ในขณะที่หลีเฮงกำลังกุมขมับจนหัวแทบะเิ จ้องมองหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าของระบบที่แจ้งเตือน ‘ภารกิจปะทะความหึงหวง (Jealousy Quest) ระดับวิกฤติ’ ด้วยสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทน น้ำตาแทบไหลนองอาบแก้ม...
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ตัดสินใจเลือกข้อใด หรือแม้แต่จะหาหนทางหนีเอาตัวรอดจากสองสาวระดับ SSS คืนนี้...
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูห้องพักก็พลันดังรัวขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดทันควัน!
หลีเฮงสะดุ้งโหยงจนตัวลอยเกือบตกเตียง ส่วน ‘เยี่ยหลัวอิน’ นางมารน้อยในอาภรณ์ม่วงสุดยั่วเย้าที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พลันชะงัก ช้อนสายตาสีม่วงกลมโตคู่สวยขึ้นมองบานประตู ก่อนจะหรี่ตาลงและพึมพำอย่างขัดใจ
“ชิ... มีคนมาขัดจังหวะการบำบัดของข้าเสียได้”
“ยอดรัก... เอ๊ย! แม่นางเยี่ย! เ้าแอบหลบเข้าไปในห้องนอนด้านหลังก่อนเถอะ ขืนใครมาเห็นว่ามีนางมารน้อยระดับ SSS อยู่ในห้องข้ายามวิกาลล่ะก็ หัวข้าได้หลุดจากบ่าแน่ ๆ!” หลีเฮงรีบกระซิบกระซาบพลางผลักและดันร่างระหงนุ่มนิ่มของนางให้เข้าไปซ่อนอยู่หลังม่านห้องนอนด้านใน ซึ่งเยี่ยหลัวอินก็ยอมแฝงกายหลบเข้ามุมมืดเงียบ ๆ แต่โดยดี แม้จะแอบส่งค้อนวงใหญ่มาให้เขาก็ตาม
หลีเฮงสูดหายใจลึก ปรับสีหน้ากะล่อนให้ดูนบนอบและเป็ปกติที่สุด ก่อนจะก้าวเท้าเปิดประตูห้อง ทันทีที่บานประตูเปิดออก เขาก็พบกับ ‘ลี่อวี่’ ที่ยืนหน้าแดงก่ำเป็ลูกตำลึงสุก สองมือเล็กกุมแน่นเข้าหากันด้วยความขัดเขินสะเทิ้นอายอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็ผลข้างเคียงจาก ‘อุ้งมือมารขั้น 2’ ที่เขาช่วยนวดทะลวงชีพจรอัคคีให้จนส่งเสียงร้องครางสนั่นห้องซ้อมเมื่อตอนเย็น
“ลี่อวี่? มีธุระด่วนอะไรมารรอบดึกขนาดนี้งั้นรึจ๊ะ?” หลีเฮงเอ่ยถามพลางยิ้มกวนประสาทตามนิสัย
ลี่อวี่หลบสายตาวูบ แสร้งทำเสียงแข็งและกอดอกกลบเกลื่อนความอายสุดชีวิต “คะ... คือข้าไม่ได้อยากมาหาเ้าเพราะเื่เมื่อเย็นหรอกนะ! แต่พรุ่งนี้พวกเราต้องประลองคู่เปิดสนามกับห้อง C ข้าเลยไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับทักษะและจุดเด่นของคู่แข่งมาให้... เ้าเป็หัวหน้าทีม จะได้คิดแผนเตรียมการรับมือถูกอย่างไรเล่า!”
“โอ้? ข้อมูลคู่แข่งงั้นรึ? เ้าช่างใส่ใจจริง ๆ เข้ามาคุยข้างในก่อนไหมจ๊ะ...” หลีเฮงชวนด้วยประกายตาเ้าเล่ห์
“ไม่! ข้าคุยตรงนี้แหละ!” ลี่อวี่รีบปฏิเสธเสียงหลง หน้าแดงแป๊ดขึ้นอีกระดับ พลางละล่ำละลักบอกข้อมูลรวดเร็ว “หัวหน้าทีมของห้อง C คือ ‘เฉินห้าว’ พร์ปราณปฐีสายป้องกันระดับ B ร่างกายมันหนาและถึกมากเหมือนก้อนหินใหญ่ ส่วนอีกคนคือ ‘หลี่เฟิง’ พร์สายลมระดับ C ที่เคลื่อนไหวเร็วและเน้นใช้มีดสั้นลอบโจมตี และคนสุดท้ายคือ ‘โจวตง’ พร์สายพฤกษาระดับ C คอยใช้เถาวัลย์เหนี่ยวรั้ง... พรุ่งนี้ข้าคิดว่าเฉินห้าวจะรับหน้าที่ชนแนวหน้า ส่วนหลี่เฟิงจะอ้อมมาลอบโจมตีเ้าที่เป็ Rank F ก่อน... เ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ!”
