เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านผ้าม่านสีครีมห้องนอนของโรฮาน ความสว่างในยามเช้าทำให้เสียงนกร้องจากสวนด้านนอกดังแว่วมาตามลม แต่เ้าของห้องยังนอนนิ่งอยู่บนเตียงนุ่ม เขาหลับลึกไม่ใช่เพราะี้เีตื่น แต่เพราะเมื่อคืน…เขาหลับเกือบเช้า เสียงนาฬิกาปลุกเตือนทุก 15นาที ครั้งสุดท้าย ที่ตั้งเวลาไว้ 08.45 โรฮานค่อยๆลืมตาช้าๆ ก่อนจะขยับตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา “ โอ้ พระเ้า แย่แล้ว” เขาลุกพรวดทันที จำได้ว่านัดซินเธียไว้แปดโมงครึ่ง ชายหนุ่มรีบลุกเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว
15 นาทีต่อชายหนุ่มรีบคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมอย่างลวก ๆ ก่อนเปิดประตูห้องออกไป และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกพอดี ซินเธียยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบหลวม ๆ ดวงตาคมหวานมองเขานิ่ง ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเบา ๆ โรฮานชะงัก “ผม…” เขารีบจัดปกเสื้อ “ผมตื่นสาย” ซินเธียพยักหน้าเบา ๆ “ฉันทราบค่ะ” หญิงสาวก้าวเดินนำหน้าเลี้ยวขวาตรงไปที่ห้องอาหาร “คุณรอนานไหม” โรฮานถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่นานค่ะ”
บนโต๊ะอาหารมีแจกันกุหลาบสีชมพู และที่มุมห้องอีกอันเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงสด โรฮานมองเธออย่างจับผิดทันที “คุณไปที่นั่นคนเดียว” ซินเธียชะงักนิดหนึ่ง ก่อนหลบสายตา “ใช่ค่ะ เพราะ สวนเปิด แค่ 1 ชั่วโมงค่ะ ส่วนดอกไม้พวกนี้ ฉันเอามาจากริมรั้วบ้านของคุณ ที่หมู่บ้านนี้ปลูกดอกกุหลาบทุกบ้านค่ะ และฉันก็รู้ว่าที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตน้ำหอมด้วยค่ะ” โรฮานหลุดยิ้มแบบแห้งๆ “คุณขับรถเป็ใช่ไหมครับ” หญิงสาวเม้มปากทันทีเหมือนจะพูดอะไร โรฮานหัวเราะเบา ๆ เป็ครั้งแรกของเช้าวันนี้ “โอเค ผมขอโทษที่ตื่นสาย” เขายกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้
ซินเธียเลิกคิ้วเล็กน้อย “ฉันขับรถเป็ั้แ่อายุ 15ปีค่ะ” โรฮานนิ่งไปทันทีเดินไปที่โต๊ะอาหาร อาหารรีบง่ายสองชุดจัดวางตรงกันข้ามกันอย่างน่าทาน “คุณทำอาหารเช้าด้วย และออกไปเที่ยวคนเดียว เก่งจังเลย”
ซินเธียยิ้มบางๆ พร้อมเลื่อนจานอาหารให้เขา กลิ่นน้ำชาร้อนโชยเข้าจมูก โรฮานสูดกลิ่นหอมใบชาที่ทำให้เขารู้สึกสดชื่น “ขอบคุณมากครับ” หญิงสาวจะเติมน้ำตาลลงในถ้วยชา “ผมขอช้อนเดียวครับ” โรฮานมองนิ้วมือเรียวบางสวยกำลังคนน้ำชาเบาๆ แน่นอนที่สุดเธอถูกอบรมในเื่การบริการจากนายแม่สุชาดา “ทำไมจ้องฉันอยู่ค่ะ คุณทานไม่ลงเหรอคะ”
