เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 42 มังกรหิมะบรรพกาล (ตอนปลาย)

    บทที่ 42 มังกรหิมะบรรพกาล (ตอนปลาย)

     

              เอฟเฟคที่เกิดจากการรวมร่างกันระหว่างใบหอกทะเลดาวและลูกแก้วทะเลดาวนั้นทำให้เกิดแสงสว่างจ้าจนแสบตาไปทั่วทั้งสุสานฯ มีนไม่รอช้ารีบฉวยโอกาสนี้พุ่งตัวออกไปในทิศทางซึ่งเป็นที่ตั้งของปากเข้าโถงถ้ำหิมะโดยไม่สนใจว่าวิญญาณมังกรหิมะที่ขวางอยู่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร

              อย่างง่ายดายมีนวิ่งออกมาจากสุสานฯ จนเกือบจะถึงใจกลางห้องโถงของถ้ำหิมะ โดยไม่ถูกขัดขวางจากวิญญาณมังกรหิมะเลยแต่ขณะที่มีนกำลังจะถึงปากทางเข้าถ้ำหิมะอยู่นั้นเอง วิญญาณมังกรบรรพกาลตัวนี้กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าขวางปากทางออกเอาไว้อีกแล้ว

              “เจ้าคิดรึ?ว่าเจ้าจะหนีข้าพ้น” ดวงวิญญาณสีฟ้าของมังกรหิมะส่งเสียงออกมาอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะบอกกล่าวเหตุผลของมันให้แก่อีกฝ่าย“สาเหตุที่ข้าปล่อยเจ้าออกมา เพราะไม่อยากให้สุสานของข้า ต้องได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ต่างหากล่ะ...”

              “หนูเข้าใจค่ะ”มีนส่งเสียงตอบด้วยท่าทีอันเรียบเฉย

              “เข้าใจ?งั้นก็ดีแล้ว...ส่งลูกแก้วมาให้ข้า แล้วข้าจะสังหารเจ้าอย่างเมตตา...”วิญญาณมังกรตอบคำหญิงสาวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยพร้อมกับเสนอเงื่อนไขให้แก่โจรสาวตรงหน้า

              “คงไม่ได้หรอกค่ะถึงหนูจะสู้ท่านไม่ได้ แต่อย่างไรเสีย หนูก็ไม่มีทางปล่อยให้ภารกิจต้องล้มเหลวแน่นอน”มีนตอบคำอีกฝ่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะย้อนถามวิญญาณผู้เฝ้าสมบัติกลับไปบ้าง “อ้อ...แล้วอีกอย่างเมื่อลูกแก้วได้พบนายใหม่ของมันแล้ว ตัวท่านก็หมดหน้าที่แล้วไม่ใช่หรือคะ?”

              “โฮกกกกกก!!” ดราโกเนียสส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธดังสนั่นไปทั่วทั้งถ้ำหิมะจนผนังถ้ำด้านบนแทบจะถล่มลงมา          “บังอาจ!!”

              “ใครว่าเจ้าคือนายของมัน?ถึงเจ้าจะเป็นนายของใบหอก แต่ก็ใช่ว่า เจ้าจะมีคุณสมบัติเป็นนายของลูกแก้วทะเลดาวลูกนี้!!” ดราโกเนียสกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้

              ได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นมีนจึงย้อนถามด้วยความสงสัย “แล้วทำอย่างไร? ท่านถึงจะยอมรับว่า หนูเป็นนายของมันล่ะคะ?”

              “ชนะข้า!!” ดราโกเนียสตอบสั้น ๆ แต่ทรงพลัง เพราะมันรู้ดีว่า มนุษย์ที่อ่อนแอตรงหน้าคงไม่มีปัญญาจะเอาชนะตัวมันได้อย่างแน่นอน

              หญิงสาวขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับคำท้าของดวงวิญญาณพิทักษ์ลูกแก้วในที่สุด “ตกลงค่ะ”

              สาเหตุที่มีนตอบตกลงอีกฝ่ายอย่างง่ายดายก็เพราะมี 3 เหตุผลประการมารองรับ ประการแรก คือตัวเองอยากรู้ว่า มังกรชั้นจักรพรรดิบรรพกาล(วิญญาณ) ระดับ 300 แข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน? ประการต่อมาคือ มีนต้องการที่จะถ่วงเวลาเอาไว้เพื่อสร้างโอกาสและหาช่องทางหลบหนี ส่วนประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็คือ ตนยังมี“ไพ่ตาย” ซึ่งยังไม่ได้ใช้งานอยู่อีก 1 ใบ ดังนั้นจอมอาคมสาวผู้นี้ จึงไม่ลังเลที่จะตอบตกลง

              “ข้าให้โอกาสเจ้าโจมตีก่อนมาเถอะ!!” ดราโกเนียสกล่าวกับหญิงสาว ด้วยท่าทีของมังกร ซึ่งเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี

              “ออกมา!! เอรีส ทอรัส เจมีส แคนเซอร์...” มีนเรียกสัตว์อสูรในพันธสัญญาของตนจำนวน4 ตัว เพื่อเรียกใช้งานทักษะเพิ่มค่าสถานะในรอบนี้

            “เอาล่ะนะ...”มีนกล่าวกับเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 4

            “รับซาบ ๆ ๆ ๆ”พวกมันตอบอย่างพร้อมเพรียง

            “เอรีส [ผสานร่าง]”

            “ทอรัส [ผสานร่าง]”

            “[อำนาจราชา]”

            “เจมีส [ผสานร่าง]”

            “แคนเซอร์ [ผสานร่าง]”

            วาบบบบบบบบ!!

