ตอนที่ 5 (4)
ถังเฮ่อไม่เป็นฝ่ายถ่ายรูปเขาก่อนแน่นอน ดังนั้นตู้เจี้ยนโยวเลยสงเคราะห์ตัวเองโดยการถ่ายรูปส่งไปให้เสียก็สิ้นเรื่อง
แต่จะถ่ายอย่างไรล่ะ จะมาถ่ายรูปหัวโตทำหน้าจริงจังส่งไปให้ไม่ได้ ไม่ได้จะขอให้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารสักหน่อย ถ้าถ่ายแบบหล่อๆ แล้วอย่างไรต่อล่ะ ถามว่าคิดว่าฉันหล่อจนชวนตะลึงไปเลยไหมเหรอ เขาจะต้องคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ อีกอย่างถ้าพูดถึงความหล่อ จะหล่อสู้พี่ถังของฉันได้เหรอ สุดท้ายเลยทำได้แค่ถ่ายหน้าตลกๆ ติดน่ารักแบบที่ถังเฮ่อเห็นปุ๊บมีความสุขปั๊บ
เป็นอย่างที่คิดไว้ หลังจากถังเฮ่อเห็นหน้าตลกๆ นั่น ไม่นานก็ส่งสติกเกอร์หน้าหัวเราะกลับมา ตู้เจี้ยนโยวมีความสุขเสียจนกอดมือถือกลิ้งไปกลิ้งมาบนโซฟาเล็กๆ ในห้องทำงาน
ขณะที่ตู้เจี้ยนโยวกำลังรอพี่ชายของตนมารับอย่างมีความสุขนั้น จ้าวเทียนเฉิงผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของเขาก็เข้ามาแจ้งว่าประธานกรรมการหวังมาหาเขาอีกแล้ว
ประธานกรรมการหวังกั๋วชิ่งคนนี้น่ารังเกียจเป็นมาตรฐาน บุคลิกทั้งแปลกและแย่ มักทำตัวหยาบคาย ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเคยหอบธนบัตรจำนวนมากมาขอร้องบริษัทเมิ่งจือชู มอบหมายให้ผู้กำกับตู้เจี้ยนโยวช่วยถ่ายโฆษณาโปรโมตภาพลักษณ์ให้บริษัทของเจ้าตัว บุกไปที่สตูดิโอถ่ายโฆษณาเมิ่งจือชูไม่เว้นวัน ตอนแรกทุกคนยังคิดว่าอีกฝ่ายชอบดาราหญิงคนไหนเข้า ขณะที่กำลังคิดจะย้ายดาราหญิงที่ถูกหมายตาไปที่อื่นนั้น กลับพบว่าเป้าหมายที่คนคนนี้พยายามตะกุยตะกายมาจีบคือตู้เจี้ยนโยวต่างหาก
ทั้งทีมถึงกับของขึ้น จ้าวเทียนเฉิงสถาปนาหวังกั๋วชิ่งเป็นลูกค้าที่บริษัทจะปฏิเสธการร่วมงานด้วยทันที ต่อให้มีเงินเยอะแค่ไหนก็ไม่รับแขก เอ่อ ไม่รับลูกค้าคนนี้ คิดไม่ถึงว่าประธานกรรมการหวังยังไม่ยอมแพ้ อาศัยว่ามีเงิน คิดว่าตัวเองเป็นขาใหญ่วางอำนาจชี้นิ้วสั่งจนบริษัทวุ่นวาย แล้วคราวนี้ถึงกับเรียกตู้เจี้ยนโยวออกมาพบโดยตรง
พอตู้เจี้ยนโยวที่พักผ่อนอยู่ในห้องทำงานได้ยินจ้าวเทียนเฉิงแจ้งว่าให้อยู่ในห้องทำงานก่อน อย่าออกไปข้างนอก และได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกหยาบคายของประธานกรรมการหวัง อารมณ์ที่เคยดีๆ อยู่หายวับไปกับตา ความหงุดหงิดในใจพุ่งถึงขีดสุด เขากุมอกด้วยมือทั้งสองข้าง กัดฟันกรอดด่ากราดเข้าจังหน้า “คิดว่าฉันเป็นดาวทำเงินของที่นี่เหรอ ถึงได้มาวุ่นวายบ่อยๆ แล้วยังไง วันนี้ก็ยังจะมาเลือกนักแสดงนำหรือไง ฉันไปติดหนี้อะไรเขา ถึงต้องให้มาเหยียบย่ำแบบนี้! เหล่าจ้าว นายไปบอกเขาว่าพวกเราเป็นบริษัทที่จริงจัง บุคลากรก็เป็นคนที่เอาจริงเอาจัง ถ้าเขากล้ามาก่อกวนอีกฉันแจ้งตำรวจแน่”
