3. กลับกลอกหลอกลวง
“ไม่!!อย่าขึ้นมานะ” ธีรั์ร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเห็นด้านล่างเริ่มเคลื่อนไหว แต่ตัวเองไม่รู้จะแก้ไขเหตุการณ์ร้ายๆนี่อย่างไรดี
หนีขึ้นมาบนต้นไม้แทนที่จะพ้นกลับกลายเป็หมดทางไป ครั้นจะให้ลงไปแล้วหาทางวิ่งหนีอย่างเดิมก็ทำไม่ได้อีกด้วยตอนนี้แข้งขาอ่อนแรงและสั่นจนไม่แน่ใจว่าจะยืนทรงตัวบนพื้นดินได้หรือเปล่าไหนจะความเจ็บจากหัวเข่าซึ่งถลอกและมีเืไหลซิบซึ่งมีั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กับข้อเท้าซึ่งตอนนี้บวมเป่งอย่างน่ากลัวที่เมื่อขยับก็เจ็บร้าวขึ้นมา
“ไม่ต้องรีบ ยังไงไอ้บ้านั่นก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว” คนเป็หัวหน้าะโสั่งความลูกน้องที่ปีนป่ายต้นไม้อย่างคล่องแคล่วว่องไวให้เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น
“ไม่!! อย่าขึ้นมานะ!ลงไปนะ!” ะโห้ามด้วยน้ำเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้มือหนึ่งเกาะต้นไม้ไว้จนแน่น ด้วยกระแสลมแรงจนกิ่งไหมไหวโยกอย่างน่ากลัวจะหอบเอาร่างเล็กหล่นลงไปเบื้องล่างอีกมือก็ปัดไล่ชายร่างปราดเปรียวที่ตอนนี้ปีนป่ายขึ้นมาจนเกือบถึงตัว แต่เพียงเสี้ยวนาทีที่น้ำฝนร่วงหล่นลงมาใส่ดวงตาจนไม่อาจลืมได้กลายเป็เปิดโอกาสให้ถูกคว้าแขนไปได้ และยังเผลอหลุดปากร้อง…แสดงตัวตนออกไปแต่ก็โล่งใจได้เล็กน้อย เมื่อชายร่างสันทัดตรงหน้าไม่ได้ฉุกใจด้วยยังคงวุ่นอยู่กับการนำเชือกพันรอบเอว
“อยู่นิ่งๆ สิไอ้บ้านี่ เดี๋ยวก็ได้พลัดตกลงไปเดี้ยงทั้งคู่หรอก ไอ้ห่า!”
“แกก็ถอยไปสิ มายุ่งด้วยทำไม”
“ถ้าไม่อยู่เฉยๆ จะต่อยให้คว่ำ แล้วยันลงข้างล่างด้วยตีนเอาไหม”
ปากที่อ้าจะเถียงหุบฉับ ใบหน้าขาวบูดบึ้งปล่อยให้ตัวเองถูกจับและถูกเชือกเส้นใหญ่มัดรอบสะเอวโยงลงไปด้านล่าง กระแสลมแรงพัดมาให้ร่างกายลอยคว้างโยนไปโยนมาที่ชวนให้หัวใจแทบจะหยุดเต้นอยู่รอมร่อ
พื้นดินอยู่ห่างไปไม่ถึงเมตร กายใหญ่ยืนเด่นเป็สง่ารัศมีแห่งความมีอำนาจและความเหี้ยมเกรียมแผ่กระจายมาบวกกับประกายสีเพลิงในดวงตาเข้มกระจ่างชัดในสายตาคนมองเหมือนถูกกระแสลมอันรุนแรงพัดเหวี่ยงเอาหินก้อนใหญ่มาปะทะอึดอัดจนหัวใจแทบหยุดเต้นในบัดดล
“ไม่!!!”
แผดร้องเสียจนแสบคอ แต่เสียงที่ดังออกไปกลับเบาบางไร้น้ำหนัก ความหวังเมื่อเท้าเหยียบพื้นดินแล้วจะวิ่งหนีโดยเร็วไวแต่ยังไม่ทันได้ทำสิ่งใดพญามัจจุราชก็ยื่นมือมากระชากร่างเล็กโยนลงไปในหลุมดำและมืดมิดจนแทบไม่ได้ยินเสียงตก ทางออกเป็ประตูที่เปิดแง้มอยู่เป็ทางทอดยาวมีแสงสีขาววับแวมริบหรี่ให้ความหวัง ยื่นมือไปไขว่คว้าเท่าไหร่ก็ได้เพียงแค่ลม!
