บทที่ 4: นักบัญชีตัวน้อยกับแขกไม่ได้รับเชิญ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในครัวของภัตตาคารัทอง เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!
"ท่านพ่อ... เมื่อไหร่ข้าจะได้หยุดขัดหม้อแล้วไปฝึกวิชา?" เสียงบ่นกระปอดกระแปดดังมาจากมุมห้อง
หยางเจียน อดีตแม่ทัพ์ผู้เกรียงไกร นั่งยองๆ อยู่หน้ากะละมังใบใหญ่ มือเล็กๆ ที่เคยถือกระบี่สั่งการกองทัพนับแสน บัดนี้กำลังกำฝอยขัดหม้อ ขัดคราบไหม้ก้นกระทะอย่างขะมักเขม้น ใบหน้ามอมแมมเปื้อนเขม่าดำ
"การขัดหม้อคือรากฐานของการฝึกจิต..." หลินฟานตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเขียง เขากำลังหั่นหัวไชเท้าด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเป็เงาซ้อน "เ้าเห็นคราบไหม้นั่นไหม? จงจินตนาการว่ามันคือศัตรู ใช้แรงข้อมือควบคุมทิศทาง อย่าใช้แต่แรงควาย... นั่นแหละ เคล็ดวิชา 'กระทะเหล็กสะท้านภพ'"
"ท่านมั่ว!" หยางเจียนแหว "ท่านแค่ี้เีขัดเอง!"
"จุ๊ๆ อย่าเสียงดัง เดี๋ยวเจ๊หงส์ได้ยิน นางจะหักค่าแรงเรานะ" หลินฟานขู่
ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากหน้าร้าน
"เฮ้ย! เถ่าแก่เนี้ยอยู่ไหม! ออกมาต้อนรับพี่ใหญ่ของพวกข้าหน่อยเร็ว!"
เสียงถีบประตูร้านดัง ปัง! จนลูกค้าที่กำลังนั่งจิบน้ำชายามเช้าสะดุ้งโหยง
หลินฟานวางมีดลง "ดูเหมือนงานจะเข้าแล้ว... ไปดูกันเถอะลูกชาย"
...
หน้าร้านภัตตาคารัทอง บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันตา ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ 5-6 คน สวมชุดหนังเสือคาดดาบเล่มโต ยืนกร่างอยู่กลางร้าน หัวหน้าของพวกมันคือชายหน้าบากที่มีรอยสักรูปพยัคฆ์ที่แขนขวา 'เสือดำ' หัวหน้าแก๊งคุมถิ่นแถบนี้
"ค่าคุ้มครองเดือนนี้... เพิ่มขึ้น 2 เท่า" เสือดำประกาศเสียงดัง พลางกระแทกดาบลงบนโต๊ะไม้สักจนเป็รอย
เจ๊หงส์เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ใบหน้างดงามยังคงยิ้มแย้ม แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา "พี่เสือ... เราเพิ่งจ่ายไปเมื่อต้นเดือนนี่นา ธุรกิจ่นี้ก็ไม่ได้ดีอะไร ท่านจะมารีดเืกับปูหรือ?"
"ข้าไม่สน!" เสือดำตวาด "ได้ข่าวว่าเมื่อวานมีขอทานทำซุปสูตรใหม่อร่อยเหาะ ลูกค้าแน่นร้าน วันนี้ข้าเลยต้องมาขอส่วนแบ่งเพิ่ม... จ่ายมาซะดีๆ 50 ตำลึงเงิน ไม่อย่างนั้นข้าจะพังร้าน!"
ลูกค้าในร้านต่างพากันตัวสั่นงันงก ไม่มีใครกล้าสบตาพวกมัน
"ช้าก่อน..."
