สาปปรารถนา (The Obsession's Curse)
ตอนที่ 1: เพลิงอิจฉาและพายุหมุนแห่งสายตา
(บทย่อยที่ 1 - ส่วนเริ่มต้น)
สายลมในฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกอคาเซียจากป่าละเมาะเข้ามาสู่พื้นที่เพาะปลูกและเรือนไม้ที่ตั้งเรียงรายกันในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ แสงอาทิตย์อ่อนยามบ่ายทอดเงายาวทาบทับไปตามถนนดินลูกรังที่ผู้คนสัญจรไปมาอย่างคุ้นเคยกันดี บรรยากาศโดยรอบดูสงบเงียบตามแบบฉบับของชุมชนเกษตรกรรม แต่ทว่า ความสงบนั้นก็ถูกฉาบด้วยคลื่นของอารมณ์ที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มและการทักทาย
ที่ใจกลางของความวุ่นวายทางอารมณ์นั้นคือชายหนุ่มผู้หนึ่ง... อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ เขาเดินออกมาจากประตูรั้วของคฤหาสน์ เวลส์ ซึ่งเป็ที่พักของนายจ้าง เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อหยาบที่เปิดให้เห็นลำคอและแผงอกเล็กน้อย และกางเกงผ้าใบสีเข้มธรรมดาๆ ชุดทำงานที่เรียบง่ายไม่ได้บดบังรัศมีใดๆ จากรูปโฉมที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างปราณีต
อเล็กซ์ มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำที่ดูหนาและนุ่มสลวยรับกับกรอบหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วของเขาเข้มและพาดเฉียงเล็กน้อยเหนือ ดวงตา ที่มีสีน้ำตาลทองแดงเจือความเขียวเล็กน้อยยามต้องแสง มันเป็สีตาที่แปลกและลึกซึ้งเกินกว่าดวงตาของบุรุษเพศทั่วไปจะพึงมี จมูกโด่งเป็สันคมรับกับริมฝีปากที่ได้รูปและมักจะเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนอยู่เสมอ ยามที่เขาเดินผ่านไป ผู้หญิงในหมู่บ้านทุกคน—ไม่ว่าจะรุ่นสาวหรือแม้แต่หญิงวัยกลางคน—ต่างต้องหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ชั่วขณะ
เสียงทักทายของพวกเธอเต็มไปด้วยความสดใสและเจือด้วยอารมณ์ที่เกินกว่าความสุภาพธรรมดา: "อรุณสวัสดิ์ อเล็กซ์" หรือ "ทำงานหนักหน่อยนะวันนี้!" อเล็กซ์จะตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น การก้มศีรษะให้เล็กน้อย หรือการส่งสายตาตอบกลับเพียงเสี้ยววินาที ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเธอจินตนาการไปไกลได้ทั้งวัน
แต่ในขณะเดียวกัน การรับรู้ของ อเล็กซ์ ก็คมชัดพอที่จะััได้ถึงกระแสความรู้สึกอีกขั้วหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเขา ความรู้สึกที่หนาหนักและเยียบเย็นนั้นมาจากสายตาของ บุรุษเพศ ในหมู่บ้าน ดวงตาที่จับจ้องมานั้นไม่ใช่ความชื่นชมหรือความเป็มิตร หากแต่เป็ความรู้สึกที่คล้ายกับเหล็กที่กำลังร้อนระอุ—ความอิจฉา
ในสายตาของพวกเขา อเล็กซ์ ซินแคลร์ เป็ภัยคุกคามที่เดินได้ ความงามของเขาทำลายความสมดุลของสังคมเล็กๆ นี้ พวกเขารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้กำลัง่ชิงความสนใจและแม้กระทั่งความภักดีของภรรยาหรือคู่หมั้นของตนไปอย่างไม่ยุติธรรม ใบหน้าที่หล่อเหลาและดึงดูดใจของเขานั้นช่างไร้ความปราณีต่อความรู้สึกเป็เ้าของของพวกเขายิ่งนัก
อเล็กซ์รู้สึกถึงน้ำหนักของสายตาเหล่านี้อย่างชัดเจน เขาทราบดีว่ามันเป็ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่เขาก็เลือกที่จะเพิกเฉยต่อความอิจฉานั้น และมุ่งความสนใจไปที่การทำงานของตนเองอย่างเคร่งครัด
วันนี้ อเล็กซ์มีหน้าที่ขนย้ายลังไม้ที่บรรจุสินค้าซึ่งนาย ริชาร์ด เวลส์ เ้าของคฤหาสน์และเ้านายของเขาจะนำไปขายในเมือง เขากำลังยกกล่องไม้ที่หนักอึ้งขึ้นจากพื้นดิน สองแขนที่แข็งแกร่งจากการทำงานหนักเกร็งขึ้นตามการออกแรง เมื่อเขาพลิกตัวและยกของขึ้นเหนือไหล่ พลันสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างของหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากระเบียงด้านหน้าของคฤหาสน์
หญิงสาวคนนั้นคือ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร บุตรสาวเพียงคนเดียวของนายริชาร์ด เวลส์ เธอเป็สตรีที่แต่งงานแล้วกับ เควิน มอนโร แต่รูปลักษณ์ของเธอก็ยังคงงามสง่าและดูมีอำนาจ เธอยืนพิงเสาไม้ มองตรงมาที่อเล็กซ์ด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่น แต่เป็รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความปรารถนาอันแรงกล้า
(บทย่อยที่ 2 - ส่วนต่อเนื่อง)
เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่สวยของเธอจ้องมองมาที่ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ อย่างไม่ลดละ สายตาของเธอไม่ได้มองเขาในฐานะคนงานผู้ซื่อสัตย์ แต่เป็สิ่งที่้าอย่างแรงกล้า ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายของเขาเท่านั้น หากแต่เป็สิ่งที่เธอรู้สึกว่าถูกพรากไปจากเขาเมื่อหลายปีก่อน
กล่องไม้หนักอึ้งถูกวางลงบนรถเข็นไม้เก่าๆ อเล็กซ์ปาดเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผมด้วยหลังมือ เขาััได้ถึงความร้อนผ่าวจากสายตาที่จ้องมองนั้น มันไม่ใช่ความรู้สึกสบายใจแต่เป็สัญญาณเตือนภัยที่ดังอื้ออึงอยู่ในใจ เขารู้จักดวงตาคู่นี้ดีเหลือเกิน รู้ดีว่าเื้ัความงามอันสง่างามของ คุณนายมอนโร นั้น ซ่อนเร้นซึ่งความมุ่งมั่นที่สามารถทำลายทุกสิ่งกีดขวางได้ทั้งหมด
เอมี่ ก้าวลงจากระเบียงอย่างเชื่องช้า สง่างาม และจงใจ ราวกับกำลังแสดงละครอยู่บนเวทีที่มีเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้นที่อยู่บนนั้น ชุดกระโปรงยาวสีครามที่เธอสวมใส่นั้นดูประณีตและมีราคาแพง ตัดกับเสื้อผ้าเรียบง่ายของอเล็กซ์อย่างสิ้นเชิง เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูกของเขา
"อเล็กซ์" เสียงของเธอหวานละมุนจนน่าขนลุก มันมีความออดอ้อนที่ไม่ควรจะมีสำหรับนายจ้างที่พูดกับลูกจ้าง "คุณต้องทำงานหนักขนาดนี้ทุกวันเลยหรือ? ดูสิ เหงื่อออกท่วมตัวเลย"
อเล็กซ์ รู้สึกไม่สบายใจกับความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้ เขาย่อตัวลงจัดกล่องไม้ที่วางซ้อนกันอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการสบตาตรงๆ
"เป็หน้าที่ของผมครับ คุณมอนโร" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่รักษาระยะห่าง "คุณเวลส์้าให้ของไปถึงตลาดให้ทันเวลา"
เอมี่ กลับไม่สนใจคำตอบนั้น มือเรียวของเธอที่สวมแหวนแต่งงานเพชรเม็ดใหญ่เลื่อนขึ้นไปััเบาๆ ที่ต้นแขนที่กำลังตึงของเขา ััเพียงแ่เบานั้นทำให้อเล็กซ์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจของเขาสั่นไหว ไม่ใช่ด้วยความเสน่หา แต่ด้วยความระแวงและอดีตที่ฝังลึก
"ฉันไม่ชอบเห็นคุณเหนื่อยขนาดนี้เลย" เธอว่า สายตาของเธอไม่ได้มองที่ใบหน้าเขาแล้ว แต่กำลังไล่สำรวจไปตาม่ลำตัวที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้าเปียกเหงื่อนั้น การกระทำนี้สื่อสารชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ว่าเธอไม่ได้สนใจงาน หรือความเป็อยู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังสนใจ ตัวเขา ในฐานะสมบัติส่วนตัว
อเล็กซ์พยายามถอยห่างจากััของเธออย่างแเี เขาทำเป็หยิบเชือกขึ้นมามัดกล่องไม้ และหันหลังให้เธอเล็กน้อย
"ผมสบายดีครับ ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ผมคงต้องรีบไปแล้ว" เขาตัดบทด้วยความสุภาพที่เ็า
ใบหน้าของ เอมี่ แข็งกระด้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อถูกปฏิเสธถึงสองครั้งซ้อน ความ้าที่ไม่ได้รับการตอบสนองเปลี่ยนเป็ประกายที่มืดมิดและไม่พอใจ แต่เธอก็ยิ้มเยาะให้กับตัวเองอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้คาดหวังให้อเล็กซ์จะตอบรับอย่างง่ายดายอยู่แล้ว การเล่นเกมนี้ต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวา และเธอจะไม่มีวันยอมแพ้ตราบใดที่สิ่งที่เธอ้ายังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
[จบ บทย่อยที่ 2]
(บทย่อยที่ 3 - ส่วนต่อเนื่อง)
อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ รีบเดินจูงรถเข็นที่บรรทุกกล่องสินค้ามุ่งหน้าออกจากบริเวณคฤหาสน์ของตระกูลเวลส์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาพยายามละทิ้งความรู้สึกกดดันและไม่สบายใจที่เพิ่งได้รับจากเอมี่ไว้เื้ั เสียงล้อรถเข็นบดไปกับถนนดินลูกรังดังครืดคราด เป็เสียงเดียวที่ช่วยดึงสติของเขาออกจากภาพเงาอดีตอันแสนเ็ปที่ฉายซ้ำอยู่ในหัว
เมื่อผ่านพ้นเขตแดนของคฤหาสน์มาได้ไม่ไกลนัก บริเวณที่ถัดไปเป็ส่วนของหมู่บ้านที่เงียบสงบยิ่งกว่าเดิม มีกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ อเล็กซ์มองไปยังกระท่อมหลังหนึ่งด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเครียดที่เกาะกินใบหน้าคลายลงแทนที่ด้วยความสงบที่แท้จริงที่เขาหาได้จากที่แห่งนี้
