ตอนที่ 10 : นี่กิลด์นักผจญภัยหรือโรงพยาบาลบ้ากันเนี่ย ตอนจบ
“เฮะเห... อย่าบอกนะว่าเจอคนน่าสนใจอีกแล้วน่ะอาเฮีย”
“แหม ก็ทำนองนั้นแหละนะ พอดีเจอกันที่เมืองเรเวลน่ะ”
เดลล์ยักไหล่ให้หนุ่มนักเลงหัวทรงรีเจนท์ รอยยิ้มสนุกสนานของเขาพ่วงกับสายตาของทุกคนทำให้โอฟีเลียกับไอชาไหล่สั่น
เพราะถึงบางคนจะเป็พวกไม่เต็มเต็ง แต่ก็ยังเป็คนดังที่เธอรู้จักอยู่ดี
“เอ้า ๆ แนะนำตัวหน่อย”
เดลล์เร่งเร้าสองสาว เขาหยิบเก้าอี้แบบพับได้ออกมานั่งกลับหลังั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
พอเอาคางเกยขอบพนักอย่างสบายใจเฉิบ สายตาสนอกสนใจของเดลล์และทุกคนก็ส่งไปยังโอฟีเลียกับไอชา
โอฟีเลียต้องกลืนน้ำลายหนึ่งอึกก่อนจะกล้าเปิดปาก
“ฉะ ฉันชื่อโอปีเฟีย! มะ ไม่ใช่ค่ะ! ชื่อโอฟีเลียค่ะ!”
โอฟีเลียเผลอกัดลิ้นตัวเองเข้าให้ แต่ก็ยังพยายามแนะนำตัวต่อจนจบ
เธอปิดปากตัวเองด้วยความเขินอายจนหน้าแดงก่ำ เกือบจะร้อง งื้อ! ออกมาให้กับความอ่อนหัดของตัวเอง
แต่พอได้รอยยิ้มเอ็นดูของทุกคนแทนเสียงหัวเราะ โอฟีเลียก็สบายใจขึ้น
ไอชาเห็นแล้วก็โล่งอก สลับเป็หนของเธอได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ
“ดิฉันชื่อไอชาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะทุกท่าน”
ไอชาโค้งตัวให้ทุกคนเบา ๆ อย่างเป็ธรรมชาติ
เดลล์พยักหน้าพอใจ เขาเหลือบไปมองคนของตัวเองบ้าง
“จริง ๆ ก็คิดว่าสองคนนี้คงรู้จักพวกนายกันอยู่แล้ว แต่ก็แนะนำตัวไว้หน่อยละกัน... หาว〜”
เดลล์หาวหวอดใหญ่แอบทำไอชาหงุดหงิดนิดหน่อย
แต่ทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร ดูแล้วนี่น่าจะเป็ท่าทางี้เีตามปกติของเขา
ส่วนสองคนแรกที่ก้าวเท้าออกมาก็คือพ่อหนุ่มนักเลงผมทรงรีเจนท์ กับพ่อหนุ่มนักซิ่งผมสีเขียวแดง
“ฉันชื่อสกอตต์ ฝากตัวด้วยนะ!”
“ฉันอัลบัส ฝากตัวด้วย!”
หนุ่มนักเลงกับหนุ่มแว้น... สก็อตกับอัลบัสแนะนำตัวพร้อมกันดูเข้าขาไม่เบา
“แล้วแกจะแย่งฉันพูดทำไมวะ!”
“แกนั่นแหละแย่งฉันพูดไอ้หัวสองสี!”
แต่พอพูดพร้อมกันเกินไป สองคนก็ดันเขม่นใส่กันอีกเพราะเหมือนถูกแย่งบท
สรุปสองคนนี้เขาสนิทหรือไม่สนิทกันแน่คะเนี่ย
โอฟีเลียกับไอชาแอบคิด มวยคู่นี้ไม่มีทีท่าจะจบในเร็ววันแน่
“ส่วนฉันชื่อโอลิเวอร์! ถ้าอยากรู้อะไรฉันยินดีช่วยนะ!”
