เผยจี้ครุ่นคิดอยู่ทั้งคืน สุดท้ายก็อดไม่ได้ เดินทางมาหมู่บ้านเสี่ยวฮวงั้แ่เช้าตรู่ เพิ่งเข้าใกล้หน้าประตูหมู่บ้านก็เห็นจู้เจียงเจียงที่วุ่นอยู่กับการตากผ้าห่มหน้าบ้านตระกูลเผย
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ซ่อมหลังคาอย่างที่คิดไว้จริง ๆ!
“จู้เจียงเจียง!”
เสียงทุ้มหนึ่งแฝงความโกรธที่ควบคุมเอาไว้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง จู้เจียงเจียงได้ยินเสียงจึงหันกลับมา มือที่กำลังถือไม้ไผ่ตบผ้าห่มอยู่ก่อนหน้าพลันหยุดลง “แม่ทัพเผย?”
“ท่านมีธุระอะไรหรือ?” เห็นเผยจี้ จู้เจียงเจียงก็แสดงอาการประหลาดใจ
นางนึกว่าครั้งก่อนนางทำให้เขาโกรธมาก ๆ คิดไม่ถึงว่าเขากลับยังจะมาที่นี่
เมื่อครู่เผยจี้ยังคงโกรธจู้เจียงเจียงอยู่ โกรธที่นางดูแลน้องสาวเขาไม่ดี
แต่ตอนที่นางหมุนตัวกลับมายิ้มให้เขา ในชั่วพริบตานั้นความโกรธในใจเขาก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่เข้มเกินไปเมื่อครู่นี้ของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
“ข้า...ข้ามาซื้อชา” เผยจี้กำบังเหียนในมือแน่น พยายามซ่อนความตื่นเต้นของตัวเอง
“ซื้อชา?” จู้เจียงเจียงวิ่งไปทางเขาด้วยความดีใจ ไม้ไผ่ที่ใช้ตบผ้าห่มในมือเกือบทิ่มหน้าเขา “ได้เลย แม่ทัพเผยท่าน้าเท่าไร?”
เขายอมมาซื้อชา บ่งบอกว่าเื่ก่อนหน้านี้เขาไม่ถือสาแล้ว
เช่นนั้นนางวานเขาช่วยเอาชาไปแนะนำในเมืองหลวงต่อได้แล้วใช่หรือไม่?
จู้เจียงเจียงไม่เก็บซ่อนสีหน้าที่กำลังวางแผนร้ายเอาไว้เลยสักนิด ทำให้เผยจี้รู้สึกไม่ค่อยพอใจ เหมือนนางแค่อยากทำการค้ากับเขา ไม่มีความรู้สึกอื่นเลยแม้แต่น้อย
“แม่นางกำลังทำอะไรอยู่?”
เขาไม่ได้ตอบคำถามนางโดยตรง ทว่ากลับทิ้งคำถามไว้ประโยคหนึ่ง อ้อมผ่านนางเดินตรงไปหน้าประตูบ้านตระกูลเผย
ครั้นยืนอยู่หน้าประตูแล้วก็กวาดตามองภายในบ้านหนึ่งรอบ ในบ้านมีรอยเปียกชื้นผืนใหญ่ เท้าเหยียบเข้าไปคงทิ้งรอยเท้าไว้ให้ดูต่างหน้า
ดูท่าแล้วเมื่อคืนพวกนางคงจะลำบากไม่น้อย
จู้เจียงเจียงเดินตามมายืนอยู่ด้านหลังเขา “แม่ทัพเผยอย่าเข้าบ้านดีกว่า นั่งข้างนอกเถอะ ข้าไปหยิบใบชาให้ท่านเอง”
เมื่อวานตอนยามจื่อฝนก็หยุดแล้ว นอกจากนี้ยังมีลมพัดตลอดทั้งคืน ที่ดินด้านนอกจึงแห้งกว่าในบ้าน
“ไม่รีบเื่ใบชา รบกวนแม่นางชงชาให้ข้าสักหน่อยเถอะ” เผยจี้เรียกจู้เจียงเจียงที่กำลังจะเข้าบ้านไปหยิบใบชา
จู่ ๆ เขาก็อยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก ดูว่าเวลาปกตินางทำอะไรบ้าง
ครั้งก่อนวานนายอำเภอจูช่วยเขาสืบเื่เกี่ยวกับนางแต่งมาที่นี่ เขารู้ความจริงที่ว่านางเป็สะใภ้ตระกูลเผยแล้วนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ไม่ว่าวันข้างหน้าเขาจะแต่งงานอีกหรือไม่ ในนามนางก็คือภรรยาของเขา
ดังนั้นตอนนี้ทำความรู้จักนางให้มากขึ้นอีกสักหน่อย ก็ไม่มีข้อเสียอะไร
“แบบนี้นะ...”
