"เฮือก!"
เสียงอุทานสั้นๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'อาร์ต' ที่ดีดตัวขึ้นจากเตียงเหมือนสปริงเสียพ่วงด้วยอาการไฟฟ้าสถิต ดวงตาที่ปรือปรอยพยายามเพ่งมองนาฬิกาดิจิทัลหัวเตียงที่ตัวเลขสีแดงฉานกำลังกะพริบเยาะเย้ยเขาอยู่
"เรือ………เรือหายแล้ว!"
อาร์ตสบถลั่นพลางกวาดข้าวของบนโต๊ะข้างเตียงจนร่วงกราว เขาจำได้แม่นว่าเมื่อคืนมัวแต่ลงแรงค์เกม MOBA ติดลมไปหน่อย รู้ตัวอีกทีตอนตีสามกว่า แถมยังลืมตั้งนาฬิกาปลุก! ความหายนะระดับชาติกำลังคืบคลานเข้ามา เพราะวันนี้คือวันจันทร์ที่ 'อาจารย์สมชาย' เ้าของฉายา 'แม็กนั่มมรณะ' มีคาบโฮมรูมตอนแปดโมงตรง ใครสายเกินหนึ่งนาทีมีสิทธิ์ได้ไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าเสาธงประจานชาวโลก
เด็กหนุ่มวัย ม.5 ะโลงจากเตียงด้วยท่าทางกึ่งยิมนาสติกกึ่งคนเมา เขาคว้ากางเกงนักเรียนที่พาดไว้บนพนักพิงมาสวมแบบทุลักทุเล ขาข้างหนึ่งติดขัดจนเกือบหงายหลังตึง แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาทรงตัวได้ทัน อาร์ตคว้าเสื้อนักเรียนมาสวมโดยไม่คิดจะรีด (ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยรีดอยู่แล้ว) กระดุมเม็ดที่สองกับสามถูกกลัดผิดรู แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนแฟชั่นหรอก!
เขาฉวยเป้คู่ใจที่หนักอึ้งเหมือนแบกก้อนหินพุ่งผ่านห้องน้ำไปโดยไม่คิดจะล้างหน้า "ขอโทษนะใบหน้าอันหล่อเหลา วันนี้พี่ขอพึ่งแป้งฝุ่นไปก่อน!" เขาพึมพำพลางตบแป้งเข้าหน้าจนขาววอกเหมือนคนเล่นงิ้ว ก่อนจะถลาลงบันไดบ้านไปเหมือนพายุทอร์นาโด
"อาร์ต! ไม่กินข้าวเช้าเหรอลูก—" เสียงแม่ะโไล่หลังมายังไม่ทันจบคำ
"ไม่ทันแล้วแม่! มันสายแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมากินนะครับ!"
อาร์ตพุ่งตัวออกจากประตูบ้าน สวมรองเท้าผ้าใบโดยไม่ผูกเชือกให้เรียบร้อย (ซึ่งเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต) แล้วออกวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงป้ายรถเมล์ที่อยู่ห่างไปสองซอย แต่สายตาที่ลนลานของเขากลับเหลือบไปเห็นว่ารถเมล์สายประจำกำลังจะเคลื่อนตัวออกไปพอดี
"รอด้วยยยยย!" อาร์ตะโสุดเสียง แต่รถเมล์ไม่สนโลกคันนั้นกลับพ่นควันดำใส่หน้าเขาเป็ของขวัญอำลา
"โอเค... วิ่งก็ได้ วิ่งคือการออกกำลังกาย..." เขากัดฟันกรอดเหงื่อเริ่มซึมตามไรผม ทั้งที่อากาศยามเช้ายังไม่ร้อนจัด แต่อะดรีนาลีนในตัวเขามันพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท
เส้นทางไปโรงเรียนต้องผ่านสวนสาธารณะเล็กๆ ที่มักจะมีทางลัดเงียบๆ อาร์ตตัดสินใจเลี้ยวขวับเข้าทางนั้นทันที วินาทีนั้นเขาไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยนอกจากพื้นถนนและเชือกรองเท้าที่แกว่งไปมา
โครม!!!
