นบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะเริ่มเหน็บหนาวขึ้นสีหน้าของหนิงเฟยหลงเปลี่ยนสีทันที “แย่ล่ะ..”
ชายลึกลับเพียงแผ่แรงกดดันช่างจิ่นกวางที่อยู่ระดับแก่นแท้พลังขั้นสูงสุดก็ไม่อาจขยับกายได้แม้แต่น้อยไม่มีใครสามารถขยับตัวได้หากชายผู้นี้ยังไม่อนุญาต เว้นแต่จะมีพลังที่พอจะต้านได้อย่างเช่นกระบี่ร่วงโรย
หนิงเฟยหลงได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับย่ำแย่ด้วยพลังกายที่มากกว่าปกติ และอาวุธระดับปฐพีนั้นก็สามารถต่อต้าน“ไม่คิดเลยว่าขอบเขตแดนพิภพจะลงมือกับผู้เยาว์เช่นข้า”หนิงเฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ขอบเขตแดนพิภพ !!”
ทันทีที่เสียงนี้ดังออกไปฝูงชนต่างแตกตื่น แม้ว่าจะขยับตัวไม่ได้แต่การทรุดลงกับพื้นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขาแข้งกลับรู้สึกอ่อนแรงล้มพับลง“คนผู้นี้ถึงกับเป็นชนชั้นพิภพเชียวรึ ?”ผู้คนต่างพากันก้มหน้าไม่กล้ามองไปยังชายผู้ลึกลับ
“ท่านมาจากตระกูลถู ?” หนิงเฟยหลงเอ่ยถามตรง ๆ
บุรุษผู้ลึกลับไม่ได้ตอบคำถามกลับมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่ดูแคลนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “หากเจ้ามอบกระบี่นั่นแก่ข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าในวันนี้เจ้าว่าดีหรือไม่ ?”
หนิงเฟยหลงแสยะยิ้มพลางกล่าวตอบ “ท่านเห็นข้าเป็นคนโง่หรือ ?”
“จะมอบหรือไม่ ?”
“มอบ ? หึ ! ท่านดูแคลนข้ามากไปแล้ว” หนิงเฟยหลงกระตุ้นกระบี่ร่วงโรยคลื่นกระบี่ก็แผ่ออกไปรอบบริเวณลบล้างแรงกดดันเขตแดนพิภพสิ้นไปแววตาของชายลึกลับสั่นไหวเล็กน้อย มันประเมินอานุภาพของอาวุธระดับปฐพีต่ำเกินไป
“ในเมื่อไม่คิดจะมอบให้.....งั้น.......เจ้าก็ตายซะ !” ชายชุดคลุมดำโบกมือคราหนึ่งฝ่ามือขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังหยวนที่แข็งแกร่งก็พุ่งตรงไปยังชายหนุ่มพลังหยวนนี้มากกว่าพลังของแก่นแท้พลังสูงสุดถึงสิบเท่าแต่มันคือพลังเพียงส่วนเดียวของขอบเขตแดนพิภพ
ช่างจิ่นกวางเบิกตากว้าง “พลังนี่มันอะไรกัน ?!!” มันแทบจะหยุดหายใจ“นี่นะหรือพลังของขอบเขตแดนพิภพ !!”
ฝ่ามือนั้นไม่ได้ใหญ่มาก แต่กลับแฝงไปด้วยพลังที่หนักแน่น และน่าหวาดหวั่นหนิงเฟยหลงไม่อาจสงบจิตใจได้เมื่อต้องเผชิญกับจอมยุทธ์ที่แท้จริง
ตูม !!!!
แผ่นดินสั่นไหว จั้วหย่ง จางจิ้นสิงและช่างจิ่งกวางถูกคลื่นพลังซัดออกไปไกลหลายก้าว มุมปากมีคราบโลหิตให้เห็น เมื่อตั้งหลักได้ทั้งสามก็รีบทะยานร่างเข้ามาดูผู้นำของตนเกรงว่าบัดนี้จะตายไปเสียแล้วพลังฝ่ามือที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ แม้แต่จุดสูงสุดของแก่นแท้พลังไม่อาจรับได้นับภาษาอะไรกับกำเนิดพลังขั้นหกจะรับไหวได้อย่างไรกัน
ชายผมแดงรู้ว่าชายหนุ่มที่ฆ่าน้องชายต้องตายแน่ โดนฝ่ามือเข้าไปเต็ม ๆมีหรือจะรอด ? มันยิ้มออกมาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เสี่ยวเฟิงนายท่านแก้แค้นให้เจ้าแล้ว !” เสียงร้องของมันไม่ต่างจากการร่ำไห้โหยหวนด้วยความโศกเศร้ามันทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน ยากจะแยกแยะอารมณ์ออกจากกัน
เพี๊ยะ !