หลีเฮงพยักหน้ารับพลางวิเคราะห์ข้อมูลในหัวเงียบ ๆ “อืม... ปฐีสายแทงก์ วายุสายล้วง และพฤกษาสายคุม ข้อมูลละเอียดมากเลยลี่อวี่คนงาม ขอบใจเ้ามากนะจ๊ะ”
พอเห็นหลีเฮงส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ ลี่อวี่ก็ใจเต้นรัวระสับจนแก้มแทบะเิ “หมด... หมดธุระของข้าแล้ว! ข้าขอตัวกลับก่อนล่ะ!” พูดจบเด็กสาวก็หมุนตัววิ่งหนีหน้านองแดงนั่นไปตามโถงทางเดินอันเงียบสงบทันที
หลีเฮงยิ้มขำในความปากแข็งแต่ใจอ่อนของนาง ทว่าในขณะที่ลี่อวี่กำลังเดินก้าวพ้นหัวมุมตึกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว...
*ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!*
เงาร่างสีดำลึกลับ 5 ร่างพลันพุ่งยานลงมาจากหลังคาทางเดินล้อมรอบตัวลี่อวี่ไว้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
“เอ๊ะ?! พวกเ้าเป็ใค... อื้อออ!”
ลี่อวี่เบิกตากว้างเพิ่งจะะโขอความช่วยเหลือได้ครึ่งคำ มือหนาของชายชุดดำคนหนึ่งก็พลันยื่นมาปิดปากของนางไว้แ่า ขณะที่อีกสี่คนขยับโซ่สะกดิญญารัดแขนขานางไว้รวดเร็ว ลี่อวี่พยายามโคจรปราณอัคคีดิ้นรน ทว่าพวกมันกลับซัดผงยาสลบเข้าใส่ใบหน้าของนางจนดวงตากลมโตพร่าเลือนและสิ้นฤทธิ์ตัวอ่อนยวบยาบลงในอ้อมแขนของพวกมันในพริบตา
ทางด้านหลีเฮงที่กำลังเตรียมจะปิดประตูห้อง พลันได้ยินเสียงสะอึกแปลก ๆ ดังแว่วมาจากหัวมุมตึก สัญชาตญาณเอาตัวรอดอันเฉียบคมทำให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติทันที เขารีบวิ่งออกไปดูบริเวณโถงทางเดินหัวมุมตึกทันควัน
ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏแก่สายตาคือ กลุ่มชายชุดดำห้าคนกำลังอุ้มหามร่างของลี่อวี่ที่หมดสติวิ่งหนีทะยานลัดเลาะออกไปทางประตูด้านหลังสถาบันอย่างรวดเร็ว!
“บัดซบเอ๊ย! ลักพาตัวลี่อวี่งั้นรึ?!” หลีเฮงสบถลั่น แววตาเคร่งเครียดขึ้นทันที เขารู้ตัวดีว่าด้วยพลัง Rank F ของตนในตอนนี้ สู้ตรง ๆ กับพวกมันทั้งห้าคนไม่ไหวแน่!
เขาหมุนตัวรีบวิ่งกลับมาที่ห้องนอน พอดีกับที่เยี่ยหลัวอินก้าวออกมาจากหลังม่านด้วยสีหน้าตื่นตัว
“เยี่ยหลัวอิน! เ้าช่วยรีบไปแจ้งข่าวแก่หลินเสวี่ยเหยาที่ตำหนักเหมันต์ทีว่าข้าติดธุระด่วน และลี่อวี่ถูกชายชุดดำจับตัวลักพาตัวไปหลังป่าสำนัก!” หลีเฮงสั่งการรวดเร็ว
“เอ๊ะ? ให้ข้าไปบอกนางงั้นหรือ?” เยี่ยหลัวอินเลิกคิ้ว ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าตามไปช่วยเ้าด้วยไม่ดีกว่ารึ?”