“ปล่อยฉะ...ฉันนะ!” สองเท้าตะกายพื้นดินสองมือตีรัวสลับผลักดันร่างหนาให้ถอยห่างอย่างไม่กลัวอีกฝ่ายจะทนไม่ไหว อีกฝ่ายบีบคอทิ้งเสียก่อน
“แกนี่...ทำสะบัดสะบิ้งอย่างกับผู้หญิง มันน่ากระทืบให้จมดินจริงๆ เลยไอ้ห่านี่”บีบกระชับไปบนแขนเล็กแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ
ร่างเล็กหยุดตะเกียกตะกายหนีอย่างฉับพลันด้วยคำพูดที่แว่วมาแตะใบหูจนต้องรีบก้มดูสารรูปตัวเองในขณะนี้
เพราะต้องทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนและทานอาหารเป็เวลาทำให้ร่างที่เล็กอยู่แล้วดูผอมแห้งไร้สัดส่วนองค์เอวอย่างที่ควรจะเป็ความเหนื่อยล้ากับอาการทางร่างกายที่ประท้วงจนจำเป็ต้องลาออกทำให้เกิดความรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำอะไรใหม่ๆเริ่มต้นด้วยการหั่นเส้นผมยาวสวยสลวยจนสั้นเต่อ บวกกับยามนี้ที่สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนกายเล็กเปียกมะลอกมะแลกเปลี่ยนคนหนึ่งคนให้กลายเป็...หนุ่มน้อยหน้ามน!
“เป็ใครก็ต้องหนีสิ หรือคุณจะไม่หนี ถ้าอยู่ดีๆก็โดนพวกหน้าเหี้ยมอย่างกับมหาโจรตามล่าโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเอานะ”เถียงกลับเสียงสั่นเทา พยายามบิดแขนออกจากมือใหญ่พร้อมฝืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามแรงลากจูงไปง่ายๆ แต่เรี่ยวแรงของมดตัวน้อยกระจ้อยร่อยหรือจะเทียบทานสิงโตผู้แข็งแกร่งและปราดเปรียวได้
ชายหนุ่มหยุดชะงักและดึงร่างเล็กมาชิดอกแกร่ง แรงปะทะทำให้ธีรั์รู้สึกเหมือนกับพื้นที่ยืนอยู่สั่นะเืเลื่อนลั่นด้วยความกลัวไฟร้อนที่ข้างในซ่อนน้ำแข็งเอาไว้
“ที่พูดมา...แน่ใจนะ ไม่เคยไปทำให้ใครเขาเ็ปจนแทบดิ้นตาย” เขากัดฟันถามเสียงลอดไรฟันชะโงกหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบชิดติดแก้มขาวซีด
.ใบหน้าแดงคล้ำดวงตาเปล่งประกายดุกร้าวอย่างกับสิงโตที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้คอขาดทำให้ธีรั์กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รีบสาวเท้าถอยหนีแต่ก็ไม่พ้น
“เอาเถอะ ถึงตอนนี้แกไม่ยอมรับ แต่ฉันมีวิธีทำให้แกรีบเอ่ยปากยอมรับแทบไม่ทันเชียวละ”เขากวาดสายตามองร่างเล็กปราดเปรียวของไอ้ตัวเ้าปัญหาที่กล้าหาญลูบคมเสือร้ายอย่างไม่สบอารมณ์เพราะต้องวางมือจากการทำงานมาจัดการควานหาตัวไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แต่ริอาจทำตัวเป็แมวคิดขโมยปลาย่างชิ้นโตคนนี้!
