[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    97 เกท

    “รายงานเร็วเข้า รีบส่งคนกลับไปรายงานสถานีโคเวีย นายน้อย 11 นายน้อย 11 เขาไม่ได้แค่ฆ่านักเวทย์ 700 ปีได้ทะ เท่านั้น”


    นักเวทย์ 800 ปีค่อยๆร่างแหลกสลายเหลือเพียงแค่กองกระดูก หลังจากคำสาปที่เล่นงานย่อยสลายผิวหนังและกล้ามเนื้อให้กลายเป็นน้ำหนองไหลออกมาจากตัว จากเดิมพวกมันคิดว่ากองกำลังนักเวทย์ 700 ปีจำนวน 100 คนและนักเวทย์ 800 ปีจำนวน 10 คนที่มาดักรอจะสามารถเล่นงานแอนเดอร์สันได้ กลับกัน เป็นพวกมันที่ถูกเล่นงานแทน


    เพียงแค่กระทืบเท้าลงไปบนพื้นและกวาดมือออกไปรอบข้าง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้นักเวทย์ 800 ปีหยุดอยู่กับที่ ไม่สามารทำอะไรได้ ผู้ถอนคำสาปมากมายที่นำมาเตรียมเอาไว้ล้วนตกตายเมื่อเจอกับคำสาปนับพัน ต่อให้จะหน่วงเวทย์ถอนคำสาปเอาไว้หลายสิบบทเพื่อช่วยกันถอนคำสาปของนายน้อยแอนเดอร์สัน เตรียมแม้กระทั่งนักเวทย์แสง 800 ปีเอาไว้ถอนคำสาประดับต่ำ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาล้วนแล้วเป็นเวทย์คำสาประดับ 8 ที่เกิดจากการวางวงเวทย์โดยผ่านการสังเวทย์นักเวทย์ 700 ปีที่มาด้วยกัน 


    จากเดิมเวทย์คำสาประดับ 8 ไม่สามารถเล่นงานนักเวทย์ 800 ปีได้โดยตรงเพราะใช้มานาขจัดคำสาปออกได้ทัน แต่หลังจากวงเวทย์ขนาดใหญ่ถูกสร้างผ่านมือแอนเดอร์สันร่วมกับการสังเวยนักเวทย์ 700 ปี ทุกคนที่คิดจะฆ่าเขาก็กลายเป็นโครงกระดูกไม่แม้แต่จะได้ต่อสู้


    อย่างไรก็ตามความต้องการที่อยากจะรายงานเรื่องของแอนเดอร์สันกลับไม่มีใครรับรู้ได้ พวกมันตายภายใต้พื้นที่พิเศษที่แอนเดอร์สันสร้างขึ้น จึงทำให้ทุกคนที่คิดจะฆ่าเขาตายด้วยกันทั้งหมด ไม่แม้แต่จะนำข้อมูลใดๆส่งกลับไปให้กลุ่มคนที่รอได้ การตายของกลุ่มคนมากมายใกล้กับประตูทางออกของสถานีร็อกซี่จะยังคงเป็นความลับต่อไป ทุกคนที่เห็นกระดูกมากมายจะเต็มไปด้วยความสงสัย ว่าเหล่าคนที่ตายถูกคำสาปอะไรเล่นงาน แล้วคนที่ฆ่านั้นใช้วิธีใดกันถึงฆ่าคนเหล่านี้ได้ จากความสามารถของแอนเดอร์สันหากถูกเชื่อมโยง เหล่าคนที่เชื่อมโยงคงอธิบายได้เพียงแค่ว่าแอนเดอร์สันคงจะใช้อาวุธเวทมนตร์บางอย่าง ทำให้เขาใช้เวทย์ที่รุนแรงได้เกินตัวเพื่อจัดการคนเหล่านี้


    —------------------


    “ร้อนจริงๆอย่างที่ข้อมูลบอก ส่วนลมก็”


    ฟิ้ว!