เสียงตบดังสนั่น ! “เจ้าโง่ ! ข้าเป็นคนรับใช้พวกเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่นอกจากจะไร้ความสามารถแล้ว ยังบังอาจมาทำตัวน่าสมเพชให้เห็นอีก ไสหัวไป !” บุรุษชุดคลุมดำร้องด่าอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความเห็นใจมันเกลียดที่สุดคือคนอ่อนแอและไร้ประโยชน์
ชายผมแดงจำต้องไสหัวไปตามคำสั่ง แม้ว่าใจจะเจ็บแค้นมากเท่าใดก็ตามมันผิดด้วยหรือที่สู้กับคนที่มีฝีมือมากกว่ามันไม่ได้ไม่ใช่ว่ามันก็พยายามสุดกำลังหรือ ? มันและน้องชายเฝ้ารับใช้มาด้วยความภักดีแต่บัดนี้พ่ายแพ้เพียงครั้ง กลับถูกไล่เหมือนกับหมูกับหมา มันทั้งน้อยใจทั้งโกรธเคือง แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้มากไปกว่าเดินจากไป...
แต่ทันใดนั้น ชายลึกลับก็รับรู้ถึงกระแสพลังจำนวนหนึ่งที่อันตรายมุ่งเข้ามาหาตนเองจึงสร้างปราการป้องกันตนเอง พร้อมกับจะหันหน้ากลับไปเพื่อปะทะ พลังที่หมายมุ่งเข้ามานั้นไม่ถึงกับทำอันตรายต่อชีวิตมันได้แต่ก็สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้เช่นกัน
ทว่าเงาร่างที่คุ้นตาก็ผ่านหน้าชายลึกลับผู้นั้นไปพร้อมกับกระแสลมที่คมดุจกระบี่ แสงสว่างวาบคราหนึ่ง ศีรษะของชายผมแดงก็ปลิดปลิวไปทุกคนหยุดหายใจดวงตาเบิกโพลง !
ร่างนั้นปรากฏมันคือหนิงเฟยหลงที่บัดนี้อาภรณ์ขาดวิ่นดูย่ำแย่กว่ายาจกเสียอีก คราบโลหิตปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วร่างแม้ว่าฝ่ามือเมื่อสักครู่ไม่อาจทำให้มันตายได้แต่ก็ทำให้ร่างที่ทนทานนี้ต้องรับแรงกดทับที่หนักหนาราวกับนำภูผามาทับต้นหญ้าฉะนั้น ทว่าต้นหญ้านี้กลับมีพลังชีวิตที่ยอดเยี่ยมเกินไปมันจึงไม่ถึงคราวตาย
ชายลึกลับถึงกับตะลึงกับความสามารถของชายหนุ่มมันคิดว่าตนเองประเมินชายหนุ่มไว้สูงแล้ว แต่ที่ไหนได้ มันยังไม่เพียงพอ มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนิงเฟยหลงรอดมาได้อย่างไร ?
“ความสามารถเช่นนี้หากจะนำรุ่นเยาว์ทั่วทั้งทวีปมาเปรียบเทียบก็เห็นจะมีเพียงสองคน หนึ่งองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรฉู่ที่ยิ่งใหญ่หนึ่งองค์ชายสี่แห่งอาณาจักรอู๋ มีเพียงยอดอัจฉริยะทั้งสองนี้เท่านั้นนอกนั้นสมควรไม่มีใครเป็นคู่ต่อกรเจ้าได้อนาคตเจ้าย่อมสามารถก้าวข้ามอัจฉริยะมากมาย..”
ชายชุดดำเอ่ยชม ก่อนจะแผ่ไอเย็นออกมา พื้นดินก็เกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะไปทั่วไอเย็นแผ่ไปอย่างรวดเร็ว
ลานหน้าเมืองแห่งนี้กลายเป็นลานน้ำแข็งโดยสมบูรณ์ ผมศีรษะที่เริ่มขาวโพลน มันจ้องมองหนิงเฟยหลงด้วยความว่างเปล่าคล้ายว่าไม่ได้มองคนที่มีลมหายใจ แล้วกล่าวออกอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ถ้าหากว่าเจ้ายังมีชีวิต...”
