บทที่ 40 คนนี้ไฉ่ไป๋เทามีปัญหา
แต่เมื่อเธอเห็นถังโย่วโย่วกลับไปติดป้ายเลขสิบลงบนหยกปลอมอันนั้น เธอก็หัวเราะไม่ออก
ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!
สีหน้าของไช่ไป๋เถาค่อย ๆ แข็งค้าง
เธอไม่เคยได้ยินเรื่องราวของถังโย่วโย่วในการประมูล และไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับถังโย่วโย่วในสถานที่ประมูลอัญมณี
เธอคิดเพียงว่าถังโย่วโย่วเป็นเด็กหัวทึบที่ไม่รู้เรื่องอะไร
เธอไม่รู้เลยสักนิดว่าถังโย่วโย่วสามารถระบุสีของหยกดิบด้วยตาเปล่าได้
ถ้าจะโทษก็ต้องโทษหยกปลอมที่ข้างในมันดูปลอมเกินไป
มัวแต่ทำภายนอกให้เหมือนจริง แต่กลับลืมเรื่องสีภายในเสียสนิท
"อาจารย์ หนูติดแล้วค่ะ"
ถังโย่วโย่วเอียงหน้ากลม ๆ ของเธอมองผู้เฒ่าอวี้แล้วพูดอย่างนุ่มนวล
ผู้เฒ่าอวี้กำลังสูบบุหรี่ เมื่อได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่วเขาพ่นควันออกมาแล้วหันไปพูดกับผู้เฒ่าไช่ว่า "ศิษย์ของฉันติดแล้ว ตาแก่ไช่ ลองไปตรวจสอบดูเถอะ"
"ได้"
ผู้เฒ่าไช่พยักหน้า
ในตอนนี้ ผู้คนรอบข้างที่เมื่อครู่กลั้นหายใจ พอได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่วก็รู้สึกประหลาดใจ
"นี่... เร็วขนาดนี้เลยหรือ?"
“ไม่จริงมั้ง เร็วขนาดนี้เลย?”
“ใช่ นี่มันตั้งสิบก้อนเชียวนะ”
"......"
ต้องบอกว่าพรสวรรค์ของถังโย่วโย่วแข็งแกร่งจริง ๆ
ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที เธอจัดเรียงลำดับหยกดิบทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แถมยังไม่มีท่าทีลังเลเลยแม้แต่น้อย
ด้วยความเร็วแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงความถูกต้องของการจัดเรียงลำดับ แค่ความมั่นใจนี้ก็อาจจะหาได้ยากในการแข่งขันประมูลหยกครั้งนี้
เพราะการแข่งขันประมูลหยกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากดูหยกดิบผิดไปแค่ก้อนเดียวก็อาจจะตกรอบได้ ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันอาจจะต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงหรือนานกว่านั้นในการตรวจสอบหยกแต่ละก้อน
ความเร็วของถังโย่วโย่วทำให้พวกเขาตกใจจริง ๆ
การตัดหยกตรวจสอบครั้งนี้เป็นฝีมือของผู้เฒ่าไช่เอง
เขาตัดหยกตามลำดับทีละก้อน
หยกดิบเหล่านี้เป็นของตระกูลไช่ ดังนั้นจะเปิดอย่างไรก็ไม่ต้องพิถีพิถันมากเพราะเป็นการฝึก
แต่เนื่องจากผู้เฒ่าไช่เชื่อใจถังโย่วโย่วมาก
ดังนั้น เมื่อตัดหยกดิบสามก้อนแรกที่ถังโย่วโย่วแปะป้ายไว้แล้ว เขาก็ยังคงใช้มุมมองที่เป็นมืออาชีพ ใช้เทคนิคที่แม่นยำ ตัดหยกในตำแหน่งที่ดีที่สุด
“ตัดแล้ว!”
เมื่อเห็นหยกก้อนแรก หน้าตัดแบบขวางแสดงให้เห็นถึงสีเขียวที่ใสสะอาด เมื่อส่องไฟฉายเข้าไปจากหน้าตัด จะเห็นเป็นสีเขียวที่ใสเหมือนแก้ว นี่คือหยกแก้ว
“เป็นหยกแก้วจริง ๆ ด้วย!”
