บทที่ 29 ยอมเป็หัวไก่ ดีกว่าเป็หางหงส์
ซูหยางตั้งใจจะถามผู้าุโหลิวว่าทำไมถึงให้คำเตือนเช่นนั้น แต่เ้าตาแก่วัยทองนั่นกลับไม่ยอมสนใจเขาเลย
อยากพูดก็พูด ไม่อยากพูดก็ช่างเถอะ
ซูหยางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ได้แต่สะบัดหน้าเดินจากไป
เขาลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลฉินทางอินเทอร์เน็ต แต่ข้อมูลเดียวที่พบกลับมีเพียงเื่ราวของฉินเหยาเท่านั้น
ฉินเหยาอายุมากกว่าเขา 4 ปี เป็ยอดฝีมือระดับมหาโธรนยุทธ์ขั้นหกในวัย 31 ปี
เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายวรยุทธ์แห่งที่หนึ่งของตงไห่ และสอบเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์คุนหลุนได้สำเร็จ
มหาวิทยาลัยวรยุทธ์คุนหลุนคือหนึ่งในสิบสถาบันวรยุทธ์ชั้นนำของหัวเซี่ย และยังเป็แหล่งบ่มเพาะบุคลากรหลักของหน่วยลาดตระเวนคุนหลุนอีกด้วย
เรียกได้ว่าเป็ัในหมู่มนุษย์โดยแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เกี่ยวกับตระกูลฉินที่ว่านั้น เขากลับหาไม่เจอเลยสักนิด
แต่ซูหยางพอจะเดาอะไรบางอย่างได้
"ญาติผู้ใหญ่ระดับราชันยุทธ์ขั้นห้า... ตระกูลฉินต้องเป็ตระกูลวรยุทธ์ที่เร้นกายอยู่อย่างยิ่งใหญ่แน่นอน"
"แต่ทำไมผู้าุโหลิวถึงบอกว่าอย่าไปยุ่งกับตระกูลฉินให้มากนักนะ?"
ซูหยางเกาศีรษะพลางครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ
แต่เขาก็รู้สึกว่าคำเตือนของผู้าุโหลิวนั้นดูจะกังวลเกินเหตุไปหน่อย
เพราะฝ่ายนั้นเขาคงไม่ลดตัวลงมาสนใจครูธรรมดา ๆ อย่างเขาหรอก
หลังจากกินข้าวเสร็จ ซูหยางก็ตรงดิ่งไปที่ห้องสมุด เพื่อค้นหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้หลี่อีิต่อ
ประสิทธิภาพการฝึกของหลี่อีิอยู่ที่ประมาณ -400% นอกจากจะมีข้อบกพร่องเื่พร์ที่เบาบางแล้ว ยังมีสถานะ ‘จิตใจท้อแท้’ อีกด้วย
ซึ่งคนอื่น ๆ ในห้อง 5 ก็มีอาการก้ำกึ่งคล้าย ๆ กันนี้
เื่พร์ที่เบาบางนั้นเป็สิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด ซูหยางเองก็จนปัญญาจะแก้ไข
แต่สถานะจิตใจท้อแท้นั้นน่าจะเป็แค่ปัญหาด้านทัศนคติ คงเป็เพราะเขารู้สึกว่าฝึกฝนไปก็ไร้ความหวัง เลยตัดสินใจปล่อยจอย ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ซูหยางเชื่อว่าขอเพียงหลี่อีิได้พบเคล็ดวิชาที่เหมาะสมและเริ่มเห็นแสงสว่างแห่งความหวัง อาการจิตใจท้อแท้ก็น่าจะทุเลาลง
เขายังคงใช้วิธีการวิเคราะห์แบบอนุมานเหมือนเดิม แต่หลังจากลองทดสอบความเข้ากันกับวิชาหมวดหมู่หลัก ๆ ดูแล้ว ซูหยางกลับเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี
มันไม่เหมือนกรณีของจูเทาที่พอวิเคราะห์ถึงหมวดวิชาเข็ม ค่าความเข้ากันก็พุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที แต่สำหรับหลี่อีินั้น ค่าความเข้ากันในแต่ละหมวดกลับต่ำจนน่าใจหาย
หมวดที่สูงที่สุดคือวิชาเพลงเตะ ซึ่งมีความเข้ากันเพียง 22% ส่วนหมวดอื่น ๆ แทบจะเป็เลขหลักเดียวทั้งหมด
"แปลกจริงวิชาะเืพิภพซึ่งเป็วิชาประจำตระกูลของหลี่อีิ ก็เน้นพลังขาเป็หลักไม่ใช่เหรอ? ทำไมค่าความเข้ากันถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้?"
"หรือเป็เพราะพร์ที่เบาบางเกินไป? เคล็ดวิชาที่ซับซ้อนเกินไปเลยไม่เหมาะกับเขา?"