เสียงเล็กๆ แหลมๆ ดังขึ้นจากมุมร้านที่มืดสลัว
ทุกคนหันไปมอง พบเด็กชายตัวผอมแห้งคนหนึ่ง อายุไล่เลี่ยกับหยางเจียน สวมหมวกบัณฑิตเก่าๆ ที่ใหญ่เกินหัว ใส่เสื้อผ้าปะชุนหลายชั้น นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ขาแกว่งไปมาไม่ถึงพื้น มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างดีดลูกคิดรางจิ๋วอย่างคล่องแคล่ว
"ตามกฎหมายอาญาแผ่นดิน มาตราที่ 34 วรรค 2... การข่มขู่รีดไถทรัพย์สินผู้อื่น มีโทษจำคุก 5 ปี หรือโบย 50 ที" เด็กน้อยขยับแว่นสายตาที่ทำจากกระจกแตกๆ (ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีค่าสายตาจริง) ให้เข้าที่ "อีกอย่าง... จากการคำนวณรายรับของร้านในวันนี้ หักต้นทุนและค่าแรง... กำไรสุทธิยังไม่ถึง 5 ตำลึง การที่ท่านเรียกเก็บ 50 ตำลึง จึงเป็ตรรกะทางคณิตศาสตร์ที่ 'โง่เขลา' สิ้นดี"
ความเงียบเข้าครอบงำร้าน...
หลินฟานที่แอบดูอยู่หลังม่านเบิกตากว้าง มุมปากกระตุกยิ้ม ไอ้แว่นนั่น... ท่าทางอวดดี ฝีปากกวนประสาท และมันสมองที่ประมวลผลเร็วกว่าสายฟ้า... ไม่ผิดแน่... ลูกคนที่ 2 'จูเกัด' (ขงเบ้งน้อย) อดีตกุนซือ์จอมวางแผน!
"ไอ้เด็กเวร! เอ็งเป็ใครวะ!" เสือดำหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย "กล้าด่าข้าโง่รึ?"
"ข้าไม่ได้ด่า" จูเกัดน้อยตอบหน้าตาย พลางจุ่มพู่กันลงในหมึก "ข้าแค่วิเคราะห์ตามข้อมูลเชิงประจักษ์... และจากการประเมินความน่าจะเป็ อีก 3 วินาที ท่านจะบันดาลโทสะและพุ่งเข้ามาทำร้ายข้า"
"ตายซะเถอะมึง!" เสือดำคำราม คว้าเก้าอี้ไม้ทุ่มใส่เด็กน้อยทันที
"ความแม่นยำในการทำนาย 100%..." จูเกัดพึมพำ ไม่คิดจะหลบเพราะรู้ว่าหลบไม่พ้น
เฟี้ยวววว!
ตะเกียบไม้คู่หนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาจากหลังร้านด้วยความเร็วสูง! ฉึก! ตะเกียบปักเข้าที่ข้อมือของเสือดำอย่างแม่นยำ จนเก้าอี้หลุดมือร่วงลงกระแทกเท้าตัวเอง
"โอ๊ยยยยย!" เสือดำร้องลั่น กุมข้อมือที่เืไหลซิบ
หลินฟานเดินออกมาจากหลังม่านด้วยท่าทางสบายๆ ในมือถือถ้วยน้ำชา "ขออภัย... มือลื่น"
เขาเดินไปยืนบังหน้าจูเกัดน้อยไว้ ใช้แผ่นหลังผอมๆ ปกป้องอดีตกุนซือของตน "รังแกเด็ก คิดเงินเกินราคา ทำลายข้าวของ... พวกพี่ชายนี่นิสัยไม่ดีเลยนะ"
เจ๊หงส์เห็นจังหวะ จึงสะบัดพัดในมือ พรึ่บ! "เด็กในร้านข้า... ข้าสั่งสอนเองได้ ไม่ต้องถึงมือคนนอก! อาฟาน! ปิดประตูตีแมว!"
หลินฟานยิ้มกว้าง หันไปพยักหน้าให้หยางเจียนที่ยืนถือกระทะก้นดำรออยู่ "จัดไปลูกพี่!"
