นาฬิกาเรือนใหญ่บนตึกสูงของมหานครนิวยอร์กบอกเวลาเที่ยงคืนเศษ
ณ หน้าร้านอาหารซีซ่าซึ่งเป็ร้านอาหารแบบอิตาเลียนอันมีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองผู้จัดการหนุ่มสุดหล่อของร้านผู้มีดวงตาสีน้ำทะเล ผมสีน้ำตาลสั้นยาวแค่ต้นคอผิวขาวสะอาด สูงหกฟุต กำลังยืนรอส่งแขกคนสุดท้ายในค่ำคืนนี้ขึ้นรถลีมูซีนคันหรูสีดำที่จอดรออยู่ด้านหน้าร้านชิดริมฟุตบาท
ภายในรถพนักงานขับรถชายนั่งประจำที่คนขับ พร้อมด้วยชายร่างั์รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดันผิวเข้มแต่งกายด้วยกางเกงสเลคสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเน็คไทสีดำทับด้วยสูทสีดำบ่งบอกว่าเป็บอดิการ์ดยืนรอเปิดประตูรถอยู่ด้านข้าง
ชายหนุ่มมาดคมเข้มหล่อชนิดนายแบบดังของโลกก็ยังทาบไม่ติดเขามีรูปร่างสูงหกฟุตครึ่ง ใบหน้าคมคร้าม ผิวสีแทนคมเข้มดวงตาดำใหญ่ยาวรีดุดันนิดๆ จมูกโด่งเป็สันสวยปลายงุ้มเล็กน้อยเหมือนปากเหยี่ยวริมฝีปากรูปกระจับรับกับใบหน้า ผมดำยาวจรดกลางหลังรวบไว้ด้วยห่วงทองคำสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีดเผยให้เห็น่ขาใหญ่แข็งแรงกับเสื้อโปโลสีขาวเน้นให้เห็นกล้ามอกเป็ลอนสวยบ่งบอกถึงการออกกำลังกายเป็ประจำ ด้านหลังชายหนุ่มมีบอดิการ์ดอีกสองคนยืนประกบชายหนุ่มไว้สอดส่ายสายตาเพื่อระวังภัยให้ชายหนุ่มผู้เป็นายซึ่งกำลังจะเดินขึ้นรถลีมูซีนคันใหญ่ที่จอดรออยู่ขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวเข้าไปในรถ
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!...
เสียงร้องเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้องลอยมากระทบโสตประสาทเมื่อพวกเขาหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างผอมบาง สูงประมาณห้าฟุตครึ่งผมสีอ่อนยาวเป็ลอนสวยเลย่เอวลงมา ปอยผมยาวปรกหน้าทำให้ไม่เห็นใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นเธอเดินมาตามทางเท้าด้วยท่าทางเร่งรีบแสงไฟจากหลอดนีออนบนเสาไฟข้างทางส่องให้เห็นชุดที่หญิงสาวสวมใส่เป็เดรสสั้นเกาะอกสีลาเวนเดอร์พลิ้วไหวแนบเรือนร่างยาวเหนือเข่าเล็กน้อยเผยให้เห็น่ขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูงที่ส่งเสียงก้องตามจังหวะก้าวเดินในมือถือกระเป๋าใบเล็กใบหนึ่ง
ชายหนุ่มมองตามจังหวะก้าวเดินของหญิงสาวนางนั้นที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เหล่าบอดิการ์ดของชายหนุ่มต่างจับตามองหญิงสาวคนนั้นอย่างระแวดระวังพร้อมกับมองไปรอบๆบริเวณคอยระวังภัยตามหลักสูตรที่ได้รับการฝึกฝนมา
จนกระทั่งหญิงสาวนางนั้นถูกชนเกือบจะล้มลงกับพื้นเสียงหวานใสร้องอุทานด้วยความเจ็บปนใ “อุ๊บบบบบ!!!!!”
ประสานกับเสียงของหญิงชราร่างใหญ่“โอ้ยยยยย!!!!!”
