เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่31การตื่นขึ้นมาของเงามังกร

    “ผ่าน  นางผ่านได้แล้ว”   มีคนตะโกนขึ้นมา  

        เห็นดังนั้นต่างเรียกขวัญพวกมันกลับมาได้ไม่น้อย  “ที่แท้มันก็มีเคล็ดลับในการผ่านอยู่ไม่น้อยเลย” หลายคนเริ่มพบเห็นวิธีเพิ่มโอกาสให้กับตนผู้ที่มีพลังขั้นแก่นแท้ระดับ1 ต่างเลือกเข้าไปในถ้ำช่องแรกทั้งหมด   และพวกนั้นก็เริ่มมีคนผ่านไปได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
       “หรือเขาจะรู้จริงๆ  แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเดาสุ่มเข้าไปแน่ๆ”  คนอื่นๆก็เริ่มสังเกตเห็น ดังนั้นเข้าไปหาเขา
    “นี่ …คุณชายเล้งปวยช่วยบอกได้ไหมว่าอย่างข้านี่ระดับ 2 ควรเข้าในช่องใด”  มีดรุณีนางหนึ่งเดินมาหาเขาและถามขึ้นมา
    “ย่อมใช้ช่องแรกของระดับ 2 เช่นกัน”“ขอบคุณมากแล้ว”     หลังจากนั้นนางก็หายเข้าไป แล้วเสียงต่อสู้อันดุเดือดก็ดังขึ้นมาคล้ายๆกับคราวของจวงยี่หลานและก็จบลงด้วยการผ่านไปได้ จริงๆ
          เห็นดังนั้นคนทั้งหลายเริ่มมองเห็นเขาเป็นเช่นตัวนำโชคไปแล้ว แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในระดับ 3 ระดับ 4  และระดับ 5  ก็มาขอคำชี้แนะจากเขา  เมื่อทำตามที่เขาแนะนำก็ทำให้มีคนผ่านมากขึ้น   ยิ่งเกิดการยอมรับเขาขึ้นมาจนหมดใจ  
        ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ควบคุมการสอบเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มและเดินมาหาเขาพลางมองป้ายชื่อ
    “เจ้าหนูเล้งปวย  หรือเจ้าเคยมาสอบก่อนหน้านี้แล้ว  จึงรู้จักเคล็ดลับในการเลือกถ้ำ” 
    “เปล่า  ผู้เยาว์มาเป็นครั้งแรก”
    “แต่เหมือนเจ้าจะเข้าใจสภาพแต่ละห้องได้ดีนี่”
    “อ้อ  !!!   นั่นล้วนแต่เป็นเพียงแค่การคาดเดา  ขอรับท่านผู้อาวุโส”  เขาไม่ได้บอกไปตามตรง
    “นั่นสินะ  เขาคงเพียงเดาถูกบ้างจริงๆตามที่ว่าเพราะต่อให้คนเคยมาสิบครั้งยังไม่มีประโยชน์อันใด“     ผู้ควบคุมคิดต่อไป  
         นั่นย่อมเป็นคำพูดที่ถูกต้องเป็นที่สุด  หากมิใช่เล้งปวยที่มีวิชาสัมผัสแห่งมิติ  ก็ย่อมไม่มีทางทราบได้แน่ๆ
    “แล้วตอนนี้ทำไมเจ้ายังไม่เข้าไปทดสอบหรือยังลังเลอันใด เจ้าหนู”  เขาเลิกคิ้วถามมันอีกครา
    “ใช่ข้าลังเลอยู่บ้างจริงๆแต่ตอนนี้ก็ตัดสินใจแล้ว  เพียงขอถามท่านผู้อาวุโสว่าข้าสามารถเปลี่ยนไปเข้าทดอบถ้ำในระดับอื่นที่ไม่ใช่ระดับ 3 ได้หรือไม่”
    “ไฮ้  !!  ย่อมไม่ได้   เจ้าที่อยู่ระดับ 3  จะไปถ้ำของระดับ 1 หรือ 2 ย่อมเป็นการเอาเปรียบ…”
    “   เปล่าๆ!!…แต่ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”
    “ อย่าบอกนะว่าเจ้าจะไปเข้าทดสอบในถ้ำที่ระดับ 4 น่ะ…เจ้าหนู”
    “เปล่า … ข้าเพียงอยากลองเข้าทดสอบในถ้ำของระดับ 5 หรือมากกว่านั้นลองดู”
    “ไฮ้ … เจ้าหนู นี่ไม่ใช่เรื่องมาล้อเล่นกับข้าได้นะ”  มันใช้สายตาปรามเขาไว้  แต่พลันพบว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีจริงจังเด็ดเดี่ยวคล้ายไม่ได้ล้อเล่นขึ้นมา
    “อา  … ได้นั้นได้อยู่หรอกนะ   แต่หากเกิดอันตรายใดๆขึ้นมา… อ่า  า”  ท่าทางตกใจอยู่บ้างแต่มันก็อยากเห็นว่า  เด็กคนที่ทำท่าจะเก่งกาจผู้นี้จะทำได้อย่างมันว่าจริงหรือไร  

    “นั่นย่อมไม่โทษว่าท่านได้  เป็นผู้เยาว์แส่หาเรื่องเอง”  มันพลันคิดต่อว่า  “เฮอะ …เรื่องยิ่งใหญ่เทียมฟ้ายังรอให้ข้าไปทำอยู่ ถ้าขี้ประติ๋วพวกนี้ ยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้ข้าผ่านไปไม่ได้ก็ไม่ควรจะเรียกข้าว่า เล้งปวย แล้ว”  มันคิดในใจแล้วจึงหันไป
    “งั้นข้าเลือกถ้ำขวาสุดแล้วกัน”    ได้ยินเช่นนี้ขนาดผู้อาวุโสควบคุมยังตกใจ   
    “สวรรค์  นั่นคือถ้ำที่ไม่มีคนผ่านได้ตลอดกาลมาเลย เจ้าหนูเห็นแก่เจ้าที่น้ำใจดีงามต่อเพื่อนๆถึงเจ้าจะเก่งจริงยังไงก็เถอะ  ข้าอยากให้เจ้าเปลี่ยนใจ”  เขาพูดออกมาจากใจ       คนอื่นๆที่ได้ฟังคำสนทนาอันแตกตื่นมาตั้งแต่ต้นย่อมยิ่งต้องตะลึงลานแทบจะไม่หายใจไปแล้ว
    “ถึงกับมีคนคิดล้อเล่นกับการทดสอบอันสุดโหดนี้ได้”

    “ข้าขอบคุณที่ท่านผู้อาวุโสหวังดีต่อข้า  แต่ข้ายังคงยืนยันที่จะลองดู   ข้าไปละ”  เล้งปวยพลันตวาดขึ้นด้วยพลังที่พลันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    พริบตาเห็นร่างมันพลันหายเข้าถ้ำช่องขวาสุดไปแล้ว
    ทันทีที่เล้งปวยก้าวย่างเข้ามาในถ้ำ  บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนไป  มันย่อมเผชิญหน้ากับค่ายกลเทพสงครามอันลึกล้ำนั่นเอง  ค่ายกลที่ไม่มีใครฝ่าได้ตลอดกาล     กึง!  กึง! ๆ ๆเสียงหุ่นกลเทพสงครามอันทมึนทึน สูงกว่าสิบห้าฟุตปรากฏตัวขึ้นมา นัยตาสีแดงเพลิงอันวูบวาบในเมฆหมอก เกิดเป็นบรรยากาศอันลี้ลับ อย่างน่าสะพรึงกลัว  เล้งปวยเองถึงกับขนลุกขึ้นมา
    “เฮอะ ๆๆ  หรือเราจะกลัวเจ้าที่เป็นแค่หุ่นไม้กลตัวหนึ่งไปได้”       ซิ้ง! เสียงกระบี่ออกจากฝัก
    “จงนอนลงให้กับข้า”   กระบี่อันคมกริบพลันมีประกายอันเจิดจ้าฟันออกรวดเดียวถึงสิบกระบี่ซ้อนๆในตำแหน่งแง่มุมที่ยากต่อการปิดป้องเป็นที่สุด   เสียงติงๆๆๆๆพลันดังขึ้นอย่างถี่ยิบในพริบตา  มันคาดว่ากระบี่นี้สมควรทำลายคู่ต่อสู้ลงได้ในคราเดียว เหมือนที่ผ่านๆมา
     “สวรรค์เจ้าหุ่นบ้านี้ถึงกับปัดป้องได้อย่างไร้รอยขีดข่วน”         มันคิดไม่ถึงว่าอย่างน้อยต้องมันที่ใช้กำลังปราณไปถึงหกเจ็ดส่วนแน่ๆ  จะไม่บังเกิดผลใด และยังไม่ทันที่จะได้เคลื่อนไหวอันใดอีก  พลันมีปลายทวนศึกขนาดใหญ่พุ่งวาบเข้ามาหามันจนอีกนิดเดียวต้องทะลุอกมันตายคาที่แน่  
           อย่างแตกตื่นอีกครั้งที่มันต้องเอาชีวิตรอดด้วยการตีลังกาหมุนตัวออกได้หวุดหวิดแต่สภาวะแห่งคมทวนยังได้ไล่ประกบมันไปดุจเงาตามตัวจนมันต้องกู่ก้อง  “มังกรคะนองกลางนภา”    ร่างมันพลันหมุนวนดุจลูกข่างอันมหึมาจนบังเกิดเกิดเสียงดังตูม จึงหยุดยั้งสภาวะแห่งทวนลงได้
           “เหอะบัดซบ   เจ้ากลับดุร้ายอย่างยิ่ง  เช่นนั้นต้องเจอนี่  ”  เสียงดังก้อง 
    “มังกรสยบปฐพี”  ร่างมันพลันกลายเป็นมังกรเหินหาวพุ่งวาบจนปราณกระบี่พลันพุ่งทะลุอกของหุ่นเทพสงครามไป   เห็นมันพลันเซตึงๆๆออกไปอย่าง
       “ตูม !!!!!!!!!! 
        เสียงกัมปนาทกึกก้องเศษไม้เหล็ก หิน ดิน ปลิวกระจัดกระจาย  แรงระเบิดที่รุนแรงได้ทำลายผนังถ้ำจนพังลงแถบหนึ่ง  
         หลังจากได้ทำลายหุ่นเทพเจ้าสงครามลงได้ เขาพลันรับรู้ได้ถึงการก้าวเข้าสู่อีกขอบเขตหนึ่งทันที   เขารีบก้าวต่อไปด้านหน้า
    กึงๆๆๆ  กึงๆๆๆ กึงๆๆๆ  เสียงดังที่สะท้อนมาจากทางด้านหน้า  พลันทำให้ตวงตาเล้งปวยหรี่
    ลงทันที   หุ่นกลเทพสงครามถึงสามตน  ขนาดตนเดียวเขายังแทบเอาตัวไม่รอดแล้ว  แต่ทันใดนั้น ท่าทีของมันพลันเปลี่ยนไป
    “ได้มาเลย  จะได้สู้ให้สมใจอยากสักครั้งหนึ่ง”  
    มันพลันมีนัยตาเบิกโพลงขึ้น ยืดอกตั้งตรง   หากมีคนภายนอกได้มาเห็นมันในยามนี้ คงต้องบอกเลยว่า   มันในตอนนี้นั้นคล้ายดั่งเป็นตัวตนของ  เทพแห่งการต่อสู้  จริงๆแน่เลย             หุ่นกลเทพสงครามทั้งสามตนนั้น มีอาวุธที่ใช้แตกต่างกัน หนึ่งหมัด  หนึ่งหอก  และหนึ่งกระบี่
    ยามนี้เล้งปวยพลันมีสภาวะแห่งพลังขึ้นมาสูงสุดด้วยความปราถนาที่อยากจะสู้อย่างเต็มที่ทันใดพลันใช้ท่าก้าวย่างกลางนภาราวสายฟ้า   เท้าสยบเทพ พุ่งเร็วดุจดาวตกเข้าหาทั้งสามหุ่นกล
          “ย้าก!!!!!!!!”  เสียงตระโกน กู่ก้องยาวดังขึ้นมา
         ปึก !!ปึก !!ปึก  !!  เสียงดังขึ้นมาสามครั้ง  พริบตาที่เขาถีบเข้าที่ยอดอกของทั้งสามหุ่นกลแทบพร้อมกัน
          ตูม  !! ตูม  !!ตูม!!    เสียงระเบิดดังกัมปนาทขึ้นสามครั้ง  ทว่านอกจากทำให้หุ่นกลทั้งสามเพียงสะอึกถอยไปคนละสามก้าวแล้วก็แทบไม่ทำอันตรายใดๆให้กับพวกมันได้เลย
           กลับสร้างความเกรี้ยวกราดให้พวกมันเพิ่มมากขึ้น  กึงๆๆๆๆ เงาพวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจพร่างพราย  วนรอบๆเขาหลายรอบ  พลันมีพลังอันน่าแตกตื่นสะท้านฟ้าดินกดทับใส่เล้งปวยจนมิอาจขยับเขยื้อนใดๆได้อีก  เขาพยายามที่จะหมุนขยับออกด้วยความแตกตื่นตกใจอีกครั้ง
           หุ่นกลเทพกระบี่พลันซัดกระบี่ที่พุ่งมาดั่งฟ้าแลบมาที่คอหอยของมันที่ขณะนี้ไม่สามารถขยับหลบหลีกได้แล้ว
            หุ่นกลเทพแห่งหมัด  พลันต่อยหมัดที่สามารถทลายภูผาได้ในหมัดเดียวนี้เล็งไปยังยอดอกของมัน 
             หุ่นกลเทพแห่งทวนพลันหมุนครืดไปด้านหลังมันแล้วง้างทวนแทงออกหมายแทงให้ทะลุจากกลางหลังไปทางด้านหน้า          เล้งปวยที่ทั้งถูกกดทับไว้  ทั้งกระบี่จะะลุคอหอย ทั้งหมัดจะยุบทรวงอก  ทั้งหอกแทงกลางหลัง   ไม่นึกว่าเราจะมาตกตายในลักษณะเช่นนี้   แค้นยังมิได้ชำระ ปะนิธานอันยิ่งใหญ่ยังไม่ได้เริ่ม น่าคลั่งแค้นนัก   มันร้องก้องขึ้นสุดเสียง  ด้วยความคั่งแค้นเต็มอก

             “อ้า  า   า   า    า    า   า   า    า    า……………………”
         บัดนั้นเองที่เงามังกรศักดิ์สิทธิ์  ที่นอนสงบนิ่งอยู่ในกายของเขาพลันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา   
              “การตื่นขึ้นมาของเงาร่างมังกรศักดิ์สิทธิ์”       พลังปราณอันมหาศาลดุจน้ำในห้วงมหันต์นพ ไหลเชี่ยวกรากทะลุทะลวง    กายาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองส่องประกายแวววาว    ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายสีทองันสดใสออกมาอย่างเข้มข้น      เสียง  ซูม!!!!!!!!!!   ดังขึ้น  แล้วกายของเขาพลันเกิดการระเบิดหมุนขึ้นอย่างเร็วรุนแรงดุจประกายแสง  จนมีสะเก็ดแห่งพลังจากระเบิดพุ่งออกมาอย่างรุนแรงไม่เคยมีมาก่อน                       หมุนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” 
         หลังเสียงระเบิดนั้นทุกสิ่งแทบพินาศสิ้น   หุ่นกลเทพสงครามท้ังสามพลันระเบิดออกแทบไม่เหลือชิ้นส่วน   ผนังถ้ำพังลงมาเป็นแถบ    ส่วนผู้คนที่ด้านนอกแม้ว่าจะมองด้านในไม่เห็น  แต่เพียงเสียงระเบิดอันสะเทือนแทบทั้งโลกก็ทำให้พวกวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นแล้ว
        มีเพียงร่างอันตระหง่านของเล้งปวยที่โดดเด่นขึ้นมา   ราวองค์เทพเจ้าแห่งสงครามพลันจุติท่ามกลางสมรภูมิ  ความแตกตื่นของผู้คนที่หนีตายจนจ้าละหวั่น อีกนานจึงได้ใจสงบลง
    “นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ”  นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ”  นั่นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ”  
       เล้งปวยเดินออกไปหาคนอื่นท่ามกลางสายตาแปลกประหลาดที่มองมายังมัน     ผู้ผ่านการทดสอบในรอบที่ 2 จะได้รับป้ายหยก 1 แผ่น ทุกคน   พอเล้งปวยออกมาเขาก็เดินไปรับป้ายหยก แล้วจึงไปหาจวงยี่หลาน

    /กว่าเงาร่างจะตื่นได้เหนื่อยแย่เลย ฮะๆ