บทที่ 10
ขับไล่ถังรั่ว
สามคนแม่ลูกช่วยกันทำความสะอาดบ้านเช่าหลังใหม่ ถัง หลี่มี่ออกไปซื้อผ้านวม หมอน และเครื่องครัวอีกเล็กน้อย อุปกรณ์ที่ทำจากเหล็กมีราคาแพงมาก นางจึงซื้อหม้อหนึ่งใบ โชคดีที่บ้านเช่ามีเตาไฟ นางจึงประหยัดเงินไปส่วนหนึ่ง ก่อนกลับนางมอบเงินให้มารดานำไปซื้ออาหารเย็น และอาหารเช้า
กว่าถังหลี่มี่จะกลับถึงบ้านก็เป็ยามเว่ย ถังลี่อิงได้ยินเสียงรถเข็น นางรีบวิ่งไปหน้าบ้านด้วยความร้อนใจ
“ท่านพี่! เหตุใดท่านจึงกลับมาช้าเช่นนี้ ข้าตั้งใจจะออกไปตามหาท่านอยู่แล้วเชียว” ถังลี่อิงรีบเข้าไปสำรวจพี่สาว ว่ามีส่วนใดสึกหรอหรือไม่ ปกติพี่สาวนางจะขายของเสร็จไม่เกินยามอู่[1] แต่วันนี้ล่วงเลยมาถึงยามเว่ย[2]
ถังหลี่มี่ถอนหายใจ “วันนี้เกิดเื่ขึ้นมากมาย” จากนั้นนางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้น้องสาวฟัง ั้แ่เื่การค้ากับเหล่าหลี เื่ที่จะให้ลี่อิงไปขายของที่ตลาดท่าเรือแทนเป็เวลาสองเดือน เื่ที่ท่านแม่ถูกขายไปเป็ทาส
“วันนี้มันวันเฮงซวยอะไรกัน! ข้าไม่คิดเลยว่าในหนึ่งวัน ชีวิตคนจะวุ่นวายได้ขนาดนี้!” พี่สาวรับมือกับสถานการณ์ดีร้ายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ถ้าเป็นางต้องทำตัวไม่ถูกเป็แน่
“แล้วถังรั่วไปไหน? ทำไมไม่อยู่ช่วยเ้าจัดการเื่ในบ้าน?” ถัง หลี่มี่เข็นรถเข้าไปในบ้าน นางจัดการล้างถังและหม้อที่ใส่น้ำเต้าหู้ไปขาย
ถังลี่อิงช่วยพี่สาวล้างข้าวของ ปากก็พูดฟ้องเื่น้องสาวคนเล็ก “นางขลุกอยู่กับถังอวี้ที่บ้านใหญ่ั้แ่เช้าแล้วเ้าค่ะ! ไม่เคยช่วยข้าดูแลงานบ้านเลย นางกลับมาเอาแผ่นแป้งกับน้ำเต้าหู้แล้วก็ไป! เลี้ยงไม่เชื่องเลยจริง ๆ!”
“หากนางไม่ช่วยทำงานบ้าน ต่อไปก็ไม่ต้องให้อาหารนาง เป็ดไก่กินแล้วยังออกไข่ให้เกิดประโยชน์ นางเป็คนแท้ ๆ เหตุใดทำตัวไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าเป็ดไก่!” ถังหลี่มี่โมโหน้องสาวคนเล็ก นางเคยเห็นถังรั่วนำของกินในบ้านไปให้ถังอวี้และถังซุนกิน
“ดีแล้วเ้าค่ะ! นางคิดได้ยังไง เห็นน้ำเน่า ๆ ข้นกว่าเื! ชิงชังแม้กระทั่งมารดาตัวเอง วัน ๆ พร่ำพูดแต่เื่แต่งงานกับบุรุษเมืองหลวง ในหัวของพวกนางคิดจะกินแต่บุรุษ ไม่คิดหาเงินเลี้ยงชีพ!” ถังลี่อิงเบะปากเมื่อกล่าวถึงเื่น้องสาว และบุตรสาวของมารดาเลี้ยง
“พี่จะเริ่มแกะสลัก เ้าคอยดูไว้ อย่าให้ใครมารบกวน งานนี้เป็งานเร่ง พี่ต้องใช้สมาธิ” ถังหลี่มี่ยกลังไม้ไปหลังบ้าน เพื่อเริ่มงานแกะสลัก