“คะ ค่ะ...”
หนุ่มผมเขียวทรงตั้งสูง... โอลิเวอร์ยิ้มยิงฟันให้อย่างร่าเริง แต่โอฟีเลียกับไอชายิ้มแห้งทำตัวไม่ถูก
เพราะต่อให้เขายิ้มเป็มิตรและดูพึ่งพาได้แค่ไหน สุดท้ายเขาก็ยังเป็โรคจิตชีเปลือยในสายตาของทั้งสองคนอยู่ดี
และเพื่อไม่ให้ความทรงจำตอนนั้นกลับมา โอฟีเลียกับไอชาเลยหันไปสนใจหญิงสาวสองคนที่อยู่ข้าง ๆ เดลล์แทน
“ฉันชื่อเอมิเลียเป็แผนกต้อนรับ แล้วก็เป็เลขาของตานี่น่ะ” เอมิเลียดันแว่นแนะนำตัว เอามือไปวางบนหัวกิลด์มาสเตอร์อย่างเดลล์แบบไม่เกรงกลัวใด ๆ และแน่นอนว่าเดลล์เองก็ไม่ได้ว่าอะไรเช่นกัน
“ส่วนฉันชื่อคริสติน่า เป็นักบัญชีค่ะ... คิคิ” สาวแว่นหน้าเตอะ คริสติน่ายิ้มหัวเราะเป็เอกลักษณ์อีกครั้ง
“ “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!” ”
โอฟีเลียกับไอชายิ้มแป้นตอบกลับเสียงชัด การมีคนปกติอยู่ด้วยช่วยเยียวยาจิตใจของทั้งสองคน เหมือนมีคนมาปลูกดอกไม้ที่กลางใจยังไงอย่างงั้น
แล้วดอกไม้ก็แทบจะบานเต็มที่เมื่อหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาหาโอฟีเลีย
“ฉันชื่อฟูกะนะ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะโอฟีเลีย”
หญิงสาวเผ่ามนุษย์สัตว์หูสุนัข พี่สาวของเรกะ... ฟูกะเดินเข้าไปจับมือโอฟีเลียกับไอชา โอฟีเลียโดนเสน่ห์อันรุนแรงเข้าไปในระยะเผาขน หัวใจเธอแทบจะลอยขึ้นมาโผล่ที่ลูกกะตาแทน
ต้องให้ฟูกะปล่อยมือนั่นแลโอฟีเลียถึงได้สติ เธอมองมือตัวเองตาไม่กะพริบ
“จะไม่ล้างมือนี้ไปตลอดชีวิตเลยค่ะ”
“ล้างเถอะค่ะ”
ไอชารีบตบมุกขัด เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่าโอฟีเลียที่กำลังทำหน้าเคลิ้มพูดจริงหรือพูดเล่น
“จ๊าง!!!!”
“!!!?”
เด็กสาวผมสีชมพูโผล่มาที่ด้านหลังทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งโหยง เธอเป็คนเดียวกับที่ร้องเล่นเต้นบนเวทีก่อนหน้านี้ ชุดติดระบายยังเป็ชุดเดียวกับตอนขึ้นเวทีอยู่เลย
โอฟีเลียรู้จักเธออยู่แล้วเลยไม่ได้ใ
...แต่สำหรับไอชาแล้วไม่ใช่ เธอเสียความมั่นใจไปเลยที่มีคนเข้าข้างหลังได้โดยไม่รู้ตัวแบบนี้
“แหม ๆ เล่นใกันขนาดนี้เค้าก็รู้สึกผิดแย่เลยจิเนี่ย!” เด็กสาวผมชมพูเกาหัวรู้สึกผิด แต่ก็ไม่ได้เสียรอยยิ้ม
“อ้อ! ส่วนเค้ามีชื่อว่าอีวานเจลีนนะ! เรียกว่าอีวาก็ได้น้าเนี้ยว〜 ยินดีที่ได้รู้จักจ้า!”
เด็กสาวผมชมพู... อีวานเจลีนทำท่ามินิฮาร์ทให้ทั้งสองคนแล้วก็พุ่งเข้าไปจับมือยกขึ้นยกลงอย่างร่าเริง ยิ่งทำปากเหมือนแมวยิ่งรู้สึกว่าเธอน่ารักเข้าไปใหญ่
“คะ ค่ะ! ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณอีวา!”
ตัวจริงจริงด้วย! คน ๆ นี้คือคุณอีวานเจลีน ไอดอลสาวชื่อดังพ่วงตำแหน่งนักผจญภัยระดับ C ของคริสตัลคลาวด์ที่มีฉายาว่า เดอะฟลาวเวอร์ออนแบทเทิลฟิลด์ (The Flower on Battlefield)
อือ... ชักไม่อยากจะล้างมือจริง ๆ แล้วนะเนี่ย
โอฟีเลียรู้สึกเสียดายจนน้ำตาเกือบไหล
...แต่ไม่ทันไรสายตาของเธอก็ไปจับจ้องหนุ่มแว่นผมทองรูปงามอีกคน
เขาเดินมาทางนี้ด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย และแน่นอนว่าโอฟีเลียเองก็รู้จักชายคนนี้
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณโอฟีเลีย ชื่อของผมคือจูเลียน ยินดีที่ได้รู้จักครับผม”
ชายหนุ่มสวมแว่นผมทองสั้นดูเรียบร้อย... จูเลียนยกมือแนบอกตัวเองโค้งคำนับให้อย่างมีมารยาท ประหนึ่งเ้าชายเอ่ยขอเกียรติเ้าหญิงมาร่วมเต้นรำ
“ยะ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!”
โอฟีเลียเผลอจ้องจูเลียนจนตาค้าง ถ้านับเค้าโครงหน้าแล้ว จูเลียนหล่อเหลาพอ ๆ กับเดลล์ (ตอนที่ไม่ได้ทำหน้ากวนประสาท) เลยทีเดียว
แถมแต้มต่อของจูเลี่ยนไม่ใช่แค่นั้นด้วย
นี่คือคุณจูเลี่ยน... ดาราดังอีกคนของคริสตัลคลาวด์!
ตัวจริงหล่อสุด ๆ เลยนะเนี่ย! ไม่แปลกใจทำไมถึงสามารถรับงานถ่ายแบบแฟชั่นเป็งานเสริมได้
นอกจากนี้ยังเป็นักผจญภัยระดับ C ที่มีชื่อเสียงเื่ความชำนาญในการใช้หนังสือเวทมนตร์ด้วย!
คนอะไรจะครบเครื่องสุดยอดขนาดนี้กันคะเนี่————
“คุณหนู โปรดให้อภัยกระผมที่เสียมารยาทเอ่ยคำถามที่ไม่เหมาะไม่ควรแก่เด็กสาวผู้งดงามเช่นท่าน... แต่ไม่ทราบว่าอายุเท่าไรเหรอครับ?”
แล้วจู่ ๆ จูเลียนก็นั่งคุกเข่าข้างนึงลงด้านหน้าไอชา เขาเอื้อมมือไปจับมือของเธอราวกับกำลังจะขอแต่งงาน แถมทำสายตาเป็ประกายคาดหวังคำตอบตกลงอีก
ถ้าไม่ติดว่าสิ่งที่้าคืออายุของไอชามากกว่าล่ะก็นะ
แฮร่... แฮร่... แฮร่! แฮร่!
ไอ้เื่ที่จู่ ๆ ก็ลงไปคุกเข่าก็แปลกเต็มทีแล้ว แต่ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่เมื่อจูเลียนเริ่มหายใจหอบจนแว่นขึ้นฝ้าอย่างน่ากลัว
ไอชารู้สึกขยะแขยงจนชักมือกลับเลยทีเดียว
“สะ สิบเก้าค่ะ” แต่ไอชาก็ยังตอบคำถามเพราะกลัวโอฟีเลียจะเสียหน้า
“......”
ร่างของจูเลียนหยุดกึกทันทีที่ได้ยินคำตอบ เขายืนขึ้นแล้วเดินจากไปทันที
ท่าทางจูเลียนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังตีนเลยทีเดียว
ชิ!
แถมยังเดาะลิ้นทิ้งท้ายไว้อีก
ไอชาได้ยินแล้วเกือบปรี้ดแตกจะพุ่งเข้าไปขย้ำคอ โชคดีที่โอฟีเลียดึงแขนเธอไว้ก่อน
เดลล์เห็นท่าทางนั้นแล้วกุมขมับถอนหายใจเลยทีเดียว
“เห้อ... เอาอีกแล้ว เ้าโลลิคอนนั่น”
เอ๋!!! ละ โลลิคอนเหรอ!!!!!!!!!
โอฟีเลียยกมืออุดปากตัวเองแทบไม่ทัน ใจเธอแทบแตกสลายเมื่อได้รู้ว่าดาราที่ตัวเองชื่นชอบกลับกลายเป็ไอ้โรคจิตคลั่งไคล้เด็กไปเสียได้
แต่ดูเหมือนจูเลียนจะไม่ชอบใจ... พอถูกเดลล์เรียกแบบนั้นเ้าตัวเลยหันมามองตาแข็งใส่
“เสียมารยาทจริงคุณเดลล์ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ใช่โลลิคอน... แต่เป็เฟมินิสต์ต่างหาก!”
“ “ “อ๋อเหรอ” ” ”
จูเลียนพูดไปดันแว่นไปอย่างโอ้อวด ...แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา แม้แต่เด็กใหม่อย่างโอฟีเลียกับไอชาก็ด้วย
“หะ หะหะ...”
โอฟีเลียฝันสลายอย่างต่อเนื่องในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เธอหัวเราะไปน้ำตาตกในไป
ภาพฝันที่จะได้ออกผจญภัยกับพวกพ้องอันยอดเยี่ยมได้อันตรธานหายไปหมดสิ้นแล้ว
เดลล์เห็นสีหน้าโอฟีเลียก็เดาความคิดได้ทันที เขายิ้มแฉ่งกว้างเลยเชียว
“ไม่เหมือนที่คิดไว้อ่ะดี้”
“เอ๊ะ!? มะ มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
โอฟีเลียหัวเราะแห้ง แหะ ๆ
...แต่ทางไอชามองด้วยสายตาปลาตาย ราวกับไม่สนใจแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอช่างหัวมันทุกอย่างแล้ว
อันที่จริง โอฟีเลียเองก็คิดแบบนั้นอยู่บ้าง แต่ว่า...
แต่ว่า... คนเราจะดูกันแค่ที่ภายนอกไม่ได้หรอก
คุณเดลล์เองก็เป็พวกแปลก ๆ เหมือนกัน
ทั้งอย่างนั้นก็กลับแข็งแกร่งกว่าใคร ดูฉลาดกว่าที่แสดงออกด้วย
แล้วก็... อ่อนโยนมากกว่าที่เห็นด้วย
โอฟีเลียนึกย้อนเื่ราวั้แ่ที่ได้เจอกับเดลล์ ความแปลกประหลาดของนิสัยใครบางคนไม่ใช่ส่วนสำคัญในการตัดสินใจอีกต่อไปแล้ว
พอหันไปมองไอชาที่อยู่ข้าง ๆ ไอชาก็ไม่ได้มีท่าทางขยาดเหมือนกัน
โอฟีเลียจึงแน่ใจว่าตัวเลือกของตัวเองไม่ใช่เื่ผิด
“ถึงจะต่างจากที่คิดไว้ ฉันก็ยังคิดว่าเป็กิลด์ที่ดีนะคะ”
“เห็นด้วยเลยค่ะ”
โอฟีเลียกับไอชายิ้มตอบ รอยยิ้มจากใจจริงของพวกเธอส่งไปยังสมาชิกกิลด์รวมถึงเดลล์ ทำเอาพวกเขาอบอุ่นหัวใจไม่เบา
“...เหรอ”
เดลล์เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น รอยยิ้มของเขามีทั้งความสบายใจและอบอุ่นหัวใจ
...รู้สึกเหมือนเลือกคนไม่ผิดจริง ๆ
ถึงนิสัยจะต่างกัน แต่อย่างน้อยก็ต้องมีทัศนคติแบบนี้แหละถึงจะอยู่ด้วยกันได้
เดลล์ผายแขนสองข้างเปิดรับทั้งสองคนด้วยความรอยยิ้ม
“ถ้าอย่างงั้นก็ ขอต้อนรับสู่คริสตัลคลาวด์นะทั้งสองคน ...ก็อยากจะพูดแบบนั้นอยู่หรอก”
เดลล์แบะมือยักไหล่อีกรอบจนโอฟีเลียต้องร้อง แป่ว!
เห็นชัดว่าบรรยากาศดูเป็ใจที่จะได้เข้ากิลด์มากเกินจนเธอลืมเื่พื้นฐานง่าย ๆ ไป
เดลล์ชี้นิ้วใส่โอฟีเลียกับไอชา
“ก็อย่างที่รู้นั่นแหละ ว่าการจะเข้ากิลด์ระดับ S ได้จำเป็ต้องให้พวกเธอผ่านการทดสอบที่มีความยากระดับ A-A เป็อย่างน้อยก่อน”
เดลล์แบะมือส่ายหน้าถอนหายใจ เพราะมีกฎนี้เลยไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้
อนึ่ง ความยากระดับ A-A นั้นมีที่มาจากการแบ่งระดับความยากของเควสตามระดับของกิลด์ โดยอักษรตัวแรกคือระดับของกิลด์ ส่วนตัวที่สองคือระดับความยากของเควส
นั่นคือหนึ่งในเื่พื้นฐานที่นักผจญภัยต้องรู้ เช่นเดียวกับเื่ที่ต้องผ่านการทดสอบให้ได้ก่อนจึงจะเข้ากิลด์ได้
“ถึงฉันจะถูกใจพวกเธอก็เถอะ... แต่ถ้าความสามารถไม่ถึง ฉันก็คงจะให้พวกเธอเป็สมาชิกของกิลด์ไม่ได้หรอกนะ”
เดลล์ทำหน้าเบื่อ ๆ แต่ในเนื้อความและน้ำเสียงก็มีความหนักแน่นที่จะไม่อ่อนข้อให้ใคร
แม้จะเป็คนสนิทก็ตาม
“...ฉันจะพยายามค่ะ”
...แต่ในทางกลับกัน โอฟีเลียเองก็ไม่ได้อยากสอบผ่านเพราะสนิทกับกิลด์มาสเตอร์เหมือนกัน
“ฉันจะพยายามค่ะ! พวกเราจะผ่านบททดสอบ และกลายเป็สมาชิกของคริสตัลคลาวด์ให้ได้เลยค่ะ!!!”
แม้มือจะยังสั่นระรัวแต่ไฟในใจของโอฟีเลียก็ไม่ได้มอดดับ น้ำเสียงกึกก้องชัดเจน ลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความฝันสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน
แววตาของไอชาเองก็เต็มไปด้วยความหวังและความมั่นใจในตัวเอง
ในที่แห่งนี้... ความคิดกังวลว่าจะไม่ผ่านการทดสอบ ไม่มีอยู่ในหัวของทั้งสองคนเลยสักนิด
โห...
ทุกคนรำพึงในลำคอ ชื่นชมการเตรียมใจของทั้งสอง คิดว่าสมแล้วที่เป็คนที่เดลล์คัดมา
เพราะต่อให้เขาทำตัวเหลวแหลกขนาดไหน แต่เดลล์ก็ยังเป็ถึงเด็กหนุ่มอัจฉริยะ ผู้สร้างกิลด์ระดับ S ขึ้นมาได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุด ทั้งยังไต่อันดับขึ้นมาเป็ท็อปสามได้ในเวลาแค่ห้าปี
ในเื่ของความสามารถและการมองคน จึงไม่มีใครกังขาเดลล์ทั้งนั้น
“โอ๊ะ!”
จู่ ๆ ฟูกะก็ตบมือเข้าด้วยกันเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก เธอหันไปสะกิดไหล่เดลล์
“จะว่าไป เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนมาขอเข้าทดสอบด้วยน่ะค่ะ”
“อ่าวเหรอครับ แล้วอยู่ไหนอ่ะ?” เดลล์ยังทำหน้าเบื่อ ๆ ไม่อยากคาดหวังก่อนจะพบหน้า
ฟูกะชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่ห่างไปไม่ไกล
ที่ตรงนั้นมีคนสวมชุดคล้ายกับทหารนอนเอาหน้าฟุบกับโต๊ะอยู่ เขาใช้หมวกปีกสั้นของทหารปิดหัวไว้ไม่ให้ใครเห็นหน้าตอนนอน
ร่างกายเองก็ดูเล็กและบอบบาง ผมสีน้ำตาลยาวมัดรวบลวก ๆ ให้ดูสั้นเรียบร้อย
“นี่ ๆ ตื่นได้แล้วนะจ๊ะ” ฟูกะผู้เป็ธุระให้เดลล์เสมอเดินเข้าไปเขย่าไหล่เด็กหนุ่มเบา ๆ
เขาเงยหน้าขึ้นทั้งที่น้ำลายยังยืดย้วย สังเกตรอบ ๆ จนกระทั่งตื่นเต็มที่
“...มีอะไรเหรอฮะ?” เด็กหนุ่มแหงนมองฟูกะ น้ำเสียงเขาใสกังวาลเหมือนกระดิ่งแก้วเลยทีเดียว
“กิลด์มาสเตอร์กลับมาแล้วนะจ๊ะ เป็โอกาสแนะนำตัวยังไงล่ะ”
ฟูกะผายมือไปทางเดลล์ที่นั่งสัปหงก
พอเด็กหนุ่มเห็นตัวเดลล์ เขาก็ดีดหลังตรงแล้วรีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาเดลล์ทันที
“คือ ผมชื่ออาเรียฮะ! จะมาขอเข้าร่วมทดสอบเข้ากิลด์คริสตัลคลาวด์ด้วยครับผม!”
เด็กหนุ่ม... อาเรียทำท่าวันทยหัตถ์ด้วยความเคยชิน แต่พอรู้ตัวเขาก็ลดมือตัวเองลงในทันที
ความจริงจังของเขาทำให้ทุกคนอมยิ้ม แต่ก็ทำให้รู้สึกว่ามีกึ๋นอยู่เหมือนกัน
เดลล์มองอาเรียหัวจรดเท้า พินิจพิเคราะห์ด้วยแววตาสงสัยแบบเดียวกับโอฟีเลียและไอชา เพราะเขาคนนี้อาจเป็คู่แข่งในการทดสอบก็ได้
...ถึงสำหรับทั้งสองคนแล้ว นั่นจะไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จ้องอาเรียก็เถอะ
และแน่นอนว่าเป็คนละเหตุผลกับเดลล์ด้วย
“...ท่าทางแบบนั้น เธอเคยเรียนโรงเรียนนายร้อยมาก่อนงั้นเหรอ?” เดลล์คาดเดาจากบุคลิกก่อนหน้านี้ อาเรียพยักหน้ารับทันที
“ใช่แล้วฮะ! ผมอยากที่จะเป็นายทหารชั้นสัญญาบัตรของเมืองหลวงน่ะครับ!”
อาเรียตอบน้ำเสียงขึงขัง
...แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง เขากลับมีเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้า
เป็ที่สังเกตของเดลล์อยู่เหมือนกัน
สำหรับเป้าหมายของอาเรีย... นายทหารชั้นสัญญาบัตรของเมืองหลวงเซนทรัลอิกดราซิลนั้นเรียกได้ว่าเป็อาชีพที่มีทั้งเกียรติ ชื่อเสียงและเงินทอง ไม่น้อยหน้าไปกว่านักผจญภัยเลย
เพราะแม้โลกใบนี้จะไม่มีามาั้แ่าโลกเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว แต่ก็ใช่ว่าความขัดแย้งจะหมดไป
อาชญากรรม การทูต ภัยพิบัติทางธรรมชาติ มอนสเตอร์ ปีศาจ... ท้ายที่สุดทหารก็ยังมีอยู่เพื่อคอยอำนวยความสะดวกปัญหาเ่าั้ให้ประชาชน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากนักผจญภัยมากนักในแง่ของหน้าที่ ข้อแตกต่างมีเพียงอิสระในการรับงานเท่านั้น
แตกต่างจากนักผจญภัยที่สามารถเลือกเควสได้เอง นายทหารของเซนทรัลอิกดราซิลนั้นจะได้รับมอบคำสั่งให้ทำงานต่าง ๆ จากเบื้องบนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
อย่างไรก็ดี... ด้วยความที่มีงานเหมือนกัน จึงมีนายทหารหลายคนที่สมัครเป็นักผจญภัยไปด้วย เพราะรายได้นั้นมาจากคนละแหล่ง หากทำงานเดียวกันในสองหน้าที่ก็จะได้รับเงินจากสองทางโดยถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีเกียรติมียศถา มีสวัสดิการมากมายช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตได้หลายอย่าง
ข้อเสียเดียวที่ต้องแลกคืออิสระในการรับงาน จึงมีหลายคนที่รู้สึกคุ้มค่าและยอมไปเป็ทหารจำนวนไม่น้อยเลย
แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรง่าย...
เพราะมีลำดับชั้นผู้บังคับบัญชา เื่ยศจึงมีความสำคัญมากในวงการทหาร โดยเฉพาะ ‘ชั้นสัญญาบัตร’ ซึ่งมีจำนวนจำกัด เป็ตำแหน่งที่้าทั้งประสบการณ์ ความเก่งกาจและการยอมรับ
แต่ถ้าได้เป็แล้ว... ว่ากันว่าสวัสดิการที่ได้รับ รายได้และการงานจะมั่นคงไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเจ็ดชั่วโคตรเลยทีเดียว
การฝันถึงเื่นั้นั้แ่อายุยังน้อยเลยทำให้เดลล์เริ่มสนใจอาเรียขึ้นมา
เพราะมันคือความทะเยอทะยานในฝันที่เป็ไปได้ยาก แบบเดียวกับโอฟีเลียและไอชา
...ถึงนั่นจะไม่ใช่อย่างเดียวที่ทั้งสามคนมีร่วมกันก็เถอะ
“อ๊ะ... อาเรียเหรอ?” โอฟีเลียส่งเสียงทัก เริ่มจ้องอาเรียตาเป็มัน
แล้วพออาเรียได้ยินเสียงโอฟีเลีย ไหล่เขาก็กระตุกสั่นในทันที
“หรือว่า ท่านโอฟีเลียเหรอ!?”
อาเรียจ้องโอฟีเลียกลับไป น้ำเสียงเขาสั่น เหงื่อเองก็แตกพลั่กเป็ก๊อกน้ำ
เนื้อตัวทั้งสองคนสั่นสะท้านไปหมดยังกับถูกตำรวจจับได้... ช่างเป็การพบพานอันแปลกพิลึก ทำเอาใจเต้นในหลาย ๆ ความหมาย
❖❖❖❖❖