ตอนหาตัว...ไม่ยักเจอ ไอ้ตัวแสบคงจะรู้ตัวดีว่าถูกจับตามองถึงได้หลบซ่อนมุดอยู่ในกระดองอย่างกับเต่า แต่ครั้นไม่ได้ตั้งใจ กลับมีคนส่งข่าวให้รู้จนได้ตัวมาอยู่ในอุ้งมืออย่างง่ายดาย แม้ต้องวิ่งไล่จับอยู่นาน เหนื่อยทั้งแรงและเสียทั้งเวลาก็ตามทีแต่เมื่อในสภาพที่อีกฝ่ายกลัวจนหัวหด ไม่หาญกล้าแม้กระทั่งจะสบตา ก็สะใจไม่ใช่น้อย
ถ้าน้ำเสียงที่ดังมาจะกระโชกโฮกฮากหรือแข็งกระด้างธีรั์คิดว่าตัวยังพอรับมือได้ง่ายกว่าน้ำเสียงเนิบนาบเคลือบด้วยก้อนน้ำแข็งที่ทำให้หนาวะเืจากศีรษะจรดปลายเท้าอย่างนี้แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องฮึดเรียกความกล้ามาต่อกร
“มาจับผมไว้ทำไม ปล่อยผมนะ!” สะบัดแขนออกจากมือใหญ่อย่างลนลานแต่ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บด้วยแรงที่บีบกระชับลงมาจนแทบจะได้ยินเสียงกระดูกร้าว
“หือ...เมื่อกี้แกพูดอะไรนะ” เขาโน้มหน้าลงไปแนบหูกับปากเล็ก“ฉันฟังไม่ถนัด ช่วยพูดใหม่ให้ชัดๆ หน่อยได้ไหม”
ธีรั์ขบกัดฟันลงบนกลีบปากเย็นจัด เมื่อเพลิงโทสะกรุ่นไปทั่วกายเพราะคนตัวใหญ่สนุกสนานกับการเล่นเ้าล่อเอาเถิดบนความกลัวของเธอเสียเหลือเกิน
“ผมพูดว่า...ไปตายซะไอ้ตัวเหม็น!” ธีรั์กระทืบไปบนเท้าแกร่งเต็มๆและปล่อยหมัดไปตรงกล้ามเนื้อท้องของคนตัวใหญ่อย่างแรงที่สุดเท่าที่จะได้ก่อนซ้ำด้วยเข่าไปอย่างไม่สนใจว่าจะถูกตรงไหนเพราะคิดเพียงว่าจะต้องหนีจากไอ้ั์หน้าโหดนี้ให้ได้!
“ฤทธิ์มากจริงๆ ไอ้เวรตะไล!”สบถเสียงแข็งกร้าว พลางยกมือเท้าสะเอวมองไอ้ตัวแสบที่วิ่งหลุนๆ ไปจนหัวตุง ก่อนยกมือขึ้นโบกสะบัดให้ลูกน้องที่ตามมาด้วยอยู่เฉยๆเขาจะตามไล่ล่าจับเอาไอ้ตัวแสบนี่มาลงโทษเองให้สาสมกับสิ่งที่มันกล้าเอามือมาแหย่รังแตน!
ชายหนุ่มยืนมองไอ้เวรตะไลปราดเปรียววิ่งหนีไปเรื่อยๆโดยตัวเองคอยเดินตามไปอย่างไม่เร่งรีบ
“ถ้าหนี...แกต้องหนีให้พ้น ถ้าไม่พ้นและถูกจับได้...ฉันจะอัดแกให้บี้แบนเหมือนหนูโดนรถทับบนถนน”
เสียงะโฝ่าม่านสายฝนที่ไม่รู้จะตะบี้ตะบันตกไปถึงไหนตกจนมองไม่เห็นทางแล้วโคตรจะหงุดหงิดจนกลายเป็ความระมัดระวังบวกกับพื้นดินที่เปียกชุ่มทำให้ลื่นล้มคะมำหน้าคว่ำกระแทกกับพื้นดินได้แต่นอนจุกด้วยลุกขึ้นไม่ได้ มองดูคนตัวใหญ่ที่เดินมาหาอย่างเชื่องช้าพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นหนูตัวน้อยหมดแรงและจนมุม!
“ฉันบอกแล้ว ถ้าจะหนีก็ต้องให้พ้น ถ้าไม่...” ทรุดกายลงนั่งบนส้นรองเท้าบูทจับคอเสื้อแล้วดึงร่างเล็กขึ้นมา
“แกคงได้ยินที่ฉันพูดเมื่อกี้” ยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่ดวงตากลมโตฉายแววขลาดกลัวอย่างรุนแรง“ดีใจจังว่ะ ที่ได้แกมาเป็กระสอบทรายให้ฉันถลุงเล่น”
“กรี๊ด!! ไม่นะ” เมื่อความกลัวอยู่เหนือทุกสิ่ง ธีรั์ก็ลืมตัวไปชั่วขณะเธอะโร้องเสียงหวานดังลั่น พลางยกสองมือปิดบังใบหน้าเอาไว้ไม่ให้ถูกต่อยด้วยคิดว่าไอ้คนใจร้ายตรงหน้าทำจริงๆ เมื่อมือแกร่งกำหมัดและยกขึ้นสูงซึ่งเป้าหมาย...!