จู้เจียงเจียงคิดอยู่พักหนึ่งก็พยักหน้า “ข้าจะทำข้าวเช้าพอดี ท่านแม่ทัพเผยมาเช้าแบบนี้กินข้าวมาหรือยัง? กินด้วยกันสักหน่อยไหม?”
น่าแปลก ทำไมเขามาเช้าแบบนี้?
“รบกวนด้วย” เผยจี้กลับไม่เกรงใจ ตอบรับไปโดยตรง
จู้เจียงเจียงยกเก้าอี้ตัวหนึ่งมาให้เขานั่งรอ แล้วไปตากผ้าห่มที่ยังตากไม่เสร็จให้เรียบร้อย จากนั้นก็เรียกเผยเสี่ยวอวี๋ให้ตื่นนอน
ตอนนางก่อไฟทำกับข้าว เผยเสี่ยวอวี๋ก็ล้างหน้าและมัดผมด้วยตัวเองเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ลากใบหน้าที่ง่วงนอนมานั่งรอกินข้าวเช้า
เมื่อคืนพวกนางพี่สะใภ้และน้องสามีนั่งเฝ้าถังกับถ้วยที่รองน้ำฝนกันจนยามจื่อถึงนอนได้ วันนี้จึงไม่สดใสเหมือนดั่งปกติ แม้แต่ในบ้านมีคนเพิ่มมาหนึ่งคนนางก็ยังไม่รับรู้
จู้เจียงเจียงใช้เวลาตอนบนเตาต้มโจ๊กอยู่ ช้อนถั่วที่แช่ไว้เมื่อคืนขึ้นมา เตรียมจะออกจากบ้าน
“เสี่ยวอวี๋ดูไฟหน่อย ข้าไปโม่ถั่วเดี๋ยวรีบกลับมา”
ตอนตำโขลกเมล็ดชาก่อนหน้านี้ เห็นหินโม่ข้าง ๆ ว่างอยู่ตลอด จู้เจียงเจียงเลยคิดซื้อถั่วกลับมานิดหน่อยโม่เป็น้ำเต้าหู้ทำเต้าหู้นิ่ม
สองวันนี้ยุ่งกับเื่ฆ่าแมลงในนาเสร็จพอดี นางจึงนำถั่วมาแช่น้ำไว้
เผยจี้ที่อยู่ด้านข้างมองจู้เจียงเจียงที่ยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอดอย่างเงียบ ๆ เห็นนางออกไปแล้ว เขาก็ตามออกไปด้วย
ครั้งก่อนมาหมู่บ้านเสี่ยวฮวง เพราะเหตุผลทางสถานะ ไม่มีโอกาสเข้ามาดูในหมู่บ้าน ในที่สุดครั้งนี้เขาก็ได้เข้าหมู่บ้านมาดูสักที
เว้นระยะมาห้าปี เขายังจำทุกบ้านทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้อย่างแม่นยำ
“พวกเ้าดู นี่ใช่คนครั้งก่อนที่พวกเราพูดว่าหน้าตาเหมือนเสี่ยวจ้าวไง? เขามาทำไมกัน?”
“อย่าพูดส่งเดช เขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ หากเขาได้ยินระวังศีรษะของเ้าไว้”
เดินผ่านลานบ้านของชาวไร่ชาวนา มีชาวบ้านกำลังแอบกระซิบพูดคุยกันเอง
ทุกคนต่างบอกว่าเผยจี้ตรงหน้าผู้นี้หน้าตาเหมือนเผยจ้าวที่ถูกจับไปค่ายทหาร แต่เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เผยจ้าวของหมู่บ้านพวกเขาไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็แม่ทัพได้
ดังนั้นจึงเข้าใจไปเองว่าพวกเขาไม่ใช่คนเดียวกัน
พวกเพื่อนบ้านเรือนเคียงที่มองดูเขาเติบโตมา ตอนนี้กลับไม่กล้าทักทายเขา เผยจี้รู้สึกปวดใจนิด ๆ บนใบหน้าพยายามฝืนยิ้มอย่างทำอะไรไม่ได้
จู้เจียงเจียงไม่ทันสังเกตเห็นเผยจี้ที่ตามมาด้วย
เมื่อถึงข้างแท่นโม่ นางก็ตักน้ำสองขันเอามาเทลงปากหลุมโม่หิน หลังจากล้างแท่นโม่ง่าย ๆ แล้วหนึ่งรอบ ก็เริ่มเทถั่วลงไปในแท่น
ต้องถั่วเทไปพลางโม่ไปพลางถึงจะได้ จู้เจียงเจียงมองไปรอบ ๆ แวบหนึ่ง เดิมอยากหาเด็กในหมู่บ้านมาช่วยนางเทถั่ว วันนี้กลับไม่เห็นเด็กสักคน
แต่ดันเห็นแค่เผยจี้ที่ดูแปลกแยกไม่เข้าพวกกับหมู่บ้านเสี่ยวฮวงนี้
“แม่ทัพเผยรบกวนท่านช่วยหน่อยจะได้หรือไม่?” นางยิ้มแก้มบุ๋มมองไปที่เขาราวดอกไม้ที่สดใส
เผยจี้เข้าใจไปเองว่านางอยากให้เขาช่วยผลักโม่
แต่หลังจากเดินหน้ามา นางกลับยื่นกระบวยไม้ที่ใช้ตักถั่วให้เขา “ข้าผลักวนสองรอบ ท่านก็ช่วยข้าเติมถั่วครึ่งกระบวย ยืนอยู่ตรงนี้ก็พอ”
“เ้าให้ข้าช่วยเ้าเทถั่วหรือ?” เผยจี้ขมวดคิ้วมุ่น ไม่ยอมรับกระบวยที่นางยื่นมาให้
“แบบนี้ดูไม่เหมาะสมกับสถานะของท่าน...”
จู้เจียงเจียงเห็นแบบนี้ก็นึกว่าเขารู้สึกว่าการกระทำเื่แบบนี้เป็การเหยียดหยามสถานะแม่ทัพใหญ่ของเขา นางจึงดึงมือกลับ “ช่างเถอะ ข้าทำเองดีกว่า”
นางทำคนเดียวไม่ใช่ไม่ได้ อย่างมากก็แค่ใช้เวลามากหน่อยเท่านั้นเอง
เพิ่งพูดจบ ยังไม่ทันที่มือของนางจะได้จับคันโม่หิน มือใหญ่ทั้งสองก็ยื่นมาแย่งจับคันโม่หินไว้ก่อนแล้ว
เสียงแท่นโม่เคลื่อนไหวดัง *กึก ๆ* เป็เผยจี้ที่กำลังผลักมัน!
เผยจี้สวมชุดฉางเผ่าเนื้อแพรมีราคาและยังขี่ม้าน่าเกรงขาม รูปร่างหน้าตาไม่ธรรมดา นิสัยก็แสนจะเ็า ขายาวก้าวเดียวก็ครึ่งรอบแล้ว คนแบบนี้กลับช่วยนางผลักโม่?!
หรือนางจะตาลาย?
“ยังนิ่งอยู่ทำไม” เผยจี้ทนต่อสายตาใ สงสัยและสอดรู้สอดเห็นโดยรอบมาช่วยนางผลักโม่ แต่นางกลับยังนิ่งเฉย!
“ไปเดี๋ยวนี้!”
จู้เจียงเจียงได้สติ รีบตักถั่วหนึ่งกระบวยเทลงโม่หิน
การร่วมมือที่เข้ากันดีของทั้งสองทำให้ชาวบ้านโดยรอบตื่นใ อยากจะดูความสนุกแต่ก็ไม่กล้า ทุกคนหลบ ๆ ซ่อน ๆ แอบมองอยู่ตามรูกำแพงบ้านตัวเอง พลางใช้สายตาสื่อสารกัน
การใช้สายตาสื่อสารกันในอากาศค่อนข้างรุนแรง จู้เจียงเจียงเหมือนได้ยินเสียงสายตาสอดรู้สอดเห็นของพวกชาวบ้านปะทะกันจนเกิดเสียง *โช้งเช้ง ๆ*
“แม่ทัพเผยช่างเป็คนที่เข้าถึงง่ายจริง ๆ สนใจเื่ทั่วไปของชาวบ้านแบบนี้ อยากจะลองทำดู...” จู้เจียงเจียงพูดเสียงดังเก้อ ๆ
นางตั้งใจ
หากเื่นี้นางไม่อธิบาย คนในหมู่บ้านคงเข้าใจความสัมพันธ์นางกับเผยจี้ผิดแน่ ๆ
ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่านางคงถูกก่นด่าไปถึงไหนต่อไหนแล้วไม่รู้
นางเองไม่ถือสาคำซุบซิบนินทาแบบนี้ แต่ในบ้านของนางยังมีน้องสามีตัวเล็กจะไม่ระวังไม่ได้