“ท่านพี่โปรดวางใจ ข้าจะไม่ให้ผู้ใดมารบกวน!” ตอนนางได้ยินว่าแกะสลักด้ามปืนหนึ่งอันได้เงินห้าร้อยอีแปะ นางแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แกะสลักไม้ท่อนเล็ก ๆ หนึ่งอันได้เงินเยอะขนาดนั้นเชียว! ท่านพี่ขายของสองวันยังไม่ได้จับเงินจำนวนนี้เลย
ถังหลี่มี่ทำงานแกะสลักไม้อยู่ที่ลานหลังบ้านอันเงียบสงบ นางใช้ถ่านวาดลวดลายตามแบบร่างที่เหล่าจางนำมาให้ นางเริ่มใช้ซิ่วแกะสลักตามรอยวาด ไม้ที่เหล่าจางนำมาให้แกะสลักง่ายกว่าที่คิด เพียงหนึ่งชั่วยาม ด้ามปืนแกะสลักลายเหยี่ยวก็เสร็จสิ้น
นางลุกขึ้นบิดเอวไปมาคลายความเมื่อยขบ ตอนนี้เป็ยามโหย่ว[3] แสงสว่างในยามกลางวันเลือนหาย ถังหลี่มี่กลับเข้าบ้านเพื่อทำอาหารให้น้อง ๆ
“ข้าหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว! ท่านพี่หายหัวไปไหนมา ข้าจะไปตามท่านที่หลังบ้าน ท่านพี่ลี่อิงก็ไม่ยอม! ข้าไปทำอะไรพวกท่านขุ่นเคืองกัน แม้แต่ข้าวก็จะไม่ให้ข้ากินแล้ว!” ถังรั่วโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง นางได้รับคำสั่งจากท่านพี่ถังอวี้ ให้นำอาหารเย็นไปแบ่งกันกินที่บ้านใหญ่
“ข้าบอกให้เ้าหุบปากไง! นางน้องสารเลว!” ถังลี่อิงพยายามปิดปากน้องสาว ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา
ถังลี่อิงทำอาหารไม่เก่ง นางทำได้แต่แผ่นแป้งและน้ำเต้าหู้ ไข่ต้ม ไข่ทอด ที่เป็ของง่าย ๆ ถังหลี่มี่เองก็ทำอาหารไม่เก่ง นางทำเป็เพียงไม่กี่อย่าง แต่ละอย่างล้วนไปถามสูตรจากท่านย่า
ตระกูลถังมีบ้านเดิมอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน เป็บ้านเก่าของท่านปู่ท่านย่า ต่อมาบุตรชายสองคนคือท่านพ่อและท่านลุงรองย้ายออกมาอยู่กันเอง ส่วนลุงใหญ่อาศัยบ้านเดิมกับท่านปู่ท่านย่า และเลี้ยงดูสองผู้เฒ่า ท่านพ่อและลุงรองให้เงินท่านปู่ท่านย่าเดือนละหนึ่งตำลึง ถือเป็เงินจำนวนไม่น้อย สองผู้เฒ่าสามารถกินอาหารดี ๆ ได้ตลอดทั้งเดือน
“พอได้แล้ว!” ถังหลี่มี่ยกมือทุบโต๊ะกินข้าวตัวเก่า “ทะเลาะกันกันเพราะเื่ของกิน! น่าละอายใจยิ่งนัก”
ถังรั่วเห็นพี่สาวใหญ่มาแล้ว นางรีบแผดเสียงใส่ทันที “พี่ใหญ่! ท่านหายหัวไปไหนมา? ปล่อยข้าหิวจนแสบท้องไปหมด”
ถังรั่วลอยหน้าลอยตาพูด ทันใดนั้น ความรู้สึกเจ็บแปลบเข้าจู่โจมที่แก้มซ้าย พร้อมเสียงฝ่ามือกระทบผิวหน้า
“เพี๊ยะ!”