    แอนเดอร์สันยกมือป้องกันสายลมที่พัดผ่าน เขาตะลึงเป็นอย่างมากเพราะสายลมภายในพื้นที่เขต 7 สามารถฉีตัดผ่านักเวทย์ที่มีระดับต่ำกว่า 500 ปีให้ตายได้อย่างง่ายดาย ทันใดนั้นมอนสเตอร์ 712 ปีก็ปรากฎตัวออกมาจากลาวา แอนเดอร์สันจึงชี้นิ้วไปยังทิศทางที่มันโผล่ออกมาแล้วใช้เวทย์คำสาปโจมตี ก่อนที่เขาจะเดินมุ่งหน้าต่อไป การเดินทางครั้งนี้เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลามากแค่ไหน ด้วยการที่จิตวิญญาณปรากฎหลายพันตำแหน่ง ทำให้เขาต้องวิ่งไปเรื่อยๆ หวังเพียงแค่ว่าฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างจะช่วยให้เขาเจอพื้นที่จิตวิญญาณเร็วกว่ากำหนด


    “อีกนานแค่ไหนนะที่พวกนั้นจะมาล่าเราอีก”


    แอนเดอร์สันคิดว่ากลุ่มคนที่ต้องการฆ่าเขาคงทยอยมาอีกแน่นอน ยิ่งเขาปกปิดวิธีการฆ่ายิ่งทำให้พวกมันสงสัยและคิดว่าตัวเองสามารถฆ่าเขาได้เช่นเดิม ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าตัวเองจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะได้ฆ่ามนุษย์อีกครั้ง


    “หืม ที่นี่ก็มีคนเข้ามาด้วยสินะ งั้นไปขอแลกเปลี่ยนข้อมูลก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันกระโดดเข้าหาคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังนำเต้นท์พิเศษสำหรับลดความร้อนออกมากางเพื่อแวะพัก ทันทีที่แอนเดอร์สันปรากฎตัวทุกคนต่างชักอาวุธขึ้นมาป้องกันตัว


    “ผมอยากจะซื้อข้อมูลจากพวกคุณ พอดีผมกำลังตามหาจิตวิญญาณไฟและลม มีใครเห็นมันไหม”


    แอนเดอร์สันนำสมุนไพร 10 ปีออกมาแสดง จากราคาของมันที่ตลอดซื้อขายกันมีราคาที่ 400 ล้าน ทุกคนที่เห็นสมุนไพร 10 ปีที่ใช้สำหรับสร้างยาเพิ่มพลังเวทย์สะสมนั้นต่างหันมองหน้ากัน ใจหนึ่งพวกเขาก็อยากได้มัน อีกใจพวกเขาก็หวาดกลัวเพราะการที่นักเวทย์ 300 ปีเดินในสถานที่แห่งนี้ เขาจะต้องมีบางอย่างที่ทำให้เขารอดตายได้ ไม่แน่อาจจะใช้อุปกรณ์บางอย่างหลอกพวกเขาให้มองเห็นพลังเวทย์เพียง 300 ปี


    “ไม่ เราไม่เห็น”


    “ขอบคุณสำหรับข้อมูล”


    แอนเดอร์สันวางสมุนไพร 1 ปีไว้แทนสำหรับการตอบข้อมูล อย่างน้อยมันก็มีราคา 1 แสนพอให้ซื้ออาหารกินไปหลายวัน  


     —-------------------


    “ผู้นำตระกูล เราถูกโจมตีระหว่างเคลื่อนย้าย”


    “มีผู้เสียชีวิตไหม”


    “มี แต่พวกเขาก็เป็นคนที่เสียสละ”


    “อืม พยายามเคลื่อนย้ายต่อไป อย่าให้ใครรู้ว่าเราต้องการเคลื่อนย้ายไปไหนก็พอ”


