“ผ่าน นางผ่านได้แล้ว” มีคนตะโกนขึ้นมา
เห็นดังนั้นต่างเรียกขวัญพวกมันกลับมาได้ไม่น้อย “ที่แท้มันก็มีเคล็ดลับในการผ่านอยู่ไม่น้อยเลย” หลายคนเริ่มพบเห็นวิธีเพิ่มโอกาสให้กับตนผู้ที่มีพลังขั้นแก่นแท้ระดับ1 ต่างเลือกเข้าไปในถ้ำช่องแรกทั้งหมด และพวกนั้นก็เริ่มมีคนผ่านไปได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“หรือเขาจะรู้จริงๆ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเดาสุ่มเข้าไปแน่ๆ” คนอื่นๆก็เริ่มสังเกตเห็น ดังนั้นเข้าไปหาเขา
“นี่ …คุณชายเล้งปวยช่วยบอกได้ไหมว่าอย่างข้านี่ระดับ 2 ควรเข้าในช่องใด” มีดรุณีนางหนึ่งเดินมาหาเขาและถามขึ้นมา
“ย่อมใช้ช่องแรกของระดับ 2 เช่นกัน”“ขอบคุณมากแล้ว” หลังจากนั้นนางก็หายเข้าไป แล้วเสียงต่อสู้อันดุเดือดก็ดังขึ้นมาคล้ายๆกับคราวของจวงยี่หลานและก็จบลงด้วยการผ่านไปได้ จริงๆ
เห็นดังนั้นคนทั้งหลายเริ่มมองเห็นเขาเป็นเช่นตัวนำโชคไปแล้ว แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในระดับ 3 ระดับ 4 และระดับ 5 ก็มาขอคำชี้แนะจากเขา เมื่อทำตามที่เขาแนะนำก็ทำให้มีคนผ่านมากขึ้น ยิ่งเกิดการยอมรับเขาขึ้นมาจนหมดใจ
ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ควบคุมการสอบเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มและเดินมาหาเขาพลางมองป้ายชื่อ
“เจ้าหนูเล้งปวย หรือเจ้าเคยมาสอบก่อนหน้านี้แล้ว จึงรู้จักเคล็ดลับในการเลือกถ้ำ”
“เปล่า ผู้เยาว์มาเป็นครั้งแรก”
“แต่เหมือนเจ้าจะเข้าใจสภาพแต่ละห้องได้ดีนี่”
“อ้อ !!! นั่นล้วนแต่เป็นเพียงแค่การคาดเดา ขอรับท่านผู้อาวุโส” เขาไม่ได้บอกไปตามตรง
“นั่นสินะ เขาคงเพียงเดาถูกบ้างจริงๆตามที่ว่าเพราะต่อให้คนเคยมาสิบครั้งยังไม่มีประโยชน์อันใด“ ผู้ควบคุมคิดต่อไป
นั่นย่อมเป็นคำพูดที่ถูกต้องเป็นที่สุด หากมิใช่เล้งปวยที่มีวิชาสัมผัสแห่งมิติ ก็ย่อมไม่มีทางทราบได้แน่ๆ
“แล้วตอนนี้ทำไมเจ้ายังไม่เข้าไปทดสอบหรือยังลังเลอันใด เจ้าหนู” เขาเลิกคิ้วถามมันอีกครา
“ใช่ข้าลังเลอยู่บ้างจริงๆแต่ตอนนี้ก็ตัดสินใจแล้ว เพียงขอถามท่านผู้อาวุโสว่าข้าสามารถเปลี่ยนไปเข้าทดอบถ้ำในระดับอื่นที่ไม่ใช่ระดับ 3 ได้หรือไม่”
“ไฮ้ !! ย่อมไม่ได้ เจ้าที่อยู่ระดับ 3 จะไปถ้ำของระดับ 1 หรือ 2 ย่อมเป็นการเอาเปรียบ…”
“ เปล่าๆ!!…แต่ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
“ อย่าบอกนะว่าเจ้าจะไปเข้าทดสอบในถ้ำที่ระดับ 4 น่ะ…เจ้าหนู”
“เปล่า … ข้าเพียงอยากลองเข้าทดสอบในถ้ำของระดับ 5 หรือมากกว่านั้นลองดู”
“ไฮ้ … เจ้าหนู นี่ไม่ใช่เรื่องมาล้อเล่นกับข้าได้นะ” มันใช้สายตาปรามเขาไว้ แต่พลันพบว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีจริงจังเด็ดเดี่ยวคล้ายไม่ได้ล้อเล่นขึ้นมา
“อา … ได้นั้นได้อยู่หรอกนะ แต่หากเกิดอันตรายใดๆขึ้นมา… อ่า า” ท่าทางตกใจอยู่บ้างแต่มันก็อยากเห็นว่า เด็กคนที่ทำท่าจะเก่งกาจผู้นี้จะทำได้อย่างมันว่าจริงหรือไร
“นั่นย่อมไม่โทษว่าท่านได้ เป็นผู้เยาว์แส่หาเรื่องเอง” มันพลันคิดต่อว่า “เฮอะ …เรื่องยิ่งใหญ่เทียมฟ้ายังรอให้ข้าไปทำอยู่ ถ้าขี้ประติ๋วพวกนี้ ยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้ข้าผ่านไปไม่ได้ก็ไม่ควรจะเรียกข้าว่า เล้งปวย แล้ว” มันคิดในใจแล้วจึงหันไป
“งั้นข้าเลือกถ้ำขวาสุดแล้วกัน” ได้ยินเช่นนี้ขนาดผู้อาวุโสควบคุมยังตกใจ
“สวรรค์ นั่นคือถ้ำที่ไม่มีคนผ่านได้ตลอดกาลมาเลย เจ้าหนูเห็นแก่เจ้าที่น้ำใจดีงามต่อเพื่อนๆถึงเจ้าจะเก่งจริงยังไงก็เถอะ ข้าอยากให้เจ้าเปลี่ยนใจ” เขาพูดออกมาจากใจ คนอื่นๆที่ได้ฟังคำสนทนาอันแตกตื่นมาตั้งแต่ต้นย่อมยิ่งต้องตะลึงลานแทบจะไม่หายใจไปแล้ว
“ถึงกับมีคนคิดล้อเล่นกับการทดสอบอันสุดโหดนี้ได้”
“ข้าขอบคุณที่ท่านผู้อาวุโสหวังดีต่อข้า แต่ข้ายังคงยืนยันที่จะลองดู ข้าไปละ” เล้งปวยพลันตวาดขึ้นด้วยพลังที่พลันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พริบตาเห็นร่างมันพลันหายเข้าถ้ำช่องขวาสุดไปแล้ว
ทันทีที่เล้งปวยก้าวย่างเข้ามาในถ้ำ บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนไป มันย่อมเผชิญหน้ากับค่ายกลเทพสงครามอันลึกล้ำนั่นเอง ค่ายกลที่ไม่มีใครฝ่าได้ตลอดกาล กึง! กึง! ๆ ๆเสียงหุ่นกลเทพสงครามอันทมึนทึน สูงกว่าสิบห้าฟุตปรากฏตัวขึ้นมา นัยตาสีแดงเพลิงอันวูบวาบในเมฆหมอก เกิดเป็นบรรยากาศอันลี้ลับ อย่างน่าสะพรึงกลัว เล้งปวยเองถึงกับขนลุกขึ้นมา
“เฮอะ ๆๆ หรือเราจะกลัวเจ้าที่เป็นแค่หุ่นไม้กลตัวหนึ่งไปได้” ซิ้ง! เสียงกระบี่ออกจากฝัก
“จงนอนลงให้กับข้า” กระบี่อันคมกริบพลันมีประกายอันเจิดจ้าฟันออกรวดเดียวถึงสิบกระบี่ซ้อนๆในตำแหน่งแง่มุมที่ยากต่อการปิดป้องเป็นที่สุด เสียงติงๆๆๆๆพลันดังขึ้นอย่างถี่ยิบในพริบตา มันคาดว่ากระบี่นี้สมควรทำลายคู่ต่อสู้ลงได้ในคราเดียว เหมือนที่ผ่านๆมา
“สวรรค์เจ้าหุ่นบ้านี้ถึงกับปัดป้องได้อย่างไร้รอยขีดข่วน” มันคิดไม่ถึงว่าอย่างน้อยต้องมันที่ใช้กำลังปราณไปถึงหกเจ็ดส่วนแน่ๆ จะไม่บังเกิดผลใด และยังไม่ทันที่จะได้เคลื่อนไหวอันใดอีก พลันมีปลายทวนศึกขนาดใหญ่พุ่งวาบเข้ามาหามันจนอีกนิดเดียวต้องทะลุอกมันตายคาที่แน่
อย่างแตกตื่นอีกครั้งที่มันต้องเอาชีวิตรอดด้วยการตีลังกาหมุนตัวออกได้หวุดหวิดแต่สภาวะแห่งคมทวนยังได้ไล่ประกบมันไปดุจเงาตามตัวจนมันต้องกู่ก้อง “มังกรคะนองกลางนภา” ร่างมันพลันหมุนวนดุจลูกข่างอันมหึมาจนบังเกิดเกิดเสียงดังตูม จึงหยุดยั้งสภาวะแห่งทวนลงได้
“เหอะบัดซบ เจ้ากลับดุร้ายอย่างยิ่ง เช่นนั้นต้องเจอนี่ ” เสียงดังก้อง
“มังกรสยบปฐพี” ร่างมันพลันกลายเป็นมังกรเหินหาวพุ่งวาบจนปราณกระบี่พลันพุ่งทะลุอกของหุ่นเทพสงครามไป เห็นมันพลันเซตึงๆๆออกไปอย่าง
“ตูม !!!!!!!!!!
เสียงกัมปนาทกึกก้องเศษไม้เหล็ก หิน ดิน ปลิวกระจัดกระจาย แรงระเบิดที่รุนแรงได้ทำลายผนังถ้ำจนพังลงแถบหนึ่ง
หลังจากได้ทำลายหุ่นเทพเจ้าสงครามลงได้ เขาพลันรับรู้ได้ถึงการก้าวเข้าสู่อีกขอบเขตหนึ่งทันที เขารีบก้าวต่อไปด้านหน้า
กึงๆๆๆ กึงๆๆๆ กึงๆๆๆ เสียงดังที่สะท้อนมาจากทางด้านหน้า พลันทำให้ตวงตาเล้งปวยหรี่
ลงทันที หุ่นกลเทพสงครามถึงสามตน ขนาดตนเดียวเขายังแทบเอาตัวไม่รอดแล้ว แต่ทันใดนั้น ท่าทีของมันพลันเปลี่ยนไป
“ได้มาเลย จะได้สู้ให้สมใจอยากสักครั้งหนึ่ง”
มันพลันมีนัยตาเบิกโพลงขึ้น ยืดอกตั้งตรง หากมีคนภายนอกได้มาเห็นมันในยามนี้ คงต้องบอกเลยว่า มันในตอนนี้นั้นคล้ายดั่งเป็นตัวตนของ เทพแห่งการต่อสู้ จริงๆแน่เลย หุ่นกลเทพสงครามทั้งสามตนนั้น มีอาวุธที่ใช้แตกต่างกัน หนึ่งหมัด หนึ่งหอก และหนึ่งกระบี่
ยามนี้เล้งปวยพลันมีสภาวะแห่งพลังขึ้นมาสูงสุดด้วยความปราถนาที่อยากจะสู้อย่างเต็มที่ทันใดพลันใช้ท่าก้าวย่างกลางนภาราวสายฟ้า เท้าสยบเทพ พุ่งเร็วดุจดาวตกเข้าหาทั้งสามหุ่นกล
“ย้าก!!!!!!!!” เสียงตระโกน กู่ก้องยาวดังขึ้นมา
ปึก !!ปึก !!ปึก !! เสียงดังขึ้นมาสามครั้ง พริบตาที่เขาถีบเข้าที่ยอดอกของทั้งสามหุ่นกลแทบพร้อมกัน
ตูม !! ตูม !!ตูม!! เสียงระเบิดดังกัมปนาทขึ้นสามครั้ง ทว่านอกจากทำให้หุ่นกลทั้งสามเพียงสะอึกถอยไปคนละสามก้าวแล้วก็แทบไม่ทำอันตรายใดๆให้กับพวกมันได้เลย
กลับสร้างความเกรี้ยวกราดให้พวกมันเพิ่มมากขึ้น กึงๆๆๆๆ เงาพวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจพร่างพราย วนรอบๆเขาหลายรอบ พลันมีพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านฟ้าดินกดทับใส่เล้งปวยจนมิอาจขยับเขยื้อนใดๆได้อีก เขาพยายามที่จะหมุนขยับออกด้วยความแตกตื่นตกใจอีกครั้ง
หุ่นกลเทพกระบี่พลันซัดกระบี่ที่พุ่งมาดั่งฟ้าแลบมาที่คอหอยของมันที่ขณะนี้ไม่สามารถขยับหลบหลีกได้แล้ว
หุ่นกลเทพแห่งหมัด พลันต่อยหมัดที่สามารถทลายภูผาได้ในหมัดเดียวนี้เล็งไปยังยอดอกของมัน
หุ่นกลเทพแห่งทวนพลันหมุนครืดไปด้านหลังมันแล้วง้างทวนแทงออกหมายแทงให้ทะลุจากกลางหลังไปทางด้านหน้า เล้งปวยที่ทั้งถูกกดทับไว้ ทั้งกระบี่จะะลุคอหอย ทั้งหมัดจะยุบทรวงอก ทั้งหอกแทงกลางหลัง ไม่นึกว่าเราจะมาตกตายในลักษณะเช่นนี้ แค้นยังมิได้ชำระ ปะนิธานอันยิ่งใหญ่ยังไม่ได้เริ่ม น่าคลั่งแค้นนัก มันร้องก้องขึ้นสุดเสียง ด้วยความคั่งแค้นเต็มอก
“อ้า า า า า า า า า า……………………”
บัดนั้นเองที่เงามังกรศักดิ์สิทธิ์ ที่นอนสงบนิ่งอยู่ในกายของเขาพลันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา
“การตื่นขึ้นมาของเงาร่างมังกรศักดิ์สิทธิ์” พลังปราณอันมหาศาลดุจน้ำในห้วงมหันต์นพ ไหลเชี่ยวกรากทะลุทะลวง กายาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองส่องประกายแวววาว ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายสีทองันสดใสออกมาอย่างเข้มข้น เสียง ซูม!!!!!!!!!! ดังขึ้น แล้วกายของเขาพลันเกิดการระเบิดหมุนขึ้นอย่างเร็วรุนแรงดุจประกายแสง จนมีสะเก็ดแห่งพลังจากระเบิดพุ่งออกมาอย่างรุนแรงไม่เคยมีมาก่อน หมุนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
หลังเสียงระเบิดนั้นทุกสิ่งแทบพินาศสิ้น หุ่นกลเทพสงครามท้ังสามพลันระเบิดออกแทบไม่เหลือชิ้นส่วน ผนังถ้ำพังลงมาเป็นแถบ ส่วนผู้คนที่ด้านนอกแม้ว่าจะมองด้านในไม่เห็น แต่เพียงเสียงระเบิดอันสะเทือนแทบทั้งโลกก็ทำให้พวกวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นแล้ว
มีเพียงร่างอันตระหง่านของเล้งปวยที่โดดเด่นขึ้นมา ราวองค์เทพเจ้าแห่งสงครามพลันจุติท่ามกลางสมรภูมิ ความแตกตื่นของผู้คนที่หนีตายจนจ้าละหวั่น อีกนานจึงได้ใจสงบลง
“นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ” นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ” นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ”
เล้งปวยเดินออกไปหาคนอื่นท่ามกลางสายตาแปลกประหลาดที่มองมายังมัน ผู้ผ่านการทดสอบในรอบที่ 2 จะได้รับป้ายหยก 1 แผ่น ทุกคน พอเล้งปวยออกมาเขาก็เดินไปรับป้ายหยก แล้วจึงไปหาจวงยี่หลาน
/กว่าเงาร่างจะตื่นได้เหนื่อยแย่เลย ฮะๆ