            แสงสว่างวาบจากเอฟเฟคของการรวมร่างสว่างไสวไปทั่วทั้งห้องเมื่อแสงสว่างหายไป ค่าสถานะอันสุดโกงของผู้เรียกใช้งานทักษฯ ก็เข้ามาแทนที่...

            ดราโกเนียสได้เห็นขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่อีกฝ่ายเริ่มเรียกสัตว์อสูรออกมา จวบจนกระทั่งการรวมร่างของฝ่ายตรงข้ามสิ้นสุดลง...

            “มังกรอมตะ!!” มันอุทานออกมาด้วยเสียงดังพลังงานที่อยู่บนดวงวิญญาณสีฟ้าเกิดการสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

            หญิงสาวกลับไม่สนใจเสียงที่อีกฝ่ายส่งออกมาในครั้งนี้มีนทำการผนึกเวทลงบนอาวุธและชุดเกราะของตัวเองให้พร้อม ก่อนจะตั้งท่าเตรียมจะพุ่งเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายแต่ทว่า...

            “ช้าก่อน!!” ดราโกเนียสเปล่งเสียงตะโกนออกมาในระดับที่ดังกว่าเดิมอยู่หลายเท่า

            แต่มันก็สายเกินไปแล้ว...เมื่อหญิงสาวเรียกใช้งานทักษะโจมตีที่ผสานการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเป็นระยะทางสั้นๆ ออกไป ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เสียงแทรกตะโกนของดราโกเนียสเริ่มดังขึ้น

            เปรี้ยง!!  ตูม ตูม ตูม

            เสียงการปะทะของวิญญาณมังกรกับร่างของหญิงสาวด้วยทักษะพุ่งชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะตามมาด้วยแรงทำลายจากการคอมโบทักษะสายนักรบอย่าง [คลื่นทำลาย] [พายุดาบ] และ [กังหันดาบ]ที่โจมตีเข้าใส่ดราโกเนียสอย่างต่อเนื่อง

            ด้วยพลังโจมตีอันสูงส่งของหญิงสาวกลับทำให้วิญญาณมังกรระดับ 300 อย่างดราโกเนียสต้องสูญเสียพลังชีวิตไปถึง 1 ใน 3 เพียงแค่การโจมตีชุดแรกเท่านั้น

            จากนั้นมีนจึงหลบฉากออกไปและเตรียมตัวเรียกทักษะเวทมนตร์ออกมาโจมตีอีกฝ่ายโดยไม่เปิดโอกาสให้ดวงวิญญาณสีฟ้าได้ตอบโต้

            “หยุด!!หยุดก่อน!!”ดราโกเนียสส่งเสียงตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมหลายเท่า จนทำให้แท่งน้ำแข็งก้อนใหญ่น้อยที่อยู่บนเพดานถ้ำร่วงหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก

            หลังจากที่หญิงสาวหน่วงทักษะเวทมนตร์เอาไว้เรียบร้อยแล้วจึงหันไปพูดกับดราโกเนียสว่า “หยุดไม่ได้หรอกค่ะ เวลามีน้อย...ใช้สอยอย่างประหยัด”

            “ถ้าอย่างนั้น...ข้ายอมแพ้...ก่อน...ก็ได้”ดราโกเนียสพยายามกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินเจตนาของมัน

            “ท่านว่าอะไรนะคะ?”

            “ข้า!! ยอม!! แพ้!!”ดราโกเนียสกล่าวอย่างช้า ๆ ชัด ๆ ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังอีกครั้ง

            “ท่านไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม?”มีนถามอย่างไม่เชื่อถือในคำกล่าวของอีกฝ่ายมากนัก

            ถึงแม้ดราโกเนียสจะสูญเสียพลังชีวิตถึง1 ใน 3 จากการโจมตีของตนเพียงชุดเดียวก็ตาม แต่มีนกลับไม่คิดว่าเจ้าวิญญาณมังกรตัวนี้ จะประกาศยอมแพ้โดยไม่ทันได้ต่อสู้เช่นนี้ นั่นก็เพราะว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เริ่มโจมตี หรือใช้เรียกใช้ทักษะโจมตีใด ๆ ออกมาเลย ซึ่งการที่เจ้ามังกรหิมะกล่าวออกมาเช่นนี้...มันจะง่ายเกินไปไหม?

            ตัวดราโกเนียสเองก็ทราบว่าอีกฝ่ายยังคงไม่เชื่อในคำกล่าวของตน ดังนั้นมันจึงอธิบายไขความกระจ่างแก่งหญิงสาวตรงหน้าเพิ่มไปอีกเล็กน้อย“สาเหตุที่ข้ายอมแพ้ก็เพราะว่า ข้ารู้ตัวดีว่า ในสภาพของข้าเวลานี้ คงไม่มีทางเอาชนะเจ้าซึ่งเป็นทายาทของมังกรอมตะตัวนั้นได้ ดังนั้นข้าจึงขอยกเลิกการต่อสู้ในรอบนี้ไปก่อนยังไงล่ะ”

            “มังกรอมตะ?” มีนทวนคำที่ดราโกเนียสกล่าวออกมาเบา ๆ ก่อนจะถามอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย“ใครกันหรือคะ?”

