บทที่ 10 สองสามเฟย
เสียงขันทีดังเข้ามา สีหน้าของพระสนมฮุ่ยเฟยมีประกายเ็าวาดผ่านไปชั่วขณะก่อนจะเก็บกลับไปเหมือนกับก่อนหน้านี้ ราวกับว่าการเสด็จมาของสองเฟยนั้นไม่ได้กระทบอะไรกับตนเองเลย ออกจะเปลี่ยนเป็ยินดีปรีดาที่ได้ต้อนรับเหล่าพี่สาวน้องสาวในวังเสียด้วยซ้ำ
“หม่อมฉันขอคารวะเต๋อเฟยเหนียงเหนียง คารวะเสียนเฟยเหนียงเหนียง” สตรีทั้งหมดรีบกล่าวทำความเคารพ ทุกคนยืนนิ่ง ปล่อยให้เสียง “ตึก ตึก” ของพระสนมทั้งสองดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทการได้ยิน
“พี่สาวเต๋อเฟย น้องเสียนเฟย เชิญทางนี้”
พระสนมฮุ่ยเฟยกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเป็มิตร ถึงอย่างนั้นความเย็นะเืที่ปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำเสียงนั้นก็ทำให้เหล่าสตรีตัวน้อยที่ยังไม่เคยเผชิญหน้ากับการแย่งชิงในวังหลวงมาก่อนต่างก็สั่นสะท้านกันเป็แถว
“ฮุ่ยเฟย ขออภัยที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้ว่าน้องสาวฮุ่ยเฟยจะจัดงานที่น่าชมเช่นนี้ขึ้น ดังนั้นก็เลยไม่ได้ให้นางกำนัลมาบอกก่อน”
“วันนี้เพียงเดินผ่านสวนดอกไม้แล้วได้ยินว่าน้องสาวจัดงานดื่มชา พี่สาวที่กำลังตั้งครรภ์ัน้อยเองก็เบื่อตำหนักแล้ว จึงอยากจะขอรบกวนน้องสาวมาชมดูการแสดงของเหล่าคุณหนูทั้งหลายด้วย หวังว่าน้องสาวจะไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน”
คำพูดดูสบายๆนี้ ความจริงแล้วเต็มไปด้วยถ้อยคำตำหนิแทบจะทุกประโยคเลยทีเดียว การที่ฮุ่ยเฟยจัดงานแต่ไม่บอกตนเองที่มีตำแหน่งเฟยเหมือนกัน จนต้องบังเอิญมารู้ด้วยตนเองนั้น แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการตำหนิ
ฮุ่ยเฟยเป็สตรีที่เข้าวังหลังพระสนมเต๋อเฟย ยิ่งตอนนี้พระองค์มีครรภ์ัน้อยด้วย ยิ่งมีโอกาสมากที่จะกลายเป็กุ้ยเฟย หรือบางที...ในอนาคตก็อาจจะคว้าตำแหน่งนั้นมาครองได้
ด้วยฐานะเช่นนี้ ฮุ่ยเฟยจัดงานใหญ่โตขึ้น ควรจะต้องส่งคนเป็แจ้งตามธรรมเนียมเสียก่อน ทว่านางกลับไม่ยอมทำเช่นนั้น นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการประกาศว่าไม่เห็นหัวตนเองเลย...
นอกจากนี้ พระนางตั้งใจพูดคำว่า “ครรภ์ัน้อย” เพื่อทำให้สตรีทั้งหมดที่มาจากตระกูลใหญ่โตเข้าใจ ใครกันแน่ที่จะเป็ผู้มีอำนาจที่แท้จริงในวังหลวงแห่งนี้ หากทุกคน้าอำนาจ ก็ควรจะมาสยบอยู่ใต้เท้าของนาง หาใช่สนมฮุ่ยเฟยที่ไม่มีอนาคตผู้นี้
ฮุ่ยเฟยปกติแล้วเป็คนใจเย็นอยู่เสมอ เมื่อได้ยินคำพูดของเต๋อเฟยก็ยกพัดลวดลายกระเรียนขาวมาปิดบังใบหน้า แสร้งทำเป็เศร้าใจราวกับคนที่รู้แล้วว่าตนเองทำผิดจริง
“พี่สาวเต๋อเฟย เื่นี้เป็ข้าที่ประมาทเลิ่นเล่อไปเอง ขอพี่สาวอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองกันเลย” นางกล่าวเช่นนั้น เห็นท่าทางยอมอ่อนข้อให้ของอีกฝ่าย เสียนเฟยที่ใจร้อนยิ่งกว่ากลับแค่นหัวเราะออกมา เรียกความสนใจของผู้คนไปได้ไม่น้อย
“เหอะ! คำก็ครรภ์ั สองคำก็ครรภ์ั พี่สาวรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ัที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้อยู่กลับไม่ระวังเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านหมอหลวงมาตรวจครรภ์ด้วยตนเองทุกเดือน ข้าคงคิดว่าพี่สาวตั้งครรภ์ลวงแล้ว!!”