หลังจากจ้าวเทียนเฉิงออกไปแล้ว ตู้เจี้ยนโยวได้ยินว่าข้างนอกยังวุ่นวายอยู่พักหนึ่งถึงสงบลง ความโกรธจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นข้องหมองใจ เขานอนขดตัวบนโซฟา ซุกหน้าลงกับเข่า ตอนนี้ต้องการเพียงโอบกอดตัวเองให้แน่น
ที่จริงเขารู้ว่าทำไมหวังกั๋วชิ่งถึงได้กล้าทำตัวเหิมเกริมขนาดนี้ ก็เพราะเชื่อข่าวลือพวกนั้นไม่ใช่เหรอ
ข่าวลือที่มีมาไม่รู้จบ เรื่องความออกสาวของเขา อาการวิตกจริตของเขา รสนิยมทางเพศที่ถูกคาดเดาของเขา แต่ละสิ่งแต่ละอย่างล้วนเป็นเป้าในการโจมตีได้ แต่เขาพาบริษัทเดินมาไกลแล้ว ธุรกิจของเขาก้าวหน้าขึ้นทุกวัน
จากนั้นก็เป็นเขาที่ขายตัวเองเพื่อไต่เต้าเอาตำแหน่ง ปีนขึ้นเตียงคนอื่น นอนกับเจ้านายหลายคน ถึงได้มีชีวิตอย่างในวันนี้ ข่าวลือกองพะเนินพวกนี้เขารู้หมด ตอนแรกยังอยากโต้แย้ง แต่แย้งไปเรื่องหนึ่งก็มีมาเพิ่มอีกสาม เขาไร้เรี่ยวแรงจริงๆ และไม่มีกะจิตกะใจที่จะไปแก้ต่างให้ตัวเองใสสะอาดอีกแล้ว โชคดีที่ทั้งทีมเชื่อและสนับสนุนเขา
บรรดาพนักงานของบริษัทโฆษณาเมิ่งจือชูสนับสนุนกันและกันมาตลอดทาง รักใคร่กันเหมือนครอบครัว ตอนนี้เห็นผู้กำกับของตัวเองขุ่นข้องหมองใจก็รู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรมแทน อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นอันรู้กัน แต่โกรธก็ส่วนโกรธ สุดท้ายไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ดี
เพราะเมื่อเป็นเรื่องใหญ่ ข่าวลือพวกนั้นที่อยู่ใต้น้ำก็จะถูกกวนขึ้นมาเหมือนโคลนที่นอนก้น สุดท้ายก็จะสกปรกไปทั้งบ่อ และท้ายของท้ายที่สุด คนที่ถูกสาดด้วยน้ำสกปรกเต็มตัวก็จะมีแค่ตู้เจี้ยนโยวของพวกเขาที่บริสุทธิ์ผุดผ่องมาตลอดนั่นเอง
ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะเชื่อกัน ปกป้องกัน และพยายามเต็มที่เพื่อให้เมิ่งจือชูไต่สูงขึ้นไป อยู่ห่างจากสิ่งสกปรกที่ก้นบ่อ
ทันทีที่ถังเฮ่อย่างเท้าเข้ามาในบริษัทโฆษณาเมิ่งจือชูก็พบว่าบรรยากาศแปลกไป เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว นอกจากครั้งแรกที่ทำให้ทุกคนกลัวจนเตลิด หลังจากนั้นทุกคนก็ค่อยๆ คุ้นเคยกับการที่ประธานถังผู้งานยุ่งรัดตัวมาปรากฏตัวที่นี่เป็นครั้งคราว ดังนั้นแม้จะเห็นว่าเขามาแล้ว แต่งานของทุกคนก็ยังเหมือนเดิม ที่วุ่นวายก็วุ่นวาย ที่เริงร่าก็เริงร่า ที่ก่นด่าก็ก่นด่า ที่โดนด่าก็โดนด่า สรุปคือเป็นอาณาจักรแห่งความอลหม่านวุ่นวายที่มีชีวิตชีวา ร้องรำทำเพลงเฉลิมฉลองสันติสุข ซึ่งในความวุ่นวายนั้นก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ความวุ่นวายในความเป็นระเบียบนี้เป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรเสียก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปกครองคนของตู้เจี้ยนโยวสิ!
แต่วันนี้บรรยากาศผิดปกติเกินไป ขาดเสียงตะโกนก่นด่าที่หยอกเย้าล้อเล่นกัน แม้แต่พนักงานก็ไร้ชีวิตชีวา