ทุกท่านกำลังหนีอะไรกันอยู่?
สิ้นคำถามอันกำกวมนั้นของไมเคิลบรรยากาศโดยรอบพลันเย็นะเืราวเวลาถูกแช่แข็ง
เมื่อได้เห็นใบหน้าเคร่งเครียดของคาร่า กับท่าทีของเซ็ตที่กำดาบแน่นเตรียมชักจากฝักไมเคิลจึงได้รู้ตัวว่าตนใช้คำพูดผิดไป
ราวกับต่อมเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มทำงาน แม้จะเป็ภายในเกมแต่สถานการณ์ตอนนี้กลับเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“...ผมหมายถึง ถนนเส้นนี้อันตรายมากเลยเหรอถึงต้องขับเกวียนด้วยความเร็วขนาดนี้?ทั้งที่โดยรอบก็มีแค่ทุ่งหญ้ากับป่าเท่านั้น...”
รอบๆ นี้มีอันตรายอะไรบ้าง นี่คือความหมายจริงๆที่ไมเคิล้าจะกล่าวแต่อาจเพราะมัวคิดเื่ข้อสันนิษฐานของตนมากเกินไปจนเผลอหลุดปาก
...ภายในเกวียนยังคงตกอยู่ในความเงียบงัน
“...ไม่รู้จริงๆ หรือคะ?” เป็คาร่าผู้กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย “ทั้งที่อยู่ใจกลางเขตแดนระหว่างสองเมืองแท้ๆ”
แม้ไม่ต้องดูไอคอนบนศีรษะก็สามารถเห็นความหวาดระแวงและหยาดเหงื่อบนใบหน้านั้นได้อย่างชัดเจน
“นั่น... คงเพราะโชคดี ผมเลยไม่เจอกับสัตว์ร้ายเลยระหว่างเดินทาง...”
คาร่าคิ้วขมวดเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจในสิ่งที่ไมเคิล้าจะสื่อ เธอจึงยอมอธิบายแต่โดยดีโดยที่ยังไม่คลายความหวาดระแวงลง
“หากเป็อย่างที่พูดจริง คุณคงเป็คนที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วล่ะค่ะ... ถนนเส้นนี้อันตรายก็จริงแต่ภายในป่าอันตรายกว่ามาก” คาร่ากล่าวอย่างเคร่งเครียด “ส่วนใหญ่แล้วพวกมอนเตอร์จะอาศัยอยู่กันในป่าลึกไม่ว่าจะเป็พวกเครแมน (มนุษย์ดินเหนียว) หรือพวกสวามพ์แมน (มนุษย์หนองบึง) ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่กันเป็หลักแหล่งมีข่าวลือว่าในป่าลึกมีมอนเตอร์อันตรายอย่างพวกมิโนทอร์ (ั์หัววัว)และไซครอป(ั์ตาเดียว) อยู่ด้วย แต่พวกมันก็ไม่ได้ปรากฏตัวมานานมากแล้ว...”
งั้นหรือครับ... ไมเคิลกล่าวตอบหลังคาร่าร่ายข้อมูลใหม่ออกมายาวเหยียดแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่จบแค่นี้
“มอนเตอร์บริเวณชายป่าส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็พวกเอ๊คฮันเตอร์ (ตัวกินไข่)กับโรลลิงอินเซค(แมลงม้วนหน้า) ซึ่งไม่อันตรายมาก เว้นก็แต่สเตรงเกลสเนค (งูรัดคอ)ที่ชอบแอบซุ่มโจมตีเป็ตัวอันตรายที่สุดและหาตัวได้ยากหากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจทำให้ศูนย์เสียชีวิตได้...”
“...เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูล”
ไมเคิลพยายามจดจำข้อมูลใหม่ที่ได้รับมานี้อย่างคร่าวๆถึงตอนแรกจะยังไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนสัตว์ร้ายในโลกนี้จะถูกเรียกว่ามอนเตอร์เหมือนเกมปกติทั่วไป
น้ำเสียงของคาร่าตอนกล่าวอธิบายค่อนข้างเคร่งเครียดไมเคิลดูไม่ออกว่าสาเหตุมาจากตัวเขาหรือเพราะการเดินทางอันยากลำบากนี้กันแน่แต่จากข้อมูลที่ได้รับทำให้รู้ชัดว่าการเดินทางในโลกใบนี้ไม่ได้สะดวกสบายและปลอดภัยเหมือนโลกแห่งความจริง
การเดินทางไปตามเส้นทางที่ไม่รู้ว่าจะมีมอนเตอร์โผล่มาฆ่าตนจากทิศทางไหนบ้างย่อมทำให้เกิดความเครียดการที่อยากอยู่ในที่อันตรายแบบนี้นานๆถ้าไม่ใช่คนบ้าก็น่าจะเป็พวกมั่นใจในตัวเองสูงไม่น่าแปลกใจที่การเดินทางนี้ดูเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด
ไมเคิลรู้สึกแย่เล็กน้อยที่เผลอกล่าวคำพูดโง่ๆ แบบนั้นออกไป ถึงจะเป็การทำเพื่อหาข้อมูลใหม่ๆ ก็ตาม...