            “เฮอะ!! เจ้าไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้กันแน่? ในเมื่อเจ้ามีพลังของมันก็แสดงว่า เจ้าต้องเป็นลูกหลานหรือผู้รับสืบทอดพลังมาจากมัน แล้วไยต้องมาถามข้าอีกล่ะ?” ดราโกเนียสเริ่มมึนงงสับสนในคำถามของหญิงสาว

            “เอ่อ...หนูไม่ทราบจริงๆ ค่ะ” มีนตอบอย่างใสซื่อ

            ดราโกเนียสหยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวอีกทั้งยังไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะบ่นพึมพำเบา ๆ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบอึดใจ“หึหึ นั่นสินะ...คนอย่างมัน ไม่สมควรจะมีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริง ๆ ประเสริฐ!! ประเสริฐ!!”

            จากนั้นดราโกเนียสจึงเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอมาทางหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“เอาเป็นว่า ในรอบนี้ ข้ายอมแพ้เจ้าก่อนแล้วกัน และข้า...จะให้เจ้ายืมลูกแก้วนั่นไปใช้ได้ชั่วคราวแต่...ข้ามีข้อแม้!!”

            มีนเองก็อยากจะรู้นักว่าเจ้าวิญญาณมังกรตัวนี้มันจะมาไม้ไหน จึงรีบถามข้อเสนอของมันอย่างรวดเร็ว “ข้อแม้อะไรหรือเจ้าคะ?”

            “ข้าขอท้าประลองกับเจ้าอีกครั้งหนึ่งเมื่อข้าได้ร่างและพลังกลับคืนมาแล้ว...” ดราโกเนียสเกริ่นออกมาด้วยเสียงเรียบก่อนจะบอกเงื่อนไขฯ และแสดงเจตนาของมันให้หญิงสาวได้รับทราบ “ในระหว่างนี้ ข้าจะคอยติดตามเจ้าเพื่อคอยพิทักษ์ลูกแก้วลูกนี้ ไปจนกว่าเจ้าจะหาร่างใหม่ให้แก่ข้าได้และเจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!!”

             

            “ผู้เล่นมนตราได้รับ {ลูกแก้วทะเลดาว}ระดับ A จำนวน 1 ชิ้น ค่ะ”

            “ผู้เล่นมนตราได้ทำการผสาน {ใบหอกทะเลดาว} เข้ากับ {ลูกแก้วทะเลดาว}ไอเทมทั้งสองจะถูกเปลี่ยนแปลงชื่อและคุณสมบัติใหม่กลายเป็น {ใบหอกติดลูกแก้วทะเลดาว} ระดับ A กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”

            “ผู้เล่นมนตราได้รับวิญญาณมังกรหิมะ ‘ดราโกเนียส’ ชั้นจักรพรรดิบรรพกาล ระดับ 300 เป็นสัตว์อสูรอัญเชิญฯ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”

            “ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจ [ตามหาไข่มังกร] ให้แก่วิญญาณมังกรหิมะดราโกเนียส กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”

             

            มีนรีบเรียกดูรายละเอียดอาวุธของตนซึ่งถูกเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกระดับออกมาตรวจสอบ หลังได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบฯ

            มีนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดข้อความแจ้งเตือนถึงไม่แจ้งให้ตนทราบตอนก่อนหน้านี้? และหญิงสาวก็เพิ่งมาถึงบางอ้อเมื่อคิดได้ว่า อาจเป็นเพราะเงื่อนไขบางประการที่เกี่ยวข้องกับภารกิจฯโดยตนจะได้ครอบครองไอเทมฯ ก็ต่อเมื่อวิญาณมังกรหิมะได้ปลดล็อกเงื่อนไขที่ว่าให้แล้วนั่นเอง...(จะใช่รึ?)

             

    {ใบหอกติดลูกแก้วทะเลดาว}ระดับ A

    อาวุธประเภท: มีดสั้น

    ความคงทน300/300

    -เพิ่มค่าพลังโจมตี (ATT) 300 หน่วย
    - เพิ่มค่าความแข็งแกร่ง (
    STR) 100 หน่วย
    - เพิ่มค่าความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณ (
    SPR) 150 หน่วย
    - เพิ่มค่าปัญญา (INT) 300 หน่วย
    - เพิ่มค่าพลังเวทมนตร์ (MP) 5,000 หน่วย
    - เมื่อโจมตี มีโอกาส 5 เปอร์เซ็นต์ที่จะให้ศัตรูติดสถานะ “มึนงง” เป็นเวลา 5วินาที
    - เมื่อเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์ ความรุนแรงของทักษะจะเพิ่มเป็น
    1.5 เท่า ตามระดับของทักษะนั้น
    - ลดเวลาร่ายเวทมนตร์ลง 30 เปอร์เซ็นต์
    - เพิ่มพลังการโจมตีด้วยเวทมนตร์ 30 เปอร์เซ็นต์

    - สามารถพัฒนาได้ (0/100) (ถูกผนึก)
    - สามารถใช้ทักษะเวทมนตร์ [ฝนดาวตก] ระดับสูง (ทักษะเรียกใช้)เรียกฝนดาวตกโจมตีศัตรู ระยะห่างไม่เกิน 50 เมตร ความเสียหาย 2,000 หน่วยต่อวินาทีเป็นเวลา 5 วินาที ใช้พลังเวท 2,000 หน่วยต่อวินาที รัศมีการทำลาย 20 เมตรคูลดาวน์ 10 นาที