ความโกลาหลบังเกิด! หยางเจียน (ผู้มีแรงควาย) วิ่งเอาหัวพุ่งชนลูกสมุนคนหนึ่งจนกระเด็นออกนอกร้าน หลินฟานใช้ทักษะการเคลื่อนไหวหลบหลีกดาบอย่างพลิ้วไหว (แม้จะไม่มีแรงสู้ตรงๆ) แล้วแอบใช้เท้าขัดขาให้พวกมันล้มกลิ้งระเนระนาด ส่วนเจ๊หงส์... นางคือของจริง นางใช้พัดและฝ่ามือตบตีเหล่าอันธพาลจนหน้าบวมปูดราวกับตบยุง
เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก... แก๊งเสือดำผู้ยิ่งใหญ่ก็ถูกโยนกองรวมกันที่หน้าร้าน สภาพดูไม่ได้
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" เสือดำะโคำสาปแช่งยอดฮิต ก่อนจะพาลูกน้องวิ่งหนีหางจุกตูด
ภายในร้านกลับมาสงบอีกครั้ง หลินฟานหันกลับมามองเด็กน้อยสวมหมวกบัณฑิตที่ยังคงนั่งดีดลูกคิดต่ออย่างใจเย็น ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เ้าหนู..." หลินฟานเอ่ยทัก "คิดเงินเก่งดีนี่นา พ่อแม่ไปไหนล่ะ?"
จูเกัดเงยหน้ามองหลินฟาน แววตาหลังแว่นกระจกฉายแววประเมิน "ข้าไม่มีพ่อแม่... ข้าเป็นักบัญชีรับจ้างอิสระ แลกกับเศษอาหาร" เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่ตะเกียบที่หลินฟานเพิ่งปาไป "วิถีโค้งของตะเกียบนั่น... ผิดหลักฟิสิกส์ปกติ... ท่านไม่ใช่คนครัวธรรมดา"
หลินฟานหัวเราะร่า นั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กน้อย "ช่างสังเกตสมเป็นักบัญชี... สนใจมาทำงานถาวรไหม? กินฟรี อยู่ฟรี มีพี่ชายให้แกล้งหนึ่งคน (ชี้ไปที่หยางเจียน) และมีพ่อหล่อๆ หนึ่งคน"
"ใครเป็พี่ชายเ้า!" หยางเจียนะโแทรก
จูเกัดมองหน้าหลินฟาน แล้วหันไปมองหยางเจียน ก่อนจะจบที่มองเจ๊หงส์ "ความเสี่ยงสูง... แต่ผลตอบแทนน่าสนใจ" เด็กน้อยดันแว่นขึ้น "ตกลง... ข้าจะยอมให้ท่านอุปการะ แต่ข้าไม่ขัดหม้อนะ ข้าจะดูแลบัญชี"
หลินฟานลูบหัวเด็กน้อย (ที่ผมแข็งกระด้างเพราะไม่ได้สระ) "ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว... ลูกรอง"
วินาทีนั้นเอง จูเกัดรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ความผูกพันทางจิติญญาระหว่างจักรพรรดิและกุนซือคู่ใจเริ่มเชื่อมต่อกันอีกครั้ง... แม้จะอยู่ในสภาพยาจกและเด็กกำพร้าก็ตาม
แต่ปัญหาคือ... เจ๊หงส์ ยืนกอดดอกมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาอำมหิต "เดี๋ยวนะ... ใครอนุญาตให้เ้ารับเด็กมาเพิ่มอีกคนฮะ! นี่ร้านอาหารนะ ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็ก!"
หลินฟานกลืนน้ำลายเอือก หันไปกระซิบกับลูกๆ ทั้งสอง "เอาล่ะ... กุนซือ ได้เวลาใช้สมองของเ้าแล้ว... ทำยังไงให้นางยอมรับเ้าเข้าทำงาน?"