You Are My Light 2
ฉันกับลูกเดินมาถึงแผนกฉันก็ให้ลูกแนะนำตัวกับพี่ๆ และเอาขนมไปให้ทันทีเมื่อเริ่มทำงานซันไชน์ก็นั่งเล่นของเล่นและวาดรูปอยู่ใต้โต๊ะ ฉันเอาพัดมือถือเล็กๆ เปิดและตั้งไว้ให้ถึงแม้ที่นี่จะเปิดแอร์เหมือนขั้วโลกเหนือแต่ใต้โต๊ะมันก็ไม่ใช่ที่ๆ ลูกฉันควรจะอยู่แต่เ้าลูกหมูมันดื้อเลยจะเล่นอยู่ที่นั่นฉันเลยต้องปล่อยไว้ วันนี้งานฉันไม่เยอะเท่าไหร่จะหนักอีกทีวันจันทร์หน้า ตอนพักกลางวันพี่ส้มชวนไปทานข้าวแต่วันนี้ไม่สิเกือบทุกๆ วันฉันจะห่อข้าวมาทานเองวันนี้แปลกไปเพราะพี่ๆ ในแผนกก็ห่อข้าวมาทานเป็เพื่อนฉัน ฉันซึ้งใจจวนจะร้องไห้แต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้ เราไปทานที่ห้องอาหารของชั้นสามเป็โซนที่มีไว้เพื่อชงกาแฟและพักเบรกมีโต๊ะอาหารวางไว้ด้วยที่นี่เลยมีแค่เราแผนกบัญชีเพราะแผนกอื่นเขาออกไปทานข้าวนอกกันหมด
“ทำแบบนี้ก็ได้นะ ประหยัดตังค์ดี” พี่โอมบอกมาแบบนั้น
“แหมประหยัดตังค์เดี๋ยวแกก็เอาตังค์ส่วนที่ประหยัดไปร้านเหล้าเชื่อสิ” พี่เอมแทรกขึ้นทำเอาคนอื่นๆ หัวเราะตาม
“ม้าครับ”
“ครับ? ว่าไงลูก”
“อันนี้อร่อย” นิ้วเล็กชี้ไปที่ข้าวผัดที่ฉันทำใส่กล่องข้าวเล็กๆ มา
“ก็ของโปรดเรานี่มันก็ต้องอร่อยสิ” ฉันแกล้งแซวลูกชายไปจนอีกฝ่ายหัวเราะคิกๆ
“ทานดีๆ นะครับห้ามทำเปื้อนนะ”
“ครับ ม้าๆ”
“ว่าไงครับ”
“คนนั้นกำลังเดินเข้ามาครับ” ซันไชน์แอบๆ ชี้ให้เห็นคนที่กำลังเดินเข้ามา อ๋อ คนที่เอาขนมซันไชน์ทิ้งเมื่อเช้านั่นแหละ เขาเดินเข้ามาจนหยุดอยู่ข้างๆ โต๊ะพี่ๆ เริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีและอึกอักกันจนน่าแปลกใจ ทำไมต้องทำท่ากลัวเขาขนาดนั้นกัน
“บะ บอสมีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ” บะ บอสอย่างนั้นเหรอ? คนนี้เหรอคือบอสของใครหลายๆ คนและยังเป็คนจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงฉันด้วย ตายแล้วเมื่อเช้าลูกชายฉันไม่ได้ทำอะไรให้เขาโกรธใช่ไหม
“เปล่าครับ แต่เพิ่งรู้นะครับว่าบริษัทเราให้เอาเด็กเข้ามาด้วย” ฉันสะอึกทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น ที่แผนกอื่นฉันยังเห็นคนอื่นมาลูกพาเด็กมาเลยนะทำไมฉันถึงพามาไม่ได้ล่ะ
‘ให้พี่ตีเขาเลยไหม’ จันทร์เ้าที่เงียบตลอดทั้งวันจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นข้างหู เป็ผีอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นักเลงซะงั้นพี่ใครเนี่ย
“น้องมีความจำเป็จริงๆ ค่ะบอส ดิฉันเห็นว่าไม่เสียหายอะไรจึงอนุญาตให้มาได้”