หญิงชราร่างใหญ่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าปอนลักษณะคล้ายคนจรไร้บ้านซึ่งมีเกลื่อนมหานครนิวยอร์กเดินพรวดพราดโผล่ออกมาจากซอยด้านข้างของร้านอาหารอย่างกะทันหันตัดหน้าหญิงสาวที่กำลังเดินผ่านหญิงชราล้มลงบนพื้น ตุบ!
หญิงสาวเซถลานิดหน่อยแต่ยังทรงตัวไว้ได้เมื่อเห็นหญิงชราถูกชนล้มลงไปกองอยู่บนพื้น เธอจึงทรุดตัวลงข้างๆหญิงชราเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เสียงหวานใสไถ่ถามหญิงชรารัวเร็วเป็ชุด “ขอโทษค่ะคุณป้าเจ็บตรงไหนบ้างคะ? ลุกไหวไหมคะ?”
“ป้าไม่เป็ไรมากหรอกจ้ะหนูเอ้อ...หนูช่วยพยุงป้าลุกขึ้นหน่อยนะ ป้าลุกเองไม่ค่อยไหวจ้ะ” หญิงชราตอบพร้อมกับยึดแขนของหญิงสาวพยุงตัวลุกจากพื้นพร้อมกับอาศัยจังหวะที่หญิงสาวช่วยพยุงตัวเองยืนขึ้นล้วงสเปรย์ที่ซุกซ่อนเอาไว้ในมือฉีดใส่ใบหน้าของหญิงสาวฟู่!
“อุ้ย! อะไรกันเนี่...” หญิงสาวอุทานไม่ทันจบประโยคก็หมดสติทันที
“ฮู่!” หญิงชรารับร่างของหญิงสาวที่หมดสติด้วยด้วยฤทธิ์สเปร์ยยาสลบกำลังจะล้มลงเธอโอบประคองหญิงสาวร่างบางไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับโบกมือส่งสัญญาณให้กับพรรคพวกที่รอคอยอยู่
ลึกเข้าไปในซอยเปลี่ยวไร้ผู้คนด้านข้างร้านอาหารอิตาเลียนซอยเดียวกับที่หญิงชราเดินออกมาชายกลุ่มหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าปิดมิดชิด ปกปิดใบหน้าด้วยหมวกไหมพรมสีดำเห็นเพียงดวงตา นั่งรออยู่ในรถตู้สีดำติดฟิล์มทึบจอดติดเครื่องยนต์อยู่อย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นหญิงชราฉีดสเปรย์ใส่หญิงสาวก็รีบเคลื่อนรถตู้มาจอดเทียบข้างหญิงชราและหญิงสาวทันที
ชายหนุ่มรูปหล่อหน้าร้านอาหารอิตาเลียนเห็นเหตุการณ์ลักพาตัวเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจึงสั่งบอดิการ์ดสั้นๆ “ช่วยผู้หญิงคนนั้นเร็ว!”
“แต่ว่าฝ่า...”บอดิการ์ดผู้มีาุโมากที่สุดเอ่ยแย้งด้วยกลัวว่าจะเป็แผนร้ายจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆที่หมายจ้องจะสังหารเ้านายของเขา แต่เมื่อเจอสายตาดุดันพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจของผู้เป็นายบอดิการ์ดนายนั้นจึงหุบปากทันทีพร้อมกับทำตามความประสงค์ของผู้เป็นายโดยไม่รอช้าแต่ก็ยังช้ากว่าผู้เป็นายที่ชักปืนออกจากซองข้างเอวยิงใส่กลุ่มโจรลักพาตัว “ปุ! ปุ! ปุ!”
“เฮ้ยยยยย!!!!!” กลุ่มโจรร้ายร้องอุทานด้วยความใพร้อมกับหันไปมองที่มาของะุสามนัดที่ฝังลงไปบนประตูรถ เฉียดชายสองคนที่ะโลงจากรถเพื่อรับตัวหญิงสาวในอ้อมแขนของหญิงชราทำให้พวกนั้นชะงักทันควัน
เมื่อเห็นว่าะุปืนมาจากชายกลุ่มหนึ่งที่หลบอยู่ด้านข้างของรถลีมูซีนคันใหญ่จอดอยู่หน้าร้านอาหารอิตาเลียนและอีกหลายกระบอกกำลังเล็งมาทางพวกตน แถมปากกระบอกปืนแต่ละกระบอกยังสวมที่เก็บเสียงไว้อีกด้วย
เมื่อถูกขัดขวางพวกนั้นจึงะโสั่งหญิงชราเป็ภาษาอาราบิคว่า “ทิ้งผู้หญิงไว้! รีบไปเร็ว!”
