การจากลา
พวกอู่หมิงและจ้าวหอเฉินได้เดินทางไปยังทวีปมืดทันที และเมื่อพวกอู่หมิงไปถึงก็เริ่มทำการกวาดล้างครั้งใหญ่ซึ่งแม้พวกประมุขสำนักตาข่ายทมิฬจะเปิดใช้งานค่ายกลป้องกันแล้วก็ตามแต่ก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของอู่หมิงและอสรพิษน้อยได้ เมื่อไม่มีค่ายกลป้องกันคนของพรรคอธรรมก็กลายเป็นสิ้นหวัง บางคนยอมจำนนบางคนฆ่าตัวตายแต่ก็มีบางคนที่ยอมต่อสู่จนตัวตายเช่นกันใช้เวลาไม่กี่วันทวีปมืดก็ถูกพวกอู่หมิงกวาดล้างครั้งใหญ่เหล่าพรรคอธรรมทั้งหมดต่างถูกทำลายลง ทรัพยากรทั้งหมดที่เหล่าพรรคอธรรมมีต่างก็ถูกอู่หมิงและพวกจ้าวหอเฉินแบ่งกันและนำมันกลับไปยังทวีปเทียนลู่ทันที ทวีปมืดที่มักจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความโหดร้าบบัดนี้ได้กลายเป็นทวีปที่สงบ ส่วนพวกชาวบ้านธรรมดาก็แสดงความยินดีออกมาเมื่อรู้ว่าเหล่าพรรคอธรรมถูกกวาดล้างไปแล้วหลังจากเรื่องราวสงบลงพวกจ้าวหอเฉินและประมุขนิกายอื่นๆก็ได้ส่งกำลังคนของตนเองเข้ามาบริหารทวีปมืดหรือจะให้พูดก็คือพวกเขาได้ส่งคนเข้ามาขยายขุมอำนาจของตนเองในทวีปมืดแห่งนี้และแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ปฏิบัติกับชาวบ้านด้วยความโหดร้ายกลับกันพวกเขาปฏิบัติด้วยความเมตตาต่อชาวบ้านธรรมทางด้านอู่หมิงกลับมาอยู่ที่ตระกูลอู่หลังจากเรื่องทั้งหมดจบลง ยกเว้นเสี่ยวฮุ่ยที่บอกว่าจะออกตามหาเมล็ดพันธ์ชั้นยอดที่อยู่ในทวีปมืดต่อ ซึ่งอู่หมิงก็ไม่ได้คัดค้านเพราะทั้งอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยได้ตกลงกันแล้วว่าจะสร้างขุมอำนาจของตนขึ้นมาเองและการจะทำแบบนั้นได้ก็จำเป็นจะต้องมีกำลังคนเพิ่มทางด้านยี่ฟงที่ได้ทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาก็เตรียมตัวกลับทวีปศูนย์กลางทันที แค่พวกหยวนลู่นั้นกลับยังไม่กลับปละออกตามหาเฉินหยางและคนของเฉินหยางที่หายไป แต่ว่าไม่ว่าหาอย่างไรก็ไม่พบแม้แต่ร่องลอยซึ่งทำให้หยวนลู่ได้รายงานเบื้องบนไปว่าเฉินหยางได้ทำการหลบหนีไปแล้ว เรื่องนี้ทำให้เบื้องบนโกรธมากเพราะไม่เพียงแต่ไม่สามารถเชื้อเชิญอู่หมิงได้แล้วแต่เฉินหยางยังหลบหนีความผิดของตนอีก"ให้คนของเจ้าออกตามหาเฉินหยางให้พบส่วนเจ้ากลับมาทวีปศูนย์กลางก่อน" นี่คือคำสั่งของหอกระบี่โบราณและแล้วความสงบก็กลับมาเยือนทวีปเทียนลู่อีกครั้งแต่ในเมืองอู่กลับไม่ได้สงบลง นามของอู่หมิงกลายมาเป็นหัวข้อคุยกัน ในฐานะของวีรบุรุษผู้ที่กำจัดเหล่าพรรคอธรรมจากทวีปมืดได้ เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่ทวีปมืดและทวีปเทียนลู่ต่อสู้กันมาเป็นเวลานานและไม่มีฝ่ายใดสามารถเอาชนะกันได้เลย แต่ในยุคนี้ด้วยชายหนุ่มอายุ 18 ปีกลับสามารถจบการต่อสู้ที่ยาวนานนี้ลงได้ นี่ทำให้นามของอู่หมิงถูกเรียกขานว่าเป็นวีรบุรุษ และที่กลางเมืองอู่ก็ได้มีการสร้างรูปปั้นจำรองของอู่หมิงขึ้นเพื่อให้ลูกหลานทั้งหมดจดจำนามของวีรบุรุษเอาไว้อู่หมิงพักอยู่ที่ตระกูลอู่นั้นเป็นเวลา 1 ปี และในหนึ่งปีมานี้มีผู้คนมากมายมาที่ตระกูลอู่เพื่อขอเข้าพบกับอู่หมิง แต่น่าเสียดายทมี่อู่หมิงไม่ต้องการพบใครและใช้เวลาฝึกฝนทักษะเพลงกระบี่เพียงอย่างเดียว หลังจากนนั้นไม่นานก็มีการติดต่อจากยี่ฟงซึ่งก่อนยี่ฟงออกเดินทางอู่หมิงได้ขอร้องให้ยี่ฟงติดต่อคนจากพันธมิตรเซียนพลังจิตให้ และยี่ฟงก็ทำได้อย่างที่อู่หมิงคาดหวังไว้ซึ่งอีกไม่นานคนของพันธมิตรจะมารับจิงเสวี่ยนไปเป็นศิษย์ด้วยตัวเองอู่หมิงและจิงเสวี่ยนทมี่รู้ว่าเหลือเวลาอีกไม่นานทั้งสองจะต้องแยกจากกันและเป็นการแยกจากที่เป็นเวลานานดังนั้นทั้งสองจึงใช้เวลาแทบทั้งหมดอยู่ด้วยกันและทั้งสองมักจะออกไปเที่ยวเล่นเหมือนกับคนยธรรมทั่วไป จนกระทั้ง 1 เดือนก็มีหญิงชราคนหนึ่งมารับจิงเสวี่ยนด้วยตนเอง หญิงชราคนนี้เป็นถึงเซียนพลังจิตและไม่ใช่เซียนพลังจิตธรรมดาแต่ยังเป็นถึงราชันเซียนพลังจิต"ข้ามีนามว่า เหลินฟาง เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของพันธมิตรเซียนพลังจิต และข้ามาที่นี่เพื่อรับเจ้าเป็นศิษย์" หญิงชรานามเหลินฟางกล่าวด้วยรอยยิ้ม"ผู้เยาว์จิงเสวี่ยนคารวะผู้อาวุโส" จิงเสวี่ยนกล่าวพร้อมกับคารวะทันที"ผู้เยาว์อู่หมิงคารวะผู้อาวุโส" อู่หมิงกล่าว"เจ้ารึอู่หมิง ที่กำลังโด่งดังไปทั่วทวีปศูนย์กลาง คนที่เซียนกระบี่ไร้รักให้ความสำคัญในฐานะลูกหลาน" เหลินฟางจ้องมองมาที่อู่หมิงด้วยความสนใจแต่จากนั้นแววตาของนางก็ต้องแปลกใจเพราะนางใช้พลังจิตของนางสำรวจพลังของอู่หมิงอยู่ก็พบว่าพลังปราณในร่างของอู่หมิแข็งแกร่งอย่างยิ่งซึ่งพลังระดับนี้ไม่ใช่ราชันขั้นกลางคนหนึ่งจะมีได้และที่สำคัญกว่านั้นพลังปราณของอู่หมิงยังเป็นปราณหยินหยางที่ทรงพลังอีกด้วย"ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าได้ถูกประเมิณว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงสุด" หญิงชราเหลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"ผู้อาวุโส ข้าขอฝากภรรยาของข้าด้วย" อู่หมิงกล่าว"ไม่จำเป็นต้องกังวลข้าจะปกป้องลูกศิษย์ของข้าเอง แต่ว่าเรื่องที่จะมีชายหนุ่มคนอื่นมาเกาะแกะนางนั้นอันนี้ข้าไม่รับปากเพราะข้าจะไม่เข้าไปยุ่งกับความรู้สึกของนางแต่ถ้าอีกฝ่ายคิดใช้กำลังบังคับนางนั่นมันก็อีกเรื่อง และถ้าเจ้าไม่อยากถูกทิ้งเจ้าก็จงแสดงความสามารถของตนออกมา" หญิงชราเหลินฟางกล่าวอู่หมิงยิ้มออกมาขอเพียงแค่หญิงชราคอยปกป้องไม่ให้มีคนใช้กำลังบังคับจิงเสวี่ยนได้แค่นี้เขาก็พอใจแล้วเพราะทั้งเขาและจิงเสวี่ยนต่างก็มีความรู้สึกที่ผูกพันธ์กันจนตัดไม่ขาดอยู่และนางไม่มีทางนอกใจอู่หมิงอย่างแน่นอน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่ยอมให้ชายใดมาแตะต้องตัวข้าได้อย่างเด็ดขาด" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น"ข้าก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น" อู่หมิงกล่าว"เอาละพวกเราไปกันได้แล้ว และสำหรับเจ้าอู่หมิงถ้าเจ้าไปที่ทวีปศูนย์กลางแล้วไม่มีที่ไปเจ้าสามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อและข้าจะพาเจ้าไปพบกับบรรพบุรุษของเจ้า" หญิงชราเหลินฟางกล่าวพร้อมกับนำเหรียญตราให้กับอู่หมิงด้วยเหรียญตรานี้อู่หมิงจะสามารถเข้าพบนางได้ทันทีเมื่อไปถึงพันธมิตรเซียนพลังจิตเมื่อจิงเสวี่ยนออกเดินทางไปแล้วอู่หมิงก็ปลับอารมณ์อยู่สักพักก็เริ่มเตรียมตัวออกเดินทางเช่นกันเพราะด้วยพลังปราณของทวีปเทียนลู่แห่งนี้เป็นเรื่องยากมากที่จะทะลวงสู่ปราณจักรพรรดิเพราะงั้นอู่หมิงจึงจำเป็นต้องออกเดินทาง แต่ก่อนหน้านั้นอู่หมิงต้องรอการกลับมาของเสี่ยวฮุ่ยซะก่อน-----------------------------------------------------------------------------------------------------------