    - สามารถใช้ทักษะ [ดูดเวท] ระดับต้น (ทักษะเรียกใช้)ดูดพลังเวทจากศัตรู 10 เปอร์เซ็นต์ โดยมองข้ามค่าความต้านทานจากศัตรูระยะห่างไม่เกิน 10 เมตร ใช้พลังเวท 10 หน่วย คูลดาวน์ 5 นาที
    -
    ????? (วิญญาณมังกร)
    - น้ำหนัก: 1
    5

    เงื่อนไข

    -เมื่อสวมใส่แล้วไอเทมจะผูกมัดตัวละคร ไม่สามารถขายหรือส่งต่อได้
    - เมื่อรวมร่างกับด้ามหอกและลูกแก้วทะเลดาว จะสามารถพัฒนาได้

     

              หลังจากได้อ่านรายละเอียดของอาวุธที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วมีนถึงกับตกตะลึงในคุณสมบัติทางด้านเวทมนตร์ของมันที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ใช้งานฯยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกช่วงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานะหลักหลายชนิดค่าพลังเวทมนตร์สูงสุด ความรุนแรงและความรวดเร็วในการเรียกใช้เวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นรวมไปถึงทักษะติดอาวุธอันใหม่ที่เพิ่มเข้ามาหลังจากมันได้ยกระดับกลายไปเป็นอาวุธระดับA

            เพียงแต่...ติดอยู่แค่อย่างเดียว

              “ชื่อเห่ยชะมัด...”มีนส่ายหน้าพร้อมกับบ่นออกมาเบา ๆก่อนจะคิดหาวิธีที่จะทำให้ชื่อของมันเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ‘เราต้องรีบไปเอาด้ามหอกมารวมร่างกับเจ้านี่ซะแล้ว ไม่งั้นฯ เฮ้อ...’

              จากนั้นมีนก็รีบเปิดอ่านรายละเอียดเควสที่ได้รับมา(ถูกบังคับ) อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก...

     

    ภารกิจ: [ตามหาไข่มังกร] ภารกิจ: ระดับ S

    “ดราโกเนียส”วิญญาณมังกรหิมะชั้นจักรพรรดิบรรพกาล ผู้พิทักษ์สมบัติขององค์เทพีผู้สร้างโลกมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับมามีร่างเนื้ออีกครั้ง เพื่อที่จะปกป้องสมบัติชิ้นสำคัญขององค์เทพีฯไม่ให้ตกอยู่ในน้ำมือของผู้ที่ไม่คู่ควร

    มันสำนึกตนว่าในร่างวิญญาณฯ คงไม่มีกำลังพอที่จะปกป้องคุ้มครองสมบัติชิ้นนี้ให้ปลอดภัยได้อย่างแน่นอนดังนั้นมันจึงมีความต้องการที่จะได้ไข่มังกร เพื่อให้ได้ร่างเนื้ออันแข็งแกร่งกลับมาอีกครั้ง

    เงื่อนไข

    -ตามหาไข่มังกร
    - บรรจุวิญญาณมังกรลงไปในไข่มังกร

    รางวัลภารกิจ

    -???
    -
    ???

    ระยะเวลา

    -ไม่มี

    บทลงโทษ

    -ดราโกเนียสจะตามติดท่านดุจเงาตามตัว คอยดูดค่าประสบการณ์ของท่านไปจนกว่า...???

     

    สัตว์อสูรอัญเชิญ: ดราโกเนียส [วิญญาณมังกรหิมะชั้นจักรพรรดิบรรพกาล ระดับ 300]

    ชื่อ:ดราโกเนียส            ระดับ:300        เผ่าพันธุ์: มังกร(หิมะ)

    ค่าสถานะ

    -ค่าสถานะหลัก

    HP= ???                  MP= ???                   BP = ???
    ATT = ???                 DEF = ???
    M.DEF = ???             

    -ค่าสถานะรอง

    STR= ???                 STI= ???
    SPR = ???                 INT= ???
    CRI = ???                  EVA = ???
    M.SP = ???               แต้มคงเหลือ= ???

    -ค่าสถานะแฝง

    LUCK= ???

    ทักษะ

    -???

    เงื่อนไข

    - วิญญาณดราโกเนียส จะคอยปกปักพิทักษ์สมบัติขององค์เทพีฯจากผู้ที่ไม่คู่ควร
    - วิญญาณดราโกเนียส จะดูดกลืนค่าประสบการณ์ที่ท่านได้รับจากการสังหารสัตว์อสูรหรือภารกิจจำนวน20 เปอร์เซ็นต์ แต่ระดับของวิญญาณดราโกเนียส จะไม่เพิ่มขึ้นจนกว่าจะได้ร่างเนื้อ
    - วิญญาณดราโกเนียส จะสถิตอยู่ใน
    {ลูกแก้วทะเลดาว}
    - วิญญาณดราโกเนียส จะทำให้สิ่งมีชีวิตเผ่ามังกรเกิดความยำเกรงต่อท่าน 20 เปอร์เซ็นต์
    - ท่านไม่สามารถอัญเชิญดราโกเนียสออกมาช่วยต่อสู้ได้ จนกว่าค่าความสัมพันธ์จะถึง50 แต้ม
    - ค่าความสัมพันธ์ 0 แต้ม