“ฮ่าๆๆ เปล่า ผมชอบการชงน้ำชาของคุณ เหมือนคุณ..” โรฮานหยุดพูดแล้วมองที่แผ่นโรตีสอดไส้มันฝรั่ง มันคืออาหารที่เรียบง่าย พร้อมสลัดผักหั่นเล็กๆ และแตงกวาโรยด้วยพริกและกลิ่นน้ำมะนาว “ผมคิดว่า แค่นี้คงไม่อิ่มครับ”
ซินเธียอมยิ้ม แล้วชงน้ำชาให้ตัวเอง เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นพอดี กริ๊ง... โรฮานยิ้มเล็กน้อย ราวกับรออยู่แล้ว “ผู้ช่วยของผมมาแล้วครับ” ซินเธียขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ผู้ช่วย...?” ดวงตาคู่งามมองโรฮานลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดึงชายเสื้อให้เข้าที่ก่อนเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
เมื่อบานประตูเปิดออก เดวก็ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้มกว้างเหมือนทุกครั้ง แต่คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา กลับเป็หญิงวัยประมาณห้าสิบห้าปี ใบหน้าใจดี ดวงตาอบอุ่น สวมส่าหรีสีครีมเรียบหรู เกล้าผมเรียบ สวมเครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวคือต่างหูเพชรเล็ก
ทันทีที่โรฮานเห็นหญิงสูงวัย เขาก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ “แม่นมภาริ” หญิงสูงวัยยกมือแตะแก้มเขาเบา ๆ สวมกอดโรฮานแน่น
“โตเป็หนุ่มใหญ่...แต่งงานแล้วสินะ พ่อหนุ่มคนนี้ดื้อที่สุด” เดวหัวเราะทันที “คุณป้าภาริครับ ถ้ารู้ว่าหมอนี่แต่งงานแบบสายฟ้าแลบ คุณป้าภาริคงไม่เรียกว่าดื้อ แต่เรียกว่าบ้า” เดวรีบหุบปากทันที “เดว...” โรฮานส่งสายตาเตือน ซินเธียมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นโรฮานในอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่นักธุรกิจ ไม่ใช่มหาเศรษฐี แต่เป็เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยิ้มให้คนที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็กๆ ภาริหันมามองซินเธีย ดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นพิจารณาหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้ม “คนนี้เ้าสาวของคุณหนู” ซินเธียรีบยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ” ภาริจับมือเธอไว้เบา ๆ “สวยกว่าที่คิดไว้นะคะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีคู่รัก ไม่เคยส่งรูปให้ป้าดูด้วย” เดวแอบกลั้นหัวเราะ “คุณป้าภาริครับ หมอนี่ไม่เคยส่งรูปผู้หญิงให้ใครดูเลยนะครับ” ภาริพยักหน้า “นั่นแหละที่ทำให้ฉันใ” โรฮานถอนหายใจ “ผมเริ่มเสียใจแล้วที่เชิญทุกคนมา” ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ภาริจึงหันมาหาซินเธียอย่างจริงจังขึ้น “พรุ่งนี้คุณจะเข้าคฤหาสน์ราชวันต์” ซินเธียพยักหน้า “ค่ะ”