บรรยากาศโดยรอบยังคงไม่คลายความตึงเครียดลง หลังจากคิดกับตัวเองอยู่ซักพักไมเคิลจึงตัดสินใจกล่าวบางอย่าง
“อะ แฮ่ม ผมรู้ว่าทุกท่านคงกำลังรู้สึกระแวงผมอยู่...แต่ด้วยความสัจจริง เป็เพราะเพิ่งได้เดินทางท่องโลกเป็ครั้งแรกและมีหลายสิ่งที่ผมไม่รู้ ซึ่งสิ่งเ่าั้อาจขัดต่อสามัญสำนึกของพวกท่านหลายๆ คนแต่ผมก็อยากให้รู้เอาไว้ว่า... ผมไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรแอบแฝง”
ไมเคิลตัดสินใจงัดไม้เด็ดออกมาใช่ นั่นก็คือ ‘ความจริงใจ’วิธีนี้ดูจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดและดูเหมือนว่าจะใช้ได้ผลดีเสียด้วย เพราะบรรยากาศโดยรอบเริ่มสงบลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วนั่นเอง
เซ็ตผู้ก้มหน้าเล็กน้อยอยู่ตลอดได้แหงนหน้ามองตรง จับจ้องไปยังไมเคิล
“พวกเราไม่เคย—” คาร่าพยายามกล่าวบางสิ่งแต่ก็ถูกเซ็ตยกมือห้ามไว้ก่อน “พอเถอะคาร่าพูดไปก็มีแต่จะเป็คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น” ทำให้คาร่าเงียบปากลงในทันที
“ท่านไมเคิล...สินะ?”
เป็อีกครั้งที่ไมเคิลได้ยินเสียงของเซ็ต
“...เรียกข้าว่าไมเคิลก็พอข้าเป็เพียงนักเดินทางปกติธรรมดาทั่วไปเท่านั้น” ไมเคิลกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ก็โดนเซ็ตตอกกลับมาว่า “ท่านก็ถ่อมตนเกินไป...นักเดินทางปกติธรรมดาที่ไหนจะพกพาอาวุธชั้นสูงแบบนั้นได้กันล่ะ?”
เซ็ตก้มหน้าเล็กน้อยเหมือนที่ทำเป็ปกติพลางกล่าวน้ำเสียงของเธอค่อนข้างจับอารมณ์ได้ยาก หากมองในมุมแดกดันก็อาจเป็ไปได้หรืออาจเป็การกล่าวตรงๆ ด้วยความจริงใจก็ได้เช่นกัน คงเป็เพราะหน้ากากที่บิดเบือนเสียงของเธอจนฟังไม่ออกว่าความจริงแล้วกำลังรู้สึกยังไงอยู่กันแน่
เมื่อกล่าวถึงเื่อาวุธ ไมเคิลจึงได้รู้ตัว...ว่าสิ่งที่เซ็ตจ้องมองอยู่ตลอดนั้นไม่ใช่ตน แต่เป็ดาบ
“...หรือว่า ที่ท่านเซ็ตอนุญาตให้ข้าโดยสารเวียนมาด้วย...จะเป็เพราะดาบนี่?”
“ท่าน?” เซ็ตแสดงน้ำเสียงฉงนออกมาอย่างชัดเจน “ไม่รู้สินะ...หากท่านได้พบกับชายแปลกหน้าผู้สวมชุดคลุมปกปิดทั้งตัวในถนนกลางป่า...ผู้อ้างตัวว่า ‘มาเพื่อทำภารกิจคุ้มกัน’ หากเจอแบบนั้น ท่านจะคิดยังไงล่ะ?”