หนิงเฟยหลงกลืนน้ำลายดังเฮือก ความหนาวจากอากาศและคำพูดของชายลึกลับกัดกร่อนหัวใจผู้คนมากมาย
“พวกท่านทั้งสามหาโอกาสหลบหนีไปเสีย ไปแจ้งกับท่านปู่หรือบิดาข้าหากว่าข้า....” หนิงเฟยหลงตั้งใจจะสู้ตาย ถึงแม้มันจะรู้สึกเสียใจ แต่ลึก ๆ แล้วกลับมีความปีติอยู่ใครจะรู้ว่ามันรอคอยวันนี้มานานแค่ไหน วันที่จะได้สู้กับขอบเขตแดนพิภพผู้เป็นเสมือนดั่งสัญลักษณ์สูงสุดของแว่นแคว้น หากไม่นับตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว ชนชั้นพิภพคือตัวตนที่สูงส่งที่สุด !
การต่อสู้ในครั้งนี้มันจะได้รู้สักทีว่าขีดจำกัดของมันสิ้นสุดอยู่ที่ใด
ความเป็นความตายอยู่ใกล้เพียงเส้นบาง ๆ ขวางกั้น
แม้หนิงเฟยหลงจะมีความตั้งใจให้ลูกน้องของตนหนีไป แต่ไหนเลยที่พวกมันจะหนี “ไม่มีทาง! พวกข้าจะอยู่ร่วมเป็นตายกับท่าน”จางจิ้นสิงเป็นคนแรกที่กล่าวคัดค้าน
จั้วหย่งจึงกล่าวเสริมขึ้น “ใช่แล้วท่านผู้บัญชาการข้าเป็นชายชาติทหารจะให้ยอมแพ้แล้วหนีทิ้งศักดิ์ศรีกระนั้นหรือ ?แม้ว่าจะสู้ไม่ได้แต่เพื่อเกียรติยศ ผู้คนและพวกพ้อง ข้าจะยอมแพ้ได้อย่างไร ?”จั้วหย่งเอาเกียรติยศชื่อเสียงมาอ้าง แม้ว่าความจริงแล้วมันใคร่สนใจนักแต่เพื่อจะได้ร่วมรบเคียงข้างผู้บัญชาการหนุ่มผู้นี้แล้วมันจึงต้องหาเหตุผลมากล่าวอ้าง
“ถูกแล้ว ข้าไม่อาจทิ้งท่านไว้ได้ ท่านคือผู้ชุบชีวิตใหม่ของข้าข้าจะขอแลกชีวิตแทนท่านเอง !” ช่างจิ่นกวางกล่าวขึ้นอย่างไม่ลังเล
“เฮ้อ...เช่นนั้นพวกเราก็มาร่วมสู้ไปด้วยกัน” หนิงเฟยหลงเตรียมจะลงมือ
“ข้าน้อยเองก็ขอร่วมด้วย” ทันใดนั้นจางจิ้นจี้ที่อยู่บนกำแพงเมืองก็ไม่อาจอยู่เฉยได้อีกมันกระโดดลงมาร่วมกับศึกครั้งนี้ จงฉีเองก็ตั้งใจจะร่วมสู้ตายแต่หนิงเฟยหลงโบกมือทัดทานไว้ ด้วยหากข้าศึกใช้ทีเผลอบุกตีภายในเมืองจะไร้ผู้สังการ
สนามรบกลายเป็นการต่อสู้หนึ่งต่อสี่ และการต่อสู้นี้จะน่าระทึกใจเสียยิ่งกว่าการสู้รบอื่นใดในสงครามครั้งนี้นั่นเพราะมันคือ การต่อสู้ของขอบเขตแดนพลังทั้งสี่กับจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพที่ยิ่งใหญ่
ใครเล่าจะจินตนาการได้ว่าขอบเขตแดนพลังมีความกล้าหาญท้าขอบเขตแดนพิภพได้หากคนมีสติปัญญาดีคงไม่ทำเช่นนั้น ต่อให้มีเป็นสิบหรือเป็นร้อยก็คงจะวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“รายงาน ค่ายบนเขาตงซานแตกแล้ว”
“รายงาน กองทัพหลวงยกทัพมาใกล้ถึงที่นี่แล้วห่างออกไปเพียงสิบลี้เท่านั้น”
ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มลงมือดูเหมือนว่าฝ่ายของโจรเขาตงซานจะพ่ายแพ้ไปแล้วสถานการณ์ของที่นี่ไม่ได้ส่งผลต่อสถานการณ์โดยรวมแล้ว
“ค่ายตงซานแตกได้อย่างไร ?” ชายชุดดำพึมพำเป็นที่รู้โดยทั่วว่าคายนั้นถือเป็นค่ายหลักของพวกโจรย่อมมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง ต่อให้นำทหารมาเรือนแสน หากไม่สามารถฝ่าแนวกำแพงและปราการธรรมชาติมาได้ก็ไม่อาจเข้าค่ายมาได้ เช่นนี้แล้วค่ายจะแตกได้อย่างไร ?ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