“ไม่ได้! ต้องพาเธอไปให้ได้” หญิงชราค้านเสียงแข็งด้วยภาษาเดียวกัน
“พาไปไม่ได้ไม่รู้ว่าพวกมันเป็ใคร พวกมันมีอาวุธอยู่ในที่กำบัง เราเสียเปรียบนะ!” เสียงเดิมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
ทำให้หญิงชราละล้าละลังเพราะ้าพาจะหญิงสาวไปด้วยให้ได้หนึ่งในกลุ่มโจรคนหนึ่งจึงผลักหญิงสาวในอ้อมแขนของหญิงชราลงบนพื้นแล้วคว้าแขนหญิงชราฉุดขึ้นรถหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลุ่มโจรลักพาตัวจากไปโดยทิ้งหญิงสาวเอาไว้ชายหนุ่มเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงยืนขึ้นแล้วเก็บปืนใส่ซองข้างเอวเอาไว้ดังเดิมพร้อมกับมองไปทางหญิงสาวที่ถูกทิ้งไว้
“ซาอิดไปพาเธอมาซิมาลิกนายรีบไปสำรวจดูยังมีพวกมันอยู่อีกรึเปล่า” เสียงห้าวกังวานของชายหนุ่มะโสั่งบอดิการ์ดของตนแล้วหันไปบอกกับผู้จัดการหนุ่มซึ่งเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยโคลัมเบียด้วยกันซึ่งแอบอยู่หลังเสาข้างประตูร้าน “มิทซ์โผล่หัวออกมาได้แล้ว พวกมันไปกันหมดแล้ว”
มิทซ์ผู้จัดการร้านอาหารซีซ่าั้แ่เห็นชายหนุ่มชักปืนยิงใส่เหล่าโจรลักพาตัวก็กระโจนเข้าไปแอบหลังเสาข้างประตูร้านพร้อมกับลูกจ้างของร้านที่ยืนรอส่งชายหนุ่มขึ้นรถอยู่หน้าร้านด้วยกันอย่างว่องไวยิ่งกว่าลิง
ส่วนลูกน้องในร้านไม่ต้องสั่งความกันมากเพียงแค่เห็นผู้จัดการหนุ่มรีบหลบหลังเสาเท่านั้นแหละพวกเขาก็รีบหลบทันทีเพราะร้านซีซ่ามีแขก VIPมาใช้บริการเป็ประจำ เหตุลอบฆ่าลอบสังหารจึงมีให้พวกเขาได้ตื่นเต้นเสมอ
ผู้จัดการสุดหล่อค่อยๆโผล่หน้าออกมามองเมื่อได้ยินเสียงรถวิ่งออกไป เมื่อเห็นเหตุการณ์สงบแล้วจึงค่อยๆเดินมาสมทบกับชายหนุ่ม
“โอ้! ขอบคุณพระเ้า ผมนึกว่าจะได้ไปหาท่านเร็วๆ ซะแล้วขอบคุณที่ยังไม่อยากเห็นหน้าตาอันหล่อเหลาบาดใจนางฟ้าของผม โอ้! ขอบพระคุณท่านมากครับ” เสียงห้าวอารมณ์ดีที่เอ่ยขอบคุณพระผู้เป็เ้าของผู้จัดการหนุ่มทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆหัวเราะไปตามๆ กัน
“มิทซ์แต่ถ้านายยังไม่หุบปากฉันจะส่งนายไปเฝ้าพระเ้าเร็วๆ” ชายหนุ่มบอกเพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้ในความอารมณ์ดีเกินใครของผู้จัดการหนุ่มปากมาก
“หึ!” มิทซ์จึงส่งค้อนให้ชายหนุ่มไปหลายๆ ทีพร้อมกับเอ่ยถามชายหนุ่มอย่างจริงจัง “อิสมินพวกมันเป็ใครกันน่ะ?แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร? มาเดินอยู่ข้างถนนคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ ทำไม?พวกมันเป็ศัตรูของนายรึเปล่า?”