เขาเห็นร่างของ ลิเดีย มารี แฮนเซน แฟนสาวคนปัจจุบันของเขากำลังนั่งอยู่บนม้านั่งไม้หน้าบ้าน มือเรียวของเธอกำลังใช้เข็มและด้ายปักผ้าอย่างตั้งใจ แสงยามบ่ายที่รอดผ่านกิ่งไม้ส่องกระทบผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอให้ดูเปล่งประกาย ลิเดีย เป็หญิงสาวที่ไม่ได้มีรูปโฉมงดงามจนเป็ที่โจษจันเหมือนเอมี่ แต่เธอมีความงามที่บริสุทธิ์และสงบเย็นราวกับน้ำใสในลำธาร เธอเป็คนที่มีความมั่นคงทางอารมณ์และมีความรักที่ซื่อสัตย์มอบให้อเล็กซ์ ซึ่งเป็สิ่งที่เขาโหยหามาตลอดหลายปี
อเล็กซ์ ส่งเสียงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจ ลิเดีย เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเธอฉายแววรักและความห่วงใยทันทีที่เห็นเขา
"อเล็กซ์!" เธอทักทายอย่างแ่เบา รอยยิ้มของเธอบริสุทธิ์และเป็ธรรมชาติอย่างที่เขาไม่เคยได้รับจากใครอีกเลยนับั้แ่วัยเยาว์ "งานเสร็จแล้วหรือคะ? ฉันกำลังจะชงชาให้คุณพอดี"
"ยังหรอก ลิเดีย" เขายิ้มตอบพลางเดินไปหาเธอ "ฉันแค่แวะมาดูหน้าเธอให้ชื่นใจก่อน แล้วต้องรีบไปตลาดก่อนที่อาทิตย์จะคล้อยต่ำกว่านี้"
เขาวางมือหยาบกระด้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการใช้แรงงานลงบนแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างอ่อนโยน เขาััได้ถึงความเย็นสบายที่ช่วยดับความร้อนรุ่มในใจที่เกิดจากคำพูดและสายตาของเอมี่เมื่อครู่ ลิเดีย เอนใบหน้าเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างไว้ใจ การกระทำที่ง่ายดายและตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้อเล็กซ์รู้สึกได้ถึงคุณค่าในตนเองที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปโฉมภายนอก แต่เป็ความดีงามภายใน
"คุณดูเหนื่อยนะคะ... ดูเหมือนว่าคุณนายมอนโรจะมาวุ่นวายกับคุณอีกแล้วหรือเปล่า" ลิเดีย ถามอย่างระมัดระวัง แม้จะไม่อยากพูดถึงชื่อของเอมี่ แต่ความกังวลก็ทำให้อดไม่ได้ เธอรับรู้ถึงความหลงใหลอย่างโจ่งแจ้งที่เอมี่มีต่ออเล็กซ์ และความอิจฉาของเธอก็ไม่ใช่เื่ลับในหมู่บ้านนี้
"ไม่ต้องเป็ห่วง" อเล็กซ์โกหกเพื่อคลายความกังวลของเธอ "ไม่มีอะไรสำคัญหรอก เธอแค่ถามเื่ของที่ต้องนำไปขายเท่านั้น" เขาจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างรวดเร็วและกระชับ ก่อนจะผละออกมา "ฉันต้องไปแล้วนะ เดี๋ยวจะกลับมาทานอาหารเย็นด้วยกัน"
อเล็กซ์ ออกเดินต่ออย่างเร่งรีบ ทิ้งให้ลิเดีย มองตามหลังเขาไปจนลับตาด้วยความรักและความห่วงใยที่ซื่อตรงในหัวใจ
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์เวลส์ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร ยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องนั่งเล่น โดยมีม่านลูกไม้สีขาวกรองแสงอาทิตย์อ่อนๆ เธอเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่าง อเล็กซ์ และ ลิเดีย ั้แ่ต้นจนจบ ดวงตาของเธอแข็งกระด้างราวกับน้ำแข็ง
มือของเธอที่เคยััแขนของอเล็กซ์เมื่อครู่ถูกกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอััได้ถึงความรักและความผูกพันอันบริสุทธิ์ที่อเล็กซ์มอบให้กับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่เคยมอบให้เธอเลยใน่เวลาที่เคยแอบคบกันเมื่อหลายปีก่อน อารมณ์ที่เคยเป็เพียงความปรารถนาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดและพิษร้าย ความหึงหวงและความอิจฉาริษยาจุดประกายขึ้นภายในอก
"ความรักบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ? ความสุขที่น่ารังเกียจ..." เอมี่พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง "แกเลือกที่จะทิ้งฉัน เลือกเงินก้อนนั้น และตอนนี้แกก็กำลังมีความสุขอยู่กับผู้หญิงที่ต่ำต้อยคนนั้นอย่างง่ายดาย..."
ภาพการจุมพิตที่หน้าผากของลิเดียเป็เหมือนเชื้อเพลิงที่สุมไฟแค้นให้ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความทรงจำในอดีตที่เขาเลือกจากไปเพื่อปกป้องชีวิต และสิ่งที่เควินได้ทำกับร่างกายของเธอหลังจากนั้น—ความเ็ปและความชอกช้ำทั้งหมด—ถูกโยนความผิดให้กับ อเล็กซ์ ทั้งหมดอย่างไม่เป็ธรรม
เธอเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างเงียบเชียบ มือของเธอเลื่อนไปเปิดตู้เก็บของที่อยู่สูง เหนือศีรษะ เธอหยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่มีป้ายติดไว้อย่างชัดเจนว่า "ยาลดไข้สำหรับสัตว์เลี้ยง" ซึ่งความจริงแล้วมันคือยานอนหลับชนิดรุนแรงที่สกัดมาจากพืชสมุนไพรบางชนิด
ริมฝีปากของเอมี่เหยียดยิ้มอย่างเ็าและน่ากลัว แววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอเล็กซ์เมื่อครู่ได้ถูกแทนที่ด้วยความอำมหิตอย่างสมบูรณ์
"แกปฏิเสธฉัน... แกเลือกผู้หญิงคนนั้น... อเล็กซ์ ซินแคลร์ แกจะต้องชดใช้" เธอพูดอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด "ฉัน้าตัวแก ไม่ว่าจะได้หัวใจแกมาหรือไม่ก็ตาม และความงามของแกจะนำแกมาสู่หายนะด้วยน้ำมือของฉันเอง"
เธอซ่อนขวดแก้วนั้นไว้ในกระเป๋าของชุดกระโปรง ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่น ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่นาฬิกา... เธอมีเวลาเหลือเฟือที่จะวางแผนการที่สมบูรณ์แบบเพื่อทำลายชีวิตของ อเล็กซ์ อย่างถาวร และเปลี่ยนเขาให้เป็ ทาส ส่วนตัวของเธอ
[จบ บทย่อยที่ 3 - จบ ตอนที่ 1: เพลิงอิจฉาและพายุหมุนแห่งสายตา]
ตอนที่ 2: รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
(บทย่อยที่ 4 - ส่วนเริ่มต้น)
วันนั้นเป็วันที่อากาศอบอ้าวเป็พิเศษ แสงแดดที่แผดจ้าทำให้ิัรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ทำงานล่วงเวลาอยู่ในโรงเก็บเครื่องมือเก่าของคฤหาสน์เวลส์ เขาได้รับมอบหมายให้ซ่อมแซมรถเข็นอีกคันที่เพลาหลุด เขาต้องก้มตัวลงใต้โครงไม้ที่สกปรก มือและใบหน้าของเขาเปื้อนน้ำมันและฝุ่นผงจากการทำงานหนัก
เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึง่หัวค่ำ แสงสว่างสาดส่องเข้ามาทางช่องลมเพียงน้อยนิด อเล็กซ์ขยับกายอย่างกระสับกระส่าย รู้สึกถึงความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นดินลูกรังที่อยู่ด้านนอก เสียงนั้นไม่ใช่เสียงห้าวๆ ทุ้มๆ ของ นายริชาร์ด เวลส์ หรือเสียงหนักแน่นของ เควิน มอนโร แต่เป็เสียงฝีเท้าที่เบากว่า นุ่มนวลกว่า และอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย
เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร เดินเข้ามาในโรงเก็บเครื่องมือ สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้สีอ่อนที่ดูสบายตา แต่ทว่าใบหน้าของเธอถูกเคลือบด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็เพียงความเมตตาธรรมดาๆ
"คุณยังไม่กลับบ้านอีกหรือ อเล็กซ์" เธอกล่าวถามอย่างนุ่มนวล แต่ในน้ำเสียงนั้นมีอำนาจบางอย่างที่เรียกร้องความสนใจ "คุณพ่อบอกว่างานซ่อมนั้นไม่ได้เร่งด่วนถึงขนาดที่ต้องทำจนดึกดื่นเช่นนี้"
อเล็กซ์ ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขายกหลังมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้าผากอีกครั้งอย่างระมัดระวัง เขาไม่ชอบอยู่ในที่แคบกับเธอตามลำพังเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้ปฏิเสธความรู้สึกของเธอเมื่อวันก่อน
"ผมแค่ไม่อยากให้งานค้างครับ คุณมอนโร รถเข็นคันนี้ต้องใช้ในเช้าวันพรุ่งนี้ ผมจัดการเพลาเกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
เอมี่ ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะจากไป เธอก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองสามก้าว แล้วหยุดยืนใกล้กับโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเครื่องมือช่าง สายตาของเธอกวาดไปทั่วร่างกายของเขาอย่างเปิดเผย ั้แ่รอยเปื้อนน้ำมันบนเสื้อเชิ้ตของเขา ไปจนถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าฝ้ายนั้น
"คุณเป็คนขยันจริงๆ นะคะ" เธอกล่าวชม แต่คำชมนั้นไม่ได้สื่อถึงการยกย่องฝีมือการทำงาน "ฉันเลยเอาเครื่องดื่มมาให้คุณคลายความเหนื่อยล้าค่ะ"
เธอชูแก้วน้ำโลหะสีเงินวาววับที่ถืออยู่ในมือขึ้นมา มันเป็เครื่องดื่มที่ผสมน้ำผึ้งและสมุนไพรมีกลิ่นหอมชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ไอเย็นบางๆ เกาะอยู่รอบผิวแก้วบ่งบอกว่ามันถูกแช่มาเป็อย่างดี การแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อนี้ทำให้ อเล็กซ์ ประหลาดใจ เขารับแก้วมาจากมือของเธออย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
"ขอบคุณครับ คุณมอนโร ไม่จำเป็ต้องลำบากขนาดนี้เลย"
เอมี่ ยิ้มให้เขาอย่างหวานซึ้ง ดวงตาของเธอฉายประกายความเย้ายวนที่น่าขนลุก "สำหรับคนที่ทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา สิ่งนี้ถือเป็เื่เล็กน้อยค่ะ ดื่มซะนะคะ มันจะช่วยให้คุณหลับสบายและคลายความปวดเมื่อย"
เธอเฝ้ามองเขาขณะที่เขาจรดแก้วน้ำโลหะเย็นเฉียบนั้นเข้าที่ริมฝีปากและเริ่มดื่มน้ำหอมหวานนั้นอย่างช้าๆ การกระทำของเขาเป็ไปตามความสุภาพและมารยาทที่ลูกจ้างพึงมีต่อเ้านาย เอมี่ ััได้ถึงชัยชนะเล็กๆ ที่กำลังจะนำไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่า
