บทที่ 16 จับผิด (รีไรต์)
หลิวหย่งหนานไม่พูดไม่จา แต่เมื่อสบโอกาสก็ยัดกระดาษใบหนึ่งให้หลินเนี่ยนตอนที่บนรถยังมีคนไม่เยอะ
จากนั้นก็หันข้างช่วยหลินเนี่ยนบังคน
หลินเนี่ยนคลี่กระดาษกวาดสายตาอ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว ‘ตั๋วตู้นอนเกินมาหนึ่งใบ สิบหยวนเอาไหม?’
เอาสิ!
ทำไมจะไม่เอาล่ะ!
จากเมืองหรงถึงมณฑลตงต้องนั่งรถไฟไปหลายวัน ขนาดที่นั่งเบาะแข็งยังไม่แน่ใจว่าจะแย่งมาได้ ถ้าจะให้ยืนตลอดกระทั่งถึงมณฑลตง หลินเนี่ยนแค่คิดก็หายใจไม่ออกแล้ว
เดิมทีเธอวางแผนไว้ว่าเมื่อขึ้นรถจะไปหาพนักงานรถไฟเพื่อหาวิธี
ของที่จะติดสินบนพนักงานเธอก็เตรียมไว้แล้ว!
ตอนนี้หลิวหย่งหนานกลับป้อนอ้อยถึงปากช้าง เธอย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
อืม ไปชนบทวันแรกก็โชคดีเลย เป็ลางดีนะเนี่ย!
หลินเนี่ยนเริงร่าขึ้นมาทันใด
เธอยัดกระดาษใบนั้นไว้ในกระเป๋า ยกมือขึ้นตบบ่าหลิวหย่งหนาน เขานั่งหลังตรงมองเธอแล้วก็เห็นว่าเธอพยักหน้า
“งั้นตอนลงรถก็ตามฉันมา” หลิวหย่งหนานพูด
หลินเนี่ยนรีบตอบรับ
เธอแปลกใจมากจริง ๆ หลิวหย่งหนานจะไปชนบททำไม ในนิยายไม่ได้เขียนว่าเขาจะไปชนบท แค่เขียนว่าจุดจบของเขาน่าเวทนายิ่งนัก ดูเหมือนจุดจบจะไม่ค่อยดีนัก
เอ๊ะ หรือเพราะว่าเธอทะลุมิติมาหรือเปล่า?
มีตัวแปรแบบเธอ ผีเสื้อพัดกระพือปีก พล็อตเื่จึงเปลี่ยนแปลงจนแม้แต่นักเขียนเองก็ยังไม่รู้เหรอ...
หลินเนี่ยนคิดว่าเธอควรจะระวังตัวขึ้น จะตัดสินคนและเหตุการณ์ในโลกนี้จากนิยายที่เธอเคยอ่านไม่ได้
จะเอาแต่พึ่งพาพล็อตเื่เดิมมากไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียเปรียบได้ง่าย
ไม่นานนัก ตู้โดยสารก็มีคนนั่งจนเต็ม กลางตู้โดยสารวางสัมภาระระเกะระกะ แต่ก็ยังมีคนขึ้นมาจากด้านหลัง กระทั่งตู้โดยสารอัดแน่นจนเหมือนปลากระป๋องถึงจะยอมหยุด
เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ หลินเนี่ยนลงจากรถตามหลิวหย่งหนานไปติด ๆ เขาหยิบหนังสือรับรองให้สหายที่ส่งยุวชนขึ้นรถอ่านดู คนคนนั้นปรายตามองหลิวหย่งหนานกับหลินเนี่ยน แล้วปล่อยพวกเขาไปซื้อตั๋วตู้นอนที่จุดขายตั๋ว
เมื่อพวกเขากลับมา คนคนนั้นก็เตือนพวกเขาว่าหลังจากพวกเขาลงจากตู้โดยสารตู้นอน จะต้องรีบไปที่จุดรวมตัวโดยเร็วที่สุด เถลไถลไม่ได้เด็ดขาด
ทั้งสองพยักหน้ารับ แล้วไปยังตู้โดยสารตู้นอนท่ามกลางสายตาอิจฉาจากยุวชนนับไม่ถ้วน
หลิวหย่งหนานกับหลินเนี่ยนกลายเป็เป้าหมายในบทสนทนาระหว่างการเดินทางของยุวชนกลุ่มนี้ ทุกคนพากันคาดเดาถึงตระกูลของพวกเขาทั้งสอง
ถึงอย่างไรตั๋วตู้นอนในปัจจุบันก็ใช่ว่าใครอยากซื้อก็ซื้อได้ เพราะจะต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติพิเศษด้วย
หลิวหย่งหนานช่วยหลินเนี่ยนแบกสัมภาระตลอดทาง หลินเนี่ยนก็ไม่ได้คิดมากอะไร เธอคิดว่าได้รับสิทธิ์นี้ก็เพราะเธอเป็ลูกค้า
ตู้นอนของทั้งสองอยู่ติดกัน ใบหนึ่งเป็เตียงชั้นกลาง อีกใบเป็เตียงชั้นล่าง
หลิวหย่งหนานพูดว่า “เธอนอนเตียงกลาง ฉันนอนเตียงล่าง วางสัมภาระใต้เตียงชั้นล่าง ฉันดูอยู่ เธอพักผ่อนให้สบายใจได้”
หลินเนี่ยนย่อมไม่คัดค้าน ก็ซื้อตั๋วมาแล้วนี่เนอะ
อีกอย่างเขาให้ตั๋วตู้นอนกับเธอได้ก็ดีมากแล้ว หลินเนี่ยนย่อมไม่สนใจว่าจะเตียงบน กลาง หรือว่าล่าง
“ทำไมนายเอาสัมภาระมาไม่เยอะล่ะ?” หลังจากจัดสัมภาระเรียบร้อย หลินเนี่ยนก็โผล่หน้าออกมาถามหลิวหย่งหนานจากเตียงของเธอ
หลิวหย่งหนานตอบ “ี้เีเอามาน่ะ ไปถึงที่นั่นค่อยซื้อใหม่ ซื้อไม่ได้ก็ให้คนส่งมา”
หลินเนี่ยนนึกถึงเงินสามร้อยหยวนของเธอที่หลิวหย่งหนานเอาไปในวันนั้นก็รู้ว่าเขามีเงินไม่ขาด คิดในใจว่ายังไงเงินก็ดีที่สุด!