คำถามเป็ชุดจากปากของผู้จัดการหนุ่มทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าอิสมินเกิดความเบื่อหน่ายในความปากมากของผู้จัดการหนุ่มอีกรอบ“เฮอะ!”
ซาอิดเดินไปอุ้มหญิงสาวจากพื้นฟุตบาทพาเข้าไปด้านในของร้านอาหาร
มิทซ์จึงรีบเดินตามไปสั่งการกับพนักงานในร้านทันทีชี้นิ้วไปที่โซฟารับแขกชุดใหญ่ที่มีโต๊ะกระจกวางขวางอยู่ “เอ้า! เอาโต๊ะออกเร็ว อย่ามัวยืนทื่อกันอยู่ซิซาอิดนายพาผู้หญิงคนนั้นมาไว้ที่โซฟาก่อน ส่วนนายโทรเรียกตำรวจที อย่ามัวชักช้าว่องไวกันหน่อยซิ”
มิทซ์บอกกับบอดิการ์ดร่างั์ที่อุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนเรียกอย่างคุ้นเคยก่อนจะหันไปสั่งกับพนักงานอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กับโทรศัพท์แต่ยังไม่ทันที่พนักงานคนนั้นจะโทรศัพท์ตามคำสั่งของผู้จัดการ ชายหนุ่มที่เดินตามบอดิการ์ดของตนเข้ามาก็ขัดขึ้นก่อน“ไม่ต้องโทรหรอก โทรไปก็เสียเวลา แล้วถ้าข่าวรั่วไปถึงหูพวกนักข่าวคงละเลงข่าวกันใหญ่โต จะทำให้เสียชื่อร้านซะเปล่าๆ”
“งั้นก็ได้”ผู้จัดการหนุ่มจึงพยักหน้ารับคำสั่งของชายหนุ่ม แล้วจึงหันไปสั่งพนักงานทันที“ไม่ต้องโทรแล้ว ไปหยิบมาตินนี่มาแล้วกัน อ้อ! แล้วบอกทุกคนด้วยว่าให้ปิดปากให้สนิทล่ะถ้าฉันรู้ว่าเื่ในคืนนี้รั่วไหลไปถึงหูคนนอกจากใครล่ะก็...คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นน่ะ”
สั่งเสร็จแล้วก็เดินมายืนอยู่ด้านหลังของชายหนุ่มซึ่งยืนดูบอดิการ์ดของตนกำลังวางหญิงสาวลงบนโซฟายาวปากก็บ่นพึมพำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หยุด “ให้ตายเถอะ..........”
ซาอิดวางหญิงสาวลงบนโซฟา เมื่อเ้านายของตนโบกมือให้ถอยห่างออกไปเพื่อจะได้เห็นหญิงสาวชัดตาเขาก็รีบถอยห่างออกมาทันที
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างๆหญิงสาวพร้อมกับรับสูทตัวยาวที่ผู้จัดการหนุ่มยื่นให้คลุมร่างหญิงสาวเอาไว้กันประเจิดประเจ้อแล้วเอื้อมมือไปปัดปอยผมสีบรอนซ์ที่ปรกหน้าของหญิงสาวออกเผยให้เห็นดวงหน้างดงามไร้เครื่องสำอางใดๆ แต่งแต้มเอาไว้ ชายหนุ่มถึงกับตะลึงในความงดงามของหญิงสาว
“โอ้! มิสมิยาโบวิทซ์นี่หว่า!เธอเป็อะไรมากป่ะ? เธอจะตายรึเปล่าอิสมิน?” เสียงห้าวอุทานสูงปรี๊ดจากผู้จัดการหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามทำให้ชายหนุ่มนามอิสมินหันไปมองอย่างรำคาญก่อนจะตอบ“จากที่เห็นเธอแค่สลบไปเท่านั้นเอง คงไม่เป็อะไรมากหรอกอีกซักพักเธอก็ตื่นเองแหละ มิทซ์นายรู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอ?” อิสมินถามพร้อมกับขมวดคิ้วนิดๆ ด้วยความสงสัย
มิทซ์จึงรีบอธิบายทันที “เอ่อ...คือมิสมิยาโบวิทซ์เป็แขกที่มากินข้าวกับองค์อัมมาน* พ่อของนาย ก่อนที่นายจะมาที่ร้านน่ะ นายไม่รู้จักเธอรึ?”