“เหิมเกริม! ทำตัวใหญ่คับบ้าน! คิดว่าข้าไม่กล้าสั่งสอนเ้ารึ!? หากไร้ซึ่งความรักความเคารพในตัวข้า ก็เชิญเ้าไปอยู่กับบ้านใหญ่ ไปอยู่กับมารดาที่เ้าเคารพรัก ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกัน หากเ้าไม่มีอาหารเช้าเย็นไปประเคนให้ ประตูบ้านใหญ่ยังจะเปิดรับเ้าอยู่หรือไม่!” ถังหลี่มี่ตบหน้าน้องสาวคนเล็ก นางใส่แรงทั้งหมดที่มี ใบหน้าขาวเนียนของถังรั่วแดงก่ำ เป็รอยฝ่ามือครบห้านิ้ว
“นี่! นี่ท่านกล้าตีข้ารึ! ท่านมีสิทธิ์อะไร!?” ถังรั่วกุมใบหน้าตัวเอง นางไม่เคยเจ็บเท่านี้มาก่อน นางถูกเลี้ยงดูโดยมารดาเลี้ยงก็จริง แต่ไม่เคยถูกตีมาก่อน
“มีสิทธิ์อะไร? ก็สิทธิ์ที่หาเลี้ยงเ้ามาั้แ่ข้าจำความได้อย่างไรเล่า! หรือข้าใช้สิทธิ์ไม่ได้!” ถังหลี่มี่หมดอารมณ์จะทำอาหาร วันนี้คงต้องต้มไข่กินกับโจ๊กข้าวโพดต้ม
“ท่านจะเอาเื่นี้มาเรียกร้องจากข้ารึ!?”
ถังลี่อิงทนไม่ไหว นางวิ่งไปตักน้ำเย็นมาสาดใส่ถังรั่วเต็ม ๆ
“อ๊าย! นี่พวกท่านรวมหัวกันรังแกข้า! พวกท่านกล้าดียังไง ข้าเพียงอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มันผิดนักหรือ? พวกท่านล้วนจมปรักอยู่กับการค้าต้อยต่ำ พี่ใหญ่! ท่านคิดจริงหรือ แค่ขายน้ำเต้าหู้กับแผ่นแป้งมันจะทำให้ชีวิตท่านดีขึ้นมาได้” ถังรั่วรังเกียจคำว่าแม่ค้าเหลือเกิน แค่ได้ยินก็ได้กลิ่นความจน!
ถังหลี่มี่เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน “แล้วการที่เ้านั่งฝันนอนฝันเื่บุรุษรูปงาม มันทำให้ชีวิตเ้าสูงส่งขึ้นมารึไงกัน!?”
“นี่ท่าน!” ถังรั่วเถียงไม่ออก นางเห็นพี่ถังอวี้อยู่แต่ในห้อง วัน ๆ กินนอน แต่งตัวสวย ๆ มิหนำซ้ำยังได้ทาครีมราคาแพง นางเองก็ใฝ่ฝันจะมีชีวิตเช่นนั้นเหมือนกัน
“ข้าไม่อยากเห็นหน้าเ้า จะไปไหนก็ไป!” ถังหลี่มี่ไล่น้องสาวคนเล็ก ก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำอาหารเย็น
นางเปิดตู้กับข้าว ด้านในเหลือเสบียงไม่มากแล้ว วันนี้มีเื่ยุ่งเกิดขึ้นมากมาย นางลืมเื่ซื้อเสบียงมาเสียสนิท หลังจากตรวจดู พบว่าเหลือแป้งข้าวโพดประมาณหนึ่งจิน[4] ข้าวสาลีไม่ถึงจิน ไข่ไก่ห้าฟอง ปลาแห้งอีกเล็กน้อย
ถังหลี่มี่ลงมือก่อไฟ ต้มน้ำจนเดือดร้อนก่อนจะใส่แป้งข้าวโพดลงไปต้ม นางนำไข่ไก่สามฟองมาตุ๋นจนฟูล้นถ้วย สุดท้ายนางนำปลาแห้งออกมาต้มซุปไว้ซดร้อน ๆ
ตอนแรกตั้งใจเพียงต้มไข่ แต่หลังจากไล่ถังรั่วออกไป อารมณ์ขุ่นมัวของนางจึงดีขึ้น “ลี่อิง กินข้าว”
“พี่ใหญ่ ถังรั่วร้องไห้วิ่งกลับบ้านใหญ่ไปแล้ว ท่านว่าคนพวกนั้นจะให้ข้าวนางกินหรือไม่” ถังลี่อิงนั่งลงตรงข้ามพี่ใหญ่ นางมองอาหารตรงหน้า ช่างน่ากินเหลือเกิน ความฝันของถังลี่อิงเรียบง่ายกว่าถังรั่วมาก นางขอแค่มีอาหารกินอิ่มท้องทุกมื้อเท่านั้นก็พอใจแล้ว
“ตอนนี้ท่านพ่อยังไม่กลับ แม่เลี้ยงของพวกเราไม่จำเป็ต้องเล่นบทแสนดี นางไม่ให้ถังรั่วเปลืองเสบียงของนางหรอก กินกันเถอะ วันนี้มีอาหารสำหรับสองคน ไม่ต้องเก็บไว้ให้นาง ข้าปล่อยปละละเลยถังรั่วเกินไป นางจึงเอาเวลาไปเสียกับเื่เพ้อฝันไร้สาระ”
“เช่นนั้นดียิ่ง!” ถังลี่อิงกินข้าวเย็นอย่างมีความสุข “พรุ่งนี้ข้าต้องออกไปขายของใช่หรือไม่ งั้นก็มีเพียงถังรั่วที่ออกไปเก็บผักป่ามาให้หมู เช่นนั้น… ซื่อเหนียงนางจะยอมหรือเ้าคะ?”