“แกนี่เสียงดีชะมัด แต่นึกว่ากรีดร้องเหมือนกับผู้หญิงแล้วฉันจะเปลี่ยนใจ ไม่ทำอะไรแกหรือไงธีรั์”เปลี่ยนจากจะต่อยเป็ตบหน้าซีดๆ แทน
ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูง จะว่าไปเขาคิดว่าได้ยินเสียงกรีดร้องนี่สองครั้งแล้วนะอีกทั้งหุ่นไอ้ตัวแสบนี่ก็...ั์ตาเข้มกวาดมองไปทั่วร่างเล็กอย่างเพิ่งพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เฮ้ย!! ั์ตาเข้มเบิกกว้างเสื้อผ้าที่เปียกน้ำจนชุ่มแนบไปกับเรือนกาย ทำให้บางส่วนของเรือนกายของไอ้เล็กที่เผยออกมา
รูปร่างอ้อนแอ้นอรชร มีสัดส่วนเว้าโค้งอย่างน่าดูชมแบบชัดเจน เต็มสองตา!
เสียงครางดังออกจากลำคอแกร่ง เหมือนถูกใครเขวี้ยงค้อนมาทุบท้ายทอยจนมึนงงไปเลยเป็ไปได้ยังไงกัน นี่เขาถูกเพลิงโทสะบดบังจนตาแชเชือน มองผู้หญิงเป็หนุ่มน้อยไปได้
“บ้าฉิบ! นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะนี่”มือใหญ่ยกขึ้นเสยผมด้วยความงุนงง มองร่างไอ้...อ้อ ไม่ใช่ๆเป็ยายตัวเล็กแสบที่ล่อหลอกให้เขาหลงกลวิ่งตามไล่ล่าเป็บ้าเป็หลังด้วยความคั่งแค้นยิ่งกว่าเดิม
ใบหน้าเข้มเหี้ยมดุ แสยะยิ้มตาแข็งกร้าว ยื่นมือไปหายายตัวดีที่พยายามแถกเหงือกดิ้นหนีอย่างบ้าคลั่งจับแขนกลมกลึงได้ก็ลงแรงบีบจนแทบได้ยินเสียงกระดูกหักดังเป๊าะดึงเข้าหากายอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“เธอนี่...” สะบัดศีรษะแรงๆ ด้วยเอือมระอาใจ“แสบจริงๆ กล้ามากที่มาหลอกเล่นเห็นฉันเป็ตัวตลก” เขาหัวเราะกลั้วคอแต่คนได้ยินกลับนึกว่าสัตว์กำลังคำราม
“ฉันจะให้โอกาสเธอ...พูดความจริงออกมาไอ้ขี้ขลาดพูดยังไง ถึงทำให้เธอไม่กลัวฉันจะหักคอทิ้ง กล้าลองดีกับฉันฮึ!”