หนิงเฟยหลงได้ยินคำรายงานทั้งสิ้น ก็แสยะยิ้มอย่างได้ใจแผนการทั้งหมดของมันสำเร็จลุล่วงที่ว่าทำไมไม่เห็นลู่คงและชงเป่านั้นเพราะพวกมันนำทหารสองพันนายแยกออกจากทัพหลักไปซุ่มรอโจมตีค่ายโจรอยู่แล้วแต่เท่านี้ยังไม่เพียงพอ เพราะกุญแจสำคัญคือซู่เฟิงที่รับอาสาชายผมแดงเฝ้าค่ายได้ลอบเปิดประตูให้ทหารเข้าไปฆ่าฟันพวกโจร และคอยควบคุมสถานการณ์ภายในค่ายไว้ คณะทูตได้ถูกช่วยไว้ทั้งหมด
ส่วนสุดท้ายนั้นเยว่หวงได้แบ่งทัพออกเป็นสองส่วนทัพที่มุ่งมาก่อนคือทหารสองหมื่นนายเป็นทหารม้าและเกราะเบาส่วนเกราะหนักอีกสามหมื่นตามมาสมทบที่หลัง เพื่อให้แน่ใจว่าแผนการจะไม่ผิดพลาดและก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
หากว่าบุรุษลึกลับไม่ได้ใส่หน้ากากอยู่ทุกคนคงจะได้เห็นจอมยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพที่ยิ่งใหญ่มีสีหน้าไม่สู้ดีอย่างเห็นได้ชัด มันตกใจอย่างแท้จริง ถึงกับไม่กล่าวสิ่งใดและไม่ขยับกายอยู่นาน
ก่อนหน้านี้นอกจากมันจะดูแคลนหนิงเฟยหลงด้านพลังยุทธ์ความสามารถด้านการต่อสู้แล้วมันยังดูแคลนสติปัญญาของอีกฝ่ายด้วย นี่จึงนำมาสู่ความพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจจะคว้าน้ำเหลวกลับไปได้ อย่างน้อย ๆชีวิตของเจ้าหนุ่มนี่ มันจะขอไปล่ะ !
ชายลึกลับหัวเราะเสียงเย็น แววตาที่เยือกเย็นของอีกฝ่ายกลายเป็น บ้าคลั่ง !
“หนิงเฟยหลง เจ้าไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ !!!!”พลังที่แท้จริงถูกปลดปล่อยออกมาต่อแต่นี้มันจะลงมือให้สุดกำลังแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงขอบเขตแดนพลังก็ตาม“ตาย !!”
พลังหยินอันชั่วร้ายผุดขึ้นจากพื้นดินลอยสูงขึ้นสู่ห้วงอากาศหลอมรวมกันเป็นบอลพลังสีเทาดำลูกใหญ่ วิธีการช่างสามัญแต่พลังอำนาจนี้กลับทำให้ผู้คนต้องสั่นเยือก
“เคล็ดวิชา แสงมืดมารปฐพี !!!!!” ชายลึกลับคำรามขึ้น วงแหวนสีดำก็ปรากฏขึ้นรอบบอลพลังเพิ่มอีกชั้นเมื่อมันผลักออกบอลนั้นก็พุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ในหัวของหนิงเฟยหลงยามนี้โล่งไปหมด คล้ายลืมเลือนทุกอย่างสิ้นพลังที่แท้จริงของขอบเขตแดนพิภพน่ากลัวเกินไป มันรู้สึกได้ว่าบอลพลังนี้ไม่ธรรมดาแต่มันไม่อาจเข้าใจได้ มันไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร ?
วิ้ง !
กระบี่ร่วงโรยในมือมันส่องสว่างเขตแดนร่วงโรยปรากฏขึ้นอีกครั้งคราวนี้ทรงพลังกว่าคราวก่อน หนิงเฟยหลงไม่ได้เป็นผู้ใช้มันแต่มันสั่งการด้วยตัวของมันเอง นอกจากอาวุธระดับปฐพีจะถือเป็นยอดแห่งอาวุธแล้วมันยังมีจิตวิญญาณของมันอีกด้วย พลังที่ถูกปลดปล่อยนั่นคือฝีมือของจิตวิญญาณกระบี่!