เสียนเฟยพูดแบบนั้นด้วยความหงุดหงิด เจตนาของนาง้าประชดประชันโดยตรง แต่กลับทำให้ดวงตาของเต๋อเฟยมีประกายแข็งกร้าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“น้องสาวเสียนเฟย น้องสาวตั้งใจจะสงสัยในครรภ์ัของข้าหรือ? หรือว่า...เ้าคิดไม่ซื่อกับครรภ์ันี้กัน?!”
“พี่สาวเต๋อเฟย น้องสาวคนนี้จะกล้าได้อย่างไร? ครรภ์ันี้ได้รับการดูแลอย่างดี ข้าเองก็กำลังตั้งตารอชมว่าจะเป็ัน้อยตนไหนกันที่กำลังเกิดมาเพื่อช่วยกันดูแลบ้านเมือง แบ่งเบาภาระของฝ่าา พี่สาวกำลังตั้งครรภ์อย่าเอาแต่คิดในแง่ร้ายเลยนะเพคะ ไม่อย่างนั้นจะส่งผลกระทบไม่ดีต่อครรภ์เอาได้ น้องสาวพูดเช่นนี้ก็ล้วนเป็ห่วงทั้งนั้น”
สองคนจ้องตากัน แม้ว่าจะมาพร้อมกันก็ตาม แต่ความจริงแล้วสองพระนางไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้น ก็แค่บังเอิญเข้ามาพร้อมกันจนทำให้ถูกแย่งความสนใจกัน
ตำหนักของฮุ่ยเฟยคึกคักมากทันทีที่มีผู้แสดงมาเพิ่มอีกสองคนเช่นนี้ ทั้งคู่ล้วนเป็บุคคลที่สร้างความปวดหัวไปทั่วทุกหย่อมหญ้า หลิวหร่วนอี้แค่ได้ยินเสียงประกาศบอกว่าทั้งคู่กำลังมาถึง นางก็เข้าใจแล้วว่าคงจะต้องมาฟังการด่ากันแบบภาษาดอกไม้วังหลวงที่น่าเบื่อเช่นนี้เป็นานสองนานแน่
อย่างไรก็ตาม...นางแค่ไม่ได้คิดว่าสามดอกไม้ตรงหน้าจะไม่เพียงแค่ไม่ยอมนั่งคุยกันดีๆ แต่ยังไม่สนใจเหล่าสตรีที่กำลังยืนทำความเคารพอยู่ด้วย
พวกนางแข้งขาดี เข่าก็ยังดีอยู่ อยากยืนท้าทายแรงโน้มถ่วงก็ควรทำกันไปแค่สามคนไม่ใช่หรือ? หลิวหร่วนอี้ผู้นี้ั้แ่มาถึงยังกินขนมไปได้ไม่เท่าไรก็ต้องมายืนจนขาแข็ง อีกทั้งก่อนหน้านี้เพื่อเตรียมตัวชมการแสดงของคุณหนูน้อยผู้อาสาต่อหน้าฮุ่ยเฟย นางก็กินขนมดอกเหมยเข้าปากไปแล้ว ครั้นจะเคี้ยวกลืนตอนนี้ก็กลัวว่าจะไม่มีน้ำให้กิน แต่อมอยู่แบบนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าน้ำลายท่วมปากอยู่เหมือนกัน
มองทางซ้ายทีขวาที เห็นวี่แววว่าทั้งสามจะยังคืนเถียงกันไปมาอยู่เช่นนั้น หลิวหร่วนอี้จึงตัดสินใจขยับเท้าของตนเองออกไปเล็กน้อย ดันโต๊ะตัวเล็กข้างหน้าของคุณหนูผู้หนึ่งออกไปอย่างไม่ตั้งใจ
นางน้อยที่กำลังใช้โต๊ะวางอาหารตัวน้อยเป็ที่ทุ่นแรงก็ถึงกับเซไป เกิดเสียง “เกร้ง!” จากถ้วยน้ำชาที่ร่วงลงมา เรียกความสนใจของเหล่าเฟยทั้งสามได้เป็อย่างดี
ตุบ!!