“ปะ...เปล่านะ ฉันไม่รู้คุณพูดเื่อะไร”ปฏิเสธข้อกล่าวหาชวนมึนศีรษะเสียงสั่น สองมือเล็กโบกสะบัดให้เขาเชื่อ เธอพูดจริงๆแต่กลับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองกับใบหน้าแดงจัดประกายสายตาเกรี้ยวกราดที่ทิ่มแทงไปในผิวเนื้อจนแสบร้อน
“จะบอกดีๆ หรือจะให้ฉันหักคอเธอทิ้งแล้วแยกชิ้นส่วนทิ้งไว้ให้พวกสัตว์แทะหนังเหลือแต่กระดูก”ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มยังยื่นมือไปทาบบนลำคอระหง
ธีรั์สะดุ้งจากน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากอย่างกับสุนัขพันธุ์ดุที่เขาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านแต่ก็ต้องข่มกลั้นความกลัวเอาไว้เอ่ยพูดกับชายหนุ่มให้เข้าใจเผื่อทุกอย่างจะกลายเป็เพียงแค่...เื่เข้าใจผิด!แม้ค่อนข้างสงสัยทำไมเจอกันครั้งแรกชายหนุ่มถึงได้เอ่ยชื่อเสียงเธอถูกต้อง แต่อาจผิดก็ได้ก็เขาไม่ได้เอ่ยถึงนามสกุลนี่นา
“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ...คะ ฉันไม่รู้จริงๆคุณพูดเื่อะไร ไม่มีใครส่งฉันมาทั้งนั้น” ธีรั์ปฏิเสธจนลิ้นพันกันฟังแทบไม่เป็คำ
“เธอนี่มัน...จอมปากแข็งจริงๆฉันอยากรู้นักปากจะแข็งไปได้สักกี่น้ำ” ดึงร่างเล็กขึ้นจากพื้นดินเปียกชุ่มก่อนฉุดกระชากลากหลุนๆ ให้เดินตามไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะคุณ”ธีรั์ร้องบอกด้วยหวังว่าชายหนุ่มจะผ่อนคลายแรงที่ฉุดกระชากลากถู แต่ดูเหมือนคำที่พูดออกไปจะไม่เข้าหูเขาเลยยิ่งะโบอกไปเท่าไหร่ ผลที่ตอบกลับมา เหมือนเธอเป็มดตัวเล็กถูกบี้จนแบนติดพื้น เจ็บมากขึ้นเป็เท่าทวีคูณ
“คุณ! ฟังฉันก่อนสิ ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลยนะแล้วจะไปทำอย่างที่คุณคิดได้ยังไงกัน” ธีรั์ฝืนกายไม่ยอมเดินตามแรงลากจูง ที่ทำให้เหนื่อยจนแทบหายใจไม่ทัน
ใบหน้าเข้มแดงคล้ำตวัดมาหาคนพูดดังขวับ! “หุบปาก!เงียบไปเลยยายตัวดี คิดว่าฉันรู้ไม่ทันความคิดของเธอหรือไงในเมื่อกล้ามาถึงถิ่นฉัน ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาสิ”
“คุณต้องเชื่อสิ ฉันไม่รู้เื่จริงๆ นะ”ทว่าคำพูดของเธอคงไปกระตุ้นต่อมเพลิงโทสะเขาเข้าผลที่ตามมาก็คือความเจ็บร้าวราวกับถูกหักแขน ซึ่งทำให้เธอตัดสินใจ...
“โอ๊ย!! ยายหมาบ้านี่”ถึงเขาจะร้ายกาจเพียงไหนก็ยังไม่อยากเป็ผู้ชายหน้าตัวเมียทำร้ายผู้หญิง ทั้งๆที่อยากต่อยให้หน้าคว่ำก็ตามทีเถอะ
ชายหนุ่มบีบแก้มนุ่มเต็มแรงให้ธีรั์คลายแรงขบกัดบนท่อนแขนมุมปากหนาผุดรอยยิ้มเล็กน้อยที่คนเห็นถึงกับกลัวจนฉี่แทบราด รีบปัดป้องและดันกายหนีแต่กลับถูกเขาสอดแขนรัดรอบลำตัวและดึงจนลอยขึ้นจากพื้นดิน
“ฉันจะจำไว้ วันนี้ถูกหมาขี้เรื้อนกัดไปทีหนึ่งและที่เธอต้องจำเอาไว้ด้วยธีรั์...ในเมื่อกล้าทำร้ายฉันก็ต้องยอมรับผลตอบแทนด้วย”
“ไม่...อื้อ...” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เพราะปากถูกปิดทับอย่างเร็วเกินตั้งตัวได้ทันหัวใจหล่นตุบไปกองอยู่ปลายเท้าเย็นๆ จะประทุษร้ายเพื่อให้หลุดจากั์ใจร้ายก็ทำไม่ได้ด้วยสองแขนถูกกระชับไพล่ไปตรึงไว้ด้านหลัง ทำให้กายบอบบางหนาวจนแทบแข็งได้รับไออุ่นจากไฟที่ฟาดลงมากระจายแผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
วิธีการเอาคืนไม่จำเป็ต้องทำร้ายร่างกายให้เ็ปด้วยสิ่งที่ทำลงไปได้ผลดีกว่าเสียอีก!