ร่างของอาร์ตปะทะเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่มแต่หนักแน่นเหมือนกำแพงเนื้อ แต่มันไม่ใช่กำแพงธรรมดา เพราะมันมีกลิ่นหอมแปลกๆ ของสมุนไพรแห้งและควันธูปฟุ้งกระจายออกมาด้วย
"โอ๊ยยยย!" เสียงอุทานแหลมเล็กทว่าทรงพลังดังขึ้น
อาร์ตล้มกลิ้งไปกองกับพื้น มือไม้ถลอกปอกเปิก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องเบิกตากว้าง ตรงหน้าเขาคือหญิงชราท่าทางประหลาดสวมชุดผ้าคลุมสีม่วงเข้มปักลวดลายดวงดาวที่ดูเก่าคร่ำคร่า บนพื้นมีตะกร้าหวายใบโตล้มคว่ำ ข้าวของประหลาดๆ อย่างรากไม้หน้าตาเหมือนคน ขวดโหลใส่ผงสีรุ้ง และตุ๊กตาวูดูตัวจิ๋วตกกระจายเกลื่อนถนน
"เอ่อ... ขอโทษครับยาย! ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมรีบจริงๆ!" อาร์ตลนลานรีบก้มลงไปเก็บของใส่ตะกร้าให้แบบมั่วๆ โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังหยิบ "เขี้ยวเสือสมิง" ใส่ลงไปในโหล "น้ำตาเงือก"
"เ้าหนูสกปรก!" หญิงชราคำราม เสียงของเธอแหบพร่าแต่น่าเกรงขามอย่างประหลาด ดวงตาสีขุ่นมัวของเธอจ้องเขม็งมาที่เขา "เ้ากล้าดียังไงมาทำพิธีกรรมปรุงยาของข้าพังพินาศ! รู้ไหมว่าน้ำมันจันทน์นี่ต้องเคี่ยวใน่จันทรุปราคาเท่านั้น!"
"ผมขอโทษครับยาย! เดี๋ยวผมชดใช้ให้วันหลัง แต่วันนี้ผมจะสายแล้ว!" อาร์ตพยายามจะลุกหนี แต่จู่ๆ หญิงชราก็คว้าข้อมือเขาไว้ด้วยแรงที่มหาศาลเกินกว่าคนแก่ทั่วไป
"สายงั้นรึ? เ้ารักความเร็ว เ้ารักการพุ่งชนงั้นรึเ้าเด็กซุ่มซ่าม!" ยายแก่แสยะยิ้มที่เห็นฟันเพียงไม่กี่ซี่ "ข้าจะประทานพรให้เ้า... ในเมื่อเ้าชอบวิ่งชนนัก ข้าจะสาปให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงตัวตนของคนอื่นที่เ้าไปชน! จำไว้! หากเ้าวิ่งชนใครจนิญญาะเื เ้าทั้งสองจะสลับร่างสลับจิตกันจนกว่าจะครบเงื่อนไข!"
"ยายพูดเื่อะไรเนี่ย? ดูหนังเยอะไปเปล่า ไปแล้วนะ!" อาร์ตสะบัดข้อมือหลุดแล้วออกวิ่งต่อทันทีโดยไม่หันกลับมามอง เขาคิดแค่ว่ายายแก่คนนี้คงเป็พวกคนจรจัดสติไม่ดีที่ชอบสะสมของแปลกๆ
เขาวิ่ง วิ่ง และวิ่งจนกระทั่งเห็นรั้วสีเขียวขาวของโรงเรียนอยู่รำไร นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 07:58 น.
"อีกสองนาที! ทันเว้ยยย!"
ในเวลาเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของถนนหน้าโรงเรียน 'เมย์' เด็กสาวธรรมดาเพื่อนร่วมห้องของอาร์ต กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยใบหน้าซีดเผือด
เมย์ไม่ใช่เด็กดีเด่นอะไร เธอเป็แค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องช่วยแม่ทำงานบ้านและเตรียมของขายจนดึกดื่นทุกวัน เมื่อคืนเธอมัวแต่ล้างจานและจัดของใส่ถุงจนดึกกว่าปกติ ทำให้เช้านี้เธอนอนเพลินจนเกือบเลยเวลา
"ไม่นะ... ถ้าสายรอบนี้ โดนหักคะแนนความประพฤติแน่ๆ!" เมย์พึมพำพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก
เธอเห็นประตูโรงเรียนอยู่ตรงหน้า อาจารย์สมชายกำลังยืนดูนาฬิกาอยู่ด้วยใบหน้าดุจพญามัจจุราช เมย์ตัดสินใจออกตัววิ่งสปีดสุดท้ายของชีวิต เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากประตูรั้วที่กำลังจะเลื่อนปิด
และแล้ว... โชคชะตาก็ทำงานของมัน
ตรงหัวมุมกำแพงโรงเรียน อาร์ตที่วิ่งมาด้วยความเร็วแสงกับเมย์ที่พุ่งมาด้วยความแรงเต็มพิกัด ได้โคจรมากันในจุดที่ไม่มีใครหลบใครได้พ้น
"เหวอออออ!" "กรี๊ดดดดด!"
ปัง!!!
แรงปะทะหนักหน่วงจนเกิดเสียงดังเหมือนลูกโป่งั์ะเิ อาร์ตและเมย์ล้มคว่ำกระเด็นไปคนละทิศละทาง วินาทีนั้นอาร์ตรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านกระดูกสันหลัง โลกทั้งใบหมุนเคว้งเป็วงกลม กลิ่นหอมสมุนไพรของยายแก่เมื่อครู่ลอยมาเตะจมูกอีกครั้งพร้อมกับได้ยินเสียวแว่วเป็เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากในอากาศ
เขารู้สึกเหมือนิญญาถูกดึงออกจากร่างผ่านทางหน้าผาก แล้วถูกยัดสวนกลับเข้าไปในร่างใหม่ที่เล็กลงและบอบบางกว่าเดิม
"โอ๊ย... เจ็บชะมัด..." อาร์ตครางออกมา แต่น้ำเสียงที่หลุดจากปากกลับกลายเป็เสียงแหลมเล็กใสแจ๋ว
"อูย... มึนหัว..." เสียงที่ตอบกลับมาข้างๆ กลับเป็เสียงทุ้มต่ำที่เขารู้สึกคุ้นเคย!
ทั้งคู่ต่างมึนงงเกินกว่าจะสังเกตเห็นอะไร อาร์ต (ในร่างเมย์) รีบยันตัวขึ้น คว้าเป้ที่ตกอยู่ข้างตัวแล้ววิ่งเข้าประตูโรงเรียนไปทันทีแบบฉิวเฉียด ฝั่งเมย์ (ในร่างอาร์ต) ก็สับสนไม่แพ้กัน เธอคว้าเป้อีกใบแล้ววิ่งตามเข้าไปติดๆ
อาจารย์สมชายมองเด็กนักเรียนสองคนที่วิ่งผ่านหน้าไปอย่างงุนงง เขาหรี่ตามองตามแผ่นหลังของทั้งคู่แล้วพึมพำกับตัวเอง
"ทำไมสองคนนี้มันรีบจนดูแปลก? ทำไมไอ้ตัวสูงใส่นักเรียนชายแต่วิ่งกระมิดกระเมี้ยนเหมือนผู้หญิง ส่วนไอ้ตัวเล็กใส่ชุดนักเรียนหญิงแต่วิ่งซะไม่สนเลยว่าใส่กระโปรงอยู่... สงสัยจะยังไม่ตื่นกันดี!