“นางไม่พอใจ เดี๋ยวก็มาโวยวายกับข้าเอง ข้าให้เงินนางสักสามสิบอีแปะ คงพอปิดปากได้ เ้าออกไปขายของอย่างสบายใจเถอะ อย่าคิดมาก เวลาเป็เงินเป็ทอง จริงซิ! วันนี้ซื่อเหนียงไปไหน? นางไม่มาเก็บส่วยแล้วหรือ? ครั้งแรกเลยนะที่นางมาไม่โผล่หัวมา” ปกติต่อให้ถังหลี่มี่กลับเย็นแค่ไหน ซื่อเหนียงจะปักหลักรอจนกว่าจะได้เงินกลับไป
“ข้าเองก็ไม่เห็นนางั้แ่เช้า ถังซุนคงไม่ก่อเื่อีกนะ!” ถังลี่อิงขมวดคิ้วชนกัน ถังซุนเป็นักสร้างเื่ บุตรชายคนเดียวของบ้านสามเป็พวกเอาแต่ใจ ติดทั้งการพนันและสตรี หาดีไม่ได้ ทั้งที่เป็เพียงคนเดียวในบ้านที่ได้เข้าเรียนสำนักศึกษา
“มิใช่ว่าผลาญเงินที่ท่านพ่อหามาได้จนหมดอีกหรอกนะ!” คราวก่อนท่านพ่อออกเรือไปเป็เดือน กลับมาร่างกายผอมลงมาก ปลาที่หามาได้ถูกขายและแบ่งเงินกับท่านลุงอีกสองคน ท่านพ่อยังไม่ทันได้จับเงิน นักเลงที่บ่อนก็มาตามทวงที่ตลาดปลา คว้าเงินไปต่อหน้าต่อตา
ท่านพ่อโกรธมาก ลงมือทุบตีถังซุนด้วยตัวเอง แต่ถูกซื่อเหนียงขอร้อง ถังซุนจึงรอดตัวมาได้ แต่เขายังไม่เปลี่ยนนิสัยล้างผลาญ
“หากเป็เช่นนั้น ต่อให้ซื่อเหนียงขอร้อง คราวนี้ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่า” ถังลี่อิงเริ่มเบิกบานใจ ความพินาศของซื่อเหนียงและบรรดาลูก ๆ ของนาง คือความสุขของถังลี่อิง
“ช่างพวกนางไปเถอะ เอาเวลามาคิดเื่ทำงานหาเงิน ยังจะเกิดประโยชน์กับพวกเรามากกว่า”
ถังลี่อิงพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่สาว นางเลิกสนใจเื่บ้านใหญ่ แล้วตั้งใจฟังพี่สาวสั่งสอนเื่ค้าขาย นางเคยไปช่วยพี่สาวขายของที่ตลาดท่าเรือ แต่ไม่บ่อยนัก ถือว่าแทบไม่มีประสบการณ์
[1] ยามอู่ = 11.00 – 12.59 น.
[2] ยามเว่ย = 13.00 – 14.59 น.
[3] ยามโหย่ว = 17.00 - 18.59 น.
[4] 1 จิน เท่ากับ ครึ่งกิโลกรัม