ขณะที่ อเล็กซ์ ดื่มน้ำจนหมดแก้ว เขารู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในร่างกาย ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่ไม่ได้หายไปตามที่เธออ้าง แต่กลับกลายเป็ความรู้สึกหนักอึ้งและมึนงงอย่างรวดเร็วราวกับมีหมอกหนาทึบกำลังปกคลุมสมองของเขา
เขาพยายามส่งแก้วคืนให้เธอ แต่แขนของเขาหนักอึ้งจนน่าใ ความรู้สึกกังวลฉาบผ่านใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างรวดเร็ว
"ในน้ำ... คุณใส่อะไรลงไป?" เสียงของเขาเริ่มพร่าและสั่นเครือ เขารู้สึกว่าตนเองกำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลกที่กำลังจะดึงเขาลงไปสู่พื้น
เอมี่ รับแก้วว่างเปล่ากลับมาด้วยรอยยิ้มที่ตอนนี้ไม่มีความอ่อนโยนเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความสะใจและความอำมหิตที่เธอซ่อนไว้มานาน เธอวางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆ เครื่องมือช่างอย่างแ่เบา แล้วก้าวเข้าไปหาอเล็กซ์ที่กำลังโงนเงน
"มันคือของขวัญค่ะ อเล็กซ์" เธอพูดด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่แ่เบาและเ็า "ของขวัญที่ฉันมอบให้เพื่อที่เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างแท้จริง เหมือนกับที่เราเคยเป็ในความทรงจำของฉัน"
ร่างกายของ อเล็กซ์ ทรุดฮวบลงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและความสับสน เขารับรู้ถึงความเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ร่างกายที่ถูกยาพิษควบคุมนั้นกลับไม่สามารถตอบสนองตามความ้าของสมองได้เลยแม้แต่น้อย
"คุณ... คุณทำไม่ได้..." เขาพยายามเปล่งเสียงคำสุดท้ายออกมา แต่ร่างกายก็อ่อนปวกเปียกเกินไปที่จะต้านทานไหว เขาหมดสติล้มลงไปที่พื้นเย็นๆ ของโรงเก็บของอย่างสิ้นหวัง ความมืดมิดกลืนกินสติของเขาไปในทันที
เอมี่ ยืนมองร่างของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างไม่ไหวติง ความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เธอทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ร่างของเขา มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้นกับแผนการที่กำลังจะสำเร็จ
"ฉันทำได้สิ อเล็กซ์" เธอตอบกระซิบกับร่างที่ไร้สติ "ฉันจะทำให้คุณกลับมาเป็ของฉันอีกครั้ง... ไม่ว่าจะต้องใช้ความชั่วร้ายมากแค่ไหนก็ตาม"
[จบ บทย่อยที่ 4]
ตอนที่ 3: ภาพลวงและรุ่งอรุณแห่งความปวดร้าว
(บทย่อยที่ 5 - ส่วนเริ่มต้น)
ภายในห้องนอนใหญ่ของ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร ซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้มและเครื่องเรือนแกะสลักราคาแพง อากาศเต็มไปด้วยความอับชื้นและกลิ่นหอมจัดจ้านที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง
เอมี่ จัดการกับร่างที่ไร้สติของ อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ด้วยความรีบร้อนและทว่าเต็มไปด้วยความประณีต มือของเธอที่เคยััร่างกายเขาอย่างเสน่หาในวัยหนุ่มสาว บัดนี้กำลังถอดเสื้อผ้าของเขาออกอย่างไม่ไยดี จนกระทั่งร่างกายกำยำที่ถูกรังสรรค์มาอย่างงดงามนั้นเหลือเพียงความเปลือยเปล่าภายใต้แสงไฟสลัวที่ลอดเข้ามาจากโคมไฟตั้งพื้น เธอเคลื่อนย้ายร่างที่หมดสภาพของเขาไปบนเตียงนอนขนาดใหญ่ ปล่อยให้อเล็กซ์นอนนิ่งอยู่บนผ้าปูที่นอนผ้าไหมสีขาวราวกับเป็รูปปั้นที่ถูกปั้นแต่ง
แววตาของเอมี่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันอย่างน่าขนลุก—มีทั้ง ความปรารถนา ที่เธอไม่สามารถควบคุมได้เมื่อมองไปยังรูปโฉมของเขา และมี ความเกลียดชัง ที่พุ่งพล่านเมื่อนึกถึงการปฏิเสธของเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และการที่เขาเลือกที่จะมอบความรักให้แก่ ลิเดีย ผู้หญิงคนอื่น
เธอไม่ได้แตะต้องร่างกายของเขาแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่การจูบหรือััด้วยความรัก มีแต่ความเ็าของการจัดฉากเท่านั้น เอมี่ ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เธอฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างไม่ปราณี ก่อนจะขยำเสื้อผ้าเ่าั้ไว้ในมือ เธอจัดท่าทางของตนเองให้ดูบอบช้ำและอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ใบหน้าของเธอถูกปั้นแต่งให้แสดงออกถึงความหวาดกลัวและความอับอายสุดขีด ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเป็ การแสดง ที่มีจุดประสงค์เดียวคือการทำลายชีวิตชายที่เธอรักและเกลียดไปพร้อมกัน
เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมที่ยุ่งเหยิงของตนเองออกให้พ้นใบหน้า จัดให้ผ้าห่มเพียงผืนเดียวคลุมร่างอย่างิ่เหม่ และนอนขดตัวราวกับเป็เหยื่อที่เพิ่งถูกกระทำย่ำยีอย่างแสนสาหัส ทุกองค์ประกอบของฉากนี้ถูกวางไว้อย่างละเอียดและสมบูรณ์แบบเพื่อหลอกลวงดวงตาที่กำลังจะเข้ามาเห็น
เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เอมี่ก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมาอย่างแ่เบาและน่าเวทนา เสียงนั้นดังลอดผ่านช่องประตูที่เธอแง้มเปิดไว้เพียงเล็กน้อย เสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความเท็จนี้เป็สัญญาณที่เธอตั้งใจให้ไปถึงผู้ฟังที่เหมาะสม—เควิน ไมเคิล มอนโร สามีของเธอ
เสียงของ เอมี่ ได้ผลลัพธ์ทันที เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเร่งรีบของ เควิน ดังมาจากโถงทางเดินชั้นล่าง เขาวิ่งขึ้นบันไดมาด้วยความเร็วที่เต็มไปด้วยความใและความกังวล เมื่อเขาผลักประตูห้องนอนเข้ามา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เืในกายของเขาราวกับถูกแช่แข็งในทันที
เควิน มองเห็น อเล็กซ์ ซินแคลร์ ชายหนุ่มรูปงามที่เขาอิจฉามาั้แ่สมัยเรียน ม.ปลาย นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงเดียวกับ เอมี่ ภรรยาของเขาที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา ใบหน้าของเควินซีดเผือดลงทันที ความใที่รุนแรงแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ
"เอมี่! มัน... มันเกิดอะไรขึ้น!" เควิน ตะคอกถามด้วยเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความปวดร้าวที่ถูกทรยศ แม้ว่าความรักที่เควินมีต่อเอมี่จะไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์ แต่ความรู้สึกเป็เ้าของและความอิจฉาในตัวอเล็กซ์นั้นเป็ของจริง
เอมี่ เงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยน้ำตาที่เธอจงใจสร้างขึ้น เธอพูดด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่ขาดห้วงราวกับกำลังทรมานสาหัส
"เค... เควิน... เขา... เขาขืนใจฉัน" เธอสะอื้นหนักขึ้น "ฉันพยายามผลักไสเขาแล้ว... ฉันต่อสู้แล้ว แต่เขาแข็งแรงเกินไป..."
อเล็กซ์ ยังคงนอนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเป็หลักฐานชิ้นสำคัญที่ไม่อาจโต้แย้งได้ถึงความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ เควิน มองไปยังร่างของอเล็กซ์ด้วยความเกลียดชังที่สามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างได้ ความโกรธแค้นและความเ็ปจากการถูกแย่งชิงสิ่งที่ตนเองเฝ้าปรารถนามาตลอดหลายปี—ทั้งตัวเอมี่ และความรู้สึกเป็เ้าของ—ทำให้เขาตาบอด
"ไอ้สารเลว!" เควิน คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขารีบหันไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง มือที่กำแน่นของเขาสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่รุนแรง เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยที่จะตรวจสอบหลักฐาน หรือตั้งคำถามใดๆ กับภรรยา เขาเชื่อทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเธออย่างสนิทใจในฐานะสามีที่โกรธจัดและถูกหักหลัง
ภายในเวลาไม่กี่นาที เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณคฤหาสน์เวลส์ ริชาร์ด โอเวน เวลส์ พ่อของเอมี่ มาถึงที่เกิดเหตุและจัดการเื่ราวทั้งหมดอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจและอิทธิพลของเขา
เมื่อตำรวจเข้ามาในห้อง อเล็กซ์ ซินแคลร์ ก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยการกระชากอย่างรุนแรง เขายังคงอยู่ในสภาพมึนงงและสับสนอย่างหนักจากฤทธิ์ยานอนหลับ ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือการถูกเอมี่ล่อลวงให้ดื่มน้ำที่เคลือบยาพิษ
"ไม่... ผมไม่ได้ทำ..." อเล็กซ์ พยายามปฏิเสธเสียงแหบแห้ง สายตาของเขาจับจ้องไปยัง เอมี่ ที่กำลังกอดสามีของเธอเอาไว้แน่น และมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะและความสะใจที่เ็า
นั่นคือ่เวลาที่ อเล็กซ์ เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความงาม ที่เขาเคยคิดว่าเป็พรจาก์ บัดนี้ได้กลายเป็ คำสาป ที่นำหายนะมาสู่ชีวิตของเขาแล้วอย่างแท้จริง
[จบ บทย่อยที่ 5 - จุดจบของโศกนาฏกรรมครั้งแรก]
ตอนที่ 4: เสียงหัวเราะที่เปราะบาง (The Broken Laughter)
(บทย่อยที่ 6 - ส่วนเริ่มต้นของการย้อนอดีต)
เจ็ดปีก่อน...