     

              หญิงสาวถึงกับปากอ้าตาค้าง เมื่อได้อ่านรายละเอียดของเควสและเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับวิญญาณสัตว์อสูรอัญเชิญดราโกเนียส

            ส่วนสาเหตุที่มีนปากอ้าตาค้างไม่ใช่เพราะความ “ทึ่ง” แต่อย่างใด เพียงแต่...ความคิดแรกแวบที่ปรากฏขึ้นมาในหัวก็คือ‘หมอนี่...ใช่มังกรซะที่ไหน นี่มัน...ปลิงชัด ๆ แถมยังเป็นปลิงที่ดูไม่น่าไว้ใจอีกด้วย’

              สาเหตุที่มีนคิดเช่นนี้ก็เพราะไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของตัวดราโกเนียสเอง หรือรายละเอียดของเควสที่มอบ (บังคับ) ให้มานั้นมีนแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวอีกฝ่ายเลย จะรู้เพียงแค่ว่า ตัวเองต้องตามหา “ไข่มังกร”มาให้วิญญาณดราโกเนียสได้จุติและสร้างร่างเนื้อขึ้นมาใหม่เท่านั้นอย่างอื่นล้วนแต่อยู่ในความคลุมเครือทั้งหมด อีกทั้งเควสนี้ยังเป็นเควสที่เหมือนกับว่าตนถูกอีกฝ่ายมัดมือชกอะไรอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่มันจะทำให้มีนรู้สึกอึดอัดใจกับเจ้าวิญญาณมังกร(ปลิง) ตัวนี้ไม่น้อย

              “เอาล่ะต่อไปนี้...ข้าจะเฝ้ามองเจ้า จากข้างในลูกแก้วลูกนี้แล้วกัน และจนกว่าเจ้าจะชนะข้าได้ในร่างจริงได้เสียก่อนข้าจึงจะเชื่อว่า เจ้าเป็นผู้มีคุณสมบัติครอบครองสมบัติขององค์เทพีฯ”ดราโกเนียสกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหายเข้าไปในลูกแก้วซึ่งอยู่ตรงเอวดาบของใบหอกทะเลดาว

            “เดี๋ยวก่อนค่ะอย่าเพิ่ง!!”

            “แล้วมังกรอมตะคืออะไร?บอกหน่อยได้ไหมคะ?” มีนถามในสิ่งที่ตนยังค้างคาใจ ในประโยคที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาก่อนจะมอบภารกิจมาให้

            “.......”มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่หญิงสาวผู้นี้ได้รับ

            ไม่นาน...ความเงียบก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม

            มันเป็นเสียงของการเคลื่อนตัวของผนังถ้ำฯเมื่อมีนมองไปยังต้นเสียงก็พบว่า ทางเดินที่เป็นอุโมงค์เข้าสุสานฯกำลังขยับเข้ามาชิดติดกันอย่างช้า ๆ จากนั้นปากอุโมงค์ทางเข้าก็หายไป ก่อนจะกลายเป็นผนังถ้ำหิมะสีขาวบริสุทธิ์อันราบเรียบเช่นเดิม

            หญิงสาวเดินกลับไปดูด้านหลังของบัลลังก์สีทองตัวนั้นก็พบว่าไอเทม {ดวงใจราชาหิมะ} ที่เคยสดใส บัดนี้กลับหม่นหมองลงจนกลายเป็นสีเทาจืดชืดไปเมื่อเป็นเช่นนี้มีนจึงเก็บก้อนดวงใจก้อนนี้กลับเข้าคลังสมบัติฯ ของตนเอาไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรดวงใจราชาลิงหิมะก้อนนี้ก็เป็นไอเทมสำคัญที่ใช้เปิดประตูสุสานฯ ขึ้นมาอีกครั้ง

            จากนั้นมีนจึงเดินออกไปทางปากทางเข้าถ้ำอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดร่างอยู่ตรงหน้ากลไกเวทระดับมหาเวทที่ตนได้สลักเอาไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับถอนหายใจและบ่นพึมพำออกมาอย่างช่วยไม่ได้“เฮ้อ!!เป็นหมันซะได้...”

            “นึกว่าจะได้เห็นการทำงานของแกแล้วแท้ๆ แต่...เจ้ามังกรนี่ ก็ดันยอมแพ้เสียได้”

            “ไม่เป็นไร เอาไว้ค่อยหาโอกาสสร้างใหม่แล้วกัน...”

            หลังจากบ่นเสร็จมีนก็บรรจงเก็บเอาอัญมณีธาตุที่ฝังเอาไว้ในวงเวททั้งหมด กลับเข้าคลังสมบัติเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองหิมะ

            และสาเหตุที่หญิงสาวเก็บอัญมณีธาตุทั้งหมดเข้าคลังฯก็เพราะมีนไม่คิดที่จะกลับมาที่นี่อีกแล้ว หลังจากที่ระบบฯ ได้แจ้งเตือนการหายไปอย่างตลอดกาลของราชาลิงหิมะและลูกสมุนเมื่อตนได้ทำการเปิดประตูสุสานมังกรหิมะบรรพกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม้จะรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ตนและปลาตีนน้อยจะไม่สามารถกลับมาล้างแค้นราชาลิงหิมะตัวนี้ได้อีกแต่กระนั้นมีนก็ยังคิดในทางที่ดีว่า เจ้าราชาลิงและลูกสมุนฝูงนี้มันแข็งแกร่งและมีทักษะที่อันตรายเกินไป เมื่อโอกาสเอาชนะและตายอย่างเลอะเลือนมีถึงครึ่งต่อครึ่ง...มีนจึงตัดสินใจเลือกที่จะไม่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรสายจิตในเวลานี้

            และด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้หญิงสาวไม่มีโอกาสได้กลับมาเยือนถ้ำหิมะแห่งนี้อีก...ตลอดชีวิตการเล่นเกมของตน

            ............

