ตอนที่ 4 (3)
เมื่อชิวาวาที่ห้อยสร้อยทองเส้นหนาเตอะไว้ที่หน้าอกเห็นเจี่ยนอินมองมาที่มัน ดวงตากลมดิกก็จ้องเจี่ยนอิน แล้วพ่นสำเนียงไต้หวันออกมาด้วยความโกรธว่า “มองไร มองอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง!”
หงเซี่ยนกะพริบตาเบาๆ ชั่วเวลาฉับพลัน อากาศของท้องฟ้าและผืนดินก็เกาะตัวกัน แล้วชิวาวาก็ถูกแช่แข็งอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย
หงเซี่ยนพูด “เข้าไปััมันสิ”
“เอ๊ะ” เจี่ยนอินสะดุ้งใ
หงเซี่ยนพูด “อย่าให้ฉันต้องพูดเป็ครั้งที่สอง”
เจี่ยนอินกลืนน้ำลาย “ผู้าุโหง…ผมกลัว…ว่ามันจะะเิ…แม้ว่าทุกครั้งตอนที่ะเิ ผมเหมือนจะสลบไปก่อนและไม่รู้สึกอะไรเลยก็ตามที…แต่…” เจี่ยนอินมองไปทางชิวาวาตัวนั้น “กลัวว่าจะตาย…”
หงเซี่ยนพูด “เขาตาย ไม่ใช่นายตายสักหน่อย”
“แบบนี้ไม่ค่อยดีเลย…” เจี่ยนอินตอบเสียงอ่อน
หงเซี่ยนเหลือบมองเขาเบาๆ “โอ้…ตอนนี้ไม่กลัวฉันแล้วเหรอ พูดมากเชียว”
ตอนที่เจี่ยนอินกำลังต่อสู้กับตัวเองอยู่นั้นเอง ชิวาวาตัวนั้นก็พูดด้วยความโมโหว่า “แม่งเอ๊ย แกนึกว่าตลาดนัดปีศาจไม่มีกฎหมายใช่ไหม ถึงได้รังแกคนยังไงก็ได้! ถ้ากล้านักก็ปล่อยฉันสิ มาสู้กับฉันตัวต่อตัว!”
หงเซี่ยนพูด “คนที่ลงมือก่อนคือนาย”
ชิวาวาคำรามด้วยความโกรธว่า “ประสาท ใครลงมือกัน!”
หงเซี่ยนพลิกมือที่ไขว้อยู่ด้านหลัง จากนั้นก้อนสีดำๆ ก็ลอยขึ้นมา เคลื่อนไปตรงหน้าของชิวาวา “แล้วนี่คืออะไร”
ชิวาวาเบิกตากว้าง เดิมดวงตาที่โตมากอยู่แล้ว ตอนนี้แทบจะหลุดออกมาจากเบ้า
หงเซี่ยนจ้องเจี่ยนอินด้วยดวงตาสีดำที่น่าจะเ็าเหมือนเคย แต่เจี่ยนอินกลับไม่กลัวหงเซี่ยนมากเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นเมื่อหงเซี่ยนมองมาที่เขา แล้วยังมีก้อนสีดำๆ ที่ทำให้คนรู้สึกไม่ดีส่งกลิ่นเหม็นหลังออกห่างจากมือของหงเซี่ยนนั่นอีก เจี่ยนอินเหมือนกับจะรู้อะไรบางอย่าง
ดังนั้นเมื่อหงเซี่ยนพูดว่า “ไป”
เจี่ยนอินก็เดินไปแล้ว
ชิวาวาพูด “ฉันขอเตือนแก อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
เจี่ยนอินกลืนน้ำลาย หลังจากที่ทาบมือลงตรงหัวใจและสงบสติอารมณ์แล้ว ก็ค่อยๆ ยื่นมือซ้ายออกมามุ่งหน้าไปยังชิวาวา
ตอนที่หงเซี่ยนกำลังคิดในใจว่า ‘ที่แท้ก็ถนัดซ้ายนี่เอง…’ อยู่นั่น คราบเืสีแดงที่ยังอยู่บนหน้าผากของเจี่ยนอินก็สว่างวาบขึ้นมาตอนที่เจี่ยนอินััชิวาวาตัวนั้น แสงสีแดงกับแสงสีทองกระพือแผ่ไพศาล ดึงดูดให้ ‘ผู้คน’ ทั้งหมดของสองฝั่งแม่น้ำต่างมองมาที่พวกเขา
ไม่มีการะเิ แต่แสงมันสว่างจนคล้ายกับจะทำให้ทุกคนตาบอด
กลิ่นอายปีศาจตลบอบอวล ยิ่งใหญ่อลังการและโบราณ
แรงกดดันที่หนักหน่วงมากจนเกือบจะเป็รูปธรรมนั้น แข็งแกร่งกว่าหุบเขาห้านิ้ว[1]ที่กดทับฉือโหว[2]ในปีนั้นอีก มีคนหน้าคว่ำไปกับพื้นแล้ว ถูกทับจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้