ท้องฟ้าในฤดูร้อนของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ดูเปิดกว้างและสดใสกว่าที่เคยเป็มาก่อน อากาศใน่ปิดเทอมใหญ่ส่งสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระและโอกาส ใน่เวลานั้น อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ยังเป็เพียงเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีในชั้น Grade 11 ที่ยังคงมองโลกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง แม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ
บ้านของ อเล็กซ์ ตั้งอยู่ในเขตชานเมือง เป็บ้านหลังเล็กๆ ที่อบอุ่นซึ่งสร้างขึ้นด้วยความรักและความพยายามของ มิสเตอร์เดวิด ซินแคลร์ และ มิสซิสเอลีนอร์ ซินแคลร์ พ่อและแม่ของเขา เอลีนอร์ เป็หญิงสาวที่ใบหน้ามีเค้าความงาม แต่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวก็ทำให้รอยยิ้มของเธอไม่สดใสเท่าที่ควรนัก ส่วน เดวิด เป็ชายผู้ซื่อสัตย์และรักลูกอย่างสุดหัวใจ เขามักจะสอนให้อเล็กซ์รู้จักคุณค่าของความขยันและสุจริต
แม้ว่าชีวิตของพวกเขาจะเรียบง่าย แต่ อเล็กซ์ ก็เติบโตมาพร้อมกับความรักและการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนที่เขาไว้วางใจ กลุ่มนั้นประกอบด้วยเขาเอง และเพื่อนสนิทสองคน: เอมี่ แคทเธอรีน เวลส์ และ เควิน ไมเคิล มอนโร
ทั้งสามคนเป็ภาพที่น่าสนใจของความต่างที่ลงตัว เอมี่ เป็บุตรสาวของตระกูล เวลส์ ที่มั่งคั่งที่สุดในเขตนั้น เธอมีความงามที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทุกการเคลื่อนไหวของเธอแสดงออกถึงความมั่นใจที่มาจากสถานะทางสังคมที่สูงส่ง ส่วน เควิน เป็เด็กหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรง มีความมุ่งมั่นที่จะสืบทอดธุรกิจของครอบครัวมอนโร แม้ว่าฐานะของเขาจะไม่เทียบเท่าตระกูลเวลส์ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมาก
แต่สำหรับพวกเขาแล้ว ความแตกต่างทางฐานะเหล่านี้ไม่เคยเป็อุปสรรคต่อมิตรภาพของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขามักจะใช้เวลา่เย็นหลังเลิกเรียนไปรวมตัวกันที่ร้านกาแฟเล็กๆ ที่อยู่กลางเมือง หรือไม่ก็ไปนั่งคุยกันริมทะเลสาบด้วยกัน
อเล็กซ์ มักจะนั่งเงียบๆ ฟัง เอมี่ เล่าเื่ตลกหรือประสบการณ์แปลกๆ ที่เธอไปเจอมาใน่สุดสัปดาห์ การมองดูใบหน้าของ เอมี่ ที่เปล่งประกายด้วยความสุขนั้น เป็ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เติมเต็มหัวใจของ อเล็กซ์ อย่างไม่รู้ตัว เอมี่ มักจะปกป้อง อเล็กซ์ จากคำพูดเย้ยหยันของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่มักจะล้อเลียนเื่เสื้อผ้าเก่าๆ ของเขา
ในวันหนึ่งใน่ต้นของปิดเทอม เอมี่ ชวนเพื่อนทั้งสองคนไปเที่ยวชายหาดที่อยู่ห่างออกไปสามชั่วโมง เควิน รับหน้าที่ขับรถยนต์คันหรูของพ่อของเขาไปตามถนนที่คดเคี้ยว เสียงเพลงป๊อปดังกระหึ่มอยู่ในรถ แต่ในบรรยากาศที่ดูรื่นเริงนั้น มีกระแสความรู้สึกที่มองไม่เห็นเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ขณะที่ อเล็กซ์ และ เอมี่ เดินเล่นอยู่ริมหาดทรายสีขาวเท้าเปล่า โดยมี เควิน อ้างว่าจะไปซื้อเครื่องดื่มและปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ตามลำพัง คลื่นทะเลซัดสาดเข้าที่ข้อเท้าของพวกเขา เอมี่ หันมามอง อเล็กซ์ ด้วยรอยยิ้มที่แตกต่างไปจากรอยยิ้มแบบเพื่อนสนิท
"อเล็กซ์" เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลกว่าที่เคย "เธอรู้ไหม... ทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันไม่ได้เป็แค่ลูกสาวของมิสเตอร์เวลส์ แต่เป็แค่ เอมี่ คนธรรมดา"
อเล็กซ์ มองใบหน้าของเธอที่ถูกทาบทับด้วยแสงแดดอ่อนๆ เขารู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินอยู่ในท้องของเขา ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ความรักแบบเพื่อนอีกต่อไป แต่เป็ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและซับซ้อนที่เพิ่งถูกค้นพบ
"เธอก็เป็ เอมี่ สำหรับฉันเสมอมา" เขาตอบกลับด้วยความจริงใจ น้ำเสียงของเขาอาจไม่มั่นคงเท่าที่เขา้าให้เป็
สายตาของทั้งสองคนสบกันเป็เวลานานเกินกว่าที่มิตรภาพจะอนุญาตได้ หัวใจของ เอมี่ เต้นรัวราวกับกลองศึก เธอรับรู้แล้วว่าความรู้สึกที่กำลังเติบโตอยู่ในใจของเธอใน่ปิดเทอมนี้คืออะไร—มันคือ ความรัก ที่เกิดขึ้นกับ อเล็กซ์ ชายหนุ่มที่หล่อเหลาและยากจนที่สุดในกลุ่มเพื่อนของเธอ
เอมี่ ยื่นมือของเธอออกไปอย่างไม่ลังเลัักับมือที่หยาบกร้านของอเล็กซ์ที่วางอยู่ข้างตัว ความรู้สึกอบอุ่นและตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอ นี่คือจุดเริ่มต้นของ ความรักต้องห้าม ที่จะนำพาโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่มาสู่ชีวิตของพวกเขาในเวลาต่อมา โดยที่พวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่า เควิน ซึ่งอ้างว่าไปซื้อเครื่องดื่มนั้น ความจริงแล้วกำลังยืนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากมุมลับตาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและความเ็ปจากการเป็ รักข้างเดียว ที่กำลังแตกสลาย
[จบ บทย่อยที่ 6]
(บทย่อยที่ 7 - ส่วนต่อเนื่อง)
ความรู้สึกที่เพิ่งถูกเปิดเผยริมชายหาดได้กลายเป็เชื้อเพลิงที่เร่งให้ความสัมพันธ์ระหว่าง อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ และ เอมี่ แคทเธอรีน เวลส์ พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ใน่ปิดเทอมที่เหลืออยู่ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา แต่ทุกนาทีที่อยู่ร่วมกันนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความตื่นเต้นและความกลัวที่ต้องเก็บเป็ความลับ
พวกเขาไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้า ริชาร์ด โอเวน เวลส์ พ่อของเอมี่ ซึ่งเป็บุคคลที่ขึ้นชื่อเื่ความเข้มงวด ความหวงลูกสาว และให้ความสำคัญกับสถานะทางสังคมอย่างที่สุด การที่ลูกสาวเพียงคนเดียวจะคบกับลูกชายของคนงานฐานะยากจนนั้นเป็เื่ที่ริชาร์ดไม่มีทางยอมรับได้เป็อันขาด
สถานที่นัดพบของพวกเขาจึงมักจะเป็มุมลับตาคนตามธรรมชาติรอบหมู่บ้าน หรือสวนหลังบ้านของอเล็กซ์เอง ใน่เวลาสั้นๆ เ่าั้ อเล็กซ์ และ เอมี่ ััถึงความรักที่บริสุทธิ์และมั่นคงต่อกัน มันเป็ความรักที่ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากพันธนาการทางชนชั้นและสถานะที่สังคมกำหนด
อเล็กซ์ จะบรรยายให้ เอมี่ ฟังถึงความฝันของเขาในการเรียนต่อและหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความสามารถของตนเองอย่างละเอียด เอมี่ จะนั่งฟังอย่างเงียบๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความเชื่อมั่นในตัวเขา และในทางกลับกัน เอมี่ ก็ยอมเปิดเผยความอ่อนแอและความกดดันที่เธอต้องเผชิญในฐานะลูกสาวตระกูลเวลส์ที่ยิ่งใหญ่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่เพียงความหลงใหลชั่ววูบ แต่เป็การปลอบประโลมจิติญญาให้แก่กันและกันอย่างแท้จริง
ในขณะที่ความรักต้องห้ามของทั้งสองกำลังเบ่งบานอย่างเงียบๆ นั้น เควิน ไมเคิล มอนโร กลับต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความเ็ปจากการถูกปฏิเสธโดยที่ไม่มีใครรู้ เควิน แอบรัก เอมี่ มาั้แ่พวกเขายังเด็ก ความปรารถนาของเขาต่อเธอนั้นซื่อตรงและมั่นคง แต่เขาไม่เคยกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกนั้นออกมาเพราะความกลัวที่จะทำลายมิตรภาพของกลุ่มเพื่อน
หลังจากที่เควินเห็นเหตุการณ์ริมหาดทรายวันนั้นอย่างชัดเจน เขาก็เลือกที่จะเก็บงำความเ็ปและความริษยานั้นไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ เขายังคงทำตัวเป็เพื่อนสนิทของทั้งคู่ ไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม แต่ทุกรอยยิ้มที่มอบให้พวกเขา ทุกคำพูดตลกขบขันที่เปล่งออกมา ล้วนเป็ การแสดง ที่สมบูรณ์แบบเพื่อซ่อนเร้นความรู้สึกที่แท้จริง
ในคืนหนึ่ง เควิน แอบไปที่ร้านเหล้าประจำหมู่บ้านและดื่มจนมึนเมาด้วยความเศร้าสร้อย เขาเดินโซซัดโซเซกลับมาที่บ้านในยามดึก มองเข้าไปในกระจกแล้วเห็นใบหน้าของตัวเองที่ไม่ได้หล่อเหลาและดึงดูดใจเท่า อเล็กซ์ ซินแคลร์ ความรู้สึกที่ว่าตนเองด้อยกว่านั้นกัดกินจิตใจของเขาอย่างรุนแรง
"ทำไมต้องเป็แกด้วย อเล็กซ์" เขาพึมพำกับเงาของตัวเองในกระจก เสียงของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น "ฉันอยู่กับเธอมานานกว่า... ฉันดูแลเธอมาตลอด... ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นฉันเลย เอมี่"
ความริษยาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดในใจ เควิน เริ่มจับสังเกตพฤติกรรมที่ผิดปกติของเพื่อนรักทั้งสองอย่างใกล้ชิด เขาเริ่มรู้ถึงสถานที่ลับที่ทั้งสองมักจะไปพบกัน และในที่สุด เขาก็ได้รู้ความจริงที่ว่าความรักของพวกเขาไม่ได้เป็เพียงการแอบชอบ แต่มันคือความสัมพันธ์ที่จริงจัง
ภาพความสุขและความรักของเพื่อนทั้งสองที่เขาล่วงรู้มานั้น เป็เหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของ เควิน เขาตระหนักว่าหากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป เอมี่ จะเป็ของ อเล็กซ์ อย่างถาวร ความคิดนี้เป็สิ่งที่เขาไม่สามารถยอมรับได้เลย
คืนนั้นเอง เควิน นอนไม่หลับจนกระทั่งใกล้สว่าง เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความรู้สึกที่ว่าถูกทรยศหักหลังอย่างรุนแรง และถูกบีบคั้นด้วยความอิจฉาอย่างถึงที่สุด ทรัพย์สมบัติและฐานะที่เขามีทั้งหมดไม่สามารถเทียบได้เลยกับความงามที่ธรรมชาติมอบให้กับ อเล็กซ์ ชายหนุ่มผู้นั้น และในที่สุด เควิน ก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่เขาไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้—เขาตัดสินใจใช้ อำนาจ และ อิทธิพล เพื่อทำลายความรักที่บริสุทธิ์ของเพื่อนทั้งสองคนนี้ให้สิ้นซากลงไปตลอดกาล