จะยุคสมัยไหนก็ขาดเงินไปไม่ได้
“ทำไมมีตั๋วเหลือล่ะ?” หลินเนี่ยนถามอีก ที่สำคัญคือคิดเธอแค่สิบหยวน หลินเนี่ยนคิดว่ามันดูไม่ใช่แนวของหลิวหย่งหนานเลย
ถ้าเขาเรียกเธอห้าสิบหยวนเพื่อความสะดวกสบายนิดหน่อยตลอดเส้นทาง หลินเนี่ยนก็ย่อมจ่ายทั้งนั้น
เธอรู้ว่าห้าสิบหยวนในยุคนี้เทียบเท่ากับเงินเดือนของพนักงานธรรมดาเกือบสองเดือน มันเป็จำนวนเงินมหาศาล แต่เธอคนนี้สนใจเื่ตรงหน้าก่อนเสมอ
ความสะดวกสบายตรงหน้าสำคัญที่สุด
หลิวหย่งหนานตอบ “มีคนมาไม่ได้กะทันหันน่ะ”
หลินเนี่ยนรู้แล้ว นี่เป็ของที่ถูกส่งคืนสินะ!
เข้าใจแล้ว ๆ ของที่ถูกส่งคืนขายได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แล้วเดาว่าเขาไม่กล้าเที่ยวไปถามคนอื่นว่าอยากได้หรือเปล่า คิดว่าต้องเข้าเนื้อซะแล้ว สุดท้ายก็ได้เจอหลินเนี่ยนลูกค้าที่ ‘คนรู้จักแนะนำมา’ จึงกล้าถามเธอว่าอยากได้ไหม
“คืนนี้พวกเราอย่านอนพร้อมกันเลย พวกเราผลัดกันเฝ้ายามกลางคืนดีกว่า” หลิวหย่งหนานพูดต่อ “ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย”
“เอาสิ! ฉันอยู่เฝ้าครึ่งคืนหลังเอง นายเฝ้าครึ่งคืนแรกไป” หลินเนี่ยนตอบตกลงโดยไม่คิดมาก คิดในใจว่าคนที่กล้าทำธุรกิจแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ สมัยนี้ก็ระแวดระวังพอตัว
“นายจะไปชนบทที่ไหน?” หลินเนี่ยนถามเขา ถ้ารู้ว่าคนคนนี้ไปออกชนบทที่ไหน วันหน้าถ้ามีเื่อะไรก็ยังไปหาเขาได้ไม่ใช่เหรอ
หลิวหย่งหนานตอบ “หมู่บ้านเฉียนจิ้น เขตหงเสิ้ง อำเภอตงหยาง”
หลินเนี่ยน “!!!”
บังเอิญอะไรขนาดนี้?
เขตหงเสิ้งเหมือนกันอีก!
นี่มันพรหมลิขิตแบบไหนกัน!
“บังเอิญจัง ฉันก็ไปเขตหงเสิ้ง อำเภอตงหยาง”
หลิวหย่งหนานไม่พูดอะไร บรรยากาศระหว่างทั้งสองช่างหนาวเย็นอะไรปานนี้ หลินเนี่ยนหยิบหนังสือคติพจน์เล่มหนึ่งจากกระเป๋าขึ้นมาอ่าน
เธอต้องตั้งใจศึกษาคติพจน์และต้องท่องคติพจน์ออกมา
ขณะเดียวกัน จ้าวเซิ่งลี่ก็ถือรายการของที่ทำการไปรษณีย์ในมือไปหาผู้อำนวยการจางที่ห้องทำงาน
เขายื่นรายการส่งให้ผู้อำนวยการจาง แล้วเล่าต้นสายปลายเหตุของเื่พร้อมปรุงแต่งเล็กน้อย เพราะมีข้อตกลงกับหลินเนี่ยน เขาจึงไม่บอกว่าหลินเนี่ยนมาหาเขา แต่บอกว่าน้องเขยของเขาที่อยู่ที่ทำการไปรษณีย์พบเื่นี้เข้าโดยบังเอิญ จากนั้นก็มาบอกเขา เขาคิดว่ามันไม่ถูกต้อง จึงขอให้น้องเขยตรวจสอบให้ถึงที่สุด
ผู้อำนวยการจางดูรายการเสร็จก็ตื่นตระหนก
จ้าวเซิ่งลี่ใส่ไฟต่อ “ผมได้ไปตรวจเบาะแสจากที่ทำการไปรษณีย์แล้ว ตรง้าระบุวัตถุประสงค์ของเงินอย่างชัดเจนว่าเป็ค่าเลี้ยงดูของสหายหลินเนี่ยน!”