    ผู้นำตระกูลเฟียร์นั่งมองดูแผนการณ์ของพวกเขาด้วยความกดดัน ยิ่งเวลาผ่านไปนานการโจมตีจากรอบข้างก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆจนมีคนตายไปมากมาย อย่างไรก็ตามเขายังคงดีใจที่แผนเป็นไปได้ด้วยดี กลุ่มคนที่โจมตียังคงคิดว่าพวกเขาพยายามออกตามหาต้นสมุนไพรทั้ง 4 ในมิสเทอรี่


    “แอนเดอร์สัน หวังว่าหลานจะไปถึงเป้าหมายนะ ลุงคงไม่เห็นวันนั้นแต่จะจินตนาการรอก็แล้วกัน ว่าหลานจะทำตามสิ่งที่เราคาดหวังได้สำเร็จ”


    ผู้นำตระกูลเฟียร์หลับตาลง อีกไม่เกิน 1 อาทิตย์จะครบครึ่งเดือนแล้วตั้งแต่ปล่อยข่าวว่าตระกูลเฟียร์ถูกทำลายสวนพฤกษาออกไป หากเลยผ่านช่วงนี้ไป อันตรายที่แท้จริงจะต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่สามารถทิ้งอะไรเอาไว้ให้แอนเดอร์สันได้สักอย่าง   นอกจากทิ้งความหวังว่าแอนเดอร์สันจะทำสำเร็จ หากพวกเขาทิ้งเบาะแสหรือทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งเอาไว้บอกแอนเดอร์สัน กลุ่มคนที่กำลังจะลงมือกับตระกูลเฟียร์จะไล่ล่าพวกเขาจนหายไปจริงๆ การมีตระกูลเฟียร์อยู่ในตอนนี้ นับว่าเป็นเป้านิ่งให้พี่ชายของแอนเดอร์สันโจมตีพวกเขาจึงจำเป็นต้องหายไป


    —----------------------------


    “ให้ตายสิ พื้นที่ใหญ่เป็นบ้า”


    แอนเดอร์สันถอนหายใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย เขาพยายามวิ่งด้วยความเร็วของนักเวทย์ 800 ปี แม้มันจะถูกลดพลังเวทย์ลงมาครึ่งหนึ่งแต่ก็ยังถือว่ามีความเร็วที่มากกว่านักเวทย์ 700 ปีไปมาก ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เขาเจอระหว่างทางกลับเป็นมอนสเตอร์และพื้นที่ลี้ลับที่ไม่คิดจะเข้าไป แม้จะเจอนักเวทย์พวกเขาก็ไม่มีใครเห็นพื้นที่จิตวิญญาณที่แอนเดอร์สันต้องการเลยสักคน


    แอนเดอร์สันที่ต้องวิ่งไปไม่รู้ว่าจะใช้เวลาอีกกี่วันถึงขั้นถอนหายใจอยากจะได้เวทย์ที่ทำให้เขาบินบนท้องฟ้าได้ เวทย์สายลมเสริมกำลังทำให้เขาเหยียบอากาศวิ่งได้ไม่กี่ร้อยก้าวเท่านั้นและมันใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่ได้ ดังนั้นการจะบินบนท้องฟ้าได้สมบูรณ์นอกจากไม่นั่งยานบินเขาก็ต้องมีชุดเกราะพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อบินโดยเฉพาะ ภายในระบบของเขายังไม่มีสิ่งนั้นให้สุ่มเพราะมันต้องเป็นของที่มีระดับ 7 ขึ้นไป หลังจากที่เขาถอนหายใจแล้วพยายามคิดในแง่บวก แอนเดอร์สันก็วิ่งต่อ


    “เดี๋ยวนะ นั่นคนมาทำอะไรเยอะแยะ”