การทรยศหักหลังที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
[จบ บทย่อยที่ 7 - จบ ตอนที่ 4: เสียงหัวเราะที่เปราะบาง]
ตอนที่ 5: รักต้องห้ามและการทรยศ
(บทย่อยที่ 8 - ส่วนเริ่มต้น)
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ เควิน ไมเคิล มอนโร ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วนั้น เขาก็เดินทางไปยังคฤหาสน์เวลส์ใน่เช้าตรู่ ความหนักอึ้งในจิตใจไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกแห่งความ ริษยา และ ความ้า ที่จะเอมี่แต่เพียงผู้เดียวได้เข้ามาแทนที่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมด
เขาขอเข้าพบ ริชาร์ด โอเวน เวลส์ พ่อของ เอมี่ ในห้องทำงานส่วนตัวของชายสูงอายุนั้น บรรยากาศภายในห้องนั้นทั้งมืดทึบและสง่างาม ริชาร์ด เวลส์ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ด้วยท่าทางที่ดูน่าเกรงขามและมีอำนาจ สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยการประเมินและการถือตัว
"มีเื่ด่วนอะไรหรือ เควิน" ริชาร์ด ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายเล็กน้อย "ฉันยุ่งอยู่กับเอกสารจำนวนมาก"
เควิน สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเขาจะรู้จักริชาร์ดมานาน แต่ความน่ากลัวของชายคนนี้ก็ไม่เคยจางหายไป
"ผมต้องมาแจ้งเื่ที่สำคัญมากครับคุณเวลส์" เควิน เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่รักษาระดับความสุภาพแต่แฝงด้วยความกังวลอย่างจงใจ "เป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูเอมี่โดยตรง... และศักดิ์ศรีของตระกูลเวลส์"
ดวงตาของ ริชาร์ด เปลี่ยนไปในทันทีจากความเบื่อหน่ายเป็ความสนใจที่น่ากลัว เขานั่งตัวตรงและวางปากกาลงบนโต๊ะ
"ว่ามาสิ" เสียงของเขาเย็นะเื
เควิน เล่ารายละเอียดของความสัมพันธ์ที่ปกปิดไว้ระหว่าง อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ และ เอมี่ อย่างละเอียด เขาใช้คำพูดที่เน้นย้ำถึงความแตกต่างทางชนชั้น การใช้ประโยชน์จากความอ่อนเยาว์ และที่สำคัญที่สุดคือการ ทรยศ ต่อความไว้วางใจของครอบครัวเวลส์ เขาไม่ได้ละเว้นแม้แต่การบรรยายฉากที่เขาเห็น อเล็กซ์ และ เอมี่ จับมือกันที่ชายหาด เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับการกล่าวโทษ
เมื่อ เควิน เล่าจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องทำงานนั้นอย่างหนักอึ้ง ริชาร์ด เวลส์ นั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธที่สั่งสมอยู่ในตัวเขาไม่ได้ะเิออกมาในทันที หากแต่มันถูกกลั่นกรองให้กลายเป็ความอำมหิตที่เยือกเย็น
"แกกล้าดียังไง..." ริชาร์ด พึมพำออกมาอย่างแ่เบา แต่คำพูดนั้นทำให้เควินรู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างรุนแรง
"ผมต้องขอโทษครับคุณเวลส์ แต่ผมรู้สึกว่านี่เป็หน้าที่ของเพื่อนสนิทและคนที่... เคารพครอบครัวคุณอย่างที่สุด" เควิน เสริมอย่างแเีเพื่อแสดงถึงความภักดีที่ตนเองมี
ริชาร์ด เวลส์ เงยหน้าขึ้นมองเควินอย่างพิจารณา สายตาที่มองมานั้นทำให้เควินรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้มองมาที่เพื่อนของลูกสาว แต่เป็เครื่องมือที่มีประโยชน์ในการจัดการปัญหา ความโกรธในแววตาของริชาร์ดตอนนี้มุ่งไปที่ อเล็กซ์ ซินแคลร์ เพียงคนเดียว
"แกทำถูกแล้วที่มาบอกฉัน เควิน" ริชาร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็ง "เื่นี้มันเกินกว่าที่ฉันจะยอมให้เกิดขึ้นได้... เด็กคนนั้นต้องได้รับการ สั่งสอน อย่างสาสม เพื่อให้มันจำไปจนตายว่า เอมี่ เวลส์ ไม่ใช่ของที่คนอย่างมันจะสามารถเอื้อมถึงได้"
ริชาร์ด ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยอำนาจ เขาเดินไปยังตู้เก็บของที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดราคาแพง แล้วกดโทรศัพท์สายตรงไปยังบุคคลที่สาม การกระทำของเขาเป็ไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดโดยไม่มีความลังเล
"ฉัน้าให้จัดการกับเด็กคนหนึ่ง" ริชาร์ดพูดผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ "ชื่อ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ฉัน้าให้มันเ็ปอย่างแสนสาหัสแต่ ไม่ถึงตาย" เขาระบุเงื่อนไขอย่างชัดเจน "และบอกมันด้วยว่า นี่คือค่าตอบแทนที่มันกล้าอาจเอื้อมลูกสาวของฉัน"
เควิน ยืนมองการกระทำทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่สับสนระหว่างความพึงพอใจและความหวาดกลัว เขารู้สึกถึงชัยชนะที่ได้กำจัดคู่แข่งออกจากชีวิตของ เอมี่ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ในตัวของ ริชาร์ด เวลส์ ซึ่งทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
แผนการร้าย ที่เริ่มต้นจากความริษยาของเควินได้ถูกส่งต่อให้กับมือของคนที่มีอำนาจทำลายล้างสูงสุดในเมืองนี้แล้ว และผลลัพธ์ของมันก็กำลังจะมาถึง อเล็กซ์ ซินแคลร์ ในไม่ช้า
[จบ บทย่อยที่ 8]
(บทย่อยที่ 9 - ส่วนต่อเนื่อง)
ความมืดมิดของค่ำคืนนั้นไม่ได้เป็เพียงแค่การไร้แสงสว่าง หากแต่เป็ม่านที่คลุมการกระทำที่โเี้ไว้จากสายตาของชาวเมือง อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ กำลังเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีหลังจากแอบไปพบกับ เอมี่ ที่เนินเขาด้านหลังโรงเรียน ความรักที่แอบซ่อนไว้นั้นเป็ความสุขเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงต่อสู้กับความยากลำบากของชีวิตได้
แต่เมื่อเขาเดินตัดผ่านทางลัดที่เปลี่ยวร้างใกล้กับโรงเลื่อยเก่า แสงไฟสลัวจากเสาไฟที่กระพริบเป็ระยะก็เผยให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์สี่คนกำลังยืนขวางทางเขาอยู่ พวกเขามีรูปร่างสูงใหญ่และมีใบหน้าที่แข็งกระด้างราวกับก้อนหิน ทุกคนสวมชุดสีเข้มที่ดูกลมกลืนไปกับความมืดมิด
อเล็กซ์ ชะงักเท้าทันที สัญชาตญาณความกลัวของเขากรีดร้องเตือนภัย เขาพยายามถอยหลัง แต่ชายคนหนึ่งในกลุ่มก็ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วและใช้มือที่หยาบใหญ่ผลักเขาเข้ากับกำแพงไม้ที่ผุพังอย่างรุนแรง
"จะไปไหนหนุ่มน้อย?" หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่หยาบคายและเย้ยหยัน "เรามีข้อความมาฝากจาก มิสเตอร์ริชาร์ด เวลส์"
เมื่อได้ยินชื่อนั้น หัวใจของ อเล็กซ์ ก็ดิ่งวูบลง เขารับรู้ถึงหายนะที่จะมาถึงแล้วในทันที ความลับแตกแล้ว... และราคาที่ต้องจ่ายก็คือความรุนแรงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
การตอบโต้อย่างรวดเร็วของ อเล็กซ์ เป็ไปตามสัญชาตญาณ เขายกแขนขึ้นป้องกันใบหน้าจากหมัดแรกที่เหวี่ยงเข้ามาอย่างไม่ยั้งคิด แต่ความแข็งแกร่งและจำนวนที่เหนือกว่าของพวกเขานั้นเป็สิ่งที่เขาไม่อาจต้านทานได้เลย การทำร้ายร่างกายเริ่มขึ้นอย่างโเี้และเป็ระบบ ทุกหมัดที่ถูกกระแทกเข้าใส่ร่างกายของ อเล็กซ์ นั้นหนักหน่วงและจงใจให้เกิดาแสาหัสแต่ไม่ถึงแก่ชีวิต
เขาถูกเหวี่ยงลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยกรวดและเศษไม้ เสียงกระดูกซี่โครงที่ส่งเสียงโครมครามเมื่อถูกเตะอย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เขารู้สึกเ็ปจนแทบขาดใจ ร่างกายของเขาเป็อัมพาตด้วยความเ็ป ใบหน้าของเขาถูกบดขยี้จนเืไหลซึมออกมาจากปากและจมูก อเล็กซ์ กัดฟันแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่หลุดออกมาจากลำคอ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมที่เขาเผชิญ
ในขณะที่เขาแทบจะหมดสติ ชายคนที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าก็ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ร่างของเขาที่นอนจมกองเือยู่บนพื้นดิน มือของชายผู้นั้นโยนถุงผ้าใบหนาที่หนักอึ้งใบหนึ่งลงบนหน้าอกที่บอบช้ำของ อเล็กซ์
"นี่คือค่าชดเชย" ชายผู้นั้นพูดด้วยเสียงที่เยาะเย้ย "มิสเตอร์เวลส์บอกว่า นี่คือราคาสำหรับความหน้าด้านที่กล้าอาจเอื้อมลูกสาวของเขา"
เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของ อเล็กซ์ ด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและชวนให้ขนลุก
"แกมีทางเลือกเดียว คือรับเงินนี้ไป... หุบปากเงียบๆ แล้ว ทิ้งเอมี่ ซะ ย้ายออกไปจากเมืองนี้... และอย่าให้เขาได้เห็นหน้าแกอีกเป็อันขาด หรือไม่ก็... คราวหน้าแกอาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก"
อเล็กซ์ พยายามเพ่งมองไปยังถุงผ้าใบบนหน้าอกของเขา ััที่เย็นเยียบและหนักอึ้งนั้นทำให้เขารู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ภายใน—เงินมหาศาล... เงินที่สามารถช่วยครอบครัวของเขาให้พ้นจากความยากจนได้หลายปี แต่การรับเงินนี้หมายถึงการทอดทิ้ง เอมี่ ทอดทิ้งความรักที่บริสุทธิ์ของพวกเขา และทอดทิ้งความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเองทั้งหมด
เขานอนหายใจรวยริน ความเ็ปจากาแทางกายนั้นไม่อาจเทียบได้กับความเ็ปที่บาดลึกเข้าไปในจิติญญา ความสิ้นหวัง โอบล้อมเขาไว้จนหมดสิ้น ทางเลือกนั้นช่างโหดร้ายและอำมหิต—เลือกรักแล้วตาย หรือเลือกชีวิตแล้วทอดทิ้งรัก
เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นจากไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หายลับไปในความมืด อเล็กซ์ ก็พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อเอื้อมมือไปกอดถุงผ้าใบนั้นไว้แน่น ไม่ใช่ด้วยความโลภ แต่ด้วยความสิ้นหวังที่ถูกบังคับให้ต้องเลือก ชีวิต และ ความปลอดภัย ของพ่อแม่พี่น้องที่เขารักเหนือสิ่งอื่นใด