อาจารย์สมชายส่ายหัวพลางชำเรืองดูนาฬิกาที่บอกเวลา 8.00 พอดีเป๊ะ
ในห้องเรียน ม.5/2
อาร์ตเดินไปนั่งที่โต๊ะประจำของตัวเอง (หรือที่เขาคิดว่าเป็โต๊ะของเขา) แต่กลับโดนสายตาแปลกๆ จากเพื่อนร่วมห้องจ้องมอง
"เมย์... วันนี้แกเป็อะไรน่ะ?" เพื่อนของเมย์ทักขึ้น "ทำไมมานั่งตรงที่อาร์ตล่ะ? แล้วแกไปโดนอะไรมา ทำไมถึงทำท่าทางดูแปลกๆ แบบนี้?"
อาร์ตในร่างเมย์ที่กำลังหอบแฮ่กขมวดคิ้ว "แกล้งเรียกชื่อเมย์ ทำไม? ผมชื่ออาร์ต... เฮ้ย!"
เขาก้มลงมองมือตัวเอง มันเป็มือที่เรียวบาง ขาวนวล และปลายนิ้วดูอ่อนช้อยดูแปลกตาไปจากเดิม เขาเลื่อนสายตาลงไปต่ำกว่านั้น... และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบสิ้นสติ
"กระ... กระโปรง?!" อาร์ตะโออกมาในใจ เขาเอามือคลำหน้าอก และพบว่ามันมี 'อะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่ม' ที่เขาไม่คุ้นเคยมีมาก่อน
"อ๊าก……กกกกกกก!" (เขาร้องออกมาจริงๆ จนคนทั้งห้องหันมามองด้วยความใ)
ขณะเดียวกัน ที่โต๊ะประจำของเมย์ เมย์ (ในร่างอาร์ต) กำลังจ้องมองมือที่หยาบกร้านและมีเส้นเืปูดโปนของตัวเองด้วยความสยองขวัญ เธอเผลอเอามือลูบหน้าแล้วพบว่ามันมีตอหนวดสากๆ อยู่ที่ริมฝีปาก
"นี่มันฝันร้าย... นี่มันฝันร้ายแน่ๆ!" เมย์ในร่างอาร์ตพึมพำพร้อมกับเอามือกุมขมับ
ทั้งสองคนหันขวับมามองสบตากันจากคนละมุมห้อง อาร์ตเห็นตัวเอง (ในร่างเดิม) กำลังทำหน้าซีด น้ำตาซึมและเหมือนกำลังจะร้องไห้ ส่วนเมย์เห็นตัวเอง (ในร่างเดิม) กำลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยความตื่นตระหนก และกำลังจะช็อกจนหัวใจวาย
วินาทีนั้น คำพูดของยายแก่เมื่อเช้าดังขึ้นในหัวของอาร์ตทันที: "หากเ้าวิ่งชนใครจนิญญาะเื เ้าทั้งสองจะสลับร่างสลับจิตกัน!"
"ยายแม่มดเอ๊ยยยยย!" อาร์ตะโในใจพลางอยากจะเอาหัวโหม่งโต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด
การเริ่มต้นใช้ชีวิตในร่างผู้หญิงครั้งแรกของเขา จะเป็อย่างไร ความวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
คุยกับนักเขียน: เป็ยังไงบ้างคะกับตอนแรก! อาร์ตผู้โชคร้ายดันไปชนแม่มดจนโดนคำสาปเข้าให้แล้ว แถมยังสลับกับเมย์เพื่อนร่วมห้องอีก ตอนหน้ามาลุ้นกันค่ะว่าทั้งคู่จะคุยกันยังไง และการจะต้องไปเนียนกับเพื่อนของอีกฝ่ายจะวุ่นวายขนาดไหน! ฝากติดตามและให้กำลังใจ "แม่มดข้างบ้าน" ด้วยนะค้าาา ✨