เทพดาบอย่างข้าได้จุติทั้งที เอาระบบปลูกผักมาให้ข้าทำไม?!

    18 เจ้าของหมู่บ้านที่บ้าอำนาจและหิวเงิน

            “ใช่เหรอ? นี่มันหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามเลยนะ พวกมันไม่มีปัญญาเข้ายึดเป็๲ของตัวเองได้หรอก” อีกคนยากที่จะทำใจเชื่อ

     


            “โน่นไง นายไม่เห็นหรือไง นั่นฮง ไอ้โล้นปากมาก” ชายคนแรกชี้ไปทางหมู่บ้านตรงหน้า พวกเขาเห็นชายหัวโล้นกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนหลุมขนาดกว้าง

     


            “ใช่ไอ้โง่ฮงจริง ๆ ด้วย” เพื่อนเขาตอบรับ ชายคนแรกจึงพูดเสริมทันทีว่า “คงมีกลุ่มไหนสักกลุ่มเข้ายึดที่นี่ได้แล้วเ๽้าพวกนี้ก็มาขออยู่ด้วยมากกว่า”

     


            “แล้วพี่ไนท์ล่ะ? พี่เขาหายไปไหนหลายวันแล้ว พวกทรยศควรจะถูกพี่ไนท์จัดการไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” ชายคนที่สองถามออกมาอย่างเลิ่กลั่ก แม้เขาจะคาดเดาคำตอบได้ แต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อมัน

     


            “ก็แสดงว่าพวกที่เข้ายึดหมู่บ้านนี้มันจะต้องแข็งแกร่งมากจริง ๆ ถึงจัดการลูกพี่ไนท์ได้” ชายคนแรกมีสีหน้าที่แย่เมื่อกล่าวออกมา

     


            “แบบนี้ต้องรีบกลับไปแจ้งบอสซานเชสแล้ว” ชายคนแรกพยักเห็นด้วยกับความคิดของชายคนที่สอง แต่ในขณะที่เขากำลังหันหลังกลับมา พวกเขาได้เจอกับใครคนหนึ่งยืนมองพวกเขาอยู่

     


            ด้วยผมสีทองแดงอันโดดเด่นพวกเขาทั้งสองไม่รู้จักและไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน นั่นแสดงชายคนนี้ไม่ใช่หนึ่งในคนที่หนีมาจากหมู่บ้านต้นหอมอย่างแน่นอน เมื่อไม่รู้จัก เหตุใดถึงมาจ้องมองพวกเขาเช่นนี้

     


            อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาดูจากหน้าตาและสีผมแล้ว ด้วยประสบการณ์ที่เข้ามาในมิติมาตุภูมิมาหลายปีแล้ว ด้วยใบหน้าที่ยังดูเด็กและสีผมเหมือนเด็กวัยรุ่นที่พยายามตัวเท่ พวกเขาเชื่อว่าชายแปลกหน้านี้อาจเป็๞มือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาไม่นาน เป็๞ไปไม่ได้แน่ที่ชายผมสีทองแดงนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ที่สามารถเข้ายึดหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามอย่างแน่นอน

     

     


            “พวกคุณทั้งสองเป็๞คนแถวนี้หรือเปล่าครับ?” ชายแปลกหน้าผมสีทองแดงเอ่ยถามชายทั้งสอง

     


            ด้วยคำถามนี้ ชายคนแรกมั่นใจว่าเด็กหนุ่มผมสีทองแดงนี้ต้องเป็๲พวกมือใหม่แน่ ๆ ด้วยไหวพริบ เขารีบตอบกลับทันทีว่า “ใช่แล้ว มีอะไรงั้นเหรอ? หลงทางอยู่หรือไง?”

     


            “จริงเหรอครับ?” ชายหนุ่มผมสีทองแดงมีสีหน้าที่ตื่นเต้นขณะถามต่อว่า “แสดงว่าพวกคุณพาผมไปเข้าที่หมู่บ้านนั้นได้ใช่ไหมครับ?”

     


            “ทำไม...นายถึงอยากเข้าไปที่หมู่บ้านนั้นล่ะ?” ชายคนแรกมีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายร้องขอให้เขาช่วยพาเข้าหมู่บ้านขวานเหล็ก

     


            “ก็ข้างนอกมันน่ากลัว ในหมู่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่า และผมก็อยากไปเข้าประตูมิติเพื่อกลับบ้านด้วย” เด็กหนุ่มผมสีทองแดงพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสาร

     


            “อย่าไปที่หมู่บ้านนั้นเลย เ๽้าของหมู่บ้านที่นั่นน่ากลัวมากเลย เชื่อฉันสิ” ชายอีกคนช่วยเหลือเพื่อนเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้พาไปเข้าหมู่บ้าน

     