อเล็กซ์ ซินแคลร์ ถูกบีบให้กลายเป็ คนทรยศ ในสายตาของคนรักด้วยความจำเป็ที่โหดร้ายที่สุด การตัดสินใจของเขาในค่ำคืนนั้น ได้ปิดฉากรักต้องห้ามของพวกเขาลงอย่างถาวร และเริ่มต้นการเดินทางสู่ความมืดมิดที่รอเขาอยู่ในอนาคต
[จบ บทย่อยที่ 9 - จุดสิ้นสุดของความรักต้องห้าม]
ตอนที่ 6: การจากลาที่โหดร้ายและจุดสิ้นสุดของความรัก
(บทย่อยที่ 10 - ส่วนเริ่มต้น)
อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ใช้เวลาหลายวันเพื่อรักษาาแในความมืดมิดของบ้านหลังเล็กๆ ของเขา มิสซิสเอลีนอร์ ซินแคลร์ แม่ของเขาดูแลาแทางกายด้วยความใและกังวลอย่างสุดซึ้ง โดยที่เธอและ มิสเตอร์เดวิด ซินแคลร์ พ่อของเขาไม่ได้รับคำอธิบายที่แท้จริงถึงสาเหตุของการถูกทำร้ายครั้งนี้ อเล็กซ์ โกหกว่าเขาประสบอุบัติเหตุจากการทำงานที่โรงเลื่อย เพื่อปกป้องครอบครัวไม่ให้รับรู้ถึงอำนาจมืดที่คุกคามพวกเขา
ภายใต้าแที่เริ่มจะสมานตัวนั้น อเล็กซ์ ต้องเผชิญกับาแทางใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า ความหนักอึ้งของการตัดสินใจในค่ำคืนที่ถูกทำร้ายนั้นกัดกินจิตใจของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน เงินในถุงผ้าใบนั้นถูกซ่อนไว้อย่างดี มันเป็ พันธนาการ ที่มองไม่เห็นซึ่งผูกมัดให้เขาต้องทิ้งความรักและอนาคตที่เขาวาดฝันไว้กับ เอมี่
เขาใช้เวลาหลายวันวางแผนการจากไปอย่างเงียบเชียบ ด้วยความช่วยเหลือของพ่อ เขาขอทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีฐานะยากจนและมีเหตุจำเป็ต้องย้ายกะทันหันในตัวเมืองใหญ่ ซึ่งเป็แผนการที่ยากลำบากแต่ก็เป็ทางเดียวที่จะทำให้เขาจากไปได้อย่างมีเหตุผลโดยไม่ถูกตามรังควานจาก ริชาร์ด เวลส์
เมื่อเวลาแห่งการจากมาถึง อเล็กซ์ รู้ว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกับ เอมี่ ได้อีก เพราะการกระทำนั้นจะเป็การนำภัยมาสู่เธอและครอบครัวของเขาเอง เขาเขียนจดหมายสั้นๆ ฉบับหนึ่งด้วยลายมือที่สั่นเทา บรรจุความเ็ป ความจำเป็ และคำโกหกสุดท้ายที่เขาต้องใช้เพื่อปกป้องเธอ
เขาเดินไปที่คฤหาสน์เวลส์ในยามดึกเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาแอบย่องเข้าไปในสวนส่วนตัวของเอมี่ และวางซองจดหมายนั้นไว้บนม้านั่งหินอ่อนที่เป็สถานที่นัดพบแห่งความลับของพวกเขาเป็ประจำ ก่อนจะมองไปยังหน้าต่างห้องนอนของเธอเป็ครั้งสุดท้าย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความทรมานที่ไม่อาจแก้ไขได้
การจากลาครั้งนี้ไม่ได้มีเสียงร่ำไห้หรือคำพูดอำลาใดๆ มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้งและ การทรยศ ที่เขาถูกบังคับให้ต้องแสดงออกมา การที่เขาจากไปพร้อมกับเงินก้อนโตนั้นจะทำลายความรู้สึกของ เอมี่ ได้อย่างสิ้นเชิง และนั่นคือสิ่งที่ อเล็กซ์ จำต้องยอมให้เกิดขึ้นเพื่อแลกกับความปลอดภัยของทุกคน
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เอมี่ แคทเธอรีน เวลส์ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นและตื่นเต้นที่จะได้พบกับ อเล็กซ์ เธอเดินลงมาที่สวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามปกติ แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปในทันทีเมื่อเธอเห็นซองจดหมายสีขาวที่วางอยู่บนม้านั่งหินอ่อน
มือของเธอสั่นเทาขณะที่เปิดซองจดหมายนั้นออก เมื่อเธออ่านข้อความที่ถูกเขียนด้วยความทรมานใจและคำโกหกที่ถูกบังคับ—อเล็กซ์ บอกว่าเขาได้รับโอกาสทางการเงินที่ดีกว่า และเขาเลือกที่จะทิ้งความรักในวัยเยาว์เพื่อแสวงหาอนาคตที่ร่ำรวยกว่าเดิม—หัวใจของ เอมี่ ก็แตกสลายลงอย่างสมบูรณ์
เธอรู้สึกถึงรสชาติของความขมขื่นที่พุ่งขึ้นมาในคอ ความรัก ที่เธอเคยเชื่อมั่นว่าบริสุทธิ์นั้นกลายเป็เพียงเื่โกหกที่ถูกแลกด้วยเงินตรา ความผิดหวัง และ ความโกรธ ที่ถูกทอดทิ้งเข้าเกาะกุมจิตใจของเธออย่างรวดเร็ว ความงามของ อเล็กซ์ ที่เธอหลงใหลบัดนี้กลายเป็สัญลักษณ์ของการ ทรยศหักหลัง ที่เลวร้ายที่สุด
เอมี่ ไม่ได้ร้องไห้ทันที เธอเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์อย่างช้าๆ ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับไร้ชีวิต แต่ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟที่กำลังลุกโชน เธอรู้สึกว่าความรักที่เธอเคยมีได้ถูกทำลายและถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรง ความรู้สึกนั้นไม่ได้เปลี่ยนเป็ความเกลียดชังทันที แต่เป็ความ เ็ป ที่รุนแรงจนนำไปสู่ความคิดที่มืดมิด
เธอวิ่งขึ้นไปยังห้องส่วนตัว หยิบเอาขวดยาที่เธอสะสมไว้เพื่อระงับความกังวลออกมาทั้งหมด เอมี่ ไม่สามารถทนต่อความเ็ปของการถูกทอดทิ้งโดยคนที่เธอคิดว่ารักเธออย่างแท้จริงได้ เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอไร้ค่าเมื่อถูกแลกด้วยเงิน ความตาย ดูเหมือนจะเป็ทางออกเดียวที่จะหยุดยั้งความทรมานที่แล่นผ่านทุกส่วนของร่างกายและจิตใจของเธอ
เธอตั้งใจที่จะปลิดชีวิตตนเองในห้องน้ำอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ใครรู้ แต่โชคชะตาที่ยังคงเล่นตลกอย่างโหดร้ายก็ส่ง จอร์จ อดัมส์ คนรับใช้ชายสูงวัยผู้ซื่อสัตย์คนหนึ่งของตระกูลเวลส์ ที่บังเอิญเดินผ่านมาและเห็นเธอในสภาพที่กำลังจะหมดสติ
จอร์จ เข้ามาช่วยเหลือ เอมี่ ได้ทันเวลาอย่างหวุดหวิด เขาจัดการนำเธอส่งโรงพยาบาลและปกปิดเื่ราวทั้งหมดไว้จาก ริชาร์ด เวลส์ อย่างรอบคอบที่สุด ความรอดตายในครั้งนั้นไม่ได้นำมาซึ่งความสำนึก แต่กลับกลายเป็จุดเริ่มต้นของความ แค้น ที่สุมอยู่ในใจของ เอมี่
เธอรอดชีวิต แต่จิติญญาของเธอถูกทำลายจนแหลกสลาย อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ไม่ได้เลือกเงิน... แต่ เอมี่ เชื่อว่าเขาทำ เธอเชื่อในคำโกหกที่เขาจำต้องใช้ ความรักที่บริสุทธิ์ถูกแปรเปลี่ยนเป็ความแค้นที่ฝังรากลึก ความปรารถนาที่จะเขาไม่ได้หายไป แต่กลับกลายเป็ความ้าที่จะ ลงโทษ เขาให้สาสมกับการทรยศที่เธอมั่นใจว่าเขาเป็ผู้กระทำอย่างแท้จริง
[จบ บทย่อยที่ 10 - จบ ตอนที่ 6: การจากลาที่โหดร้ายและจุดสิ้นสุดของความรัก]
ตอนที่ 7: ความแค้นที่สั่งสมและคำสาปของการแต่งงาน
(บทย่อยที่ 11 - ส่วนเริ่มต้น)
เวลาคล้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็รวดเร็วพอที่จะพัดพาเด็กสาววัยสิบเจ็ดให้กลายเป็สตรีวัยผู้ใหญ่ เอมี่ แคทเธอรีน เวลส์ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเมืองใหญ่ที่ห่างไกลออกไป แต่ความสำเร็จทางการศึกษานั้นไม่อาจเยียวยาาแในจิติญญาที่ถูก อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ฉีกทำลายทิ้งไว้เมื่อเจ็ดปีก่อนได้เลย
ในสายตาของผู้คนภายนอก เอมี่ ดูสง่างามและสมบูรณ์แบบ แต่ภายในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นที่ก่อตัวเป็กำแพงที่แข็งแกร่ง ความเ็ปจากการถูกทอดทิ้งได้แปรเปลี่ยนเป็ความ โกรธแค้น และความ ผิดหวัง ที่รุนแรง เธอเฝ้าพร่ำบอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่า อเล็กซ์ คือคนทรยศที่เลือกเงินมากกว่าความรักที่บริสุทธิ์ของเธอ ความคิดที่ว่าเขาอาจจะกำลังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองใหญ่นั้นเป็เหมือนมีดที่กรีดหัวใจของเธออยู่ทุกวัน
ตลอดหลายปีของการศึกษาในมหาวิทยาลัย เอมี่ ไม่เคยลืมเขาได้เลย ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่เธอโหยหา แต่ในฐานะ ศัตรู ที่ต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ เธอเฝ้าติดตามข่าวคราวของเขาอย่างเงียบๆ ผ่านช่องทางต่างๆ และเมื่อมีโอกาสที่เธอจะสามารถกลับไปที่หมู่บ้านได้ ความคิดเื่การแก้แค้นก็เริ่มก่อตัวเป็รูปเป็ร่างในสมองที่เฉียบแหลมของเธอ
ไม่กี่เดือนหลังจากที่ เอมี่ จบการศึกษาและเดินทางกลับมายังคฤหาสน์ ริชาร์ด โอเวน เวลส์ พ่อของเธอก็เริ่มต้นดำเนินการตามแผนที่เขาวางไว้เพื่อปกป้องสถานะของตระกูล
"ถึงเวลาที่ลูกควรจะแต่งงานได้แล้ว เอมี่" ริชาร์ด ประกาศอย่างเรียบเฉยในมื้ออาหารเย็นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด "และฉันได้ตัดสินใจแล้วว่า เควิน มอนโร เป็คู่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก"
เอมี่ เงียบงันไปทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองพ่อของเธอด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกัน—ความขยะแขยงที่ถูกจับคลุมถุงชน และความรู้สึกประหลาดที่ตระหนักว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเธอคือ เควิน—เพื่อนที่ทรยศเธอและอเล็กซ์เมื่อในอดีต
เควิน ไมเคิล มอนโร ซึ่งยังคงแวะเวียนมาที่คฤหาสน์เป็ประจำั้แ่สมัยเรียน ม.ปลาย ได้กลายเป็นักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จตามที่ริชาร์ด้า แต่ในสายตาของ เอมี่ เขายังคงเป็ชายผู้ที่ทำลายมิตรภาพและความรักในวัยเยาว์ของเธออย่างเืเย็นที่สุด แม้เธอจะพยายามคัดค้าน แต่ก็ไม่เป็ผล เมื่อพ่อของเธอยืนกรานอย่างหนักแน่นในเื่ของการทำธุรกิจร่วมกันและการรักษาอำนาจของตระกูล
"ลูกจะต้องทำตามที่ฉันสั่ง เอมี่" ริชาร์ด กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ "นี่คือหน้าที่ของลูกสาวตระกูลเวลส์"
ในคืนก่อนการประกาศหมั้นอย่างเป็ทางการ เอมี่ ไปนั่งดื่มที่บาร์ลับแห่งหนึ่งในเมืองที่ห่างไกลจากบ้าน เควิน ตามเธอมาและใช้โอกาสที่เธอเริ่มมึนเมาด้วยความเครียด เข้าไปหาเธอด้วยคำพูดที่ปลอบโยนและท่าทีที่แสดงออกถึงความเป็ห่วงเป็ใยอย่างจงใจ
แต่เมื่อ เอมี่ มึนงงจนไม่สามารถต่อต้านได้ เควิน ก็เผยให้เห็นด้านมืดที่เขาซ่อนไว้มาตลอด เขาใช้ความมืดมิดและไวน์ที่เธอดื่มไปเป็ข้ออ้างในการ ขืนใจ เธออย่างโหดร้ายและไม่ยั้งคิด เอมี่ พยายามดิ้นรนและกรีดร้อง แต่ร่างกายที่อ่อนแอของเธอก็ไม่อาจต่อสู้กับความแข็งแกร่งที่ควบคุมไม่ได้ของเขาได้