ชายหนุ่มบดเบียดลงไปบนกลีบปากเย็นอย่างหนักหน่วง“จำไว้...ถ้ากล้าทำร้ายฉันอีกแม้นิดเดียว ฉันจะทำให้เธอรู้ ตกนรกเป็ยังไง!” ผลักร่างเล็กถอยห่างไปไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่้าให้หญิงสาวรู้ซึ้ง จนไม่กล้ายั่วโทสะที่เริ่มสงบลงคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
ธีรั์รู้เพียงแค่ว่า...คำพูดที่เสียดแทรกเข้าไปในหูนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกินราวกับเธอได้เจอสุนัขที่กำลังบ้าสุดขีดพร้อมกัดทึ้งดึงกระชากผิวเนื้อให้เป็แผลเหวอะหวะ สำทับกับั์ตาเข้มดุโชนแสง ทำให้ต่อมความอดทนที่มีขาดผึงทั้งที่อยากตรงเข้าทำร้ายชายหนุ่มให้สาแกใจ แต่ความเหนื่อยบวกกับความล้าผนวกกับความกลัว ทำให้ร่างกายหมดเรี่ยวแรง หนังตาอ่อนนุ่มตกลงอย่างเร็วพร้อมสมองที่หยุดทำงานอย่างอัตโนมัติ จนไม่รู้ว่าร่างบางโอนเอนและทรุดลงนอนหงายบนพื้นดินที่มีน้ำโคลนขังอยู่
“เป็บ้าห่าอะไรอีกวะ!”ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งและตบใบหน้าขาวซีดไม่ถึงกับหนักแต่ก็ไม่เบาเรียกสติทว่ายายตัวเล็กกลับไม่ตอบสนอง
“นายครับ”
“มีอะไร”
“บุญปลูกโทรมาครับ...พอคุณนิรู้ว่านายไม่อยู่บ้าน ก็รีบหลบหนีออกไปข้างนอกดีว่ามีคนเห็นและจับตัวเอาไว้ได้ แต่เห็นท่าจะเอาไว้ไม่อยู่ครับ”อยากจะบอกต่อ...อาละวาดอย่างกับหมาบ้าเดือนสิบสอง แรงอย่างกับช้างตกมันคนจับเอาไว้สองคนแทบจะไม่อยู่
“ผมบอกให้บุญปลูกถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดเดี๋ยวนายจะไปจัดการเอง” อติภัทรบอกผู้เป็นายหน้าเครียดขรึมคนได้ยินถึงกับฉายแววตาเหนื่อยหน่ายและระอาใจมาในทันที
นี่ก็อีกคน เกิดบ้าบออะไรขึ้นมาตอนนี้ก็ไม่รู้ “ฮื่อ”ขานรับในลำคอขณะจับร่างเล็กขึ้นมาพาดบ่า
“คุณครีมมาที่บ้านด้วยครับ” อติภัทรบอกต่อ
ประโยคหลังทำให้ร่างใหญ่ที่เดินลิ่วๆ ไปหยุดชะงักชั่วครู่“ส่งฉันที่ท้ายไร่และนายก็ไปรับหน้าคุลิกา... “แล้วอย่าปูดให้รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนและทำอะไร”แม้เดินลิ่วๆ ไปแต่ก็ไม่ลืมสั่งการลูกน้องให้หุบปากเก็บคำด้วยรู้นิสัยคุลิกาคนที่ถูกหมายมั่นไว้จะให้เป็คู่ครองของเขาดี ถ้าไปหาแล้วไม่เจอเธอจะอาละวาดคาดคั้นถามให้รู้ถึงที่อยู่ เพราะคิดว่าเขาจะหวนกลับไปหาคนรักเก่า...หทัยรัตน์ที่ตอนนี้แต่งงานไปเรียบร้อยแล้วกับ...
