ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 1 บทที่ 12 ย่างมันเผา

                เจียงหงหนิงเป็๲เด็กที่จริงจังเป็๲อย่างยิ่ง

                ทั้งยังทำงานเก่งมากเช่นกัน

                เขาเริ่มจากการย้ายอ่างอาบน้ำใบหนึ่งเข้ามาในห้องของหลินหวั่นชิวจากนั้นก็ไปยกน้ำร้อนจากห้องครัวมาทีละครึ่งถัง

                เด็กชายออกแรงจนหน้าแดงไปหมดหลินหวั่นชิวเห็นแล้วใจอ่อนยวบ

                เด็กชายหน้าตาน่ารักผู้แปลกประหลาดคนนี้ต้องดูแลทั้งพี่ใหญ่ที่มักออกไปล่าสัตว์ไม่ค่อยอยู่บ้าน กับพี่ชายคนรองที่นอนป่วยติดเตียง

                อายุแค่นี้แต่กลับต้องดูแลทั้งครอบครัวกินไม่อิ่ม ใส่ไม่อุ่น ต้องคอยพะวงเ๹ื่๪๫การอยู่รอด จะไม่ให้สงสารได้อย่างไร?

                หลินหวั่นชิวที่เป็๲ลูกคนเดียวรู้สึกอิจฉาคนที่มีพี่น้องมาก

                 ทั้งครอบครัวครึกครื้นมีชีวิตชีวาคงจะมีความสุขน่าดู

                น่าเสียดาย พ่อแม่นางยากจนไม่กล้ามีลูกเยอะ หากมีเยอะคงไม่พอกิน

                หลินหวั่นชิวรู้สึกเศร้าขึ้นมาเมื่อนึกถึงพ่อแม่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าพ่อแม่จะรู้ว่านางไม่อยู่ที่โลกนั้นแล้ว…

                หนึ่งปี สองปี หรือสามปี?

                ซื้อหนึ่งแถมสาม…หากไม่มีหมอนั่นคงดีกว่านี้มีน้องชายให้นางรักเพิ่มมาสองคนก็ไม่เลว

                “เสร็จแล้ว น้ำไม่ร้อนมาก อาบเสร็จแล้วเรียกข้านะข้าจะได้เอาน้ำออกไปเท” เจียงหงหนิงทำงานเสร็จก็ใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าไปด้วยพูดกับหลินหวั่นชิวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมไปด้วย

                เขาหันหลังเดินออกไปเมื่อพูดจบทั้งยังช่วยปิดประตูให้ด้วย

                “ขอบคุณนะเสี่ยวหนิง!” หลินหวั่นชิว๻ะโ๠๲ไปทางประตูเจียงหงหนิงที่อยู่ด้านนอกต้องได้ยินอยู่แล้ว เขาเดินไปทางห้องเจียงหงป๋อพูดกับเด็กหนุ่มที่นอนอิดโรยบนเตียงว่า “พี่รองพี่สะใภ้ใหญ่เหมือนจะไม่หนีนะ นางช่วยข้าไล่หมอสวีทั้งยังบอกว่าพี่ใหญ่เป็๲ผู้ชายของนาง”

                เด็กหนุ่มบนเตียงหัวเราะเสียงเย็น “เ๯้าอย่าถูกนางหลอกเมื่อคืนเ๯้าก็ได้ยินแล้ว ตอนนี้นางยังไม่ยอมเข้าห้องหอกับพี่ใหญ่! แล้วยังแนะนำพี่ใหญ่ให้หาเมียที่มีลูกได้ทันที…นางกำลังถ่วงเวลาให้ตัวเองหายดีแล้วหนีเลวเหมือนผู้หญิงสองคนก่อนหน้านี้ เ๯้าทำตามที่ข้าพูดนั่นแหละ จับตาดูไว้ก่อน!”

                เด็กชายเดาได้แม่นมากหลินหวั่นชิวคิดจะหนีจริงๆ

                “อื้อ…” สีหน้าเจียงหงหนิงหม่นมัวลงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเข้าห้องหอคืออะไร แต่ฟังจากที่เจียงหงป๋อพูดดูเหมือนว่าการเข้าห้องหอจะเป็๞เครื่องหมายว่าพี่สะใภ้ใหม่ไม่คิดหนีหากไม่เข้าหอก็เท่ากับมีใจเป็๞อื่น

                เด็กชายตัวน้อยรู้สึกผิดหวังในตัวหลินหวั่นชิวมาก

                หลินหวั่นชิวที่กำลังแช่ตัวในน้ำร้อนไม่รู้เลยว่าเด็กชายทั้งสองคุยอะไรหากนางรู้ว่าพวกเขาแอบฟังนางกับเจียงหงหย่วนคุยกัน ไม่แน่ว่าอาจโมโหขึ้นมาอีกรอบ

                หลินหวั่นชิวรู้สึกสบายตัวมากแต่ไม่นาน น้ำใสสะอาดในอ่างก็เปลี่ยนเป็๲สีดำ ทั้งยังมีคราบสกปรกมันเลื่อมลอยบนผิวน้ำ!

                นี่คือผลลัพธ์ของโอสถชำระไขกระดูก?

                ๻ั้๹แ๻่ท้องเสียไปจนถึงขับสิ่งสกปรกบนผิวนี่คือการขจัดพิษแบบสามร้อยหกสิบองศา?

                น้ำสกปรกขนาดนี้หลินหวั่นชิวจะกล้าเรียกให้เจียงหงหนิงมาเทได้อย่างไร!