ผู้อำนวยการจางหยิบรายการและลุกขึ้นเดินไปข้างนอก “คุณจ้าว ไปโรงงานหลักกับผมด้วย”
จ้าวเซิ่งลี่กระหยิ่มในใจ เรียบร้อย!
ขอแค่ไปหาผู้อำนวยการหวังที่โรงงานหลัก หวงเจี้ยนกั๋วก็จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป ถือเป็ความดีความชอบของเขาด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่โรงงานจะไม่ให้เขารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อย
เมื่อผู้อำนวยการหวังเห็นรายการและได้ยินที่ผู้อำนวยการจางกับจ้าวเซิ่งลี่พูดก็โกรธจนกระแทกโถเคลือบที่เอาไว้ดื่มชาลงบนโต๊ะอย่างแรง ทำเอาลายเคลือบ้าแตกเป็เสี่ยง ๆ
“เป็แบบนี้ไปได้ยังไง!”
“เซิ่งลี่ กลับไปทำงานที่โรงงานสาขาย่อย คุณจางอยู่ก่อน แล้วเรียกหัวหน้าของสำนักงาน สหภาพแรงงานและสมาพันธ์สตรีมาประชุมพร้อมกัน!”
หวงเจี้ยนกั๋วกับจางชุ่ยฟางฮุบค่าเลี้ยงดูของหลินเนี่ยนไปตั้งมากมายแล้วยังทารุณเธอ บีบคั้นเธอจนเกือบตาย แถมยังบังคับให้ไปออกชนบท เื่นี้จำเป็ต้องจัดการอย่างจริงจัง
โรงงานหลักเปิดประชุมหารือเื่ของจางชุ่ยฟางกับหวงเจี้ยนกั๋ว แต่หวงเจี้ยนกั๋วที่มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะได้ขึ้นเป็ผู้อำนวยการกลับไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลย
เขามาถึงสำนักงานโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยก็ไม่เห็นจ้าวเซิ่งลี่ จึงวางมาดเป็ผู้อำนวยการถามฝ่ายบริหารงานของสำนักงานว่า “เสี่ยวเกา รองผู้อำนวยการจ้าวไปไหนซะล่ะ”
“ผมเองก็ยังไม่เห็นรองผู้อำนวยการจ้าวเลยครับ” เสี่ยวเกาตอบ
หวงเจี้ยนกั๋วยกถ้วยชาแล้วพูดอย่างขึงขัง “ทัศนคติการทำงานของรองผู้อำนวยการจ้าวนี่ใช้ไม่ได้เลย เป็ถึงรองผู้อำนวยการดันมาสายแล้วยังเลิกก่อนเวลา จิตสำนึกต่ำเตี้ยเหลือเกิน!”
“แนวการทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้ พวกนายอย่าไปเรียนรู้จากเขาล่ะ!”
คนในห้องทำงานจะตอบรับประโยคนี้ยังไงดี
ไม่มีวิธีเลย!
ปกติรองผู้อำนวยการหวงเจี้ยนกั๋วคนนี้ไม่ได้เป็แบบนี้ ทำไมจู่ ๆ ก็เริ่มวิจารณ์รองผู้อำนวยการจ้าวต่อหน้าคนอื่น ๆ ล่ะ
หรือว่ามีการกำหนดคนที่จะรับตำแหน่งต่อจากผู้อำนวยการใหญ่ได้แล้ว เป็หวงเจี้ยนกั๋วงั้นเหรอ
“เฮ้ รองผู้อำนวยการหวงผู้ทรงบารมี ไม่ทราบว่ายังคิดจะตัดคำว่ารองออกไปได้อีกเหรอ!” เวลานี้จ้าวเซิ่งลี่ก็เข้ามาจากด้านนอก ถากถางหวงเจี้ยนกั๋วอย่างไม่เกรงใจ
เขาเดินไปที่ประตูห้องทำงานของตัวเองและหยุดฝีเท้า ก่อนจะมองไปที่หวงเจี้ยนกั๋ว
“ฉันเห็นว่าผู้อำนวยการถูกโรงงานหลักเรียกไปประชุม หรือว่าจะหารือเื่การรับ่ต่อ รองผู้อำนวยการหวงรู้อะไรมาก่อนหรือเปล่า”