“งั้นฉันมีหลายเื่ที่ต้องเล่าให้ฟัง” โรฮานเริ่มมีลางไม่ดี “แม่นม..ครับ.” “หน้าที่แม่นม คุณหนูไม่ควรยุ่งค่ะ” ภาริตอบทันที เดวหลุดหัวเราะจนสำลักน้ำ ภาริหันมาทางซินเธีย “สิ่งแรกที่จะบอก คุณไม่ต้องกลัวคุณวิรุต” ซินเธียพยักหน้าเล็กน้อยและถามต่อ “คุณพ่อของโรฮานเหรอคะ?” ภาริเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เดวเลื่อนเก้าอี้ให้แม่นม “ใช่ค่ะ” ภาริยิ้มมองอาหารเช้า จึงกล่าวต่อ คุณวิรุต ภายนอกดูน่าเกรงขาม แต่จริงแล้วท่านเป็ใจดีมาก”
“จริงครับ” เดวเสริมพร้อมรินน้ำชาให้ตัวเอง ส่วนซินเธียชงน้ำชาร้อนให้แม่นม “ครั้งหนึ่งโรฮานทำกระจกบ้านแตกทั้งแถบ” ซินเธียหันมองโรฮานอย่างประหลาดใจ “คุณเหรอคะ” โรฮานอมยิ้ม เขาจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี “ผมอายุแค่สิบสอง”
“สิบเอ็ดค่ะ” ภาริแก้ และจิบน้ำชา ชูนิ้วเหมือนกำลังชี้ไปที่บานหน้าต่าง “แค่สิบเอ็ดปี เขาตีลูกคริกเก็ตจนกระจกแตกหกบาน” เดวหัวเราะลั่น “แล้วรู้ไหมครับ เขาทำยังไง” ซินเธียส่ายหน้า ภาริยิ้มมองโรฮานที่เริ่มอาย “วิ่งไปหลบในตู้ไวน์” โรฮานเคี้ยวอาหารเช้า ส่งเสียงห้าม “แม่นมครับ!” แต่สายไปแล้ว “ตู้ไวน์นั้นมีคนมายกไปซ่อม” ซินเธียหัวเราะจนไหล่สั่น เธอพอจะนึกภาพออก “โอ้พระเ้า”
ภาริพยักหน้า “ทุกคนตามหาเขาทั้งคฤหาสน์” เดวเสริม “ผมโดนดุเพราะ ผมคือคนโยนบอล “ ซินเธียจับมือแม่นม “เล่าต่อค่ะ” ซินเธียมองชายหนุ่มตรงหน้า แล้วพบว่าหูของเขาแดงขึ้นมาเล็กน้อย นั่นยิ่งทำให้เธอหัวเราะหนักกว่าเดิม “เมื่อถึงร้านซ่อม เขาร้องไห้เหมือนเด็กน้อย “ผมอยากกลับบ้าน” โรฮานสวนกลับทันที “ผมไม่ได้ร้องครับ” ภาริส่ายหน้า “ร้องค่ะ” โรฮานหัวเราะตัวเองขึ้น ยกมือยอมรับ ภาริมองภาพตรงหน้านั้นเงียบ ๆ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เพราะั้แ่แม่ของโรฮานเสียไป เธอแทบไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มคนนี้หัวเราะแบบนี้ และยิ่งไม่เคยเห็นเขายอมให้ใครหัวเราะใส่โดยไม่โกรธ ภาริจึงเอื้อมมือไปแตะมือซินเธียเบา ๆ “พรุ่งนี้เวลาเจอคุณย่าเดวี” น้ำเสียงของเธออ่อนลง “อย่าพยายามเป็คนอื่นนะลูก” ซินเธียชะงัก “คะ?” “คุณย่าเดวีมองคนเก่งมาก” ภาริยิ้มมองทั้งคู่ด้วยแววตาเมตตา “แต่สิ่งที่ท่านชอบที่สุด คือคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเอง” เธอเหลือบมองโรฮาน ก่อนจะพูดต่อ “เหมือนหลานชายดื้อ ๆ คนนี้” คราวนี้โรฮานหัวเราะออกมาจริง ๆ ส่วนซินเธีย...ก็เริ่มรู้สึกว่า บางที คฤหาสน์ราชวันต์อาจไม่น่ากลัวอย่างที่เธอคิดไว้ก็ได้... แต่เธอยังไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่เธอต้องพบในวันพรุ่งนี้ คือคุณย่าเดวี ผู้หญิงเพียงคนเดียวในตระกูล ที่แม้แต่วิรุตและโรฮาน ยังไม่กล้าเถียงตรง ๆ สักคำเดียว...