ตอนที่ 6 ในที่สุดก็เจอ
#เพลงพิณ
ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่ อยู่ๆโรคประหลาดที่ฉันเป็ก็กำเริบขึ้นมาอีกทั้งๆที่มันเพิ่งจะหายไปเมื่อวันก่อนนี้เองนี่เป็ครั้งแรกที่ฉันมีอาการติดกันเร็วขนาดนี้ เป็เพราะอะไรกันนะ
เช้าวันต่อมา
ฉันเดินทางกลับกรุงเทพฯแต่เช้าโดยที่ไม่ได้บอกให้คนข้างห้องรู้ เหตุผลก็คือ ฉันกลัวใจตัวเอง กลัวว่าความ้าของฉันที่มีต่อเขาจะทำให้ฉันถลำลึกมากไปกว่านี้และกลัวโรคประหลาดของฉันจะกำเริบขึ้นมาอีก ทั้งหมดนี้จึงทำให้ฉันต้องรีบกลับ
#ภูธเรศ
"ขอโทษนะครับผู้หญิงคนที่อยู่ห้องติดกับผม เธอไปไหนแล้วครับ"ผมยืนเคาะประตูเรียกเธออยู่ตั้งนาน ไม่เห็นเธอเปิด ผมก็เลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อก
ซึ่งเธอก็ไม่ได้อยู่ในนั้นแล้วด้วยผมตามหาเธอจนทั่วก็ไม่เจอสุดท้ายผมก็เลยเดินมาถามเ้าของรีสอร์ตอย่างที่เห็นนี่แหละครับ
"เธอคืนกุญแจห้องั้แ่เช้ามืดแล้วค่ะ"
".........." คิ้วเข้มๆของผมเริ่มขยับเข้าหากัน
"เธอเรียกรถให้มารับไปส่งที่สนามบินน่าจะกลับไปแล้วนะคะ" สิ่งที่ผมได้ยินทำเอาผมอ้าปากค้างพูดไม่ออกและไม่รู้จะถามอะไรต่ออีก
"กลับไปแล้วเหรอครับ"
"ค่ะ"
"เธอได้ฝากบอกอะไรไว้ถึงผมบ้างหรือเปล่าครับ"
"ไม่มีนะคะ"
"ขอบคุณมากครับ"ผมรีบกลับมาที่ห้องพักอีกครั้งเพื่อเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที นอกจากหนังสือเล่มนั้นที่ผมตามหา ต่อไปนี้ผมคงต้องออกตามหาเธอด้วยอีกคน เสียดายผมรู้จักแค่ชื่อของเธอเบอร์ก็ไม่ได้ขอเอาไว้ ที่ทำงาน ที่บ้าน ไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับเธอเลย
#เพลงพิณ
ฉันนั่งเครื่องกลับมาถึงกรุงเทพฯ่สายๆเมื่อถึงบ้านก็ไม่เจอใครอยู่ที่บ้านแล้ว คนในบ้านบอกว่าไอ้ฟ้าเข้าบริษัทมันคงจะไปช่วยคุณพ่อของมันทำงาน ฉันก็เลยไม่ได้โทรตามรอ่เย็นมันกลับมาแล้วค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย
่เย็นฉันได้ยินเสียงรถของพี่ขุนขับเข้ามาจอดฉันรีบวิ่งออกไปดูที่หน้าบ้านทันที
"กลับมากันแล้ว..."
"อ้าวเพลง...กลับมาแล้วเหรอทำไมกลับมาเร็วจัง ไม่สนุกเหรอ" ไอ้ฟ้ายิงคำถามจนฉันตอบแทบไม่ทัน
"ฉันมีเื่จะคุยกับแกหน่อยพี่ขุนคะ...เพลงขอยืมตัวไอ้ฟ้าสักพักนะคะ" ฉันไม่ได้รอให้พี่ขุนตอบรีบคว้าข้อมือไอ้ฟ้าขึ้นชั้นบนเข้าไปคุยกันในห้องทันที
"มีเื่อะไรแกดูแปลกๆนะเนี่ย"
"ฉันไปเจอผู้ชายคนนึงมา"ฉันพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรที่พี่ภูให้ไว้ส่งให้ไอ้ฟ้าดู
"อะไรของแก..."มันทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมรับนามบัตรในมือของฉันเอาไปถือไว้แล้วหยิบมันขึ้นมาอ่านดู
"ภูธเรศ...ใคร?"
