ความบังเอิญที่ลำบากใจ
นิ้วเรียวยาวเคาะพนักพิงตามจังหวะเพลงโปรด การได้ฟังเพลงที่ชอบคลอไปกับอาบแดดอุ่นใน่สายบนสายการบินธุรกิจชั้นเฟิร์สคลาสแบบนี้ช่างเป็่เวลาผ่อนคลายที่ดีของอัสนนท์ เพราะได้เขาได้พักความคิดและงดเว้นจากการติดต่อสื่อสารทุกช่องทาง
นาฬิกาข้อมือบอกเวลาสิบนาฬิกาเศษ
อีก 5 นาทีจะถึงกำหนดเวลาเครื่องบินออกเดินทาง แต่อัสนนท์สังเกตเห็นเ้าหน้าที่แอร์โฮสเตสยังคงวุ่นวายอยู่กับการติดตามผู้โดยสารคนสุดท้ายจากเ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
"สิเภา บริกันต์"
ชื่อของหญิงสาวผู้มาสาย ที่เ้าหน้าที่พยายามติดต่อให้เธอมาขึ้นเครื่องบินให้ทันตามเวลา ซึ่งในตอนนี้ตอนนี้ผู้โดยสารทั้งลำโดยเฉพาะอัสนนท์นั้นจำชื่อของเธอได้ขึ้นใจ
อีกไม่นานเครื่องก็จะออกแล้ว อัสนนท์รู้สึกแปลกใจเพราะปกติสายการบินที่ให้บริการเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ มีการกำหนดเวลาปิดประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาออกเดินทางที่แตกต่างกันก็จริงแต่ก็ไม่เคยต่ำกว่า 10 นาทีก่อนเวลาเครื่องบินออกเดินทาง หากผู้โดยสารคนนั้นยังไม่มาหรือมาทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก็น่าจะพ้น่ประกาศเตือนมาแล้ว
สิบนาทีต่อมา ก็มีหญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งหอบหิ้วถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง กึ่งวิ่งกึ่งเดินคุยโทรศัพท์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงที่นั่งข้างๆ อัสนนท์ เธอผู้แหกกฏของสายการบินแทบทุกข้อที่มีการบัญญัติไว้ หันมายิ้มเก๋ให้เขา แต่ถูกทักกลับด้วยการทำสีหน้าระอาใส่
"แค่นี้ก่อนนะแก เครื่องจะออกแล้ว ขอโทษทีค่ะ..คือว่า" สิเภากล่าวอย่างสุภาพกับบุรุษตรงหน้า แต่พูดไม่ทันจบ เขาก็สวนขึ้นมาก่อน
"แก้ตัวกับคนทั้งเครื่องบินเหอะ พวกเขารอคุณอยู่ทั้งลำ" ชายหนุ่มพูดแบบไม่มองหน้า
"คือพูดยังไม่จบค่ะ จะบอกว่าเลขที่นั่งริมหน้าต่างเป็ของฉัน ขอช่วยมานั่งให้ตรงที่ด้วยค่ะ"หญิงสาวเอ่ยในเชิงเสียดสี เมื่อคู่สนทนาออกอาการไม่ค่อยเป็มิตร
เธอไม่ได้คิดจะแลกที่นั่งจริงๆ หรอก แค่หมั่นไส้ผู้ชายขี้เก็กที่คิดว่า พี่หล่อเสียเต็มประดา หล่อเรี่ยราดเกลื่อนกลาดแบบนี้หาที่ไหนก็ได้ แต่นิสัยขี้เก็กและเหน็บแนมอย่างร้ายกาจนี่ พูดจาแบบนี้น่าเอาเท้ายันหน้า ถีบลงเครื่องบินให้ร่วงไปต่อหน้าเลยจริงๆ
"ตอนนี้กัปตันกำลังเอาเครื่องขึ้นนะคุณ จะมาเปลี่ยนที่นั่งให้เสียเวลาทำไม ข้าวของก็พะรุงพะรังเหมือนยายเพิ้งในตลาด กว่าจะเปลี่ยนที่เสร็จผมไม่หัวคะมำไปก่อนเหรอ" คราวนี้เขาหันมาต่อว่าฉอดๆ
ใบหน้าที่หันมานั้นทำให้สิเภาได้ยลความหล่อคมคาย ผิวกับใบหน้าสีแทนทว่าตอนนี้กำลังเดือดดาลเป็สีแดงก่ำ มีเพียงริมฝีปากบางคู่นั้นที่กำลังขยับขึ้นลงบนใบหน้านิ่ง ทั้งใบหน้ารับกันได้ดีกับคิ้วเข้มยาวมางุ้มงอตรงปลายเหมือนมีเชื้อสายจีน
เธอใช้วิเคราะห์เพียง 3 วินาที ก็รู้ทันทีว่าน่าจะเป็คนใต้เชื้อสายจีน อาจจะเป็นักธุรกิจที่บินมาจากมาเลเซีย แต่คุยไทยชัดแถมยังใช้ภาษาไทยได้คล่องราวกับภาษาแม่ แถมยังพ่นคำแสลงออกมาอีก
"ถ้าไม่อยากให้ทุกคนเขาเสียเวลามากกว่านี้ ก็นั่งลงเหอะ เครื่องจะออกแล้ว" เขายังสำทับมาอีกชุด เพราะเห็นเธอยังยืนนิ่ง
สิเภานั่งลงตรงที่นั่งว่างอย่างเอือมระอา เออๆ ยอมให้ก็ได้ คนอะไรขี้บ่นจริง ถ้าเธอขืนต่อปากต่อคำเกรงว่าเื่จะบานปลาย เขาน่าจะเคืองจริงๆ เอาเข้าจริงถ้าไม่ติดตรงที่ญาติ และเพื่อนๆ ฝากซื้อของเป็สิบออเดอร์ตามจำนวนถุงในมือที่เธอถืออยู่ เธอคงได้ขึ้นเครื่องล่วงหน้ามาั้แ่ชายคนนี้ยังไม่เข้ามานั่งในเครื่องนี้ด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องตกมาเป็ผู้ร้ายถ่วงเวลาตามที่เขากล่าวหาแบบนี้
เฮ้อ.. หญิงสาวถอนหายใจแรง ด้วยความเหนื่อยล้า
"ผมต่างหากไหมที่ต้องถอนหายใจ เพราะต้องมาเจอเื่แย่ๆ แบบนี้ ทุกคนที่ใช้บริการสายการบินเพราะเขา้าเสียเวลาในการเดินทางให้น้อยที่สุดใช่หรือเปล่า ไม่งั้นเขาคงจองตั๋วรถไฟกันไปหมดแล้ว" คนปากคอร้ายยังพร่ำบ่นไม่หยุด
"ฉันขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เพื่อนมันฝากซื้อของ หยุดบ่นเป็อาจารย์ฝ่ายปกครองได้หรือยัง" เธอพูดตัดบทเพื่อขอซื้อความสงบในการเดินทาง
ได้ผลจริงด้วย อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปราวกับกดไปโดนปุ่ม Mute ในรีโมตคอนโทรล สิเภามัวแต่สนใจกับการจัดการข้าวของตรงหน้าจนไม่ทันสังเกตว่าคนข้างๆ เธอนั้นหน้าแดงกล่ำด้วยความหัวเสีย
(จบตอน)