“ไม่ต้องห่วงข้า! รีบทำตามที่ข้าขอร้องเถอะ เื่นี้สำคัญที่สุด!” หลีเฮงกล่าวย้ำหนักแน่น ก่อนจะหมุนตัวพุ่งทะยานร่างไล่ตามทิศทางของชายชุดดำเ่าั้ไปทันที โดยปล่อยให้เยี่ยหลัวอินยืนอึ้งอยู่ชั่วขณะ
หลีเฮงสะกดรอยตามร่องรอยปราณมารจาง ๆ ของชายชุดดำไปห่าง ๆ ลัดเลาะเข้าสู่ป่ารกร้างด้านหลังสถาบันอย่างเงียบเชียบที่สุด โดยที่ตัวเขาเองไม่รู้ตัวเลยว่า... ท่ามกลางเงาสลัวยามค่ำคืน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องสะกดรอยตามหลังเขามาตลอดทางพร้อมเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมพึงพอใจอย่างที่สุด
---
ณ บริเวณป่ารกร้างอันเงียบสงัดและห่างไกลหลังสำนัก ลมหนาวพัดโบกโบยผ่านป่าทึบยามค่ำคืนส่งเสียงหวีดหวิวชวนขนลุก
ต้นไม้โบราณลำต้นมหึมาที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนามสีดำสนิท บัดนี้ได้กลายเป็แท่นพันธนาการอันแสนโหดร้ายทรมานสำหรับดรุณีน้อยนางหนึ่ง ร่างอวบอัดของ 'ลี่อวี่' ถูกตรึงแน่นไว้กับลำต้นอย่างน่าเวทนาเหลือแสน โซ่สะกดิญญาสีดำทมิฬที่แผ่กลิ่นอายอัปมงคลพันรัดรอบข้อมือ ข้อเท้า และลำตัวของนางแ่าจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว ผิวขาวเนียนดุจหยกสลักบัดนี้ปรากฏรอยแดงช้ำลึกจากแรงบีบรัดของโซ่เหล็กที่กัดเข้าเนื้อ
ชุดฝึกยุทธ์ที่ขาดรุ่งริ่งเผยให้เห็นเนินอกนุ่มหยุ่นอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วตามจังหวะหายใจสั่นสะท้าน กระโปรงยาวถูกฉีกทึ้งจนเผยเรียวขาขาวผ่องทว่าบัดนี้กลับสั่นระริกไม่หยุด ลี่อวี่กัดริมฝีปากแน่นจนเืซึม หยาดน้ำตาอุ่นร้อนเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยด้วยความอับอายและหวาดกลัวเกินขีดจำกัดที่เด็กสาวคนหนึ่งจะทานทนได้
รอบกายของนาง กลุ่มชายชุดดำทั้งห้าคนยืนล้อมวงอย่างคึกคะนอง แม้ใบหน้าจะถูกปกปิดด้วยหน้ากากผ้าดำทึบ ทว่าสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองเรือนร่างของนางกลับเปิดเผยออกมาราวกับสัตว์ป่าหิวโซ พวกมันหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เสียงหัวเราะหยาบโลนดังก้องไปทั่วป่าละเมาะ
“หึ ๆ... ยัยหนูห้อง F คนนี้ช่างอวบอัดเย้ายวนใจดีเหลือเกินว่ะ!” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยปากลวนลาม “หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่เ้าดวงซวย ดันรู้จักสนิทสนมกับไอ้ขยะหลีเฮงนั่นเองเถอะ!”
ชายชุดดำผู้เป็หัวหน้าส่งเสียงหัวเราะลั่น สายตาจับจ้องไปที่เนินอกงามระหงที่ขยับขึ้นลงตามแรงหอบหายใจของเด็กสาว “ดูสิพวกเรา... ผิวขาวผ่องปานนี้ อกเป็อกเอวเป็เอว... หากได้ลิ้มลองเนื้อนุ่มละมุนของนางสักหน คงจะสุขสมยิ่งกว่าได้เสวยน้ำอมฤต์เสียอีก!”
ชายชุดดำอีกคนก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ มือสกปรกขยับยื่นทำท่าไล้โลมไปบนอากาศเหนือเนินอกของนางโดยที่ยังไม่ยอมแตะต้องตัว “คืนนี้พวกเราพี่น้องจะได้ลิ้มรสเรือนร่างแสนวิลาศนี้กันทุกคน... มาตกลงคิวกันหน่อยดีกว่า”
มันเอ่ยเสียงห้าวหยาบพลางสะแสยะยิ้มใต้ผ้าคลุม “ข้าเป็หัวหน้า ข้าจะขอลิ้มลองนางเป็คนแรก... จะได้ใช้ ‘ท่อนเอ็น’ อุดปากงาม ๆ ของนางให้แน่นสนิท ไม่ให้ส่งเสียงร้อง จากนั้นพวกเราค่อยผลัดกันย่ำยีบุปผางามดอกนี้ให้หนำใจทุกกันทุกคน... ฮ่า ๆ ๆ!”