เมื่อทุกอย่างสงบลง เอมี่ นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยร่างกายที่บอบช้ำและจิตใจที่แหลกสลายอีกครั้ง ร่างกายของเธอถูกย่ำยีโดยชายที่เธอทั้งรังเกียจและเกลียดชัง เควิน ได้ทำลายศักดิ์ศรีและความรู้สึกเป็เ้าของร่างกายของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ความรู้สึก รังเกียจ ตัวเองที่เผลอพลาดท่าเสียทีให้กับคนพรรค์นี้ถาโถมเข้าใส่เธออย่างรุนแรง เธออยากจะฆ่า เควิน ให้ตายเสียั้แ่วันนั้นเพื่อล้างแค้นและล้างมลทิน แต่เมื่อตระหนักถึงผลที่จะตามมา—การติดคุก ชื่อเสียงของตระกูลที่ต้องป่นปี้ และการที่พ่อของเธอจะต้องเสียหน้า—ก็ทำให้เธอต้องกลืนความเ็ปและความเคียดแค้นนั้นไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
เมื่อวันแต่งงานใกล้เข้ามา เอมี่ รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอจำต้องสวมชุดเ้าสาวและเดินเข้าสู่พิธีสมรสกับ เควิน ไมเคิล มอนโร—ปีศาจที่ทำลายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า—ต่อหน้าสาธารณชน การเริ่มต้นชีวิตแต่งงานและครอบครัวของเธอจึงเป็ คำสาป ที่ไม่มีวันมีความสุขไปตลอดชีวิต
ในคืนวันแต่งงาน เอมี่ มองไปยังใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างพึงพอใจของ เควิน ความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกทั้งหมดนั้นได้ถูกกลั่นรวมกันเป็ ความปรารถนา ที่จะแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น—เธอจะนำ อเล็กซ์ ซินแคลร์ กลับมา... เพื่อเป็เครื่องมือในการทำลายทุกสิ่งที่เควินและพ่อของเธอหวงแหน และลงโทษชายหนุ่มรูปงามคนนั้นสำหรับการทรยศที่เขาไม่ได้ก่อขึ้นอย่างแท้จริง
[จบ บทย่อยที่ 11 - จบ ตอนที่ 7: ความแค้นที่สั่งสมและคำสาปของการแต่งงาน]
ตอนที่ 8: การกลับมาและการประณามของสังคม
(บทย่อยที่ 12 - ส่วนเริ่มต้น)
กรงขังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กและปูนเท่านั้น บางครั้งมันก็ถูกสร้างขึ้นด้วย คำโกหก และ ความแค้น ที่ถูกปรุงแต่งอย่างประณีต อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ใช้เวลาสามวันในห้องขังของสถานีตำรวจท้องถิ่นที่ทรุดโทรม ร่างกายของเขายังคงอ่อนแอจากฤทธิ์ยานอนหลับ และจิตใจของเขาก็ถูกกัดกินด้วยความมืดมิดของการกล่าวหาที่ไร้ความยุติธรรม
มิสเตอร์เดวิด ซินแคลร์ และ มิสซิสเอลีนอร์ ซินแคลร์ พ่อแม่ของเขา ต้องใช้เงินเก็บทั้งหมด รวมถึงทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกริชาร์ด เวลส์มอบให้ในอดีต—ซึ่งตอนนี้กลับมาทำร้ายพวกเขาอีกครั้ง—เพื่อยื่นเื่ขอประกันตัวลูกชายออกมาโดยมีเงื่อนไขการห้ามเข้าใกล้คฤหาสน์เวลส์และตระกูลมอนโรเป็อันขาด
เมื่อ อเล็กซ์ ก้าวออกมาจากประตูสถานีตำรวจในยามค่ำคืน ใบหน้าของเขาซีดเซียวและอ่อนล้า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวังบัดนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่าของการยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่ความโหดร้ายที่แท้จริงยังไม่เริ่มต้นขึ้น
ข่าวการ ข่มขืน ของ คุณนายเอมี่ มอนโร บุตรสาวของตระกูลเวลส์ และภรรยาของตระกูลมอนโรได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเล็กๆ แห่งนั้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟป่าที่ไร้การควบคุม และชื่อของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็ปีศาจร้ายก็คือ อเล็กซ์ ซินแคลร์ อดีตเพื่อนร่วมชั้นที่ยากจน
เมื่อ อเล็กซ์ และพ่อแม่เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังเล็กๆ ของพวกเขาในเขตชานเมือง พวกเขาต้องเผชิญกับภาพที่น่าะเืใจยิ่งกว่านั้น กำแพงบ้าน และ ประตู ของพวกเขาถูกพ่นสีสเปรย์ด้วยคำพูดที่รุนแรงและหยาบคาย: 'ไอ้ข่มขืน!', 'ไอ้ปีศาจ!', 'ฆาตกรเงา!' และที่เลวร้ายที่สุดคือภาพวาดที่ดูิ่และสัญลักษณ์ทางเพศที่น่ารังเกียจ
เพื่อนบ้านที่เคยรู้จักและผูกพันกับ อเล็กซ์ มาั้แ่เด็ก ตอนนี้ยืนมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ความหวาดกลัว และการตัดสินที่เด็ดขาด ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ ไม่มีใครกล้าเข้ามาถามไถ่ มีแต่ความเงียบที่ส่งเสียงดังยิ่งกว่าคำกล่าวหาใดๆ อเล็กซ์ กลายเป็ ผู้ถูกประณาม จากสังคมในชั่วข้ามคืน โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเลยแม้แต่น้อย
"อเล็กซ์..." เอลีนอร์ แม่ของเขาทรุดตัวลงกอดประตูบ้านที่เต็มไปด้วยคำประณาม เธอร้องไห้ด้วยความเ็ปและไม่เข้าใจถึงความอยุติธรรมนี้ ส่วน เดวิด พ่อของเขาก็ยืนกอดภรรยาไว้แน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานที่ไม่สามารถปกป้องลูกชายได้
"ผม... ผมไม่ได้ทำนะพ่อ" อเล็กซ์ พึมพำออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขายังคงอยู่ แต่ไม่มีใครในโลกนี้ที่เชื่อเขาเลย
"พ่อรู้ลูก" เดวิด ตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "แต่ดูเหมือนว่า... พวกเขาเลือกที่จะไม่เชื่อ"
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของ ลิเดีย มารี แฮนเซน แฟนสาวของเขา เธอกำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ลิเดีย รู้ดีว่า อเล็กซ์ ไม่ใช่คนแบบนั้น เธอรู้ถึงความอ่อนโยนและความซื่อสัตย์ที่เขามอบให้เธอตลอดเวลาที่คบกัน แต่แรงกดดันจากคนในครอบครัวและคำกล่าวหาจากสังคมรอบข้างนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
พี่ชายของ ลิเดีย ยืนกรานให้เธอจบความสัมพันธ์นี้ในทันที
"เธอจะเอาชื่อเสียงของครอบครัวเราไปทิ้งกับไอ้ฆาตกรเงาแบบนั้นไม่ได้นะ ลิเดีย" พี่ชายของเธอกล่าวอย่างรุนแรง "ไม่ว่ามันจะทำหรือไม่ทำ ผู้คนก็เชื่อไปแล้ว และถ้าเธอคบกับมันต่อ... เธอจะถูกตราหน้าว่าเป็พวกเดียวกับมัน"
ลิเดีย ร้องไห้ด้วยความสับสนและปวดใจ แต่สุดท้าย ความกลัว ที่จะถูกทำลายชื่อเสียงและความปลอดภัยในชีวิตของตนเองก็เอาชนะ ความรัก ที่บริสุทธิ์ที่เธอมีต่อ อเล็กซ์ ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจอย่างเ็ปที่จะ จบความสัมพันธ์ นี้ลงอย่างเงียบๆ โดยไม่ไปพบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว การตัดสินใจของ ลิเดีย เป็เหมือนการตอกย้ำให้ อเล็กซ์ ตกอยู่ในขุมนรกอย่างสมบูรณ์
ส่วน เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร นั้นกำลังใช้ชีวิตในคฤหาสน์ของเธออย่างผู้มีชัยชนะ แม้ว่าเธอจะสวมบทบาทเป็ เหยื่อผู้บริสุทธิ์ ที่น่าสงสารต่อหน้าสังคมได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในความมืดมิดของห้องนอน เธอกำลังฉลองชัยชนะให้กับแผนการที่ประสบความสำเร็จของเธอ
อเล็กซ์ กลายเป็ คนบาป ที่ถูกสาปแช่งจากทุกคนในเมือง เขาไม่มีที่ยืน ไม่มีใครเชื่อถือ ไม่มีแม้แต่คนรักที่คอยให้กำลังใจ และที่สำคัญที่สุด เอมี่ มีอำนาจในการ กดขี่ และ ควบคุม ชีวิตของเขาได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยที่สังคมไม่สามารถก้าวเข้ามาแทรกแซงได้เลยแม้แต่น้อย
[จบ บทย่อยที่ 12]
ตอนที่ 9: ข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธ
(บทย่อยที่ 13 - ส่วนเริ่มต้น)
หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ถูกปล่อยตัวออกมา เขาก็ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและถูกตัดขาดจากสังคมโดยสิ้นเชิง เขาพยายามหางานทำเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว แต่ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ชื่อเสียงที่ถูกแปดเปื้อนจากการกล่าวหาเื่การข่มขืนก็ล่วงหน้าเขาไปเสมอ ทุกประตูถูกปิดใส่หน้า ทุกสายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและความหวาดระแวง
ชีวิตของ อเล็กซ์ และครอบครัวต้องดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง เงินที่เหลืออยู่เริ่มร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว มิสเตอร์เดวิด และ มิสซิสเอลีนอร์ พ่อและแม่ของเขาต้องทนทุกข์กับความอับอายและไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติ ความรู้สึกผิดที่ตนเองเป็ต้นเหตุของความทุกข์ยากทั้งหมดนี้กัดกินหัวใจของ อเล็กซ์ จนเขาแทบจะหายใจไม่ออก
ในบ่ายวันหนึ่งที่มีเมฆครึ้ม อเล็กซ์ กลับมาถึงบ้านหลังจากถูกปฏิเสธงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาพบว่ามีรถยนต์คันหรูสีดำขลับที่ดูโออ่าจอดอยู่หน้าบ้านของเขา และคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของเขานั้นเป็คนที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด—เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร
เอมี่ ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสง่างามและเย้ายวน สวมชุดกระโปรงรัดรูปสีแดงเพลิงที่เน้นรูปร่างอันโค้งเว้าของเธอ ความงามของเธอช่างน่าดึงดูดใจและอันตรายในเวลาเดียวกัน สายตาของเธอมองมาที่ อเล็กซ์ ด้วยความพึงพอใจและอำนาจเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีร่องรอยของการเป็ เหยื่อผู้บอบช้ำ ที่เธอแสดงต่อหน้าสาธารณชนเลยแม้แต่น้อย
"สวัสดีค่ะ อเล็กซ์" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเ็า ราวกับกำลังพูดคุยกับวัตถุไร้ชีวิต "ฉันรู้ว่าคุณกำลังมีปัญหา"
อเล็กซ์ รู้สึกถึงเืที่สูบฉีดอย่างรุนแรงในหูของเขา เขาพยายามระงับความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยซึ่งเป็ต้นเหตุของความหายนะทั้งหมด
"คุณ้าอะไรจากผมอีก คุณมอนโร?" อเล็กซ์ ถามด้วยเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย "คุณยังทำลายผมไม่พออีกหรือ?"