“ขะ ขอ ขออภัยพระสนมเต๋อเฟย ฮุ่ยเฟย และเสียนเฟย หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจเพคะ” คนตัวสั่นเทา คุกเข่าวด้วยความกลัว ตอนนั้นเหล่าสนมจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมายืนเถียงกันไปมาเช่นนี้อีก
“ไม่เป็อะไรหรอก เป็พวกเราที่พูดคุยกันจนเผลอลืมตัวไปหน่อย นี่ต้องโทษที่่นี้งานแต่ละตำหนักยุ่งเกินไปเลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลาพบเจอกันมากนัก เอาล่ะ...พวกเ้านั่งตามสบายกันเถิด”
พระสนมเต๋อเฟยที่ถือว่าตนเองเป็ผู้มาก่อน แล้วก็มีครรภ์ั์ด้วย เข้าใจว่าสิทธิ์ในการเป็ผู้นำครั้งนี้ได้เปลี่ยนมือจากสนมฮุ่ยเฟยมาเป็ตนเองแล้ว กล่าวออกมาอย่างถือวิสาสะ
แม้ว่าฮุ่ยเฟยจะไม่พอใจนัก แต่พระนางกลับไม่แสดงออกเลย กลับพยักหน้าให้กับทุกคนเป็สัญญาณเชื่อฟังพระสนมเต๋อเฟยไปด้วย
ที่นั่งถูกจัดเพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง โดยพระสนมเต๋อเฟยและเสียนเฟยนั่งอยู่ข้างๆกันกับพระสนมฮุ่ยเฟย เหล่านางกำนัลรีบนำขนมมาจัดเรียงให้ พร้อมกันนั้นฮุ่ยเฟยก็อธิบายว่าการแสดงรอบนี้จะเป็ของคุณหนูท่านไหน
สามเฟยพูดคุยกันหัวเราะอย่างมีความสุข หลิวหร่วนอี้เห็นภาพนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ภาพที่คนอื่นเห็นอาจมีฉากหลังเป็ดอกไม้ที่งดงาม แต่ภาพที่นางเห็นกลับเป็คมดาบคมหอกที่จ้องจะทิ่มแทงกันอยู่
ศึกครานี้มีพระสนมระดับเฟยมารวมกันถึง 3 คน ดูท่าแล้วคงไม่ใช่เื่ง่ายๆแน่ ด้วยประสบการณ์จากชีวิตก่อนของนาง มันได้ขัดเกลาสัญชาตญาณทั้งหมดไว้แล้ว ถ้านางรู้สึกว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น เช่นนั้นก็ต้องมีจริงๆ
แต่่เวลานี้หร่วนอี้ไม่ถึงลำดับที่ต้องออกโรง นางแค่ต้องเตรียมตัวเป็ฮูหยินผู้น่าสงสารเท่านั้น ตามบทไม่มีการปะทะกับพวกพระสนมเหล่านี้ ฉะนั้น...นางก็แค่มาร่วมสนุกแล้วปล่อยให้บทคนอื่นผ่านไปอย่างที่ควรจะเป็พอ
คุณหนูผู้ที่อาสาไปทำการแสดงเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว แม่นางน้อยออกมาร่ายรำก่อนเป็อันดับแรก ท่วงท่างดงามอ่อนช้อยสมกับที่ร่ำเรียนมาอย่างหนัก แต่ถ้าเทียบกับคุณหนูคนอื่นๆแล้ว คุณหนูน้อยผู้นี้ยังต้องฝึกฝนอีก 5 ปีจึงจะเทียบเท่าได้ ดังนั้นในสายตาของคนอื่นจึงมองว่าคุณหนูน้อยผู้นี้ไม่ใช่คู่แข่งของตนเองเลย
แปะ แปะ แปะ
หลังการแสดงจบลง เสียงปรบมือมากมายดังขึ้นมาอย่างจริงใจ หลังจากตัดอีกฝ่ายออกจากคู่แข่ง ก็เปลี่ยนจากการตรวจสอบศัตรูกลายเป็การรับชมเพื่อความบันเทิงแทน บรรยากาศจึงค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างมีความสุขมากขึ้น
“ต่อไปเป็คุณหนูบ้านไหนอยากจะให้พวกเราสนมช่วยดูอีกหรือ?” ฮุ่ยเฟยเอ่ยถาม แต่ครั้งนี้ไม่ได้เงียบเหมือนกับก่อนหน้า
คุณหนูหลายคนที่รู้ว่าตนเองคงไม่ใช่คู่แข่งสำคัญในการแข่งขันประลองบุปผางาม ดังนั้นจึงควรใช้โอกาสนี้เพื่อสานความสัมพันธ์ที่ดีกับพระสนมทั้งสามแทนไปเลยน่าจะได้ประโยชน์กว่า
เด็กสาวตัวน้อยทั้งหลายที่นี่แม้จะยังไม่ออกเรือน ยังไม่มีประสบการณ์รับมือกับสตรีหลังบ้านมากมาย แต่...ความจริงแล้ว การที่พวกนางเป็บุตรีของขุนนางน้อยใหญ่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสายเืของพวกนางหาใช่ตัวโง่งม
ทุกคนรู้ว่าตนเองต้องทำอะไรเวลาไหน ซึ่งเมื่อฮุ่ยเฟยเห็นแบบนั้นก็พอพระทัยเป็อย่างมาก พระนางส่งสัญญาณให้เริ่มทำการแสดงทีละคนอย่างมีความสุข เมื่อการแสดงจบก็ยังตั้งใจมอบคำแนะนำเล็กๆน้อยๆให้ด้วย
พวกสนมชั้นเฟยคนอื่นๆเมื่อเห็นฮุ่ยเฟยทำเช่นนั้นก็ได้มอบคำแนะนำหรือชื่นชมอีกคนละสองสามประโยค พวกนางมาที่นี่นอกจากจะแสดงให้คุณหนูทั้งหลายเห็นว่าในวังนี้นอกจากฮุ่ยเฟยแล้วก็ยังมีพระสนมเต๋อเฟยและเสียนเฟยอีก ส่วนเื่อื่นๆ...แค่ต้องจับตามองว่าใครมีโอกาสเป็คู่แข่งของตนมากก็เท่านั้น
หากมีโอกาส บางทีอาจจะลงมือก่อนที่พวกนางจะมาเป็เสี้ยนหนามแย่งอำนาจไปเลยก็ได้...
“เอาล่ะ ตอนนี้เหล่าสาวงามมากมายก็ได้ทำการแสดงของตนเองแล้ว ที่สำคัญคือ...ข้าได้ยินว่าสาวงามผู้เป็ว่าที่ “บุปผางามอันดับหนึ่ง” ก็มาร่วมด้วยไม่ใช่หรือ? ฮุ่ยเฟย...เ้าได้เชิญคุณหนูสกุลหลิวมาร่วมด้วยหรือไม่? ทำไมจึงไม่ให้นางช่วยสาธิตการแสดงที่สมบูรณ์แบบให้ทุกคนดูหน่อยล่ะ”
พระสนมเสียนเฟยนั่งติคนนั้นนิดคนนี้หน่อยไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะสบกับสายตาของลูกพี่ลูกน้องจากสกุลเสียนเหมือนกัน แม้ว่าก่อนแต่งเข้าวังจะไม่ค่อยถูกกันมากนัก เพราะถือว่ามาจากคนละสายครอบครัว แต่เมื่อออกมาอยู่ในโลกภายนอก พวกนางที่มาจากสกุลเดียวกันก็ยังถือว่าเป็พวกเดียวกันอยู่
ปีนี้ลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ก็จะเข้าร่วมการแข่งขันเช่นกัน ได้ยินว่าครอบครัวของนางและตระกูลเสียนเห็นด้วยที่จะให้นางพยายามแต่งเข้าสกุล “หลี่” ผ่านการแต่งงานกับ “หลี่จื่อหยวน” ซึ่งมีโอกาสจะเป็แม่ทัพใหญ่คนต่อไป
หากนางเข้าสกุลหลี่ได้จริง เช่นนั้นในอนาคตก็สามารถปูทางให้องค์ชายน้อยสกุลเสียนที่จะมาเกิดได้มีโอกาสครองบัลลังเฉกเช่นองค์ชายคนอื่นๆ ดังนั้น...คู่หมั้นของหลี่จื่อหยวนอย่างหลิวหร่วนอี้ก็คือคู่แข่งที่ขวางทางอยู่
แน่นอนว่าตำแหน่ง “คู่หมั้น” คงไม่อาจเปลี่ยนได้อีก ไม่กี่วันก่อนได้ยินว่าสกุลหลี่ไปพร้อมกับแม่สื่อเพื่อแลกเปลี่ยนดวงวันเกิดและชื่อแซ่กันแล้ว คงอีกไม่นานก็จะแต่งงานกันอย่างเป็ทางการ แต่...ต่อให้เป็แบบนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าสกุลเสียนจะไม่มีโอกาสได้อำนาจนั้นอีก
การแต่งงานระหว่างสกุลหลี่และหลิวเป็แค่สัญญาของพวกผู้ใหญ่เท่านั้น ความรู้สึกของสองหนุ่มสาวยังไม่เกิดขึ้น ่เวลานี้หากลูกพี่ลูกน้องของนางแย่งความสนใจไปได้ ถึงจะแต่งเข้าภายหลังก็สามารถอำนาจจวนสกุลหลี่ได้เช่นกัน
ดูอย่างนางก็ได้ ตัวนางแต่งเข้าหลังพระสนมหลายคน ทว่าก็ยังสามารถกลายมาเป็เสียนเฟยได้ สำหรับบุรุษน่ะ....ไม่มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่าการเอาอกเอาใจให้ดี เมื่อไรก็ตามที่บุรุษรักและหลง เช่นนั้นอำนาจทั้งหมดก็จะเป็ของตนได้
ผู้คนมากมายต่างบอกว่าคุณหนูหลิวเป็ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งที่มีโอกาสมากจะได้รางวัลเป็บุปผางามประจำปี แต่สกุลเสียนจะปล่อยให้เป็เช่นนั้นได้อย่างไร
ตอนนี้คุณหนูหลิวมีภาษีดีกว่าตรงที่มีสัญญาหมั้นหมายกันไว้ก่อนแล้ว เริ่มต้นก็จะเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนสกุลหลี่ทันที ดังนั้นถ้าสกุลเสียน้าเข้าสู้ พวกนางต้องหาบางอย่างมายืนยันว่าพวกนางดีกว่าคนที่ได้มาเพียงเพราะเป็คู่หมั้น!! และการเอาชนะหลิวหร่วนอี้ในการแข่งขันบุปผางามก็คือหนึ่งในการแข่งขันที่จะเปรียบเทียบกันได้โดยตรง
บุรุษเป็สิ่งมีชีวิตจำพวกที่ยิ่งได้มายากก็ยิ่งโหยหา ยิ่งอยู่สูงก็ยิ่งอยากไขว่คว้า ยิ่งเห็นผู้คนมากมายมองดูและชื่นชม ตนเองก็ยิ่งอยากได้มา ยิ่งภาคภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น!!
สกุลเสียนมีเหตุผลอยู่เหมือนกันว่าทำไมสามารถส่งสตรีขึ้นตำแหน่งสูงในวังได้อยู่เสมอ นี่ก็เพราะพวกเขามีวิธีในการบริหารจัดการเื่นี้อยู่
เสียนเฟยส่งสายตาให้ลูกพี่ลูกน้องที่นั่งเงียบอยู่ตลอด การแสดงของหลิวหร่วนอี้คงปฏิเสธไม่ได้แล้วเพราะนางเป็คนเอ่ยขึ้นมาโดยตรงหากปฏิเสธก็ถือว่าไม่ให้หน้านาง เช่นนั้น....การแสดงนี้ ไม่ว่าอย่างไรวันที่เริ่มทำการแสดงจริงๆ จะต้องหาทางทำลายหรือไม่ก็ต้องหาการแสดงที่เหนือกว่านางให้ได้!!
หร่วนอี้ที่กำลังกินอย่างสบายอารมณชะงักไปเล็กน้อย จะว่าอย่างไรล่ะดี...นางในฐานะผู้ถูกพูดถึงมากที่สุดใน่นี้ย่อมเข้าใจดีว่ามีโอกาสถูกเรียกมากที่สุดแล้ว ดังนั้นเมื่อถูกเรียกเข้าจริงๆ หร่วนอี้ไม่ได้รู้สึกสงสัยเลย กลับกัน...นางค่อยๆยืนขึ้นแล้วทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า สายตาแน่วแน่มั่นใจทำให้เสียนเฟยรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
ไม่สิ! ต้องบอกว่าท่าทางที่สูงส่งของนางนั้นทำให้สามเฟยรู้สึกหงุดหงิดเลยต่างหาก! ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือนางมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ดังนั้นฮ่องเต้ไม่อาจเลือกนางเข้าวังได้อีก ถือว่าตัดคู่แข่งที่น่ากลัวนี้ไปโดยปริยาย แต่....แม้จะรู้เช่นนั้น ก็ยังรู้สึกริษยาในความงามนั้นอยู่ดี!
………………………………………..
ถึงรี้ดที่น่ารักทุกท่าน
หลังจากตอนที่ 10 ไรท์จะเริ่มติดเหรียญ แล้วนะคะ
ฝากสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟค่าชาเย็นให้ไรท์ตัวน้อยๆคนนี้สามารถเขียนนิยายที่รักจนจบไปหลายๆเื่เลยนะคะ ขอบคุณมากค่าาา <3
By Suratiptk