            ในขณะที่หญิงสาวก้มเก็บอัญมณีธาตุแต่ละก้อนเข้าคลังสมบัติอย่างตั้งใจภายในลูกแก้วทะเลดาว วิญญาณมังกรหิมะดราโกเนียสที่เฝ้ามองการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ กลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา...โดยไม่ทราบสาเหตุ

            ใช้แล้ว...แม้วิญญาณของดราโกเนียสจะสถิตอยู่ภายในลูกแก้วฯแต่มันกลับสามารถมองเห็นได้ทุกการกระทำและได้ยินทุกคำพูดของหญิงสาว

            อย่างเงียบ ๆ แต้มความสัมพันธ์ระหว่างดราโกเนียสและตัวหญิงสาวกลับเพิ่มขึ้นมา 1 แต้มในทันที โดยที่หญิงสาวคู่พันธสัญญาฯ ยังไม่ได้กระทำอันใดให้เป็นที่พึงพอใจของอีกฝ่ายเลย

            ............

            เมื่อถึงเมืองหิมะมีนก็รีบมุ่งตรงไปยังอาคารของสมาคมนักล่า หลังจากสั่งเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อย จึงนั่งรอหญิงสูงวัยผู้นั้นที่โต๊ะตัวเดิมพร้อมกับเลือกดูรายการสินค้าจากร้านค้าของสมาคมอย่างใจเย็น

            เพียงไม่นาน ในระหว่างที่มีนกำลังเลือกช้อปปิ้งสินค้าจากร้านค้าของสมาคมอยู่นั้นเสียงทักทายก็ดังขึ้นมาทางด้านหลังของตนเหมือนเช่นทุกครั้ง “สวัสดีจ้ะ แม่หนู...เป็นยังไงเรียบร้อยดีไหม?”

            เมื่อได้ยินเสียงมีนก็รีบลุกขึ้นและหันไปไหว้ทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ คุณป้า”

            “เชิญคุณป้านั่งก่อนค่ะ”

            หลังจากหญิงสูงวัยคนนั้นนั่งลงเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงถามอีกฝ่ายตามมารยาท “คุณป้าทานอะไรมาหรือยังคะ? รับเครื่องดื่มอะไรไหม?”

            หญิงสูงวัยยิ้มให้มีนอย่างเอ็นดูก่อนจะยกชูนิ้วมือขึ้น พร้อมกับหันไปบอกกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มอย่างรู้งาน“เหมือนเดิม...” จากนั้นจึงหันมาถามหญิงสาวอีกครั้ง “ได้ของมาแล้วสินะ แม่หนู...”

            “ได้มาแล้วค่ะ”มีนตอบพร้อมกับทำท่าทางเหมือนจะเรียกใบหอกทะเลดาวออกมาจากคลังสมบัติเคลื่อนที่ แต่ทันใดนั้นเองผู้อาวุโสกว่ากลับยกมือขึ้นมาปรามพร้อมกับกล่าวว่า “ไม่ต้องเอามันออกมาหรอกจ้ะ ป้า...สัมผัสถึงพลังของมันได้”

            จากนั้นหญิงสูงวัยผู้นี้จึงกล่าวกับมีนต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังอยู่หลายส่วน “ตอนนี้ เจ้าได้ผสานมันเข้ากับใบหอกแล้วสินะ”

            “......” มีนได้แต่พยักหน้ายอมรับด้วยท่าทางสำนึกผิดเล็กน้อยก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งยิ้มให้พร้อมกับถามเข้าประเด็นในทันที “อีกทั้งในตอนนี้ ข้างในลูกแก้วก็ยังมีกาฝากที่น่ารำคาญติดมาด้วยใช่ไหม?”

            “.......” ได้ยินเช่นนั้นมีนก็ได้แต่ผงกศีรษะรับอย่างเงียบงัน

            “บังอาจ!!” เสียงตวาดเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของหญิงสาว เมื่อหญิงสูงวัยกล่าวจบประโยคพลังแฝงที่อยู่ในเสียงตวาดนั้น ถึงกับทำให้พนักงานเสิร์ฟเกิดอาการตกใจ จนเป็นเหตุให้เกิดการเสียหลักและทำให้แก้วเครื่องดื่มแบบสเปเชียลที่ยกมา ลื่นไถลออกจากถาด...ตกลงมาแตกกระจายอยู่บนพื้นในทันที

            เมื่อเป็นเช่นนั้นบริกรหนุ่มถึงกับหน้าหน้าถอดสีจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะกล่าวขอโทษลูกค้าทั้งสองเป็นการใหญ่