หนิงเฟยหลงลืมตัวไปชั่วขณะแต่ตอนนี้มันได้สติแล้ว รอยยิ้มบางปรากฏกระบี่ในมือก็ถูกวาดออก “อาวุธวิเศษมีอยู่กับตัว แต่กลับปล่อยไว้ให้นิ่งเฉยช่างโง่งมเสียจริง”
ชายหนุ่มเห็นบอลพลังชั่วร้ายเข้ามาใกล้ถึงตัวแล้ว ถึงเวลาต้องเปิดตัวเคล็ดวิชากระบี่ชุดใหม่!
“คมวายุประสานจิต !!!!”
ปราณกระบี่ที่แหลมคม ธาตุวายุที่บ้าคลั่ง พลังจิตที่ล้ำลึกถูกหลอมรวมกันก้าวข้ามวิชากระบี่สามัญทั้งสิ้นไป เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่ย่อหย่อนไปกว่าแสงมืดมารปฐพีเลยแม้แต่น้อย
พลังทั้งสองเข้าปะทะกัน หนิงเฟยหลงก็ใช้ก้าวชมจันทร์หนีไป
ตูม !!!!!!
ระเบิดห้วงอากาศบิดเบี้ยวส่งคลื่นพลังทำลายล้าง เกิดหลุมขนาดใหญ่หน้าเมืองกว้างกว่าห้าจั้งขุนพลทั้งสี่ของหนิงเฟยหลงกระโจนหนีไปตั้งแต่แรก การปะทะนี้จึงไม่มีใครบาดเจ็บ
พลังกระบี่ต้านทานพลังขอบเขตแดนพิภพได้ !
นั่นมันวิชากระบี่อันใดกัน ?
ฝูงชนพากันแตกตื่น ยุทธภพกำเนิดยอดมือกระบี่อีกผู้หนึ่งแล้ววิชาที่หนิงเฟยหลงคิดค้น แต่เดิมอานุภาพไม่มากถึงเพียงนี้หากไม่ได้การกดดันในการต่อสู้นี้กับเริ่มเปิดแง้มประตูเข้าสู่จิตกระบี่แล้ววิชากระบี่คงไม่เปล่งอานุภาพเท่านี้ ตัวมันเองยังต้องตะลึงกับพลังที่ปล่อยออกไป
ถึงแม้ชายลึกลับจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดแต่อย่าลืมว่านั่นคือพลังของขอบเขตพิภพที่สามารถสังหารแก่นแท้พลังขั้นปลายได้เพียงการโจมตีเดียวเชียวนะนั่นหมายว่า เมื่อใช้วิชากระบี่นี้หนิงเฟยหลงจะมีพลังเทียบเท่าขอบเขตแดนพิภพอย่างนั้นหรือ?
คำตอบย่อมไม่ใช่ แม้ว่าจะมีพลังหักล้างได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทัดเทียมโดยสมบูรณ์ขอบเขตแดนพิภพนั้นนับว่าก้าวข้ามขอบเขตของคนธรรมดา ก้าวเข้าสู่เทพมากยิ่งขึ้นย่อมต้องรับรู้ได้ถึงพลังฟ้าดิน ชักจูงพลังเหล่านั้นมาเป็นพลังของตนได้ตราบใดที่ร่างกายไม่เสียหายจนเกินไป หรือแก่นพลังไม่พังทลาย มันจะยังถือว่าไร้เทียมทานเพราะพลังฟ้าดินก็เปรียบเสมือนพลังของตัวมันเอง
หนิงเฟยหลงจึงยังไม่อาจเทียบเท่าขอบเขตแดนพิภพได้อย่างแท้จริง !!
..
เจตจำนง (กระบี่) มีด้วยกัน 5 ขั้น
1. สามัญ 2. แม่ทัพ 3. เข้าถึง 4. จิต 5. ใต้หล้า
ระดับอาวุธ มีด้วยกัน 4 ระดับ (มีเพิ่มเติมในอนาคต)
1. ระดับต่ำ 2. ระดับกลาง 3. ระดับสูง 4. ระดับปฐพี (เหลือง)
......
***ตอนชดเชยนะครับ ต่อไปจะลงทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ วันละ 1 ตอน หากสัปดาห์ไหนลงไม่ครบจะชดเชยให้ทีหลังครับ***