*(กษัตริย์อัมมาน อัลลา ซาลาฮาดีนพระประมุขผู้ปกครองประเทศเอจา ประเทศเล็กๆ ในตะวันออกกลางที่ร่ำรวยไปด้วยน้ำมัน)
คำอธิบายพร้อมคำถามจากเพื่อนรักทำให้คิ้วเข้มของเ้าชายอิสมินซึ่งมีฐานันดรศักดิ์เป็เ้าชายรัชทายาทของประเทศเอจาพระโอรสพระองค์เดียวของกษัตริย์อัมมานและราชินีชารีน่าขมวดยิ่งขึ้นพร้อมกับถามย้ำว่า “แขกของเสด็จพ่อ?”
สำหรับเ้าชายอิสมิน อัลลา ซาลาฮาดีนผู้หวงพระบิดาดั่งจงอางหวงไข่ั้แ่ทรงสูญเสียพระมารดาราชินีชารีน่า อัลลาซาลาฮาดีนไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อตอนพระองค์อายุเพียง 7 ปีการพบกันระหว่างพระบิดาของพระองค์เองกับหญิงสาวสวยงดงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อนย่อมสร้างความสงสัยให้เ้าชายอิสมินยิ่งนัก
“ใช่แล้วล่ะ อ้าว นี่นายไม่รู้รึว่าพ่อนายนัดกินข้าวกับผู้หญิงคนนี้น่ะ?ฉันเห็นพ่อนายสนิทสนมกับเธอมากๆ เลยนะ เป็ไปได้ยังไงกันที่นายไม่รู้จักเธอ?”มิทซ์รีบตอบแล้วถามทันทีเมื่อเห็นเ้าชายอิสมิน อัลลา ซาลาฮาดีนซึ่งเป็เพื่อนรักกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาโคลัมเบียทำท่าว่าไม่รู้จักหญิงสาวคนนี้
สายตาของเ้าชายอิสมินจับจ้องหญิงสาวที่นอนสลบหลับใหลไม่ได้สติบนโซฟายาวอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณาแขกสาวสวยของพระบิดามีรูปร่างแบบบางผิวขาวผุดผ่องอมชมพูเนียนละเอียดอย่างไม่เคยต้องแสงแดดผมบรอนซ์ยาวสลวยแผ่สยายเต็มหมอนอิงที่หนุนศีรษะเอาไว้ใบหน้างดงามดั่งจิตกรฝีมือเอกของโลกปั่นแต่งยังไม่งดงามเท่า คิ้วโค้งดั่งคันศรดวงตาหลับพริ้มละไม จมูกโด่งงดงาม ริมฝีปากบางสีแดงสดดั่งกลีบกุหลาบแก้มแดงระเรื่อด้วยเืฝาดเป็สีชมพูจางๆ ตามธรรมชาติ
เ้าชายอิสมินมองหญิงสาวอย่างครุ่นคิดเพราะรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยพบหญิงสาวคนนี้ที่ไหน ก็สาวงามขนาดนี้ ไม่มีทางที่พระองค์ผู้มีสติปัญญาเป็เลิศจะจดจำไม่ได้ต่อให้พบกันเพียงครั้งเดียวก็ย่อมจำได้แม่นยำ
เขาหันไปสบตากับเพื่อนรักรักแล้วตอบด้วยสายตาดุๆ“ฉันรู้แต่ว่าเสด็จพ่อมีนัดดินเนอร์กับซีอีโอไฮเทคคอร์ป* แล้วฉันก็ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้เลย ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนด้วย ถ้าฉันเคยพบกับเธอฉันต้องจำได้ซิเสด็จพ่อไม่ได้นัดไว้กับซีอีโอของไฮเทคคอร์ปหรอกรึ?เพราะวันนี้ท่านมีนัดดินเนอร์กับซีอีโอของไฮเทคคอร์ปนะตามที่ฉันได้ยินมาน่ะมิทซ์นายเล่ามาให้ละเอียดนะ เอาแต่เนื้อๆ นะ น้ำไม่ต้อง!”