    เท้าที่กำลังวิ่งหยุดลงพลางมองตรงไปยังกลุ่มคนมากมายที่กำลังตั้งเต้นท์ปักหลัก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแอนเดอร์สันจึงเขาไปใกล้ๆเพื่อจะดูให้แน่ชัด ว่าตำแหน่งนั้นมีจิตวิญญาณอยู่หรือไม่


    “เกทเหรอ วิ่งหาจิตวิญญาณแต่มาเจอเกทเนี่ยนะ”


    จากข้อมูลที่แอนเดอร์สันเคยอ่าน เกทคือพื้นที่ลึกลับที่มีของล้ำค่าเก็บเอาไว้ด้านใน  การแบ่งระดับของเกทไม่ต่างจากระดับของเวทย์และอาวุธเวทย์เท่าไหร่ เกทระดับ 1 ที่เปิดค้างเอาไว้ นักเวทย์ 100 ปีและต่ำกว่าคือระดับที่เหมาะสมที่จะเดินเข้าไปสำรวจเกทนี้


    หากว่าเกทระดับ 2 นักเวทย์ 100 ปีไปจนถึง 200 ปีคือระดับที่สามารถเข้าไปด้านในได้


    เช่นเดียวกันกับเกทระดับ 8 นักเวทย์ที่เหมาะสมในการล่าคือนักเวทย์ระดับ 700 ปีไปจนถึงนักเวทย์ระดับ 800 ปี


    สำหรับเกทที่แอนเดอร์สันรู้มา เกทระดับ 10 คือเกทที่มีระดับสูงสุด การที่มันเป็นระดับสูงสุดทำให้นักเวทย์ตั้งแต่ 800 ปีเข้าไปด้านในเพื่อล่า การที่ไม่ใช้นักเวทย์ 900 ปีไปจนถึง 1,000 ปีนั่นก็เพราะว่ามันเป็นขอบเขตที่มนุษย์ยังไปไม่ถึงจึงใช้จำนวนนักเวทย์ 800 ปีที่เป็นแนวหน้าของสหพันธ์และเป็นแนวหน้าของตระกูลเสาหลักในการเคลียร์มัน จากจำนวนที่แอนเดอร์สันเคยได้รู้มานั้น นักเวทย์ที่เข้าไปล่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่าแสนคน ส่วนเวลาที่ใช้สำรวจเกทระดับ 10 ต่ำสุดที่เขารู้มาคือเวลา 1 เดือน


    “เขาไปดูก็ไม่เสียหายหนิ”


    แอนเดอร์สันเดินเข้าไปใกล้กับเกท เขาต้องการเดินเข้าไปดูข้างในสักครั้งเผื่อจะมีของที่เป็นประโยชน์กับตัวของเขาบ้าง ซึ่งการมาของแอนเดอร์สันไม่มีใครสนใจเลยสักคน เนื่องจากทุกคนกำลังสนใจกลุ่มคนที่กำลังวิ่งเข้าวิ่งออกจากเกท


    กลุ่มคนที่วิ่งเข้าไปในเกทล้วนแล้วสวมชุดเกราะเต็มตัว ส่วนกลุ่มคนที่วิ่งออกมาหากไม่บาดเจ็บหนักก็ตายกลายเป็นศพถูกแช่แข็ง แอนเดอร์สันที่เห็นการตายของนักเวทย์รวมไปถึงเห็นบาดแผลของคนที่ถูกหามออกมาจากเกท ทำให้เขาสงสัย ภายในพื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยลาวาร้อนเตรียมย่างเขาให้ตาย ภายในเกทกลับมีน้ำแข็งเกาะร่างคนที่ส่งออกมา


    “แค่เกทระดับ 7 คงไม่มากพอจะเอาชีวิตเราหรอกนะ”


    แอนเดอร์สันคิดจะเข้าไปด้านในมีสาเหตุอีก 1 อย่างด้วยกัน เขาคิดว่าด้านในนั้นอาจจะมีจิตวิญญาณจึงคิดจะเข้าไปวิ่งเล่นดู หากพื้นที่ด้านในมีสิ่งที่เรียกว่าต้นไม้ เขาก็อาจจะไม่ได้วิ่งไปทั่วก็ได้ เพียงเชื่อมต่อมันทุกอย่างที่อยู่ด้านในนั้นก็จะปรากฎออกมา


    “ไอ้หนู แกกำลังหาจิตวิญญาณใช่ไหม”


    “ใช่”


    “หนีไปซะ ในเกทนี้ไม่มีจิตวิญญาณที่แกตามหา มันมีแค่การฆ่ากัน”


    หนึ่งในนักเวทย์เตือนแอนเดอร์สัน เขาที่ยืนอยู่หน้าเกทจึงถอยห่างออกไปสักเล็กน้อยเพราะชายที่เข้ามาเตือนดูจะพูดคุยรู้เรื่อง


    “ลุงรู้ไหมครับว่าจิตวิญญาณอยู่ไหน”


    “ไม่ ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ไหน นอกจากกลุ่มที่เดินออกมาจากมันไม่นานมานี้”


    “แล้วกลุ่มนั้นพอจะติดต่อได้ไหม”


    “ไม่เช่นกัน เอาล่ะกลับออกไปซะเกทไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้าไปได้ด้วยพลังของแก”


    แอนเดอร์สันปล่อยให้ลุงและกลุ่มของลุงเดินเข้าไปด้านใน จนเขามั่นใจว่าลุงคนเมื่อครู่ไปไกลจากหน้าประตูเกทแล้วเขาจึงเดินเข้าไปเช่นเดียวกัน


    “เดี๋ยวนะ ไอ้บ้านั่นกล้าที่จะเข้าไป”

     

    “เดี๋ยวก่อน มันมีพลังเวทย์ 300 ปีใช่ไหม เมื่อครึ่งเดือนก่อนฉันกลับเข้าไปในเมืองแล้วได้ยินเรื่องบางอย่างมา”


    “เรื่องอะไร”


    “นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อยู่ที่นี่ เขากำลังถูกนักเวทย์มากมายไล่ล่าในมิสเทอรี่แห่งนี้ ทำไมเราไม่จับเขาไปให้คนเหล่านั้นล่ะ อย่างน้อยเราก็น่าจะได้เงินรางวัล”


    “แกอยากตายหรือไง”


    ความคิดของชายที่ต้องการจับแอนเดอร์สันถูกหยุดเอาไว้ พวกเขามาจากสหพันธ์โคเวียและรู้สถานการณ์ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เป็นอย่างดี เพียงแต่พวกเขาไม่ใช่คนมีสังกัด ไม่ใช่คนของตระกูลใหญ่ อาชีพของพวกเขาคือนักล่าที่เข้ามาล่าชิ้นส่วนออกไปขายเพียงเท่านั้น  การที่พวกเขาไม่มีกลุ่มอำนาจแล้วเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ จุดจบของพวกเขามีมากมาย ดังนั้นการอยู่เฉยและปล่อยนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ไปมีผลดีต่อพวกเขามากกว่า อย่างน้อยก็ทำให้อายุยืนยาวขึ้น


    การมีนักเวทย์เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับกลุ่มอำนาจโดยนักเวทย์เหล่านั้นไม่มีสังกัด มีการฆ่าปิดปากเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งการฆ่าปิดปากนักเวทย์ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วทำลงไปเพื่อยกผลประโยชน์ให้กับกลุ่มที่รับเรื่องต่อ


    แม้พวกมันจะเห็นแอนเดอร์สันเดินเข้าไปในเกทต่อหน้าต่อตา ถ้านำแอนเดอร์สันไปส่ง สุดท้ายพวกมันก็มีโอกาสสูงที่จะถูกฆ่าเพราะกลุ่มคนที่นำตัวแอนเดอร์สันไปส่งต้องการยึดประโยชน์ทุกอย่างไปเป็นของตน




     






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน