สามวันให้หลัง กู้หนานกับกู้เยี่ยนเฉิงก็มาพบถังหลีที่หมู่บ้านถังเจี่ย สองพ่อลูกถึงได้รู้ว่าถังหลีกับถังซานได้ตัดความสัมพันธ์กับถังต้าหลางและได้แยกบ้านออกมาอาศัยอยู่ด้วยตัวเองแล้ว
กู้หนานน้ำตาซึมเมื่อได้รู้ และเมื่อเขานึกไปถึงคำพูดของชาวบ้านในอดีตที่บอกว่ามู่เหยาและเด็กๆ ถูกถังต้าหลางทุบตีและทำร้ายร่างกายอยู่ทุกวัน เมื่อถูกทุบตีและไม่ได้รับการรักษา นานวันเข้าร่างกายของมู่เหยาก็เริ่มทรุดโทรม ถังซานกับถังหลีแม้อายุได้เพียงหกขวบ แต่ด้วยความกตัญญู สองพี่น้องมักจะขึ้นเขาเก็บฟืนไปขายเพื่อเอาเงินมาเป็ค่ายา แต่มู่เหยาเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ นางรู้ดีว่าอาการป่วยของนางไม่อาจรักษาได้อีกแล้ว นางจึงตัดสินใจจบชีวิตตนเองเพื่อไม่อยากให้ลูกทั้งสองคนต้องลำบาก
“อาซาน อาหลี ที่ผ่านมาพวกเ้าคงลำบากมากสินะ” กู้หนานน้ำตาไหลไม่หยุด
ถังซานหันมามองน้องสาว เขาไม่รู้จะเอ่ยปลอบท่านลุงกู้อย่างไรดี แต่เขาพอจะเดาได้แล้วว่าวันนี้ท่านลุงกู้กับลูกชายมาหาเขากับน้องสาวทำไม ดีที่ไม่กี่วันก่อนน้องสาวพูดถึงเื่จดหมายที่ซ่อนอยู่ในปิ่นเงินให้เขาฟังแล้ว “ท่านลุงกู้ใช่คนที่ท่านแม่เขียนบอกไว้ในจดหมาย และกู้เยี่ยนเฉิงก็คือคู่หมั้นของเ้าใช่หรือไม่”
ถังหลียิ้มให้พี่ชาย “พี่ใหญ่มีความเห็นกับเื่นี้อย่างไรหรือเ้าคะ”
“การแต่งงานเป็ความสุขชั่วชีวิตของเ้า เ้ามาถามข้าทำไม” ถังซานมองน้องสาวอย่างไม่เข้าใจ
“ก็เพราะท่านกับพี่สะใภ้เป็ญาติเพียงคนเดียวของข้าอย่างไรเ้าคะ หากข้าไม่ถามความเห็นจากท่าน แล้วข้าจะไปถามใครกันเล่า”
ถังซานซึ้งใจ ก่อนหน้านี้เขาทำตัวอ่อนแอจนทำให้น้องสาวมีชีวิตที่ลำบาก แต่นางก็ยังยอมรับเขา “ข้าเชื่อสายตาของท่านแม่ว่าท่านแม่จะต้องมอบคนดีๆ มาให้เ้า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเ้าด้วยว่าเ้าเห็นด้วยหรือไม่ และไม่ว่าเ้าจะตัดสินใจอย่างไร พี่ใหญ่ก็จะยืนอยู่ตรงนี้และคอยปกป้องเ้าเสมอ”
กู้เยี่ยนเฉิงที่นั่งฟังสองพี่สองสนทนากันก็เริ่มนั่งหลังตรง อย่างน้อยบุคลิกภาพที่ดูดีก็อาจจะทำให้ถังหลีหันมาสนใจเขาได้บ้าง
ถังหลีหันไปมองกู้เยี่ยนเฉิงแล้วยิ้ม ในเมื่อท่านแม่้าให้นางแต่งกับผู้ชายคนนี้ เช่นนั้นนางก็จะแต่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียว เพราะยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง ‘กรี๊ด!!! กู้เยี่ยนเฉิง หน้าตาเ้าหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกและพระรองในซีรีส์ทุกเื่ที่ข้าดูมาเสียอีก งานดีขนาดนี้หากข้าไม่แต่งก็นับว่าโง่เต็มที เป็บัณฑิตยากจนแล้วอย่างไร ตอนนี้ข้ามีวิธีหาเงินอยู่มากมาย เ้าตั้งใจเรียนแล้วสอบรับราชการให้ได้ เดี๋ยวข้าจะทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูเ้าเอง’
ทีแรกกู้เยี่ยนเฉิงก็รู้สึกดีที่ถังหลีเอาแต่มองตนแล้วก็ยิ้ม ถึงแม้จะรู้ว่าตนเองหน้าตาดี เมื่อเห็นคนที่ตนเองหลงรักมองมาด้วยสายตาหลงใหลมันก็อดที่จะปลื้มใจไม่ได้ เพียงแต่... ‘เอ่อ...เหตุใดนางถึงน้ำลายไหลมายมายเพียงนี้เล่า ข้าน่ากินเพียงนั้นเชียวหรือ’
“พวกเ้าสองคนคงรู้จุดประสงค์ที่ข้ากับเยี่ยนเฉิงมาพบพวกเ้าแล้วกระมัง” กู้หนานถาม
“ข้าทราบขอรับ” ถังซานตอบ “ท่านแม่้าให้เราคนใดคนหนึ่งแต่งกับบุตรของท่าน และบังเอิญว่าบุตรของท่านเป็บุตรชาย ฉะนั้นน้องสาวจึงเป็คนที่ต้องทำตามคำสั่งเสียของท่านแม่ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็อยากจะถามท่านลุงว่าการแต่งงานครั้งนี้ ท่านจะรับปากข้าได้หรือไม่ว่ากู้เยี่ยนเฉิงจะมีหลีเอ๋อเป็ภรรยาเพียงคนเดียวและจะซื่อสัตย์กับนางไปชั่วชีวิต หากวันใดเขาเกิดเปลี่ยนใจ ก็ขอให้เขาคืนหลีเอ๋อกลับมาให้ข้า”
ถังหลีน้ำตาคลอเพราะไม่คิดว่าพี่ชายจะคิดเผื่อตนเองถึงเพียงนี้ “พี่ใหญ่”
เซียงเหลียนตบหลังมือน้องสาวสามีแล้วยิ้ม “ให้พี่ใหญ่ของเ้าจัดการเื่นี้เองเถอะ แม้ท่านพี่จะดูไม่มีความกล้าและยังเป็คนใจอ่อน แต่พอเป็เื่ของเ้า สมองของเขาก็ปราดเปรื่องมากทีเดียว”
กู้เยี่ยนเฉิงคุกเข่าต่อหน้าถังซาน “ข้ากู้เยี่ยนเฉิงขอสาบานว่าข้าจะมีอาหลีเป็ภรรยาเพียงคนเดียว ข้าจะไม่รับอนุหรือหญิงอื่นเข้ามาในเรือนอีก หากข้าผิดคำสาบาน ขอให้ข้าไม่ได้ตายดี”
กู้หนานยิ้มเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของบุตรชาย เขาจึงกล่าวสำทับ “บุรุษในตระกูลกู้ของเราไม่อนุญาตให้รับอนุและไม่อนุญาตให้เกิดการหย่าร้างกันระหว่างสามีภรรยา ที่ผ่านมาบุรุษตระกูลกู้ยึดมั่นในคำสอนนี้มาตลอด อาซาน...เื่นี้เ้าวางใจได้”
“อาหลี” กู้เยี่ยนเฉิงหันไปมองถังหลีทั้งที่ตนเองยังคุกเข่าอยู่ “ข้าจะไม่มีวันทำให้เ้าเสียใจ เ้า...ยินดีแต่งงานกับข้าหรือไม่”
‘นี่มันคือการคุกเข่าขอแต่งงานชัดๆ โรแมนติกเป็บ้าเลย!’
ถังหลีคิดในใจอย่างยินดี ในยุคที่นางจากมา คนดังหลายคนก็ถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าขอแต่งงานพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่กับแหวนเพชรเม็ดโต ถึงแม้ในยุคนั้นนางจะมีอายุถึงสามสิบห้าปีแล้ว แต่เื่โรแมนติกเช่นนี้นางก็แอบฝันถึงอยู่เหมือนกัน
กู้เยี่ยนเฉิงไม่เห็นหญิงสาวตอบรับคำของตน กลับกันนางเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หรือบางครั้งก็แอบทำหน้าเสียดายออกมา เขาไม่เข้าใจว่านางคิดอะไรอยู่ หรือว่านางจะปฏิเสธ กู้เยี่ยนเฉิงถามออกไปอย่างไม่มั่นใจแล้วในเวลานี้ “อาหลี เอ่อ...เ้า...เ้ายินดีแต่งงานกับข้าหรือไม่”
“แต่งสิ! ข้าต้องแต่งกับเ้าแน่นอน งานดีขนาดนี้ข้าไม่แต่งก็โง่เต็มทีแล้วไหมล่ะ” ถังหลีตอบออกมาเสียงดัง
ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้แต่อึ้งไป อะไรคืองานดี อะไรคือไม่แต่งแล้วโง่ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้ยินว่านางตอบรับแล้ว
“ในเมื่ออาหลีตอบตกลง เช่นนั้นอีกห้าวัน เรามาจัดงานแต่งให้อาหลีกับเยี่ยนเฉิงกันเถอะ” กู้หนานพูดขึ้นคนแรก
“ห้าวันจะไม่เร็วไปหรือขอรับท่านลุง” ถังซานถามอย่างกังวล ห้าวันจะเพียงพอให้พวกเขาเตรียมตัวได้อย่างไร แม้แต่ชุดแต่งงานก็คงจะเตรียมไม่ทันกระมัง “งานแต่งงานเป็เื่สำคัญในชีวิตของหลีเอ๋อ ข้าอยากจัดงานให้นางอย่างดีที่สุดขอรับ”
“ไม่เร็วไปหรอกเ้าค่ะ หากเลือกได้ ข้าอยากจัดงานแต่งวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ ข้ากลัวว่าเ้าบ่าวของข้าจะเปลี่ยนใจ” ถังหลีรีบบอกก่อนจะอธิบายแก้เก้อกับความใจร้อนของตัวเอง “แต่งเร็วแต่งช้าก็ต้องแต่งอยู่ดีไม่ใช่หรือเ้าคะ พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลว่างานแต่งของข้าจะออกมาไม่ดี เพราะข้าตั้งใจจะจัดงานแต่งเล็กๆ แล้วให้เฉพาะคนในครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดีเท่านั้น”
กู้เยี่ยนเฉิงแทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูก อีกห้าวันเขาก็จะได้เป็เ้าบ่าวแล้วหรือ เื่นี้บิดายังไม่ได้บอกเขาเลย “อาหลี เ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่ หากเราแต่งงานกันแล้ว เ้าไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจแล้วนะ”
ถังหลีเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างๆ ว่าที่สามีแล้วกระซิบ “เ้ากระซิบบอกข้าว่าเ้าตกหลุมรักข้าั้แ่แรกเห็น แล้วเ้าไม่ถามข้าบ้างหรือว่าข้ารู้สึกอย่างไร”
“แล้วเ้ารู้สึกอย่างไร” เวลานี้หูของกู้เยี่ยนเฉิงแดงจนเป็สีเืแล้ว ไม่เคยมีสตรีคนใดเข้าใกล้เขาเช่นนี้มาก่อน
“ข้าก็ตกหลุมรักเ้าั้แ่แรกเห็นเหมือนกัน”
หัวใจของกู้เยี่ยนเฉิงเวลานี้เหมือนมีดอกไม้ไฟจุดขึ้นมาเป็ร้อยลูก สองพ่อลูกรีบกลับหมู่บ้านกู้เจี่ยทันทีที่ตกลงเื่งานแต่งกันเสร็จ เพราะพวกเขาต้องกลับไปจัดห้องหอไว้รอรับเ้าสาว
“พี่ใหญ่ ท่านเป็อะไรไปหรือเ้าคะ” ถังหลีถามพี่ชายเมื่อเห็นเขาทำหน้าเศร้า “ท่านไม่ดีใจที่ข้าแต่งงานหรือ”
“ไม่ใช่ ข้าแค่ใจหายที่อีกไม่กี่วันเ้าก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่ไหนแต่ไรเราสองคนพี่น้องก็อยู่ด้วยกันตลอดไม่ใช่หรือ”
“หมู่บ้านกู้เจี่ยกับหมู่บ้านถังเจี่ยอยู่ไม่ไกลกัน อย่างไรข้าก็ต้องกลับมาที่นี่บ่อยๆ อยู่แล้ว ท่านลืมแล้วหรือเ้าคะว่าเรากำลังจะสร้างโรงงาน หากข้าไม่กลับมา ใครจะช่วยท่านกับพี่สะใภ้ดูแลโรงงานของเรา”
“แต่มันก็ไม่เหมือนกับเราอยู่ด้วยกันทุกวันอยู่ดี”
เซียงเหลียนตีไหล่สามีเบาๆ “หลีเอ๋อโตแล้ว อย่างไรวันหนึ่งนางก็ต้องออกเรือน ท่านจะเลี้ยงนางไปตลอดชีวิตได้อย่างไร ทำอย่างนั้นจะไม่เป็การทำร้ายหลีเอ๋อหรอกหรือ”
“ข้าแค่อยากอยู่กับน้องสาวให้นานอีกสักหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้จะไม่ให้นางแต่งออกไปเสียหน่อย”
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ เชื่อข้าเถิดนะเ้าคะว่าอีกไม่นานเราก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แม้ไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่บ้านของเราต้องอยู่ติดกันแน่นอน” ถังหลีคิดไว้ในใจแล้วว่าหากโรงงานที่นี่มีคนดูแลต่อ นางจะพาพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวง แต่เวลานี้นางยังบอกแผนการของตนเองออกไปไม่ได้
ถังซานที่คิดว่าน้องสาวกำลังพูดเล่นหรือแค่้าปลอบใจ เขาจึงไม่ได้เก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจมากนัก “ข้าจะไปขอให้ท่านลุงใหญ่ไช่มาเป็ญาติผู้ใหญ่ให้เ้า อย่างไรงานแต่งของเ้าก็ควรมีผู้ใหญ่มาเป็สักขีพยาน”
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ ท่านเชิญครอบครัวของท่านลุงจ้าวมาร่วมงานด้วยนะเ้าคะ พวกเขาดีกับเรามากเหมือนกัน”
“ได้ ข้าจะไปบอกพวกเขาเดี๋ยวนี้” ถังซานเดินออกจากบ้านไปอย่างเร็ว
“หลีเอ๋อ เ้าตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่” เมื่ออยู่กันตามลำพัง เซียงเหลียนจึงถามน้องสาวสามีอีกครั้ง
“พี่สะใภ้ ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงข้า แต่ขอให้ท่านเชื่อว่าการตัดสินใจของข้าครั้งนี้ไม่ผิดพลาดแน่นอนเ้าค่ะ” ถังหลีบอก
ห้าวันผ่านไปอย่างรวดเร็วทันใจ ขบวนรับเ้าสาวของกู้เยี่ยนเฉิงเดินทางมาถึงั้แ่เช้า เพียงแต่ยังไม่ทันจะพาตัวเ้าสาวขึ้นเกวียน กลับมีคนมาก่อกวนเสียก่อน
“นังลูกไม่รักดี แต่งงานทั้งทีทำไมไม่ไปเชิญข้ากับแม่ของเ้ามาร่วมงานด้วย” ถังต้าหลางะโเสียงดัง “แล้วนี่สินสอดที่เ้าบ่าวนำมาเล่า ข้าที่เป็พ่อทำไมถึงไม่ได้รับ”
“ท่านลุงถัง งานแต่งของน้องสาวข้าเกี่ยวอะไรกับท่านด้วย” ถังซานพูดขึ้น
“ท่านลุงอย่างนั้นหรือ! ไอ้ลูกเลว ออกจากบ้านไม่กี่วันก็จำบิดาไม่ได้แล้ว วันนี้ข้าต้องสั่งสอนเ้าสักหน่อย” ถังต้าหลางเตรียมจะหวดแส้ที่อยู่ในมือ
“ซานเอ๋อ เหตุใดเ้าถึงพูดจาอกตัญญูกับบิดาของตนเองเช่นนี้” จวงหุยเหนียงแสร้งทำท่าใ
“นั่นสิพี่ใหญ่ ท่านพ่อคือบิดาแท้ๆ ของท่านนะขอรับ ท่านทำไมถึงไม่ให้เกียรติท่านพ่อบ้าง อย่างไรเืในกายท่านก็มีเืของท่านพ่ออยู่ครึ่งหนึ่ง” ถังซุนรีบยกเื่กตัญญูขึ้นมาอ้าง เขารู้ดีว่าพี่ใหญ่ผู้แสนหัวอ่อนของเขายึดมั่นกับคำว่ากตัญญูเป็ที่สุด
วันนี้เป็วันแต่งงานของน้องสาว ถังซานไม่อยากให้เกิดเื่ไม่ดีในวันมงคลเช่นนี้ แต่เขารู้ดีว่าท่านพ่อ แม่เลี้ยง และน้องชายต่างก็ยกเอาจุดอ่อนของเขาขึ้นมาโจมตี ใช่...เมื่อก่อนเขายึดมั่นกับคำว่ากตัญญู แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่คนที่กตัญญูโดยไม่มีเหตุผลอีกแล้ว
“พวกท่านจะมาสร้างความวุ่นวายในงานแต่งของหลีเอ๋อให้ได้เลยใช่หรือไม่” ถังซานถาม
“วุ่นวายอะไร? ข้าพาท่านพ่อกับท่านแม่มาแสดงความยินดีกับพี่สาวต่างหาก” ถังซุนทำหน้าได้ใจ ‘ไอ้คนหัวอ่อน ข้าจะรอดูว่าเ้าจะปล่อยให้ท่านพ่อท่านแม่ก่อกวนงานแต่งไปได้ถึงเมื่อไหร่ สุดท้ายแล้วเ้าก็ต้องเอาสินสอดก้อนนั้นมาให้เราอยู่ดี’
“ใครกล้ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่!” ถังไช่เดินเข้างานมาอย่างโมโห เขาได้รับเชิญให้มาเป็ผู้ใหญ่ฝ่ายเ้าสาว ยังไม่ทันได้แสดงความยินดีกับหลานสาวและหลานเขยบัณฑิตด้วยซ้ำ ก็ได้ยินว่ามีคนมาก่อกวนงานแต่งเสียแล้ว
“พี่ใหญ่ไช่ ท่านมาแล้วหรือขอรับ” ถังต้าหลางเก็บแส้ในมือลง “ท่านมาก็ดี จะได้ช่วยข้าสั่งสอนนังลูกไม่รักดีคนนี้อีกแรง”
“เ้าจะสั่งสอนนางในฐานะอะไร” ถังไช่ถามเสียงเข้ม