            “ทำไมเหรอครับ? เ๯้าของหมู่บ้านเขาเป็๞คนยังไงเหรอครับ?” เด็กหนุ่มผมสีทองแดงถามพร้อมกับทำตาใสซื่อ

     


            “บ้าอำนาจ ไม่พอใจก็ฆ่าทิ้งไม่เลือก แถมหิวเงิน เก็บค่าเข้าหมู่บ้านแพงด้วย แม้แต่ค่าเข้าประตูมิติก็ยังเก็บอีก” ชายคนแรกใส่ไฟว่าร้ายเต็มที่แม้จะไม่รู้จักคนที่เขาพูดถึงก็ตาม

     


            “จริงเหรอครับ? แล้วแบบนี้ผมจะทำไงดี? ผมอยากไปที่ประตูมิติ ผมอยากกลับบ้านแล้ว” เด็กหนุ่มผมสีทองแดงดูน่าสงสารในสายตาของชายทั้งสอง

     


            “เอางี้ไหม? ไปกับพวกเราไหม?” เมื่อได้ทีสบโอกาส ชายคนที่สองรีบชักชวนเด็กหนุ่มแปลกหน้าทันที เขากล่าวต่อว่า “พวกเรากำลังจะไปหมู่บ้านอีกแห่ง ที่นั่นชื่อหมู่บ้านต้นหอม แต่อยู่ห่างจากที่นี่ไปอีกราวสิบชั่วโมง มันอาจดูไกลหน่อย แต่ที่นั่นเ๽้าของหมู่บ้านใจดี แถมค่าธรรมเนียมก็ถูกกว่าที่นี่เยอะ นายสนใจไปกับพวกเราไหม?”

     


            “จริงเหรอครับที่พวกพี่ ๆ บอกว่าเ๯้าของหมู่บ้านต้นหอมใจดีกว่าเ๯้าของหมู่บ้านขวานเหล็ก?” แววตาเด็กหนุ่มผมสีทองแดงยังดูใสซื่อขณะถาม

     


            “จริงสิ...ขวานเหล็ก? จะบอกว่าหมู่บ้านนี้ชื่อหมู่บ้านขวานเหล็กงั้นเหรอ?” ชายคนที่สองหลุดดีใจที่เหมือนได้รับรู้ข้อมูลสำคัญมา

     


            “อ่าว นี่พี่ชายไม่รู้จักชื่อหมู่บ้านของตัวเองงั้นเหรอครับ?” เด็กหนุ่มผมสีทองแดงทำเอียงคออย่างสงสัย

     


            “ระ รู้สิ” ชายคนสองเลิ่กลั่กอย่างหนัก เมื่อเห็นเช่นนั้นเด็กหนุ่มผมสีทองแดงยิ่งรีบรุกหนัก เขากล่าวต่อว่า “ถ้าพวกพี่เป็๲คนของที่นี่ พวกพี่ก็ต้องรู้สิครับว่า นอกจากเ๽้าของหมู่บ้านของที่นี่จะเป็๲คนบ้าอำนาจ และหิวเงินแล้ว เขาเกลียดพวกขี้โกหกด้วย”

     


            เมื่อเห็นท่าไม่ดีชายคนแรกต้องรีบพูดแทรกขึ้นมาว่า “พูดมาก ตกลงจะไปไม่ไป ถ้าไม่ พวกฉันจะไปกันแล้ว”

     


            เด็กหนุ่มผมสีทองแดงยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจท่าทีที่เตรียมจะหนีของอีกฝ่ายว่า “ถ้าพวกพี่เป็๲คนของที่นี่จริง พวกพี่ก็ต้องรู้สิครับว่าเ๽้าของหมู่บ้านมีสีผมออกส้ม ๆ”

     


            เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งหมดหันไปมองหัวของเด็กหนุ่มที่เขาคิดว่าเป็๞มือใหม่เป็๞ตาเดียวกัน และกล่าวออกมาพร้อมกันว่า “กะ แก มีผมสีส้ม...”

     


            “เออ ฉันเอง ไอ้คนบ้าอำนาจและหิวเงิน” เด็กหนุ่มผมสีทองแดงมองทั้งสองด้วยสายตาดูแคลนขณะพูดต่อว่า “แต่ฉันว่า ฉันไม่เคยเห็นหน้าพวกแกมาก่อนเลยว่ะ”

     


            ชายคนแรกสลัดความตะลึงทิ้งได้อย่างรวดเร็วก่อนจะเรียกอาวุธ๭ิญญา๟อสูรประจำตัวออกมาและกล่าวว่า “ถ้าฆ่าแกได้ บอสซานเชสจะตกรางวัลให้พวกเรางามขนาดไหนกันนะ?”

     


            ราวกับถูกดึงสติด้วยคำพูดของเพื่อน ชายอีกคนก็เรียกอาวุธ๥ิญญา๸อสูรประจำตัวออกมาเช่นนั้นพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “แกโง่มากที่มาหาที่ตายด้วยตัวเองแบบนี้”

     


            เตชินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะบ่นออกมาราวกับพูดกับตัวเองแต่จงใจให้เสียงดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยินว่า “ให้ตายสิ พวกคนที่มาจากหมู่บ้านต้นหอมนี่มันมีแต่คนโง่กันหรือยังไงนะ? ถึงไม่ได้รู้เลยว่ากำลังเจอกับหมู่บ้านระดับไหนอยู่”

     


            “หมู่บ้านขั้นไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย?” หนึ่งในสองคนถามออกมา

     


            “สาม” เตชินท์ตอบออกมาสั้น ๆ

     


            “อะไร? สามอะไร?” อีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าเตชินท์หมายถึงอะไร

     


            “ก็หมู่บ้านก็อบลินขั้นสาม” เตชินท์รู้สึกเบื่อหน่ายกับความสมองช้าของอีกฝ่าย

     


            หนึ่งในศัตรูยังคงมั่นใจในตัวเองและเย้ยหยันเตชินท์ต่อว่า “แล้วมันไง? พวกฉันรู้อยู่แล้วว่าเป็๲หมู่บ้านก็อบลินขั้นสาม แต่ยังไงแกก็สะเหล่อมาคนเดียวแบบนี้ ก็จงตาย...จะจ่าฝูงก็อบล...”

     


            ในขณะเดียวกันฮงกำลังยอมแพ้ให้การไถนาที่ไม่มีสิ่งทุ่นแรงอย่างรถไถนาเหมือนที่บ้าน หรือควายไถนาก็ยังดี จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนมาจากป่าไกล ๆ นอกหมู่บ้าน เขากล่าวออกมาอย่างสงสัยว่า “ใครมันช่างร้องตอนเบ่งขี้เสียงดังขนาดนี้นะ?”

     


            เตชินท์กำลังยืนมองดูศพของผู้มาสอดแนมทั้งสองด้วยความเสียดาย เขาไม่ได้เสียดายที่เสียลูกค้า แต่เขาเสียดายที่เขาไม่สามารถห้ามเ๽้าจ่าฝูงก็อบลินก่อนดับลมหายใจสุดท้ายได้เลย เขาคิดจะยึด๥ิญญา๸อสูรของอีกฝ่ายมาสักหน่อย แม้จะไม่ใช่อาวุธประเภทดาบที่เขาชื่นชอบ แต่มันก็ยังดีกว่าใช้จอบที่เขามีแน่ ๆ

     


            “รีบไปดีกว่า” เตชินท์กล่าวกับตัวเองเมื่อเห็นแดดอยู่กลางหัว มันทำให้เขารู้ตัวว่าสายมากแล้ว

     

     


            “บอสซานเชสค่ะ” หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาอยู่ต่อหน้าบัลลังก์ เธอกล่าวต่อว่า “กลุ่มของชินจิกับกาโร่ที่ไปฝั่งตะวันตกหายไปเกินสองวันแล้วค่ะ”

     


            “ทางนั้นมีอะไรบ้าง?” ชายผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

     


            “หมู่บ้านหญ้าแฝดที่เป็๞หมู่บ้านก็อบลินขั้นหนึ่งกับหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามค่ะ” หญิงสาวกล่าวรายงาน

     


            “หรือเ๽้าสองตัวนั่นทะเล่อทะล่าผ่านหมู่บ้านก็อบลินขั้นสามโดยไม่ระวังหรือเปล่าครับ?” ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างบัลลังก์แสดงความคิดเห็น

     


            “ฉันคิดว่าไม่ใช่” ชายผู้ถูกเรียกว่าบอสซานเชสเอ่ยออกมา “แม้พวกมันจะโง่เง่าสักแค่ไหน ยังไงมันก็ต้องรู้ว่าไม่ควรเข้าใกล้หมู่บ้านก็อบลินขั้นสาม”

     


            “แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ?” ชายข้างบัลลังก์คนเดิมถาม

     


            “กระผมขออาสาไปยังที่แห่งนั้นเอง กระผมจะได้จัดการโจเซฟและตัดหัวเ๯้าของหมู่บ้านที่นั่นมาให้กับบอสซานเชสเอง” ชายอีกคนที่รูปร่างเล็ก เขากล่าวออกมาด้วยเสียงที่แหลมเล็กจนฟังแล้วรู้สึกคันหูแปลก ๆ

     


            “ไว้ก่อน” ซานเชสกล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น “ส่งคนไปสืบเพิ่มและกำชับว่าอย่าเพิ่งทำอะไรและห้ามเข้าใกล้หมู่บ้านนั่นเด็ดขาด”

     


            “ครับ/ค่ะ” ทุกคนขานรับคำสั่ง

     

     

            กดใจหรือคอมเมนต์เป็๲กำลังใจกันด้วยนะครับ