คุณสามี เราหย่ากันเถอะ

    บทที่ 3 ฉันจะจัดการเธอเอง

    บทที่ 3 ฉันจะจัดการเธอเอง


    หลังจ่ายค่าแท็กซี่ เธอก็เร่งฝีเท้า วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์


    เมื่อผ่านเข้าประตูหลักแล้ว ยังต้องผ่านสวนดอกไม้ที่ไม่เล็กนัก ใช้เวลาเดินผ่านหลายนาที ลู่จิ่นเนี่ยนไม่กล้ารอช้า วิ่งพรวดไปจนถึงประตู รีบจัดแจงทรงผมให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าไปในห้องนั่งเล่น


    ภายในห้องนั่งเล่นอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหาร ป้าแม่บ้านเหมยเมื่อเห็นลู่จิ่นเนี่ยน ก็พูดอย่างเชื่องช้าว่า "คุณหนูมาแล้ว คุณนายกับคุณชายเริ่มทานอาหารกันแล้วค่ะ"


    ลู่จิ่นเนี่ยนตัวแข็งค้าง ใบหน้าร้อนผ่าว


    เธอก็เป็๲ส่วนหนึ่งของตระกูลมู่ แต่เมื่อมาทานอาหารอย่างพร้อมหน้า พวกเขากลับไม่รอเธอ


    "ไม่เป็๲ไร" ลู่จิ่นเนี่ยนฝืนยิ้ม "ช่วยจัดชามและตะเกียบให้ฉันด้วย ขอบคุณนะ"


    ลู่จิ่นเนี่ยนยืนอยู่ที่เดิมไม่นาน หายใจเข้าลึก ๆ ปรับสีหน้าให้เป็๲ปกติ จากนั้นค่อยเดินเข้าไปอย่างใจเย็น พูดด้วยความเคารพ "คุณพ่อ คุณแม่ ฉันมาสาย ขอโทษด้วยนะคะ"


    มู่เป่ยเฉิน พ่อของมู่จือเหยียน ส่งเสียงอืมแล้วชี้ไปที่โต๊ะอาหาร "นั่งทานข้าวเถอะ"


    ลู่จิ่นเนี่ยนพยักหน้า แล้วนั่งลงข้างมู่จือเหยียน


    มู่จือเหยียนตั้งใจทานข้าว ไม่ชายตามองเธอแม้แต่น้อย


    ในใจของหล่อนรู้สึกเย็นวูบโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้น


    แม่บ้านยกชามและตะเกียบมาให้ ลู่จิ่นเนี่ยนขอบคุณและรับมา เริ่มทานอาหารท่ามกลางความเงียบสงัดอันน่าขนลุก


    "จิ่นเนี่ยน เธอแต่งงานกับจือเหยียนมาสองปีแล้วใช่ไหม?" เสิ่นเสวี่ยฉินเอ่ยปากพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ส่งไปไม่ถึงดวงตา "วางแผนจะมีลูกเมื่อไหร่?"


    นิ้วของหญิงสาวที่จับตะเกียบอยู่กำแน่น เธอเองก็อยากจะมีลูกสักคน


    ความสัมพันธ์ระหว่างลู่จิ่นเนี่ยนกับมู่จือหยานตึงเครียดเกินไป การมีลูกอาจจะทำให้ดีขึ้น แต่มู่จือเหยียนต้องให้โอกาสเธอก่อน


    แต่งงานกันมาสองปีแล้ว จำนวนครั้งที่พวกเขาร่วมรักกันนั้นนับครั้งได้


    ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกอึดอัดไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จะให้เธอพูดเต็มปากได้อย่างไร ว่าที่ไม่มีลูกสักทีเพราะ๻ั้๹แ๻่แต่งงานกันมามู่จือเหยียนไม่เคยแตะต้องเธอเลย?


    ทำได้เพียงมองไปที่มู่จือเหยียนด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ หวังว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง


    แต่ผู้ชายคนนี้ กลับนั่งทานอาหารอย่างไม่แยแส ราวกับว่าเ๱ื่๵๹นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย


    ลู่จิ่นเนี่ยนไม่มีทางเลือก จึงต้องตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำว่า "ฉันจะพยายามค่ะ"


    แต่มู่จือเหยียนกลับยกมุมปากขึ้นยิ้มอ่อน มองลู่จิ่นเนี่ยนด้วย๲ั๾๲์ตาคมกริบและเยาะเย้ย ไม่พูดไม่จา


    ทว่ารอยยิ้มและสายตาที่คมกริบของเขา ก็เพียงพอที่จะทำให้ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าต่อหน้าผู้คน ใบหน้าหล่อนแดงก่ำด้วยความอับอาย


    "จะพยายามงั้นเหรอ? ฉันได้ยินประโยคนี้มาสองปีแล้ว! ลู่จิ่นเนี่ยน เธอท้องไม่ได้ใช่ไหม?" เสียงของเสิ่นเสวี่ยฉินดังขึ้น “ถ้าเป็๲อย่างนั้นจริง ก็อย่าทำให้ตระกูลเราต้องเดือดร้อนเลย”


    ลู่จิ่นเนี่ยนรีบอธิบาย "ฉันไม่ได้เป็๲อะไร แค่... แค่"


    เธอมองไปที่มู่จือเหยียนด้วยความหวังอีกครั้ง แต่เขากลับเมินเฉย และตักซุปอย่างสบายใจ


    "พอแล้ว!" เสิ่นเสวี่ยฉินขมวดคิ้ว พูดด้วยสีหน้าเกลียดชัง "พรุ่งนี้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน ตรวจให้รู้เ๱ื่๵๹รู้ราว ถ้าเธอท้องไม่ได้ ก็หย่ากับจือเหยียนซะ!"


    ลู่จิ่นเนี่ยนหน้าซีดเผือด พูดไม่ออกสักคำ


    การตรวจร่างกายที่ว่า คงหนีไม่พ้นการตรวจว่าเธอเป็๲หมันหรือเปล่า


    เธอรู้ดีว่าการที่เธอได้แต่งเข้ามาในตระกูลมู่มันไม่ขาวสะอาดนัก เสิ่นเสวี่ยฉินจะไม่ชอบหน้าเธอย่อมไม่แปลก แต่ตอนนี้ปฏิบัติกับเธอแบบนี้ มันไม่มากเกินไปเหรอ?


    ลู่จิ่นเนี่ยนวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วลุกขึ้น


    การกระทำที่ไม่คาดคิดของหล่อน ทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึง


    สีหน้าของเสิ่นเสวี่ยฉินซีดเผือดลง เตรียมจะต่อว่า


    แต่ลู่จิ่นเนี่ยนรีบพูดขัดด้วยน้ำเสียงเ๾็๲๰า "ที่ฉันตั้งท้องไม่ได้ ก็ลองถามจือเหยียนดูสิคะ"


    เสิ่นเสวี่ยฉินเบิกตากว้าง "เธอหมายความว่ายังไง?"


    ลู่จิ่นเนี่ยนหันไปมองมู่จือเหยียนที่ทำเหมือนไม่เกี่ยวข้อง ด้วยความกล้าที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ถึงกลับถามเขาออกไปว่า "คุณคะ คุณแม่ถามว่าทำไมเราถึงยังไม่มีลูกสักที คุณไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ?"


    มู่จือเหยียนจึงเงยหน้ามองลู่จิ่นเนี่ยน พูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายอย่างไม่แยแส "เพราะผู้หญิงคนนี้ ไม่สมควรมีลูกให้ผม"