                ยังดีที่นางรู้สึกมีแรงขึ้นมากไม่ได้เอาแต่เวียนหัวอีก ไข้ก็เหมือนจะลดลงแล้วเช่นกัน

                หลินหวั่นชิวตัดสินใจแล้วว่าจะทำความสะอาดเองแต่นางเจอปัญหาอีกอย่าง นางไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน!

                อาบน้ำแล้วกลับไปใส่ชุดเหม็นๆนั่นคงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะอาบน้ำทำไม?

                นางพลิกหาเสื้อผ้าในตู้ยังดีที่เจอชุดกางเกงของเจียงหงหย่วน แม้จะเต็มไปด้วยรอยปะแต่ก็สะอาดดีดมดูแล้วมีกลิ่นสดชื่นของจ้าวเจี่ยว [1]

                นางสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วเสื้อผ้าตัวใหญ่กว่านางมาก ให้ความรู้สึกเหมือนสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม

                หลินหวั่นชิวต้องพับแขนเสื้อหลายทบกว่าจะเห็นข้อมือขากางเกงก็เช่นกัน

                หยิบผ้าผูกเอวมารัดกางเกงให้แน่นหาเชือกฟางมารัดเอว จากนั้นจึงหยิบถังเปล่าด้านข้างมาตักน้ำออกไปเท

                แม่เ๯้า เหนื่อยนะเนี่ย!

                เจียงหงหนิงเดินเข้ามาช่วยเมื่อได้ยินเสียงแต่หลินหวั่นชิวห้ามไว้ “ไม่ต้องเข้ามา ข้าทำเองได้!”

                นางจะให้เจียงหงหนิงเห็นไม่ได้ว่าน้ำสกปรกขนาดไหนยอมเหนื่อยเป็๞หมาดีกว่ายอมเสียหน้า

                หลินหวั่นชิวไม่เพียงแค่ยืนหยัดจนเทน้ำเสร็จแต่นางยังลุกขึ้นมาซักเสื้อผ้าต่อ

                ส่วนฟูกกับผ้าปูโชคดีที่นางไม่ได้ปีนขึ้นเตียงตัวเปลือย มีเสื้อผ้ากั้นหนึ่งชั้นที่นอนจึงไม่ได้สกปรก

                หลินหวั่นชิวที่เหนื่อยเป็๲หมาปีนกลับไปนอนแผ่บนเตียงเจียงหงหนิงมองนางอย่างไม่วางใจ ถามนางว่าจะดื่มน้ำไหม

                หลินหวั่นชิวมองเจียงหงหนิงตาเขียว “ข้าไม่อยากดื่มน้ำ ข้าอยากกินข้าวอยากกินข้าวสวย!”

                เจียงหงหนิง “…”

                ข้าวสวย?

                ข้าวสวยถ้วยหนึ่งต้มเป็๲โจ๊กแบ่งกันกินได้อย่างน้อยก็สองคน!

                หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งเจียงหงหนิงปฏิเสธหลินหวั่นชิว “ไม่มีข้าวสวย…แต่…มีมันเผาอยู่หนึ่งหัว” เขาใส่ลงไปเผาในท้องเตาตอนที่ต้มน้ำก่อนหน้านี้กะว่าจะให้พี่รองกินให้หวานปาก เพราะตัวเขาเองไม่กล้ากินอยู่แล้ว

                ช่างเถอะอีกเดี๋ยวค่อยใส่เข้าไปเผาอีกหัว รอให้พี่ใหญ่ออกไปล่าสัตว์เขาค่อยเอาจูเฉ่าที่ตัดไปแลกกับป้าๆ น้าๆ ในเมือง

                “เช่นนั้นก็กินมันเผา!” หลินหวั่นชิวรู้สึกหิวจะตายอยู่แล้วอย่างน้อยมันเผาก็เป็๞อาหารแห้ง เติมท้องให้อิ่มได้ไม่เหมือนเหมือนโจ๊กที่ต่อให้ข้นเพียงใด ฉี่ออกไปสองครั้งก็หมดแล้ว

                ไม่นานเจียงหงหนิงก็นำมันเผามาให้หลินหวั่นชิว

                หลินหวั่นชิวแบ่งมันเผาเป็๞สองส่วนไอร้อนพวยพุ่ง ส่งกลิ่นหอมหวานเนื้อมันสีเหลืองทองทำให้มองแล้วรู้สึกเหมือนจะมีน้ำตาลไหลออกมาแค่มองก็น่าอร่อยกว่ามันเผาที่ขายตามท้องถนนในยุคปัจจุบันเป็๞ร้อยเท่า

                หลินหวั่นชิวกัดเข้าปากอย่างอดใจไม่ไหวโอ้โห้ หวานมาก!

                นางกินอย่างเคลิบเคลิ้มได้หนึ่งคำเสร็จก็สังเกตเห็นว่าเจียงหงหนิงยืนมองมันเผาในมือนางพร้อมกับกลืนน้ำลายอยู่ด้านข้าง

                นางรีบยื่นมันเผาอีกครึ่งหนึ่งให้เขา “เอาไป พวกเราแบ่งกันคนละครึ่ง!”

                เจียงหงหนิงทำหน้าบึ้ง “ข้าไม่หิว” พูดจบก็วิ่งออกไป

     

               เชิงอรรถ

                [1] จ้าวเจี่ยว(皂角) สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งฝักสามารถนำมาทำเป็๲สบู่ได้