ปากหนาหยักหยัดยกขึ้น เขาถึงว่าอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ขนาดคนที่รักคบกันมาเป็สิบปี อยู่ดีๆ ก็มาบอกเลิกกันได้หน้าตาเฉย พยายามถามไถ่เขาทำอะไรผิดไปหรือ ทำไมถึงได้เอ่ยพูดเื่แบบนี้กันง่ายๆ เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือซึ่งคำตอบที่เขาได้รับก็คือ
“ไม่ใช่...ไม่ใช่ช้างไม่ดี แต่คงเป็เพราะระหว่างเรา หมดชั่วโมงโปรโมชั่นก้าวผ่านพ้นความรักหวานจ๋อยแบบหนุ่มสาวที่ต้องคอยเอาอกเอาใจกันสิ่งที่หลงเหลือเพียงแค่ความรู้สึกผูกพันและห่วงใยกันเหมือนเพื่อน...เหมือนพี่เหมือนน้อง”
เขาได้แต่มองคนรักที่พูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยด้วยความงุนงง เหมือนมีใครเอาไม้หน้าสามมาตีที่ทัดดอกไม้เขานี่นะหมดรักเธอแล้ว ไม่จริง!เขายังยืนยันได้ ยังรักเธอเหมือนเดิมแต่ที่ห่างเหินไปก็เนื่องด้วยต้องทำงานเพื่อสร้างฐานะให้มั่นคงเป็ปึกแผ่นต่างหากล่ะ
ที่เขาทำทุกอย่างเพื่ออนาคตจริงๆ วันหนึ่งเมื่ออยู่ร่วมกัน จะได้มีเวลาให้กันสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ได้เห็นการเจริญเติบโตของลูก โดยทั้งพ่อและแม่คอยดูแลห่างๆด้วยความรักพร้อมสอนสั่งให้เป็คนดี
ปกติสมองทำงานฉับไว แต่ตอนนี้บอกตรงๆ เขามึนงงด้วยตั้งรับไม่ทันเอาเสียจริงในดวงตาเข้มคือคำถามที่อยากได้คำตอบ
“ช้างลองคิดดูให้ดี ความรู้สึกที่มีให้หทัยตอนนี้เป็แบบไหนกันแน่...รักมากพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไปใช่หรือเปล่าหรือเพียงแค่ความรู้สึกชินชากับใครคนหนึ่งซึ่งคบหากันมาเป็เวลานับสิบปีหรือหลงเหลือเพียงแค่ความเป็เพื่อนที่มีมิตรไมตรีต่อกัน”
“ที่พูดมาทุกอย่าง เพราะหทัยเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น” เขาตัดพ้อเสียงเยียบเย็น
เื่ราวของหทัยรัตน์กับใครบางคนแวบเข้ามาในสมองไม่เคยเชื่อเพราะความไว้ใจและเชื่อใจคนรักและเพื่อนรัก!นามลิขิต ที่ใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ในมือกลับถือมีดแหลมคมทิ่มแทงเขาด้านหลังอย่างเืเย็น
“ไม่เกี่ยวกับลิขิตเลยค่ะ ถึงไม่มีลิขิต ระหว่างเราก็ยังคงเป็เช่นนี้แต่การจบสิ้นอาจมาเร็วกว่านี้ และเราสองคนอาจมองหน้ากันไม่ติดด้วยซ้ำ”
สิงขรมองหน้าหญิงคนที่เขาคิดว่าจะมาเป็คู่ครองอย่างไม่เชื่อถ้าหากไม่มีลิขิตเข้ามาแทรกกลาง เขากับหทัยรัตน์ก็ยังคงรักมั่นไม่แปลผัน และอีกไม่นานก็จะได้เข้าสู่พิธีวิวาห์แต่ตอนนี้ สิ่งที่วางแผนกลับลอยหายไปเหลือเพียงแค่สายลมจากน้ำมือเพื่อนรักที่ช่างใจดำทำกันได้ลงคอ!
ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ ไล่ความคิดเื่ก่อนเก่าที่นานนมออกไปจากสมอง
เื่มันก็จบั้แ่วันที่หทัยรัตน์บอกเลิกและเดินออกไปจากชีวิตซึ่งเขาไม่ควรเก็บเอามาใส่ใจอีกแล้ว ตอนนี้เขาก็ความสุขกับการครองตัวเป็โสดอยากทำอะไรก็ทำได้ดั่งใจ ไม่ต้องคอยกังวลใดๆ อีกแล้ว อดีตเลวร้ายจะไปเก็บเอาไว้ทำไมอีกทั้งตอนนี้เขาควรคิดเื่จัดการกับยายตัวเล็กนี่ดีกว่า
เชื่อเถอะวิธีที่เขาเลือกมาใช้...เธอคงต้องรีบบอกความจริงให้รู้แทบไม่ทันเชียวละ!
สิงขรยิ้มในหน้า ก้มลงมองคนตัวเล็กด้วยแววตาแวววาวเจิดจ้าที่หากธีรั์ได้เห็นเธอจะต้องทั้งกลัวและกังวลจนทำอะไรไม่ถูก