*(ไฮเทคคอร์ปเป็กลุ่มบริษัทคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดาวเทียมชั้นนำที่ล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้)
มิทซ์สบตาดุๆ จึงรีบเล่าให้ฟังโดยเร็ว“คือพ่อนายมาที่ร้านั้แ่ก่อนหกโมงเย็น ขอใช้ห้องไดมอน* บอกว่ามีนัดกับมิสมิยาโบวิทซ์ตอนหกโมงเย็น สั่งให้ฉันเตรียมอาหารให้ แล้วพอซักหกโมงตรงมิสมิยาโบวิทซ์เธอก็มาที่ร้านขอพบกับพ่อนายตามนัด พอมิสมิยาโบวิทซ์เข้าไปพบพ่อนายแล้ว ท่าทางสนิทสนมกันมากเลยล่ะฉันกะพวกพนักงานคนอื่นๆ ก็ถูกระเห็จออกมานอกห้องจนทุ่มตรงถึงได้ให้ฉันยกอาหารเข้าไปได้แล้วพอสองทุ่มพ่อนายรับประทานเสร็จแล้วมิสมิยาโบวิทซ์เธอก็กลับไปหลังจากมิสมิยาโบวิทซ์กลับไปแล้วนายก็มาถึงตอนสองทุ่มครึ่งแล้วพ่อนายไม่ได้บอกรึว่าท่านนัดกับมิสมิยาโบวิทซ์น่ะ?”
*(ห้องอาหารส่วนตัวห้องหนึ่งในร้านอาหารซีซ่าแยกเป็สัดส่วน ตกแต่งหรูหรา สำหรับแขกที่้าความเป็ส่วนตัว)
คำบอกเล่าของเพื่อนรักทำให้เ้าชายอิสมินยิ่งมีหน้าตางุนงงมากขึ้นไปอีกเขาถามเพื่อนรักปากมากอีกครั้ง“แล้วซีอีโอของไฮเทคคอร์ปล่ะไม่ได้มาที่นี่หรอกรึ?”
“ฉันไม่เห็นซีอีโอไฮเทคคอร์ปเลยนะนอกจากมิสมิยาโบวิทซ์นี่แหละที่กินข้าวกับพ่อนายน่ะแต่เื่อื่นเกี่ยวกับมิสมิยาโบวิทซ์ฉันไม่รู้หรอก เพิ่งจะได้พบเธอก็วันนี้แหละ ฉันก็เลยไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร?บ้านช่องห้องหออยู่ที่ไหน? ทำงานอะไร? แต่งงานหรือยัง? อันนี้ฉันว่าคงยังนะเพราะที่นิ้วนางของเธอยังว่างอยู่แต่เธอไม่ใช่ซีอีโอของไฮเทคคอร์ปแน่ๆ เพราะฉันรู้จักกับซีอีโอของไฮเทคคอร์ปน่ะซิซีอีโอของไฮเทคคอร์ปน่ะเป็ตาแก่เื่มากจู้จี้จุกจิกขอแถมนิดนึงหัวล้านมันเลื่อมสะท้อนแสงอาทิตย์แสบตายิ่งกว่ากระจกซะอีกชอบมากินข้าวที่ร้านฉันบ่อยๆ เื่อื่นถ้านายอยากรู้ก็ไปถามพ่อนายเอาเองเถอะ”มิทซ์ตอบย้ำพร้อมอธิบายยืดยาว
“ซีอีโอไฮเทคคอร์ปฉันก็รู้จักโว้ย! ฉันต้องถามพ่อชั้นแน่ๆแต่ไม่ใช่คืนนี้ เพราะดึกดื่นป่านนี้เสด็จพ่อคงจะหลับไปแล้วและอีกอย่างพรุ่งนี้เช้าเสด็จพ่อก็จะกลับเอจาั้แ่เช้าก็คงต้องรอถามเอาวันหลังแหละ” เ้าชายอิสมินตอบเพื่อนรัก แล้วก็ครุ่นคิดเมื่อได้ฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากเพื่อนรักนอกจากชื่อของหญิงสาวผู้เป็แขกปริศนาของพระบิดาก็ไม่มีข้อมูลอื่นที่จะทำให้ทราบเกี่ยวกับเ้าหล่อนเลยเขาจึงหันไปถามเหล่าองครักษ์ทันที “พวกนายพอจะรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร?”