เหมือนก่อนหน้านี้ เจี่ยนอินตกอยู่ในห้วงความทรงจำของอีกฝ่าย ประสาทััทั้งห้าและชิวาวาที่ถูกเขาัันั่นหลอมรวมเข้าด้วยกัน แล้วความทรงจำอันเย็นะเืก็จู่โจมเข้ามา
ปีศาจลืมตา เจี่ยนอินก็ลืมตา ปีศาจเคลื่อนมือไปฉีกกระชากมนุษย์คนแล้วคนเล่า เจี่ยนอินก็ฉีกกระชากมนุษย์คนแล้วคนเล่าด้วยเช่นกัน
เมื่อปีศาจยิ้ม เจี่ยนอินก็ยิ้ม ปีศาจเลียเืสดๆ ของมนุษย์ ในใจเปี่ยมไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ เจี่ยนอินก็รู้สึกถึงทั้งหมดนี้เช่นกัน
ในสมองมีสองความทรงจำที่แตกต่างกัน ครึ่งที่แข็งแกร่งคือปีศาจตัวนั้น ส่วนครึ่งที่กระจิริดนั้นก็คือตนเอง เจี่ยนอินรู้สึกว่าตนใกล้จะถูกความรู้สึกเช่นนี้กลืนกินแล้ว เขาไม่อยากจะมีความสุขและพึงพอใจ เขาไม่อยากจะฉีกกระชากคนเป็ๆ เขาเริ่มร้องไห้ด้วยความขมขื่น และเริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นก็เหมือนกับครั้งก่อน ฉับพลันก็มีพลังหนึ่งดึงเขาออกมาจากในห้วงฝันร้ายนี้ พลังนั้นทรงพลังมาก แฝงมาด้วยความรู้สึกที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจ ทั้งหมดที่ถูกเขาชี้ชัดว่าเป็อารมณ์ด้านลบและกำลังจะกลืนกินเขานั้นพลันหายไปในชั่วพริบตา เจี่ยนอินลืมตาขึ้นก็เห็นดวงตาของหงเซี่ยน
“เห็นอะไร” หงเซี่ยนถาม
รูม่านตาสีแดงเข้มเรืองรองด้วยแสงสีแดงจางๆ ชั่วขณะหนึ่งเจี่ยนอินก็รู้สึกอุ่นใจด้วยเหตุนี้ อุ่นใจจนตกลงไปในทะเลลึกสีแดงนั่น เขาหลับตาลง แล้วพึมพำมาหนึ่งประโยค “...เห็น…คุณ” หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองหมดสติไป
“...ที่ฉันถามคือนายเห็นอะไรในหัวของเขา...” หงเซี่ยนหมดคำจะพูดสุดๆ
แต่หลังจากเหลือบมองปีศาจชิวาวาที่โมโหจนหายใจไม่ทัน ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่า เ้าตัวเล็กที่จู่ๆ ก็สลบไปนั้นเป็มนุษย์อย่างที่กรมควบคุมปีศาจบอก
ตอนนี้ยังเป็มนุษย์อยู่
แต่ในอนาคตก็ไม่แน่แล้วใช่ไหม
...
โทรศัพท์มือถือลอยออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา หงเซี่ยนถือมันด้วยมือเดียว แล้วเอาขึ้นมาส่องหน้า ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อก
เขาสงสัยมากมาโดยตลอดว่าสมองของมนุษย์นั้น ตกลงแล้วเกิดขึ้นมายังไงกันแน่ นึกไม่ถึงว่าจะสามารถคิดค้นวิธีที่แค่เอามาส่องหน้าก็สามารถปลดล็อกได้
เดิมทีหงเซี่ยนคิดว่าเทคโนโลยีแบบนี้ ขอแค่มีใบหน้าเหมือนกันใครๆ ก็สามารถปลดล็อกได้ แต่ครั้งหนึ่งที่เขาเบื่อๆ เปลี่ยนใบหน้าของกวนเย่ว์เป็ใบหน้าของตนเอง แล้วเอาโทรศัพท์มือถือส่องหน้ากวนเย่ว์ ทว่าไม่สามารถปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือได้
ดังนั้นตกลงแล้วหลักการทำงานของการปลดล็อกนี้คืออะไรกันแน่
เชิงอรรถ
^ หุบเขาห้านิ้วหรือหุบเขาฝ่ามือพระยูไล หุบเขาที่ขังซุนหงอคงไว้ห้าร้อยปี^ ฉือโหว หรือที่แปลว่า ลิงหิน อ้างจากชาติกำเนิดดั้งเดิมของซุนหงอคง ซึ่งเป็นลิงที่เกิดจากก้อนหินที่อาบแสงสุริยันจันทรามานับพันปีบนยอดเขาฮวากั่วซาน