“ก้อนแรกก็เป็นหยกแก้วแล้ว ดูจากลักษณะแล้วก็ไม่เลวเลยนะ”
“คุณภาพของหยกดิบอันนี้ใช้ได้เลย”
“......”
ผู้คนต่างพูดคุยกันเบา ๆ
สำหรับผลลัพธ์นี้ ผู้เฒ่าไช่ก็พอใจมาก
เขาไม่ได้มองผิดคน ถังโย่วโย่วไม่เสียหน้าจริง ๆ
หลังจากนำหยกดิบที่ตัดแล้วออกไป ผู้เฒ่าไช่ก็เริ่มตัดก้อนที่สอง
แต่พอถังโย่วโย่วได้ยินคำพูดของพวกเขากลับไม่มีความรู้สึกอะไรเลย อาจจะเป็นเพราะเมื่อวานผู้เฒ่าอวี้พาเธอไปงานประมูลอัญมณี
การประลองกับหลิวเฉิงในงานประมูลอัญมณีครั้งนั้น ทำให้ถังโย่วโย่วได้เห็นของดี ๆ ไปบ้าง
ดังนั้นหยกดิบของตระกูลไช่ในวันนี้ เมื่อดูจากสีแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากของในงานประมูลอัญมณีมากนัก
เมื่อมีประสบการณ์แล้ว เธอจึงไม่ลังเลรีบติดป้าย
เธอกะพริบตา ขนตาที่หนาและงอนยาวทอดเงาบนเปลือกตา ถังโย่วโย่วตั้งใจดูผู้เฒ่าไช่ตัดหยก
จนกระทั่งเปิดก้อนที่สองได้
“นี่...เป็นหยกแก้วอีกแล้ว!”
การปรากฏตัวของหยกแก้วก้อนที่สองทำให้ทุกคนประหลาดใจ
แต่คุณภาพของหยกแก้วก้อนที่สองนั้นไม่ดีเท่าก้อนแรก
ข้างในมีสิ่งเจือปนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แต่คุณภาพแบบนี้ก็ถือว่าไม่เลว สามารถนำไปแกะสลักเป็นเครื่องประดับเล็ก ๆ ได้
“ในหยกแก้วก้อนนี้มีปุยฝ้ายสีขาวอยู่บ้าง เสียดายจัง ราคาลดลงไปเยอะเลย”
“ศิษย์น้องเล็กคนนี้ยังเด็กแต่ก็มีความสามารถถึงขนาดนี้ นับว่าเก่งกาจแล้ว”
มีคนในกลุ่มพูดออกมาด้วยความเสียดาย
คนที่พูดไม่ใช่ใคร นอกจากไช่หย่งเอิน อาจารย์ของไช่ไป๋เถา
ไช่ไป๋เถาที่ยืนอยู่ข้างไช่หย่งเอินได้ยินเขาชมถังโย่วโย่วก็รู้สึกโกรธมาก
กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
ยัยเด็กตัวดี มันก็แค่บังเอิญเท่านั้นแหละ! มีอะไรให้น่าชื่นชมนักหนา!
ไช่ไป๋เถาอดทนไม่แสดงออก แต่สายตาก็จ้องไปที่ถังโย่วโย่วอย่างไม่ลดละ แฝงไว้ด้วยความเกลียดชัง
ถังโย่วโย่วที่ยืนอยู่บนเก้าอี้ รับรู้ถึงสายตาของไช่ไป๋เถามานานแล้ว
เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอตั้งใจดูหยกดิบอยู่จึงไม่มีเวลาสนใจเธอ
ตอนนี้ดวงตาโตดำขลับของถังโย่วโย่วจึงมองกลับอย่างไม่เกรงใจ
อะไรกัน? จ้องฉันทำไม!?
มีอะไรให้ดูเหรอ? ดูจากสายตาที่เก็บอาการไม่อยู่ของเธอ ใครไม่รู้คงคิดว่าฉันมีเรื่องแค้นเคืองกับเธอมาตั้งแต่ชาติก่อน
ถังโย่วโย่วไม่เข้าใจ
เธอไปทำอะไรให้ไช่ไป๋เถาคนนี้ไม่พอใจกัน
อีกฝ่ายก็เจอหน้าเธอแค่ไม่กี่ครั้งนี่?
ทำไมคนคนนี้ถึงได้เกลียดเธอขนาดนี้ล่ะ?
หรือว่าจริง ๆ แล้วฉันน่ารักเกินไปจนทำให้คนอื่นอิจฉาเหรอ?
หลังจากนั้น
หยกก้อนที่สาม ก้อนที่สี่ ก้อนที่ห้า ก้อนที่หก...ก้อนที่เก้าก็ถูกเปิดออกอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเปิดออกมาแต่ละก้อน
ก็จะทำให้คนอดพูดคุยกันไม่ได้
“คุณภาพของหยกดิบชุดนี้ดีจริง ๆ นะ”
“ใช่ ก้อนที่เก้าก็ยังเป็นของเกรด B ที่มีสีเขียวอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าก้อนที่สิบจะแย่ไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
ก้อนที่สิบเหรอ?
ในที่สุดก็มาถึงก้อนที่สิบ
ถังโย่วโย่วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกับผู้เฒ่าไช่ว่า “คุณปู่คะ หนูรู้สึกว่าหยกก้อนที่สิบนี้มันแปลก ๆ มันเกินความรู้เรื่องหยกดิบของหนูไปแล้วค่ะ”
“อ้อ? แล้วสืออันรู้สึกว่ามันแปลกตรงไหนล่ะ?” ผู้เฒ่าอวี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถาม
“อาจารย์...ก็มันแปลก ๆ นี่คะ”
ถังโย่วโย่วพูดไม่ออก เธอเพียงแค่บอกว่ามันแปลก ๆ เพราะเธอไม่รู้จะอธิบายยังไง
เมื่อผู้เฒ่าอวี้ได้ยินคำพูดของถังโย่วโย่ว เขาก็เก็บท่อสูบยา แล้วกวาดสายตาผ่านร่างของถังโย่วโย่ว ไปจ้องหยกดิบก้อนที่สิบ
ด้วยประสบการณ์หลายปีของผู้เฒ่าอวี้ เขามองออกได้ทันทีว่าหยกดิบก้อนนี้มีปัญหา
“หึ หยกดิบก้อนนี้ดูเหมือนจะมีปัญหานะ ตาแก่ไช่”
ผู้เฒ่าอวี้หัวเราะเบา ๆ
ผู้เฒ่าไช่ก้มหน้าลงไปดูก็เห็นเหมือนกับที่ผู้เฒ่าอวี้เห็น หยกดิบก้อนนี้เป็นของเกรด C อย่างชัดเจน
ถ้าพูดในวงการก็คือนี่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดแล้ว
นี่มันของปลอม จะเปิดไปทำไมกัน
แต่เรื่องนี้กลับร้ายแรงมาก
สีหน้าของผู้เฒ่าไช่เปลี่ยนไปทันที เขาตบเครื่องมือลงบนโต๊ะอย่างแรง
ปัง!
ทุกคนต่างสะดุ้ง
เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงโกรธขึ้นมาล่ะ
ขณะที่ทุกคนยังไม่เข้าใจเรื่องราว ไช่ไป๋เถาที่เห็นว่าเรื่องราวถูกเปิดเผยและแผนการไม่ได้เป็นไปตามที่เธอคิดไว้ก็รู้สึกใจสั่น เธอหันหลังแล้วหาข้ออ้างรีบจากไปเงียบ ๆ
ไม่มีใครสังเกตว่าไช่ไป๋เถาจากไป
แต่ถังโย่วโย่วเห็น
เธอเพียงเม้มปากน้อย ๆ ไม่ได้พูดอะไร
ดูเหมือนว่าไช่ไป๋เถาคนนี้ไม่ปกติแล้ว
“ใครเป็นคนจัดเตรียมหยกดิบชุดนี้! ออกมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!” ผู้เฒ่าไช่โกรธมาก
มีคนกล้าสับเปลี่ยนของฝึกหัดที่เป็นหยกดิบโดยพลการ นี่เป็นสิ่งต้องห้ามก่อนการแข่งขัน!
ถ้าจับคนคนนั้นได้ เขาจะไม่มีวันปล่อยคนไปเด็ดขาด