"เขาเป็นักออกแบบสถาปนิกหนุ่มที่กำลังมาแรงในขณะนี้เลยนะเว้ย"
"แล้วมาบอกฉันทำไมแกจะหางานให้เขาก็ไปบอกพี่ขุนสิ"
"ไม่ใช่...ฉันมีความรู้สึกบางอย่างกับเขา"
"โอ้ย...ขอสั้นๆเข้าใจง่ายๆได้มั้ยวะเล่ามา...เอาแบบครบๆเลยนะ"
"โอเคคือเื่มันเป็อย่างนี้..." ฉันเริ่มเล่าถึงพี่ภูผู้ชายที่ฉันเจอเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วฉันก็หนีเขากลับมา
"จูบ!!"
"เบาๆสิวะเดี๋ยวก็มีใครมาได้ยินหรอก"
"อิจฉามึงว่ะกูแต่งงานแล้วยังไม่ได้สักจูบเลย..." ใช่เวลาตลกมั้ยเนี่ย!
"ประเด็นก็คือ...แกว่าเป็เพราะอะไรวะโรคของฉันถึงได้กำเริบเร็วขนาดนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนมันก็ไม่เคยเป็ติดๆกันแบบครั้งนี้มาก่อน"
"ไม่รู้เลยว่ะ...ว่าแต่แกชอบเขาจริงๆเหรอ"
"อือ...ฉันรู้สึกกับเขาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน มันมากจนฉันต้องหนีกลับมานี่แหละ"
"ถ้าเป็ฉันจะอยู่ลองสักตั้ง"
"ลองอะไรวะ"
"ก็แกอยากได้อะไรก็อันนั้นแหละถ้าไม่ใช่ก็แค่กลับมายืนที่เดิม ไม่แน่นะ ถ้าเขารักแกจริงแล้วเกิดรับในสิ่งที่แกเป็ได้ มันก็ดีไม่ใช่เหรอวะ"
"แกคิดแบบนี้เหรอ"
"เออสิ..."
"เฮ่อ...แต่ฉันหนีเขากลับมาแล้ว"
"นามบัตรนี่ไง"
"แกจะให้ฉันไปหาเขาที่บริษัทเหรอ"
"เปล่า...เจอกันเื่งานจะสวยกว่ามั้ยบริษัทแกกับบริษัทเขา ช่างเข้ากันดียิ่งนัก" พูดเสร็จมันก็หัวเราะเบาๆบริษัทอสังหาริมทรัพย์สร้างอาคารบ้านเรือนกับนักออกแบบสถาปนิก
"เรียนจบแล้วถึงเวลาที่ฉันต้องเข้าบริษัทไปทำงานสักที" ฉันยิ้มให้ไอ้ฟ้า
"ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะเพื่อน"
"ฟ้า!!...ขอบใจนะ"มันหันมาพยักหน้าให้ แล้วเดินออกจากห้องของฉันไป
#ภูธเรศ
หลังจากที่ผมตัดสินใจเดินทางกลับเช้าวันนั้นผมก็ได้แวะซื้อของฝากมากมายมาฝากผู้ใหญ่ที่บ้าน
ที่บ้านมีคุณปู่คุณพ่อและคุณแม่ อยู่ด้วยกันสามคนส่วนพี่น้องคนอื่นๆ แยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็ของตัวเอง แต่ก็มักจะผลัดกันแวะเวียนมาเยี่ยมคุณปู่บ้างตามวาระและโอกาสส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ของผม ่เช้าพวกท่านจะออกจากบ้านไปทำงาน่เย็นโน่นแหละถึงจะกลับเข้าบ้าน
ใน่กลางวันคุณปู่มักจะอยู่บ้านคนเดียวซึ่งท่านยังแข็งแรง ท่านชอบอ่านหนังสือมาก วันๆหนึ่งก็มักจะเข้ามาอยู่แต่ในห้องหนังสือหนังสือส่วนมากในห้องนี้ ผมเป็คนสรรหามาให้ท่านอ่านเองแหละครับ
ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องหนังสือเห็นคุณปู่กำลังนั่งอ่านหนังสือท่าทางเอาจริงเอาจังขยับแว่นแล้วขยับแว่นอีก
"คุณปู่สวัสดีครับ"
"อ้าว...ตาภู"น้ำเสียงของคนแก่เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองมาที่ผม
"ตาไม่ไหวแล้วพักบ้างก็ได้นะครับ"ผมเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆท่าน
"ยังมีหนังสืออีกมากมายที่ปู่ยังไม่ได้อ่านอายุก็มากขึ้นทุกวัน"ความหมายของท่านก็คือเดี๋ยวตายแล้วจะไม่ได้อ่านนั่นเองครับ
"พักก่อนเถอะครับผมไปเที่ยวมาซื้อขนมมาฝากคุณปู่เยอะแยะเลยครับ"
"คนแก่กินนิดๆหน่อยๆก็อิ่มแล้วจะซื้อมาทำไมเยอะแยะ"
"ไปครับ...ไปกินขนมกัน"คุณปู่วางหนังสือเล่มที่อยู่ในมือลง ผมเข้าไปประคองพาท่านเดินออกไปด้านนอกแต่ในขณะที่ผมกำลังเดินผ่านชั้นหนังสือ ชั้นหนึ่งในห้องนั้น
"ตุบ!!"อยู่ๆก็มีหนังสือเล่มหนึ่งร่วงลงมาต่อหน้าต่อตาผม คล้ายกับมีคนผลักมันลงมาอย่างไรอย่างนั้น
"ร่วงลงมาได้ยังไงเนี่ย"เป็เสียงของคุณปู่
ส่วนผมแค่เห็นแว๊บแรกก็รู้เลยว่าใช่หนังสือลวดลายโบราณ ผมจ้องมองมันตาแทบไม่กระพริบถึงมันจะดูเก่ากว่าเล่มที่อยู่ในความฝันของผมมากก็จริงแต่ในความรู้สึกของผมนั้นมันบอกว่าใช่ ผมค่อยๆขยับตัวก้มลงไปหยิบหนังสือเล่มนั่นขึ้นมาถือไว้มันเก่ามากๆ
"คุณปู่ได้หนังสือเล่มนี้มาจากไหนเหรอครับ"ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย
"ได้มาั้แ่แกตัวเล็กๆโน่นมันเก่ามาก ปู่ก็เลยวางไว้ที่ชั้นบน ไม่รู้ว่ามันตกลงมาได้ยังไงโดนหัวแกหรือเปล่า" ผมตามหาหนังสือเล่มนี้มาหลายปี สุดท้ายมันก็มีอยู่จริง
"ไม่โดนครับ"
"เอาขึ้นไปวางไว้ที่เดิมให้ปู่หน่อยสิ"
"คุณปู่ครับหนังสือเล่มนี้ผมขอได้มั้ยครับ" สิ่งที่ผมอยากรู้ที่สุดก็คือตกลงด้านในมันเขียนอะไรไว้กันแน่
"แกจะเอาไปทำอะไรมันเก่าจนมองไม่เห็นตัวหนังสือแล้ว" ผมยังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดมันดูตอนนี้ขอเอากลับไปทำใจก่อนเปิดก็แล้วกัน
"นะครับ ผมขอ"
"เอ้า!อยากได้ก็เอาไปเถอะ" ท่าทางของคุณปู่ไม่ได้สนใจหนังสือเล่มนี้เลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณครับ"ผมถือหนังสือเล่มนี้ไว้แน่น
"ไปครับ ไปกินขนมกัน"
"ปู่แก่แล้ว ชอบทำเหมือนปู่ชอบกินขนมเป็เด็กไปได้"ผมพาท่านออกไปนั่งกินขนมที่ด้านนอกจนอิ่มแล้วจึงพาท่านกลับมานั่งลงที่ห้องหนังสือตามเดิม จากนั้นผมก็ขอตัวกลับ