            หญิงสูงวัยได้เห็นเช่นนั้นจึงกล่าวปลอบใจพนักงานประจำร้านอยู่สองสามคำ ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายนำเครื่องดื่มแก้วใหม่มาให้ตนก็พอหลังจากบอกกับพนักงานหนุ่มเรียบร้อยแล้ว หญิงสูงวัยจึงยกมือขึ้นมาอย่างแช่มช้าพร้อมกับร่ายเวทมนตร์สร้างบาเรียกั้นเสียงขึ้นมาคลุมพื้นที่บริเวณรอบ ๆ โต๊ะของพวกตนเอาไว้ก่อนจะเริ่มกล่าว “เป็นแค่วิญญาณที่ไร้ร่าง...ยังจะยกตัววางท่าราวกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่อยู่อีกนะ”

            “เจ้า!!” เสียงดราโกเนียสดังขึ้น

            วิญญาณมังกรหิมะยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรต่อมนุษย์ป้าผู้คนเดิมจึงกล่าวแทรกโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้กล่าววาจา“เป็นแค่สุนัขเฝ้าบ้าน เมื่อสิ้นสุดหน้าที่...ยังไม่ยอมปล่อยวางอีก?”

            “เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”ป้าถามต่อในสิ่งที่หญิงสาวก็ต้องการจะรู้เช่นกัน ว่าเหตุใด? วิญญาณมังกรตัวนี้ ถึงต้องมาเป็นปลิงคอยเกาะติดอยู่กับตัวเองเช่นนี้

            “โฮกกกกกกกกก!!” ดราโกเนียสคำรามออกมาอย่างเดือดดาลก่อนจะกล่าวกับหญิงสูงวัยด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย “เจ้า!! ถึงเจ้าจะเป็นสมุนขององค์เทพีฯแต่เจ้าไม่ใช่นายของข้า ดังนั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม หรือสงสัยอะไรในตัวข้า!!”

            มนุษย์ป้านิ่งนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มซักอีกฝ่ายต่อ โดยไม่สนใจคำพูดของวิญญาณมังกรแม้แต่น้อย “ถ้าอย่างนั้น...ตอนที่แม่หนูคนนี้ถามเหตุใดเจ้าได้แต่นิ่งเฉยไม่ยอมตอบคำล่ะ?”

            มีนเพิ่งจะมาถึงบางอ้อในตอนนี้เองว่าแม้ดราโกเนียสจะเข้าไปอยู่ในลูกแก้วฯ แต่มันก็ยังสามารถรับรู้เรื่องราวภายนอกตลอดจนสามารถพูดคุยสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างอิสระ...

            “นางไม่ใช่นายของข้า!!” ดราโกเนียสตอบอย่างมีอารมณ์

            “แต่นางคือ นายของอาวุธที่เจ้าสิงสถิตอยู่...”หญิงสูงวัยกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้

            “นางไม่ใช่นายของข้า!!” ดราโกเนียสกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวอีกครั้ง

            “ถ้างั้นฯ เจ้าก็ออกมาสู้กับแม่หนูนี่ดูอีกครั้งและถ้าหากเจ้าแพ้...ก็เชิญไสหัวไปได้เลย” คุณป้ากล่าวด้วยเสียงเรียบ

            “ไม่!!” ดราโกเนียสตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน

            “หรือเจ้ากลัวแพ้?”หญิงสูงวัยถามต่ออย่างไม่ลดละ

            “ข้าไม่ได้กลัวแพ้!! เพียงแต่ในสภาพวิญญาณฯ ข้าไม่พร้อมที่จะสู้กับนังเด็กนี่ ซึ่งมีพลังของเจ้านั่นอยู่อีกอย่างพลังและทักษะส่วนใหญ่ของข้าก็ยังถูกผนึกเอาไว้ เพราะหากประลองในตอนนี้ ถ้าข้าเกิดแพ้นางขึ้นมาจริงๆ มันก็เหมือนกับว่า ข้าต้องเป็นฝ่ายแพ้เจ้านั่นไปด้วย ข้าไม่ต้องการแบบนั้น!! มันไม่ยุติธรรมสำหรับข้า!!” ดราโกเนียสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันกราดเกรี้ยวพร้อมกับบอกถึงสาเหตุที่มันไม่คิดจะประลองกับหญิงสาวในตอนนี้

            “แล้วยังไง?พลังของมังกรอมตะที่แม่หนูนี่ได้รับมา ก็แค่เศษเสี้ยวของพลังเท่านั้น พลังนั่นมันยังไม่ได้ตื่นอย่างเต็มที่เสียด้วยซ้ำก็เหมือนกับพลังของเจ้าในตอนนี้นั่นแหละ แล้วมันไม่แฟร์ตรงไหนกันห๊ะ?!” หญิงสูงวัยกล่าวออกมาอย่างเหลืออด เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามบ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลข้างๆ คู ๆ

            “เจ้าว่ายังไงนะ?!”