การตอกกลับอย่างเจ็บแสบนี้ทำให้ไมเคิลถึงกับยิ้มเจือนๆอยู่ภายใต้ผ้าคลุม แต่คงไม่มีใครเห็น ในตอนนั้นเขาไม่น่าพูดออกไปแบบนั้นเลยแต่จะโทษความสะเพร่าของตัวเองอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่ทุกเกมที่จะดำเนินเควสด้วยระบบ Actual Role Play แบบนี้
“หากเป็ผมก็คงนึกสงสัย และไม่ยอมให้บุคคลผู้นั้นโดยสารเกวียนมาด้วยแน่...แล้วทำไมท่านเซ็ตถึงได้อนุญาตให้บุคคลน่าสงสัยผู้นั้นโดยสารมาด้วยกัน?”
ไมเคิลกล่าวด้วยท่าทีขบขันโดยที่บุลคลที่กำลังกล่าวถึงกันอยู่นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง
“อยากรู้งั้นหรือ?” เซ็ตเงยหน้าสบสายตาพลางกล่าว
“ถ้าบอกว่าไม่ ก็คงโกหก...” ไมเคิลตอบรับ
“ถ้าอย่างนั้น ...ขอข้า?”
มือขวาอันเรียวเล็กของเซ็ตได้ยื่นไปหาไมเคิลหลังจากที่งงงวยอยู่ซักพัก เมื่อคาดเดาปลายทางสายตาของเซ็ตได้ไมเคิลจึงได้รู้...ว่าสิ่งที่เซ็ตกำลังเรียกหาอยู่ก็คือดาบที่อยู่ข้างกายเขานั่นเอง
ไมเคิลส่งดาบของตนให้เซ็ตพลางมีกรอบข้อความปลดเครื่องสวมใส่ปรากฏขึ้น นั่นทำให้เขาส่งเสียงประหลาดใจออกมาเบาๆเป็เพราะหลังจากที่ได้เล่นเกมนี้มานานพอสมควร มีหลายครั้งเลยทีเดียวที่เขาลืมไปว่าที่แห่งนี้คือโลกของเกม
เซ็ตรับดาบจากไมเคิลมาถือได้อย่างไม่มีติดขัด เป็ดาบสีเงินเล่มเล็กที่ดูมีน้ำหนักเบา
“สมดุลดาบไม่เลว”
สองมือเล็กๆ ถือดาบได้อย่างมั่นคง ก่อนดึงดาบออกมาประมาณหนึ่งในสี่ของฝัก
“เป็ดาบชั้นยอดอย่างที่คิดไว้จริงๆ...”
ไมเคิลได้แต่จ้องมองเซ็ตพิจรณาดาบเล่มนั้น ในความคิดของเขาดาบที่อยู่ข้างกายเซ็ตกับดาบของเขามันดูไม่ต่างกันเลย นอกจากนี้ เพราะเป็เกมจึงไม่สามารถรับรู้ได้ถึงน้ำหนักแม้จะเป็ยุคสมัยที่วิทยาศาสตร์พัฒนามาไกลแต่ระบบที่ทำให้รับรู้ว่าโลกเสมือนไม่ต่างไปจากโลกแห่งความจริงนับเป็สิ่งต้องห้ามนับเป็เื่ที่น่าเสียดายเป็อย่างมากเลยทีเดียว
เซ็ตชักดาบออกมาสุดฝักก่อให้เกิดเสียงชวิ้งอันไพรเราะดังขึ้น แม้เกวียนจะถูกปกคลุมด้วยหลังคาจากผ้าบางๆทำให้มีแสงเล็ดลอดเขามาน้อยทว่าก็ราวกับดาบสีเงินเล่มนี้จะสามารถส่องประกายได้แม้ไร้ซึ่งแสงใดตกกระทบ...ราวกับเป็วัตถุที่มีแสงสว่างในตัวเอง
“...รูน” เซ็ตโพลงออกมาพลางจ้องมองไปยังลวดลายแปลกประหลาดเล็กๆสีขาวสว่างบนใบดาบ ก่อนน้ำเสียงนั้นจะแปรเปลี่ยนไปเย็นเหยือบจนสั่นสะท้านไปถึงทรวง“แน่ใจแล้วเหรอ ...ว่าแบบนี้ดีแล้วน่ะ?”
“...หา?”
น้ำเสียงที่ผิดปกติไปของเซ็ตกับบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนฉับพลันทำให้ไมเคิลรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรนัก
ปลายดาบได้ถูกเหวี่ยงลงมาด้วยความเร็วจนเกิดเป็แสงวาบสีขาวหยุดจ่อที่ใบหน้าของไมเคิล
“นี่...”
“เป็ดาบที่ดีจริงๆ”
ในที่สุดไมเคิลก็รู้ชัดแล้วว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติไอคอนความเป็มิตรบนศีรษะของเซ็ตนั้นสลับสีไปมาระหว่างแดงกับเขียวไม่หยุด...รูเร็ตไทม์