ซูหยางเริ่มสงสัย เขาจึงตัดสินใจเข้าสู่คลังข้อมูลเคล็ดวิชาพื้นฐานสายกระบวนเตะเพื่อทดสอบความเข้ากันแบบตัวต่อตัวทีละวิชา
คลังข้อมูลวิชาสายกระบวนเตะมีจำนวนมหาศาลกว่าวิชาเข็มมากนัก มีวิชาพื้นฐานรวมกันกว่า 4,000 เคล็ดวิชา
ดูท่าคงต้องใช้เวลาทำงานหลายวันเลยทีเดียว
แต่เขาก็ไม่รีบร้อน ค่อย ๆ ตรวจสอบไปทีละเล่ม
วิชาที่มีค่าความเข้ากันต่ำกว่า 300% เขาจะข้ามไปทันที
สำหรับคนอย่างหลี่อีิ ต้องใช้เคล็ดวิชาที่มีค่าความเข้ากันระดับ 300% ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะพอเยียวยาได้ มิฉะนั้นประสิทธิภาพการฝึกก็คงจะยังติดลบอยู่ดี
ในขณะที่ซูหยางมุ่งมั่นกับการค้นหาวิชา นักเรียนห้อง 5 เองก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ
นักเรียนห้องอื่นมักจะใช้่เวลาคาบเรียนอิสระฝึกฝนวรยุทธ์อย่างหนัก แต่เ้าพวกนี้ต้องหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลา มิฉะนั้นถ้าเอาแต่นอน แขนขาคงได้ลีบฝ่อไปเสียก่อน พวกเขาจึงจับกลุ่มกันเล่นเกมบอร์ดเกมล่าหมาป่าอย่างเมามัน
ทว่าจูเทากลับไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย
"พวกนายเล่นกันไปเถอะ ฉันจะไปเดินเล่นหน่อย"
"อ้อ ได้"
เพื่อน ๆ ไม่ได้สนใจอะไร จูเทาเดินออกจากห้องเรียนแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังดาดฟ้าของอาคารเรียนทันที
หลังจากวิธีกระแสต่างความเร็วสำเร็จผล จูเทาก็อดใจไม่ไหวที่จะเริ่มฝึกเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าต่อ
และเพื่อไม่ให้เพื่อนในห้อง 5 สังเกตเห็นความผิดปกติ เขาจึงต้องหาสถานที่ที่เงียบสงบเพียงลำพัง
ดาดฟ้าอาคารที่ไร้ผู้คนจึงเป็สถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับการฝึกฝน
จูเทาหาที่นั่งลง หยิบกล่องดำขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือออกมา เมื่อเปิดฝาออก ภายในเต็มไปด้วยเข็มเหล็กสกัดพิเศษ
จะทำงานใหญ่ อุปกรณ์ต้องพร้อม
เข็มเย็บผ้าธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทนทานต่อการอัดฉีดปราณของนักรบได้ หากออกแรงเพียงนิดเดียวก็อาจจะหักสะบั้นได้ง่าย ๆ
เพื่อให้การฝึกวิชาเข็มเป็ไปอย่างราบรื่น จูเทาจึงยอมควักเงินก้อนโตสั่งซื้อเข็มเหล็กสกัดพิเศษชุดนี้มาจากอินเทอร์เน็ต
วัสดุที่ใช้ทำคือโลหะเสริมแกร่งชนิดเดียวกับเข็มอัสนีบาตซึ่งได้มาจากการที่สัตว์ร้ายประเภทกินทอง กินโลหะเข้าไปแล้วย่อยสลายออกมา
เทคโนโลยีของมนุษย์ที่ก้าวะโขึ้นมาได้ในบางแง่มุม ก็มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพวกสัตว์ร้ายเหล่านี้เอง
จูเทาหยิบเข็มเหล็กออกมาเล่มหนึ่งแล้วเริ่มโคจรปราณ
หลังจากการฝึกฝนเคล็ดวิชาเข็มมาสามวัน และแอบเย็บปะเสื้อผ้าไปนับไม่ถ้วน ตอนนี้เขาก็เริ่มเข้าสู่ขั้นสำเร็จเล็กแล้ว
ครู่ต่อมา เข็มเหล็กที่คีบอยู่ในนิ้วทั้งสองของเขาก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย นั่นทำให้จูเทาตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
เชี่ย... ฉันคืออัจฉริยะวิชาเข็มที่หาตัวจับยากจริง ๆ ด้วยว่ะ!
วันเดียวเข้าสู่ขั้นเริ่มต้น สามวันทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สองของเคล็ดวิชาได้สำเร็จ!
การชักนำปราณผ่านปลายนิ้วเข้าสู่เข็มเหล็ก จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและอำนาจการทะลุทะลวงของเข็มได้มหาศาล
การบรรลุเข้าสู่ขั้นที่สองถือเป็การเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาอาวุธลับอย่างแท้จริง
ทว่าการจะดีดเข็มออกไปให้ได้ผลจริงนั้นต้องอาศัยทักษะดัชนี ซึ่งตอนที่จูเทาแอบเย็บผ้าม่าน เขาเคยเผลอสำแดงท่านั้นออกมาโดยไม่รู้ตัวครั้งหนึ่ง
เมื่อคืนนี้หลังจากกลับถึงห้องพัก จูเทาได้ตรวจสอบซ้ำหลายครั้ง
ท่าดีดนั้นคือวิชาดัชนีของเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า ที่มีชื่อว่าดัชนีพิฆาตเข็ม!
ตามทฤษฎีแล้ว ท่าดัชนีพิฆาตเข็มจะสามารถสำแดงออกมาได้ก็ต่อเมื่อบรรลุถึงขั้นสุดท้ายของเคล็ดวิชา และระดับพลังต้องถึงลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ดเท่านั้น
"ฉันสำแดงท่าดัชนีพิฆาตเข็มออกมาได้โดยบังเอิญ แถมยังเป็การข้ามขั้นทำในสิ่งที่ระดับขั้นเจ็ดถึงจะทำได้!"
ในหัวของจูเทาพลันปรากฏอักษรสี่ตัวที่เปี่ยมไปด้วยพลังขึ้นมาทันที
"จุติ! เทพ! ยุทธ์!"
แต่สิ่งที่ตามมาคือความสงสัยอันไร้ที่สิ้นสุด
ซูหยางมองเห็นจุดนี้ได้อย่างไร!?
เพียงเพราะสัญชาตญาณงั้นเหรอ!?
จูเทาไม่เชื่อเื่สัญชาตญาณอะไรนั่นหรอก เขาคิดว่าซูหยางต้องมีวิธีการลับอย่างอื่นแน่นอน
การที่เขาเคี่ยวเข็ญให้ข้าฝึกวิชาเข็มขนาดนี้ เขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่? เขา้าอะไรจากตัวฉัน หรือแค่ไม่อยากให้หยกงามต้องเปื้อนฝุ่นจริง ๆ?
ทว่าความสงสัยเ่าั้ก็ถูกจูเทาสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์อะไร แต่บุญคุณครั้งนี้ของซูหยาง เขาจะจดจำไว้ในใจ
ในวันหน้าที่ฉันทะยานขึ้นเป็ั ฉันจะตอบแทนเขาด้วยรถหรูและคฤหาสน์แน่นอน!
และตอนนี้ จูเทาก็เริ่มกลับมาพิจารณาปราณของเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดที่ดูจะเป็ส่วนเกินและน่ารำคาญขึ้นมาเสียแล้ว
วิธีกระแสต่างความเร็วที่ซูหยางให้มา จูเทาอ่านทุกตัวอักษรอย่างตั้งใจ และเขาก็รู้ดีว่าวิธีนี้จะต้องคอยปรับแต่งจังหวะอยู่ตลอดเวลาในภายหลัง
หากไม่ตัดใจตอนนี้ ย่อมนำมาซึ่งความยุ่งยากในวันหน้า
จะสลายวรยุทธ์แล้วเริ่มใหม่ หรือจะคงสภาพเดิมไว้แบบนี้ดี!?
จูเทาขมวดคิ้วเคร่งเครียด ตัวเขาเองน่ะพร้อมจะสลายพลังแล้วเริ่มใหม่ แต่พ่อกับแม่คงไม่มีทางเห็นด้วยแน่ ๆ
ท่านทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายกับตัวเขามามาก การจะสลายวรยุทธ์ทิ้งเพื่อไปเลือกวิชาเข็มพื้นฐานระดับต่ำแบบนั้น มันเป็เื่ที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิงในสายตาของพวกท่าน
ต่อให้พ่อแม่จะยอม แต่พวกผู้าุโในตระกูลก็คงไม่ยอมแน่
ตระกูลจูเป็ตระกูลวรยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ มีแิที่หัวโบราณมาก คนในตระกูลต้องฝึกได้เพียงหมัดเทพัขดเท่านั้น วิชาอื่นจะถูกมองว่าเป็พวกนอกคอกทันที
เดิมทีจูเทาก็ไม่เป็ที่ชื่นชอบของบรรดาคนรุ่นใหม่ในตระกูลจูอยู่แล้ว ถ้าเขาเปลี่ยนไปฝึกวิชาเข็ม เขาคงกลายเป็ส่วนเกินที่ไร้ค่าของตระกูลจริง ๆ
และที่สำคัญที่สุด ต่อให้สลายพลังแล้วเริ่มใหม่จนเคล็ดวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าบรรลุขั้นสมบูรณ์ ระดับพลังสูงสุดก็จะได้แค่ระดับเจ็ดเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ต้องคลำทางหาทางไปต่อด้วยตัวเองเพื่อหาเคล็ดวิชาเข็มระดับสูงมาฝึกต่อ แต่วิชาเข็มนั้นเป็วิชาที่คนฝึกน้อยและหาคนสืบทอดได้ยากยิ่ง จูเทาไม่เคยได้ยินชื่อเคล็ดวิชาเข็มระดับสูงที่ไหนเลย อนาคตของเขาอาจจะมืดแปดด้านได้
จูเทานิ่งคิดอยู่นาน ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายเด็ดเดี่ยว
"ยอมเป็หัวไก่ ดีกว่าเป็หางหงส์!"
"ฉันจะเป็... าาแห่งวิชาเข็ม!"