            “ก็อย่างที่ข้าพูดไปนั่นแหละ‘เผ่าพันธุ์มังกรอมตะ’ ไม่มีอีกแล้ว และก่อนที่ราชาแห่งเผ่าพันธุ์ฯสหายเจ้าจะสิ้นอายุขัย มันได้สะบั้นพลังของตน และทำการลดระดับชั้นเผ่าพันธุ์ตัวเองลงจนกลายเป็นเผ่าพันธุ์ใหม่ ซึ่งก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่แม่หนูนี่ครอบครองอยู่”

            “พลังและทักษะของเผ่าพันธุ์นี้ก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของพลังแห่งมังกรอมตะเท่านั้น และตามที่ข้ารู้มา...มังกรอมตะก่อนตายมันยังทำลายทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกรอมตะเดิมทิ้งไปทั้งหมด เหลือไว้เพียงแค่เศษเสี้ยวแห่งพลังฯที่มอบให้เผ่าพันธุ์ใหม่ที่มันสร้างขึ้นมาเพียงเท่านั้น”

            “ข้าไม่รู้ถึงเหตุผลหรอกว่ามันทำไปทำไม? แต่ถ้าจะให้ข้าเดา...มันคงไม่ต้องการให้พลังของมันถูกเผ่าพันธุ์มังกรเช่นพวกเจ้าเอาไปใช้งานได้ล่ะมั้งดังนั้นสิ่งที่เจ้ากังวลอยู่ก็...สบายใจได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”หญิงสูงวัยบอกอธิบายไขความกระจ่างให้แก่ดราโกเนียสได้รับรู้ก่อนจะทิ้งท้ายประโยคด้วยการเหน็บแนบอีกฝ่ายไปหนึ่งดอก

            ได้ยินเช่นนั้น ดราโกเนียสจึงส่งเสียงออกมาด้วยอารมณ์อันเครียดขึง“อย่า เอา ข้า ไป รวม กับ พวกมัน!!”

            “โอ๊ะ!!ก็ไม่ใช่รึไง? พวกนั้น...มันก็เป็นลูกหลานของเจ้านี่นา”หญิงสูงวัยยังคงกล่าววาจาเสียดสีอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

            “พวกมันไม่ใช่ลูกหลานข้า!! นับตั้งแต่...พวกมันทำตัวขัดต่อเจตนารมณ์ขององค์เทพีฯ ต่อสู้ชิงดีชิงเด่นจนทำให้โลกที่องค์เทพีสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นอีกทั้งพวกมันยังทะเยอทะยานไขว่คว้าหาอำนาจและขยายอิทธิพล เพียงเพราะต้องการตั้งตนเป็นใหญ่เหนือเผ่าพันธุ์ทั้งปวงจนละเลยคำมั่นสัญญาที่มีต่อองค์เทพีฯ ว่าพวกมันและทุกเผ่าพันธุ์ที่พระองค์สร้างขึ้นมาจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ...”

            “เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจึงรับไม่ได้ในการกระทำของพวกมัน และตั้งแต่นั้นมา ข้าก็ถือว่า พวกมันไม่ใช่พวกเดียวกับข้าอีกต่อไป...”ดราโกเนียสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขื่นขม

            “ถ้าอย่างนั้น...เจ้าก็ควรจะมาเป็นพลังให้แม่หนูนี่เพราะถึงอย่างไรชะตากรรมของแม่หนู ก็คือการคืนสันติสุขให้แก่โลกใบนี้อีกครั้งการจะยุติสงครามครั้งนี้ลงได้ มันก็จำเป็นที่ต้องใช้พลังในการสยบพลังฯ ซึ่งพลังของเจ้าก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้ดังนั้นหากเจ้าต้องการจะเห็นสันติสุขเกิดขึ้นบนโลกนี้ดังที่เจ้าว่าเอาไว้ เจ้าจงนำพลังที่เจ้ามีอยู่...มาเป็นพลังให้แก่นางผู้นี้เถอะ”มนุษย์ป้าฯ แม้จะรู้ว่า สิ่งที่วิญญาณมังกรกล่าวออกมาจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดหรือบางทีอาจมีส่วนที่เป็นความจริงอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่กระนั้น หญิงสูงวัยผู้นี้กลับไม่คิดกล่าวเปิดโปงอีกฝ่ายแต่อย่างใดนางเพียงพูดจาเกลี้ยกล่อมวิญญาณมังกรอย่างดราโกเนียส เพราะนางรู้ดีว่า พลังในระดับมังกรจักรพรรดิบรรพกาลซึ่งเคยอยู่ในระนาบสูงสุดของโลกใบนี้มาแล้วรวมไปถึงประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนยาวนานของอีกฝ่าย...มีประโยชน์อันใดต่อหญิงสาว

            “ไม่!!ข้าจะไม่เป็นพลังให้แก่ผู้ใดทั้งนั้น ข้าอยู่...เพราะข้ามีหน้าที่ปกป้องสมบัติขององค์เทพี”ดราโกเนียสก็ยังคงยืนกรานตามเจตนารมณ์เดิมของตนอย่างหนักแน่น

            “เจ้านี่...มันกาฝากชัดๆ” ป้ากล่าวอย่างเรียบเฉย

            “โฮกกกกกกกกกกก!!” เสียงคำรามของดราโกเนียส สร้างแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาภายในม่านบาเรียเล็กน้อย

            จากนั้นไม่นานพนักงานหนุ่มก็ได้นำเครื่องดื่มแก้วใหม่มาเสิร์ฟฯ หลังจากหญิงสูงวัยรับเอาแก้วที่มีของเหลวสีฟ้าซึ่งมีเปลวไฟลอยอยู่ด้านบนมาถือไว้ในมือ ดราโกเนียสจึงถามออกมาด้วยความสงสัย “นั่นอะไร?”

            หญิงสูงวัยยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะชูแก้วในมือสูงในระดับสายตา พร้อมกับกล่าวว่า “นี่น่ะหรือ?...สเปเชียลดริ้งลาวา ยังไงล่ะ”

            ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน