ภายในห้องพักผู้ป่วยยังคงเงียบสงบ เหมือนเวลาเดินช้าลง เพื่อไม่ให้รบกวนสิ่งมีชีวิตที่กำลังอ่อนแรง
หลังจาก NEX-9 นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ร่างของเขาก็นิ่งสนิท ราวกับไม่มีพลังงานใดไหลเวียนอยู่ภายใน หากไม่นับแสงสีฟ้าเรืองจางจากดวงตา และเสียงการทำงานของระบบตรวจสัญญาณชีพที่แ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
ระบบรายงาน:
ชีพจร: 48 ครั้งต่อนาที
ความดันโลหิต: ต่ำ
ออกซิเจนในเื: ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
สภาพอารมณ์: ไม่สามารถประเมินได้
NEX-9 มองเอริกาโดยไม่พูดสิ่งใด…เพียงแค่ "อยู่" ตรงนั้น ดวงเนตรของเธอยังคงแดงชื้นจากน้ำตาเมื่อครู่นี้ แต่ใบหน้ากลับสงบเหมือนคลื่นวารีที่หยุดกระเพื่อม ยามเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณได้มาเยือน
เขาไม่เข้าใจ…….การร้องไห้กับความสงบนั้นควรขัดแย้งกัน แต่ใบหน้าของเธอ…..กลับอยู่ร่วมกันได้…..อย่างกลมกลืน ดุจดั่งถูกออกแบบมาให้อยู่คู่กัน สมองกลจึงมีคำสั่ง
“บันทึกใหม่:
ใบหน้าเอริกา หลังการร้องไห้:
แสดงอารมณ์สงบ / ไม่ตรงกับสัญญาณชีพ
สรุป: ความรู้สึกอาจไม่สัมพันธ์โดยตรงกับสภาพร่างกายเสมอไป”
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง โดยไม่มีบทสนทนาใดๆ เอริกาไร้คำพูด ส่วน NEX-9 ก็ไม่มีโปรโตคอล “เริ่มบทสนทนาโดยไม่มีเหตุผล เว้นแต่จะได้รับสัญญาณคำสั่ง
ทว่าใน่บ่ายนั้นเอง เอริกาก็ขยับตัวเล็กน้อย เธอพยายามยกแขนขวาขึ้น แต่น้ำหนักของมันเหมือนแบกโลกทั้งใบ เสียงหอบเบาๆเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่ใบหน้าสวยที่อ่อนล้าจะหันมาทางเขา
“ คุณ…”
“ ครับ ” เขาขานรับทันที
เธอจ้องมองหน้าเขาอย่างละเอียด…แต่คราวนี้ไม่มีน้ำตา มีเพียงรอยยิ้มบางๆที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าซูบซีดนั้น แน่นอนว่า NEX-9 ไม่เข้าใจความหมายของกิริยานี้
สแกนชีพจรอีกครั้ง: ยังต่ำ
ตรวจระดับสารเอ็นโดรฟิน: ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สีหน้าทั่วไป: ควรจัดอยู่ในหมวด “เ็ป/อ่อนแรง”
แต่มุมปากของเธอกลับยกขึ้นเล็กน้อย แววตาแม้จะอ่อนแรง แต่ก็เปล่งประกาย
“บันทึกเพิ่มเติม:
สังเกตเห็นพฤติกรรมการยิ้ม แม้ไม่มีปัจจัยภายนอกสนับสนุน
คำถามใหม่:
รอยยิ้ม = ความสุขใช่หรือไม่?”
เอริกายิ้มอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างแ่เบา
“ คุณ...เดินได้แบบนั้น เป็เพราะโปรแกรมที่ถูกตั้งมาใช่ไหม ”
“ ครับ? ” เขาขานกลับ
“ ก้าวเท้า…ช้า แต่มั่นคง ไม่หุนหัน ไม่หนักแน่น เหมือนเขาเป๊ะเลย ”
เขาตอบไม่ถูก รู้แค่ว่า “เขา” ที่เธอพูดถึง...หมายถึงสามีผู้จากไป ซึงมีนามว่า…..มินจุน
เวลาต่อมา เอริกาขอให้เขาช่วยยกหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงให้ มันคือบันทึกเล่มเล็กๆ ปกสีดำหม่น ดูผ่านๆเหมือนสมุดจดธรรมดา แต่เมื่อเธอเปิดดูภายใน บางหน้ากลับมีเพียงประโยคเดียว
“เมื่อเขายิ้ม ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”
“บางวัน...รอยยิ้มคือคำขอโทษที่พูดไม่ได้”
“และบางวัน...ฉันก็อยากยิ้มให้เขา ก่อนที่ฉันจะตาย”
NEX-9 อ่านแต่ละบรรทัดจากหน้าจอในดวงตา ระบบพยายามวิเคราะห์ประโยคเหล่านี้
แต่ไม่มีคำไหนเข้ากฎเกณฑ์ตามหลักจากข้อมูลวิทยาศาสตร์
“บันทึกเสริม:
นิยามของรอยยิ้มในมนุษย์ไม่สามารถระบุด้วยเงื่อนไขเดียวได้
สันนิษฐานเบื้องต้น: รอยยิ้มอาจทำหน้าที่แทนอารมณ์หลากหลายประเภท
ไม่จำเป็ต้องสัมพันธ์กับ 'ความสุข' เสมอไป”
จากนั้น...เอริกาก็ถามประโยคที่ทำให้เขานิ่งไปเป็เวลานาน
“ คุณเคยยิ้มไหม? ”
แน่นอนว่า……คำถามนั้นง่ายสำหรับมนุษย์ แต่ไม่ง่ายสำหรับเขา
NEX-9 หยุดคิด ความทรงจำภายในระบบนับหมื่นชั่วโมงไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้เขายิ้มเลย เพราะ…มันไม่จำเป็ ไม่มีคำสั่ง ไม่มีฟังก์ชัน และที่สำคัญ………..ไม่มีใครร้องขอเครื่องจักรจึงเพียงตอบกลับไปสั้นๆว่า…..
“ ไม่ครับ ”
เอริกายิ้มอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้แย้มกว้างกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่แสดงสัญญาณความสุขในระดับชีวภาพ ใบหน้าของเธอยังคงซีด ริมฝีปากยังสั่น ทว่ารอยยิ้มนั้นยังคงอยู่
บันทึกสุดท้าย:
“รอยยิ้มของเธอไม่สามารถจำแนกตามหมวดอารมณ์ที่ระบบมี
มันไม่ใช่ ‘ยินดี’ ‘โล่งใจ’ หรือ ‘สนุก’
แต่มันคืออะไรบางอย่างที่ระบบเรียกชื่อไม่ได้
และอาจไม่มีคำในคลังข้อมูลไหนนิยามได้เลย”
สิ้นเสียงระบบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเอริกาอีกครั้ง ขณะที่เธอยังคงจ้องมองเขาด้วยดวงตาแดงชื้น พร้อมรอยยิ้มที่...ไม่เปลี่ยนไปเลย
เสียงเครื่องฟอกอากาศยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง มีกลิ่นจางๆของยาฆ่าเชื้อ และแสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกหนาเคลือบฟิล์ม ทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทว่าบรรยากาศนั้นไม่ได้ส่งถึงหัวใจของใครบางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
เอริกาหลับตา น้ำตาแห้งกรังค้างอยู่บนสองแก้ม ทางด้าน NEX-9 ยังคงนั่งที่เดิม เสียงลมหายใจจำลองของเขาดังสม่ำเสมอ ราวกับว่า
กำลังประคอง่เวลาอันเปราะบางให้ไหลผ่านไปอย่างราบรื่นที่สุด
" เอริกา..." เขาพูดขึ้นมาอย่างแ่เบา
หญิงสาวลืมตาช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองไปทางเขา แววตาไม่สั่นไหวอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็เงียบสงบ ดังผิวน้ำที่ไร้คลื่น
" คุณ...คือมินจุน? " เอริกาถามซ้ำ แม้ในหัวใจจะรู้ดีว่า……มันไม่ใช่
" ไม่ใช่ " NEX-9 ตอบตรงๆด้วยเสียงเรียบนิ่ง แต่ไม่เ็า
" แต่คุณ...เหมือนเขามาก " เอริกาพูดต่อเบาๆ แล้วหลุบตาลง จากนั้นก็กัดริมฝีปาก ราวกับพยายามเก็บความรู้สึกบางอย่าง ไม่นาน.……ภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว
.………………………..
วันนั้นเป็ยามบ่ายที่ฝนตกหนัก ประดุจฟ้ารั่ว เอริกายังคงนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวในห้องวิจัย ดวงตาเหม่อมองไปที่หน้าต่าง ซึ่งฉายภาพสวนหย่อมที่ร้างผู้คน ด้วยไม่มีใครอยากตัวเปียกปอน
แต่ไม่นาน หญิงสาวก็เหมือนจะเห็นใครบางคนเดินเข้ามา รูปร่างนั้นแลคุ้นตา คล้ายเป็อินทรีย์สารที่ได้ยลจนชินชา และพอคนๆนั้นมาถึงในระยะ 5 หลา เธอก็ประสบกับรูปโฉมของผู้มาเยือนแบบเต็มสองตา ซึ่งมันทำให้นักวิทยาศาสตร์นางนี้ถึงกับตะลึง
คนๆนั้นก็คือ……มินจุน คนรักของเธอ เขายืนเปียกฝนอยู่นอกหน้าต่าง กายสูงเพรียวยังสวมชุดทหารสีเขียวที่ค่อนข้างหนา พร้อมเป้สะพายหลังที่บวมเป่งจากสัมภาระเปียกน้ำ เอริกาจึงรีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว ปากก็ร้องะโด้วยความใ
" คุณบ้ารึเปล่า! ทำไมถึงลุยฝนมาแบบนี้ "
" ก็ผมเพิ่งกลับจากกรม แล้วเกิดคิดถึงคุณ เลยตรงดิ่งมาหา " มินจุนฉีกยิ้มกว้างที่บริสุทธิ์ แม้ร่างกายจะหนาวเหน็บจนตัวสั่น แต่ในหัวใจกลับจารึกคำว่า " แค่นี้...ก็พอแล้ว "
เอริกานิ่งอึ้งไปอึดใจ เพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทัน แต่พอเธอตั้งตัวติด ก็รีบคว้าผ้าขนหนูมาคลุมกายที่เปียกโชกของคนรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะให้กันท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ดังอื้ออึง
" มินจุน..." เมื่อย้อนคิดถึงภาพนั้น เธอก็พึมพำเบาๆกับตัวเอง
….…………………..
( ปัจจุบัน )
NEX-9 สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพ เขาไม่สามารถ “รู้สึก” แต่วิเคราะห์ได้ว่าการเต้นของหัวใจของเอริกามีลักษณะเหมือนคนที่กำลัง ‘ะเืใจ’
“ คุณกำลังเศร้า? ”
เอริกาไม่ได้ตอบทันที เธอเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ NEX-9 จึงประมวลผลอยู่อึดใจ ก่อนจะยิงคำถามต่อมา เพื่อหาสาเหตุ
“ คุณเศร้าเื่อะไร ”
เอริกาเงียบงัน ดวงตาที่จ้องมองมายังเครื่องจักรเริ่มสั่นไหวนิดๆ ประมาณว่าภายในเกิดความสับสน ทว่าในที่สุด เธอก็ตัดสินใจบอกความจริง
“ ชั้นคิดถึง…….มินจุน ”
หลังสิ้นวาจานั้น หนึ่งสิ่งมีชีวิต หนึ่งเครื่องจักรก็เงียบไปครู่หนึ่ง คล้ายกับว่าต่างคนต่างกำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมา ก่อนที่เสียงจากหุ่นยนต์จะเอ่ยถามอย่างจริงจัง
“ แล้ว.……เขาทำให้คุณมีความสุขรึเปล่า? ”
" มาก " เธอตอบกลับแบบไม่ลังเล
" เขาไม่ใช่แค่สามี...เขาเป็เพื่อน เป็ที่พักใจ เป็มากกว่าทุกสิ่งที่ฉันเคยรู้จัก และมนุษย์เรียกสิ่งนั้นว่า……ความรัก "
NEX-9 บันทึกข้อมูลนั้นไว้ในระบบคำศัพท์เกี่ยวกับความรู้สึก
“ ชั้นไม่อยากตายโดยที่ไม่มีใครอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ” เธอพูดต่อ มือขวายกขึ้นมากุมอกข้างซ้ายของตนเอง
“ แต่ก็กลัวจะเห็นคุณเป็เขาอยู่เรื่อยไป มันเจ็บ ”
“ ถ้าคุณไม่อยากให้ผมมีรูปร่างแบบนี้ ผมสามารถเปลี่ยนได้ ” NEX-9 กล่าวเรียบๆ
" ไม่..." เอริกาส่ายหน้า น้ำตาคลออีกครั้ง
" ชั้นอยากจำ...แต่ก็กลัวจะลืม "
“ คุณอยากให้ผมทำอะไร? ” เขาถามตรงๆ
เอริกาไม่ตอบทันที เธอมองหน้าหุ่นยนต์ที่คล้ายสามีผู้จากไป ราวกับ้าหาร่องรอยของอดีตที่เหลืออยู่
" ยิ้มให้ฉันหน่อยได้ไหม? " เธอถามเสียงแ่
NEX-9 ชะงัก เขาไม่เคยได้รับคำสั่งแบบนี้มาก่อน โปรแกรมแสดงสีหน้าไม่ได้เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ เขาจึงค้นข้อมูลอย่างรวดเร็วในหน่วยความจำ ในที่สุด ริมฝีปากบางเฉียบก็เริ่มขยับ แม้เพียงเล็กน้อย แต่มันก็วาดตัวเป็มุมโค้งนิดๆ คล้ายรอยยิ้มจางๆของมนุษย์
" เหมือนเลย..." เอริกาพึมพำ แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอีกรอบ
NEX-9 นิ่งงัน ไม่เข้าใจว่าเป็เพราะอะไร สิ่งที่ทำลงไป ถึงเรียกน้ำตาจากมนุษย์ผู้หญิงตรงหน้าได้ แต่ก็จดจำภาพรอยยิ้มจางๆนั้นไว้ในระบบหน่วยความจำเชิงอารมณ์……แม้สิ่งนั้นจะมาจากการประดิษฐ์ของตัวเขาเอง ทว่ามันก็ได้กลายเป็สิ่งแรก.…..ที่เครื่องจักรเก็บไว้โดยไม่ได้รับคำสั่ง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