ลี่อวี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้างดงามสลักรักบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น อับอาย และโกรธแค้นจนถึงขีดสุด “ปล่อยข้านะ... ไอ้พวกสารเลว! หากข้าหลุดไปได้เมื่อไร... ข้าจะสับพวกเ้าเป็พัน ๆ ชิ้น ไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!”
น้ำเสียงของนางสั่นเครือแหบแห้ง แม้จะพยายามฝืนแสดงความเข้มแข็งออกมา ทว่าหยาดน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มเนียนและร่างกายที่สั่นเทิ้มด้วยความกลัวกลับเปิดเผยความอ่อนแอในใจของนางจนสิ้น
ชายชุดดำคนที่สามหัวเราะร่าสะใจ “โอ้โฮ... แม่เสือสาวยังดุร้ายเคี้ยวเค็มอยู่เลยว่ะ ขนาดโดนรัดตรึงแ่าปานนี้” มันก้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูเล็กของนาง ลมหายใจอุ่นชื้นที่เป่ารดผิวคอขาวทำให้ลี่อวี่ขนลุกซู่ด้วยความขยะแขยง
“ยิ่งเ้าดื้อรั้นดิ้นรน ข้าก็ยิ่งอยากเห็นน้ำตาของเ้ารินไหลมากขึ้นเท่านั้น... เมื่อข้าและพี่น้องร่วมสอดใส่เข้าไปในร่างอุ่นซ่านของเ้า เ้าจะต้องครางครวญขอชีวิตและอ้อนวอนความเมตตาอย่างสิ้นคิดแน่นอน... ทว่าพวกเราจะไม่หยุดมือหรอก จะย่ำยีเ้าจนลุกยืนไม่ไหว... ให้ร่องธารรักของเ้ารองรับพวกเราได้พร้อม ๆ กันทุกคน!”
ชายคนที่สี่และห้าหัวเราะระริก พลางวาดมือไปมากลางอากาศรอบตัวลี่อวี่ราวกับกำลังจินตนาการถึงภาพฉากอันหยาบช้าชวนสังเวช
“ดูปทุมถันคู่นั้นสิ... ชูชันยอดอกแข็งเกร็งขนาดนี้ เพราะกลัวสุดขีดหรือว่าฟังคำขู่ของพวกเราแล้วเกิดมีอารมณ์ใคร่อยากกันแน่วะ?”
“ฮ่า ๆ ๆ! ร่องรักของยัยนี่คงตึงแน่นน่าดู... แต่หลังจากพวกเราช่วยกัน ‘เปิดทาง’ เสร็จแล้ว คงจะบานยับเยินจนดูไม่จืดเลยทีเดียว!”
ลี่อวี่หลับตาทั้งสองข้างแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มระริกราวลูกนกเปียกฝน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก ความอัปยศอดสูที่ถูกประโลมเลียด้วยถ้อยคำชั่วช้า ผนวกกับภาพการทารุณกรรมทางเพศที่พวกมันบรรยาย ทำให้จิตใจของดรุณีน้อยแทบจะพังทลายลงในบัดดล
“ไม่... ไม่จริง... ข้า... ข้าไม่ยอม...”
น้ำเสียงของนางแ่ลอยละลิ่วลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็เพียงเสียงสะอื้นไห้แ่เบาที่ดังก้องอยู่ในความเงียบงันของป่าทึบอันมืดมิด
ชายชุดดำส่งเสียงหัวเราะอย่างเหิมเกริมพลางขยับก้าวล้อมกรอบประชิดเข้ามาอีกขั้น มือสกปรกเริ่มยื่นออกไปหมายจะกระชากทึ้งชุดฝึกยุทธ์ที่ขาดรุ่งริ่งของนางให้พ้นร่าง...
หลีเฮงแฝงกายอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ ๆ เขากำลังวิเคราะห์จังหวะและเตรียมจะลอบเข้าไปดึงความสนใจ และหาทางช่วยเหลือลี่อวี่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
*บึ้ม!!!*
พลังปราณสายฟ้าสีน้ำเงินแลบแปลบปลาบพลันะเิกระแทกเข้ากลางหลังของหลีเฮงอย่างจังโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
“อั้ก...!!!”
หลีเฮงกรีดร้องลั่น ร่างกระเด็นลอยละลิ่วพุ่งทะลวงพุ่มไม้ร่วงกลิ้งเข้าไปกลางวงล้อมของชายชุดดำอย่างหมดสภาพ ความรู้สึกเ็ปร้าวระบมแผ่ซ่านทั่วแผ่นหลังจนแทบกระอักเื เขากัดฟันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเจ็บใจ
ท่ามกลางเงามืด ชายหนุ่มหน้าตาดีทว่ามีสีหน้าเหี้ยมเกรียมแผ่ไอพลังสายฟ้าแลบแปลบปลาบรอบตัวค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินออกออกมาอย่างผู้ชนะ... เขาคือ ‘จ้าวเทียนอวี่’ นั่นเอง!
“ฮ่า ๆๆ! ไอ้ขยะหลีเฮง! เ้าแอบตามมาจริง ๆ ด้วย!” จ้าวเทียนอวี่หัวเราะอย่างผู้มีชัย สายตามองหลีเฮงด้วยความเคียดแค้นรุนแรง “บังอาจมายุ่งเกี่ยวกับหลินเสวี่ยเหยาของข้า... วันนี้เ้าจะต้องตายอย่างหมาข้างถนนที่นี่!”
เมื่อเห็นเ้านายปรากฏตัว หัวหน้าชายชุดดำก็แสยะยิ้มชั่วร้าย รีบก้าวเข้าไปกระซิบเสนอแผนการร้าย “นายน้อยครับ... จัดการมันตรง ๆ อาจจะทิ้งร่องรอยให้หลินเสวี่ยเหยาสงสัยได้ พวกเรามาจัดฉากกันดีกว่าครับ!”
“จัดฉากอย่างไร?” จ้าวเทียนอวี่เลิกคิ้วถามอย่างสนใจ
“ก็แต่งเื่ว่า ไอ้ขยะหลีเฮงตัณหากลับ ลักพาตัวลี่อวี่มาข่มขืนในป่ารกร้างนี้ แล้วนายน้อยบังเอิญมาพบเข้าจึงช่วยปกป้องนางและพลั้งมือสังหารไอ้ขยะนี่เสีย ส่วนลี่อวี่ทนความอับอายที่ถูกลวนลามไม่ได้จึงชิงปลิดชีพตัวเองตามไป... แผนนี้จะช่วยกำจัดหลีเฮงอย่างใสสะอาด แถมพวกเรายังได้ ‘สนุกสนาน’ รุมโทรมลี่อวี่คนนี้ก่อนจะฆ่านางทิ้งด้วยครับ!”
ลี่อวี่ได้ยินแผนการร้ายพลันหน้าซีดเผือด ตัวสั่นระริกด้วยความกลัวจนแทบสิ้นสติ “พวกเ้า... พวกเ้ามันไม่ใช่คน!”
จ้าวเทียนอวี่ได้ฟังแผนการพลันดวงตาเป็ประกายหัวเราะร่าสะใจชอบใจ “ฮ่า ๆๆๆ! ดี! ดีมาก! แผนการนี้ช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ! ได้ทั้งฆ่าไอ้ขยะหลีเฮง และได้เสพสุขกับแม่เสือสาวคนนี้ก่อนฆ่าทิ้ง... ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน!”
พูดจบ จ้าวเทียนอวี่ก็แสยะยิ้มกวนประสาท พลางก้าวเท้าเดินเนิบนาบตรงเข้ามาหาทั้งหลีเฮงและลี่อวี่ช้า ๆ ด้วยประกายไฟสายฟ้าแลบแปลบปลาบจากปลายนิ้วมือ...
*ปิ๊ง!*
> [ภารกิจวิกฤติเสี่ยงตาย (Crisis Quest): เอาตัวรอดจากแผนการจัดฉากฆาตกรรมโสมมของจ้าวเทียนอวี่และช่วยเหลือลี่อวี่!]
> [เงื่อนไขล้มเหลว: โฮสต์เสียชีวิตและถูกตรายางว่าเป็ไอ้โรคจิตข่มขืนสตรี ส่วนลี่อวี่ถูกรุมโทรมและเสียชีวิต]
> [คำแนะนำระบบ: ยินดีด้วย! โฮสต์กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์สิ้นหวังที่เหมาะแก่การใช้สกิล ‘หลบหลังสตรี’ เพื่อเอาชีวิตรอด... ทว่าเดี๋ยวก่อน คืนนี้ข้างกายโฮสต์ไม่มีสตรีระดับ SSS หรือคู่พันธะยืนอยู่สักคนเดียวเลยนะจ๊ะ! ขอให้โฮสต์ขยะจงดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างน่าสมเพชต่อไปเถิด!]
หลีเฮงมองข้อความระบบแล้วกัดฟันกรอดลอบถอนหายใจในความซวยซ้ำซ้อน...
- จบตอนที่ 16 -