“ครับ อย่าเสียงดังแล้วกัน” เขายังจ้องซันไชน์ไม่ละสายตาไปไหน เ้าตัวเล็กเม้มปากแน่นก้มหน้าหลบสายตาเบียดเข้าหาฉันยิ่งขึ้นฉันอุ้มซันไชน์มานั่งตักและกอดเขาไว้ เขาจ้องลูกฉันอยู่นานก่อนจะเดินออกไปพี่ๆ ถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกัน ไม่มีใครพูดอะไรต่อแต่ชวนกันทานข้าวฉันเองก็ทานไม่ลงแล้วเหมือนกันไชน์เองก็ซึมไม่พูดอะไรน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเล็กแต่ไม่มีเสียงร้องไห้หรือเสียงสะอื้น พี่ๆ ที่เห็นก็ทำหน้าสงสารกันเสียยกใหญ่ ฉันเลี้ยงลูกของฉันมาไม่เคยทำให้ร้องไห้เลยนะแล้วเขาเป็ใครกันถึงกล้ามาทำลูกฉันแบบนี้
“่บ่ายบอสจะลงมาเช็คบัญชีนะทุกคน” พี่ส้มบอกอย่างเห็นใจ ฉันยิ้มพยักหน้ารับ เขามาทำงานของเขานี่คงไม่มานั่งจ้องลูกฉันให้ร้องไห้อีกหรอก
“เด็กไปไหน” แต่ใครจะไปคิดว่าเกือบบ่ายสามที่เขาคุยกับพี่ส้มและเช็คบัญชีเสร็จจะเดินตรงมาหาฉันและเอ่ยถามแบบนั้น ซันไชน์มุดออกจากใต้โต๊ะทำงานที่ตอนนี้เป็ฐานทัพลับไปแล้ว ไชน์โผล่หน้าออกมาดูผู้มาเยือน แต่พอเห็นว่าเป็ใครไชน์ก็มุดกลับเข้าไปที่เดิม คนตาไวมองเห็นก็ทำหน้าขำๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะเดินออกไป
“อะไรของบอส งงนะเนี่ย” พี่โอมที่อยู่โต๊ะข้างๆ อุทานอย่างงงงวยอย่าว่าแต่พี่โอมเลย ฉันก็งงเหมือนกัน ตอนเที่ยงทำให้ร้องไห้ตอนบ่ายมาถามหา อะไรของเขาก็ไม่รู้ เมื่อบอสเดินออกไปพี่ๆ ก็ชวนซันไชน์เล่นรอเวลาเลิกงานวันนี้เลิกบ่ายสามแต่กว่าจะได้กลับก็บ่ายสามครึ่งเพราะเ้าลูกหมูเอาแต่เล่นกับพี่ๆ ที่แผนกจนเพลิน ฉันยกมือไหว้ลาพี่ๆ พร้อมกับซันไชน์วันนี้ตั้งใจจะพาลูกชายเดินเล่นแถวนี้ก่อนเพราะนานๆ จะมีโอกาสพาลูกมาที่ใหม่ๆ ตรงนี้มีสวนสาธารณะมีเครื่องเล่นด้วยนะแต่มันดูเปลี่ยวๆ น่ากลัวยังไงไม่รู้
“ไปที่อื่นไหมลูก มันน่ากลัวนะ”
“ครับ ไปก็ได้”
เราทั้งสองเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ วันนี้ตั้งใจจะพาไปกินไอศกรีมสักหน่อยห้างอยู่ไม่ไกลด้วยเดินนิดหน่อยก็ถึงแล้ว เ้าลูกหมูเมื่อยขาฉันถึงเปลี่ยนเป็แบกเ้าลูกหมูขึ้นหลังแทนเมื่อถึงหน้าห้างฉันก็ปล่อยให้ลูกเดินเองเราเดินจับมือกันเดินเล่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพาไปทานไอศกรีม เ้าลูกหมูยิ้มกว้างหัวเราะคิกๆ อย่างมีความสุขฉัน
“ม้าครับ”
“ครับลูก” ฉันละมือออกจากมุมปากเล็กหลังจากเช็ดคราบไอศกรีมให้เสร็จพอดี
“คนนั้นอีกแล้ว” ฉันหันมองตามสายตาลูกชายก็เห็นคนที่ลูกชายทัก บอสกำลังเดินตรงเข้ามายังร้านไอศกรีมที่ฉันกับลูกนั่งอยู่ เขาจะมาทานไอศกรีมเหมือนกันสินะ ฉันหันกลับมามองลูกก็ต้องหลุดขำเมื่อซันไชน์ตักไอศกรีมคำสุดท้ายเข้าปากและรีบเร่งชวนกลับ ฉันเดินไปจ่ายเงินค่าไอศกรีมพร้อมลูกก่อนจะเดินออกจากร้านไปดูหนังสือวาดรูป โล่งใจอยู่มากเพราะมั่นใจว่าบอสไม่มีทางเห็นเราสองคนแน่ๆ เมื่อได้หนังสือวาดรูปและหนังสือหัดท่องพยัญชนะไทยเราสองแม่ลูกก็ออกจากห้างตั้งใจจะไปขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้าน แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่พวกฉันตั้งใจหลบจะขับรถมาดักข้างหน้าและฉุดให้ขึ้นรถไปกับเขาแบบงงๆ ลูกชายไม่ต้องพูดถึงเอาแต่กอดแขนฉันไว้แน่นหลบหน้าบอสเต็มที่ ส่วนฉันเองก็ไม่กล้าหายใจใบหน้าบอสนิ่งเรียบเสียจนฉันไม่กล้าจะหายใจแรง
“บ้านอยู่ไหน” เขาเอ่ยแค่นั้น
“คอนโดxx เอ่อ บอสส่งป้ายรถเมล์ก็ได้ค่ะเราไม่อยากรบกวน” ฉันบอกเขาไป แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้รับรู้อะไรเลยสักอย่าง
“ไม่เคยบอกว่ารบกวน แล้วที่ร้านไอศกรีมหลบออกไปก่อนทำไม” เขาเห็นด้วยเหรอ
“พอดีอิ่มแล้วน่ะค่ะเลยออกจากร้าน”
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
“อยู่กันสองคนเหรอ?” บอสเริ่มถามอะไรมากขึ้น แต่มันแปลกอ่ะ จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาใกล้แบบนี้
“ค่ะ”
“มีลูกตอนอายุเท่าไหร่” เขาเอ่ยถามเสียงนิ่งๆ กลายเป็ฉันที่สะอึกเสียเอง
‘18 บอกนายขี้เก๊กนี่ไป’ จันทร์เอ่ยมา พอลอบมองไปด้านหลังก็เห็นว่ากำลังนั่งเป็คุณนายอยู่เบาะด้านหลัง รายนั้นไม่ว่าจะไปไหนก็ตามได้หมดไม่เรียกก็ตามมาได้เพราะมีคนบอกว่าเราดวงจิตผูกกันเหมือนคนๆ เดียวกัน น่าเหลือเชื่อนะว่าไหม
“18 ค่ะ”
“พ่อเด็กล่ะ”
“ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกที่จะบอกจริงๆ ค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ” ใช้เวลาเกือบสิบห้านาทีเขาก็มาหยุดรถที่หน้าคอนโดฉันยกมือไหว้ขอบคุณเขาก่อนจะอุ้มลูกลงจากรถ ฉันใจริงๆ นะที่จู่ๆ ก็เจอเขาแล้วไหนจะบังคับมาส่งอีก ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้จะอะไรกับฉันหรอกแต่กับลูกฉันไม่แน่
‘ตะวัน พรุ่งนี้ทำบุญหิวแล้ว’
‘รู้แล้วค่ะ พรุ่งนี้สายๆ นะ วันนี้ลูกตื่นเช้าอยากให้นอนพักก่อน’
‘ไม่มีปัญหา’
==================================================
จันทร์!!!! หนูเป็ผีนะลูกหนูจะไปตีบอสเขาได้ยังไง