ถามแล้วก็มองไล่เรียงเหล่าองครักษ์ทีละคนแต่ก็ไม่มีใครซักคนให้คำตอบได้
เหล่าองครักษ์ต่างก็มีสีหน้างุนงงไม่แพ้กันก่อนจะตอบอย่างจนปัญญา“พวกเราไม่ทราบครับ”
แล้วสายตาของเ้าชายหนุ่มก็สะดุดเข้ากับกระเป๋าถือใบเล็กดีไซน์เก๋ไก๋สีเดียวกับชุดของหญิงสาวในมือขององครักษ์นายหนึ่ง
“ราอูลเอากระเป๋ามาดูซิ”
เขาสั่งแล้วยื่นมือไปรับมาแล้วเปิดออกเทสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าใบเล็กลงบนโต๊ะใกล้ตัวในกระเป๋าใบน้อยมีเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กดีไซน์เรียบง่ายสีเงินแต่ราคาไม่เล็กหนึ่งเครื่องเงินสดจำนวนหนึ่งเครดิตการ์ดหนึ่งใบของธนาคารแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งมีชื่อเสียงมากทางด้านเป็แหล่งเก็บทรัพย์สินของมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยทั้งหลายของโลกและก็เป็หนึ่งในธนาคารที่ราชวงศ์อัลลา ซาลาฮาดีนแห่งเอจา ใช้บริการเป็ประจำกับคีย์การ์ดโรงแรมแกรนด์เอจา*หนึ่งใบ
*(โรงแรมหรูห้าดาวหนึ่งในธุรกิจส่วนตัวของเ้าชายอิสมินอัลลา ซาลาฮาดีน)
มือใหญ่จับโทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยพลิกไปมาแต่ไม่สามารถกดดูได้เพราะถูกเข้ารหัสไว้ จึงหยิบเครดิตการ์ดขึ้นมองบนเครดิตการ์ดพิมพ์ชื่อเ้าของบัตรเอาไว้ว่า ‘Ms. LeAMiyabovitz’ (LeA อ่านว่า ลีอา)
จึงส่งเครดิตการ์ดให้กับองครักษ์แล้วสั่งว่า “ซาอิดนายดูชื่อบนเครดิตการ์ดนี่แล้วหาประวัติของเธอมาฉันอยากรู้ว่าเธอเป็ใคร”
“ครับ” หัวหน้าองครักษ์ซาอิดรับเครดิตการ์ดจากเ้าชายอิสมินมาดูพร้อมกับล้วงเอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปเครดิตการ์ดใบนั้นแล้วจึงส่งคืนให้กับเ้านายเ้าชายอิสมินรับเครดิตการ์ดคืนจากองครักษ์แล้ววางไว้ตามเดิม แล้วหยิบคีย์การ์ดโรงแรมแกรนด์เอจาขึ้นมอง
“เอ่อ...ฉันว่ามิสมิยาโบวิทซ์คงจะพักอยู่โรงแรมของนายมั้ง?” เสียงมิทซ์แทรกขึ้นเมื่อเห็นคีย์การ์ดในมือของเพื่อนรัก
คิ้วเข้มที่ขมวดเป็ปมก็ค่อยๆ คลายออกพร้อมกับความคิดที่แล่นวาบขึ้นมาทันควัน จึงหันไปสั่งมิทซ์และเหล่าองครักษ์อย่างรวดเร็ว“เื่ที่เกิดขึ้นในคืนนี้อย่าให้รั่วไหลไปถึงหูคนนอกนะ เข้าใจใช่ไหม?”
“ครับ”
“ได้ตามที่นาย้าเลยครับคุณเ้าชาย”
เสียงประสานจากเหล่าองครักษ์และมิทซ์ขานรับคำสั่งทันทีแล้วมิทซ์ก็หันไปกำชับพนักงานคนอื่นตามความประสงค์ของเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว“พวกนายต้องรูดซิปปากให้ดีๆ ล่ะ”
เขาสั่งพลางทำท่ารูดซิปปากไม่พอยังทำท่านิ้วปาดคอขู่อีกด้วย ทำให้พวกพนักงานพากันพยักหน้าหงึกๆ “ครับๆ”
เ้าชายอิสมินส่งสายตาดุๆ ให้เพื่อนรักก่อนจะเก็บสรรพสิ่งที่เทออกมาลงกระเป๋าใบน้อยตามเดิมแล้วส่งให้องครักษ์รับไป
เ้าชายอิสมินมองหญิงสาวอีกครั้งแล้วช้อนร่างบางงดงามไว้ในอ้อมแขนอุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินไปยังลีมูซีนคันหรูอย่างรวดเร็วทำให้องครักษ์ที่ยืนอารักขาอยู่ใกล้ๆต้องวิ่งตามโดยเร็ว
“เฮ้ยยยยย!!!!!!แล้วนั่นนายจะทำอะไรน่ะ? นายจะพามิสมิยาโบวิทซ์ไปไหน?” มิทซ์รีบวิ่งตามมาถามอยู่ข้างรถหน้าตาเลิ่กลั่กกับการกระทำของเพื่อนรัก
เ้าชายอิสมินวางร่างบางงดงามของหญิงสาวบนเบาะที่นั่งจัดท่านอนและเสื้อผ้าคลุมทับด้วยสูทที่ห่มให้เมื่อครู่ให้เรียบร้อยแล้วจึงก้าวเข้าไปนั่งในรถเคียงข้างหญิงสาวซึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นจากหลับใหลเลยซักนิดเขาหันไปตอบคำถามของเพื่อนรัก “ฉันจะพาเธอกลับไปโรงแรมกับฉันน่ะซิ ก็ในเมื่อนายคิดว่าเธอพักที่นั่นอยู่แล้ว ฉันก็พาเธอไปด้วยนายจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาที่อยู่ของเธอแล้วพาเธอไปส่งยังไงล่ะ ไม่ดีรึไง?”
มิทซ์จ้องหน้าเพื่อนรักแล้วถามเบาๆหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างไม่ไว้วางใจเพราะความเป็คาสโนว่าของเพื่อนรักติดอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ “พาเธอไปส่งแน่นะ?แล้วนายไม่ไปหาเอ?...ชื่ออะไรน้า?...คนล่าสุดของนายน่ะ? ฉันก็จำชื่อไม่ได้ด้วยซินัดกันไว้ไม่ใช่เหรอ?”
เ้าชายอิสมินไม่ตอบคำถามของเพื่อนรักปากมากเพียงยักคิ้วให้แล้วเซย์กูดไนท์“กูดไนท์มิทซ์ ยืมสูทของนายไปก่อนนะ พรุ่งนี้ฉันค่อยให้คนเอามาคืนเจอกันพรุ่งนี้นะ บ๊าย บาย”
“กูดไนท์อิสมิน แล้วคุยกับเธอดีๆ ล่ะ เธอเป็ใครยังไม่รู้แต่ท่าทางพ่อนายจะให้เกียรติเธอมากนะเดี๋ยวนายโดนพ่อยำเละแล้วจะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ” มิทซ์เซย์กูดไนท์ตอบพร้อมทั้งเตือนเพื่อนรักซึ่งมีท่าทีไม่ค่อยถูกชะตาหญิงสาวมากเพราะเ้าหล่อนดันเข้ามาเกี่ยวข้องกับพระบิดาของผู้เป็เพื่อนรัก
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