เอมี่ ยิ้มเ็าให้กับการโต้ตอบของเขา รอยยิ้มนั้นไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันสื่อถึงอำนาจในการควบคุม "โอ้... ฉันไม่ได้ทำลายคุณหรอกนะคะ อเล็กซ์ ฉันแค่ทำให้ทุกคนเห็น ตัวตนที่แท้จริง ของคุณก็เท่านั้น"
เธอขยับเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อย จนอเล็กซ์ต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "แต่เอาเถอะ... ฉันมาที่นี่เพื่อเสนอ โอกาส ให้กับคุณ"
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือหนังราคาแพง และหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกออกมาวางบนกระโปรงรถของเธอ
"ทุกคนในเมืองนี้เกลียดชังคุณ ไม่มีใครให้งานคุณทำได้อีกแล้ว" เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เนิบนาบ แต่คำพูดนั้นคมเหมือนมีด "แต่ฉันมีความเมตตา คุณสามารถกลับมาทำงานให้กับคฤหาสน์ของพ่อฉันได้... โดยมี หน้าที่พิเศษ บางอย่าง"
อเล็กซ์ จ้องมองไปที่ซองเอกสารนั้นอย่างระแวง เขาไม่เชื่อในความเมตตาของเธอเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขารู้ว่าเธอสามารถจัดฉากได้อย่างโเี้ขนาดไหน
"หน้าที่พิเศษอะไร?" เขาถามอย่างระมัดระวัง
เอมี่ ยิ้มกว้างอย่างน่าขนลุก รอยยิ้มนั้นแสดงออกถึงความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามของเธอ "คุณจะต้องเป็ คนงานรับใช้ ของฉัน... เป็ ทาส ส่วนตัวที่จะต้องทำตามคำสั่งของฉันในทุกเื่—ไม่ว่าจะในที่สาธารณะหรือในที่ลับตาคน"
เธอตบเบาๆ ไปที่ซองเอกสารนั้น "ในซองนี้มี สัญญา และ เช็คเงินสด ก้อนใหญ่พอที่จะให้พ่อและแม่ของคุณย้ายไปอยู่ในเมืองอื่นที่ดีกว่าได้อย่างสบายใจ และที่สำคัญ... มี เอกสาร ที่จะหยุดการดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งหมดของคุณไว้ชั่วคราว"
ดวงตาของ อเล็กซ์ เบิกกว้างด้วยความใและไม่เชื่อหูตัวเอง การกระทำของเธอโหดร้ายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เธอไม่ได้้าแค่การแก้แค้น แต่้า การควบคุม เขาอย่างสมบูรณ์ ้าทำลายศักดิ์ศรีของเขาอย่างสิ้นเชิง
"คุณจะบ้าไปแล้ว!" อเล็กซ์ ตะคอกออกมาด้วยความโกรธอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน "คุณ้าทำลายผมขนาดนั้นเลยหรือ?"
เอมี่ กลับหัวเราะอย่างแ่เบา เธอโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเขาอย่างช้าๆ ราวกับคนรักที่กำลังเผยความลับที่อ่อนหวานที่สุด "ฉันไม่ได้้าทำลายคุณ อเล็กซ์ ฉันแค่้าให้คุณกลับมาเป็ ของฉัน... อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด"
เธอผละออกจากเขาแล้วมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างเย้ายวนและอำมหิต "คุณมีทางเลือก สองทาง เท่านั้น อเล็กซ์"
"หนึ่ง: ปฏิเสธ ข้อเสนอนี้... ถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืน... ถูกตัดสินจำคุก... และปล่อยให้พ่อแม่ของคุณต้องทนทุกข์และอดตายจากความอับอายและความยากจนที่คนในเมืองมอบให้"
"หรือ สอง: ยอมรับ การเป็ ทาสรับใช้ ของฉัน... ได้รับเงินก้อนนี้เพื่อส่งพ่อแม่ของคุณไปอยู่ในที่ปลอดภัย... และฉันจะหยุดการดำเนินคดีทางกฎหมายไว้ชั่วคราว ตราบใดที่คุณทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง... คุณยังคงมีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่จะรู้ว่าพ่อแม่ของคุณปลอดภัย"
เอมี่ ยื่นซองเอกสารนั้นให้เขาอย่างท้าทาย
"เลือกซะสิ อเล็กซ์... เลือกความรักของคุณ... เลือก ชีวิต หรือเลือก ความตาย ของพ่อแม่คุณ"
[จบ บทย่อยที่ 13]
(บทย่อยที่ 14 - ส่วนต่อเนื่องและจุดจบของศักดิ์ศรี)
อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ จ้องมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่อยู่ในมือของ เอมี่ มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อการถูกจองจำ แต่เพราะความขยะแขยงที่เขามีต่อทางเลือกที่ถูกบีบบังคับให้ต้องเลือก ภาพของพ่อแม่ที่ชราแล้วต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในความยากจนและความอับอายของสังคมผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างชัดเจน และมันก็ทำลายความปรารถนาที่จะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตนเองลงจนหมดสิ้น
เอมี่ ยืนกอดอกมองเขาด้วยสีหน้าเย้ยหยันราวกับกำลังดูการแสดงที่น่าตื่นเต้นที่สุด เธอกำลังสนุกกับการทรมานเขาอย่างเืเย็นที่สุด อเล็กซ์ รับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่เป็การ ล่า ทางอารมณ์ที่เธอ้าให้เขายอมจำนนอย่างสมบูรณ์
"ฉันให้เวลาคุณตัดสินใจห้าวินาที อเล็กซ์" เอมี่ พูดด้วยเสียงนาฬิกาที่นับถอยหลังอยู่ในใจ "หนึ่ง... สอง..."
อเล็กซ์ หลับตาลงอย่างช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลืนความขมขื่นทั้งหมดลงไปในอก ความเ็ปร้าวรานจากการเป็คนดีที่ไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้นั้นช่างหนักหน่วงกว่าความตายใดๆ ความรัก ที่เขามีต่อพ่อแม่นั้นเหนือกว่า ศักดิ์ศรี ของตนเอง
"ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ" อเล็กซ์ พูดด้วยเสียงที่แ่เบาและไร้ชีวิต
รอยยิ้มแห่งชัยชนะแผ่กว้างบนใบหน้าของ เอมี่ เธอส่งซองเอกสารให้เขาอย่างรวดเร็ว
"ฉลาดมาก" เธอตอบพลางเปิดซองเอกสาร "ในนี้มี สัญญาการจ้างงานพิเศษ ซึ่งระบุว่าคุณยินยอมที่จะรับใช้ตระกูลมอนโรเป็เวลา ห้าปี โดยที่ฉัน... คุณนายเอมี่ มอนโร มีสิทธิ์ในการสั่งการคุณได้อย่างเบ็ดเสร็จ และคุณต้องยอมจำนนต่อการปฏิบัติใดๆ ก็ตามที่ฉัน้าโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
อเล็กซ์ รับเอกสารมาอ่านผ่านๆ ข้อความในสัญญานั้นเต็มไปด้วยคำที่บีบคั้นและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายกาจ แต่เขารู้ดีว่าหากเขาพยายามต่อรอง นั่นจะนำมาซึ่งความหายนะทันที
เขาหยิบปากกาที่ เอมี่ ยื่นให้ และเซ็นชื่อของตนเองลงบนเอกสารนั้นด้วยลายมือที่สั่นเทา การเซ็นชื่อในครั้งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่การลงนามในสัญญา แต่เป็การลงนาม ขายิญญา ให้กับปีศาจแห่งความแค้นที่เคยเป็คนรักของเขาเอง
"คุณจะได้รับเช็คเงินสดเมื่อคุณย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แล้ว" เอมี่ กล่าวด้วยน้ำเสียงเ้ากี้เ้าการ "และฉันจะจัดการให้พ่อแม่ของคุณได้ย้ายไปอย่างปลอดภัย และคดีของคุณจะถูก ระงับ ไว้... แต่จำไว้ อเล็กซ์ ถ้าคุณคิดจะหนีหรือทรยศฉันแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะเปิดคดีนี้ใหม่ และคุณจะได้รับโทษสูงสุด"
เธอจ้องมองเขาอย่างท้าทาย "เตรียมตัวให้พร้อม คุณต้องย้ายมาที่คฤหาสน์ของฉันภายใน สองวัน ฉันจะให้คนขับรถมารับคุณ และั้แ่วินาทีที่คุณก้าวเท้าเข้าสู่คฤหาสน์นั้น... คุณก็เป็ของฉัน"
[การจากลาที่ไม่ต้องพูดถึง]
เมื่อ เอมี่ จากไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบแต่ทรงพลังของรถยนต์คันหรู อเล็กซ์ ก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยความอับอายและเศษซากของคำสาปแช่งที่พ่นไว้บนบ้าน เขาใช้เวลาที่เหลืออยู่บรรจุทรัพย์สินส่วนตัวเพียงเล็กน้อยลงในกระเป๋าเดินทางใบเก่า
การพูดคุยกับพ่อแม่นั้นเป็เื่ที่เ็ปที่สุด อเล็กซ์ อธิบายว่าเขาได้รับ "โอกาสพิเศษ" ที่จะทำงานใช้หนี้ให้กับตระกูลมอนโรเป็การภายใน และเขาจะต้องไปอยู่ในคฤหาสน์เพื่อทำงานนั้น มิสเตอร์เดวิด และ มิสซิสเอลีนอร์ แม้จะสงสัยและรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นจำนวนเงินในเช็คและรับรู้ถึงความปลอดภัยของลูกชายในแง่ของคดีความ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับ
ในคืนนั้น อเล็กซ์ กอดพ่อและแม่เป็ครั้งสุดท้าย การกอดนั้นเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ และความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแก้ไขได้ เขาไม่สามารถบอกความจริงที่น่ากลัวได้เลยว่าเขากำลังก้าวเข้าไปสู่ พันธนาการ ที่โหดร้ายที่สุด เขาทำได้เพียงกระซิบว่า 'ผมรักพ่อกับแม่นะครับ' และสัญญาว่าจะส่งข่าวมาเสมอ
ในเช้าวันรุ่งขึ้น รถยนต์คันสีดำคันเดียวกันก็มาจอดรอเขาอยู่หน้าบ้าน อเล็กซ์ ขึ้นรถไปพร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า เขาไม่ได้มองกลับไปที่บ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาทำ เขาอาจจะเปลี่ยนใจและยอมตายเพื่อรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้
เมื่อรถแล่นเข้ามาในเขตคฤหาสน์ที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ของตระกูลมอนโร อเล็กซ์ ก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างโลกที่เขาทิ้งมากับโลกที่กำลังจะเริ่มต้น มันคือ กรงทอง ที่สวยงามแต่ก็เต็มไปด้วยหนามพิษ
เขาถูกนำตัวเข้าไปยังส่วนปีกหลังของคฤหาสน์ที่จัดเตรียมไว้สำหรับคนรับใช้ชั้นสูง ห้องพักของเขาใหญ่และสะอาดสะอ้าน แต่ความรู้สึกเหมือนถูกคุมขังนั้นไม่อาจหายไปได้ อเล็กซ์ ยืนอยู่กลางห้อง ก้มหน้ามองมือของตัวเองที่ยังคงััได้ถึงรอยปากกาที่เซ็นชื่อลงในสัญญานั้น
อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ หนุ่มหล่อที่เคยเต็มไปด้วยความฝันและความหวัง บัดนี้ได้กลายเป็ ทรัพย์สิน ที่ถูกโดย เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร อย่างสมบูรณ์ การแก้แค้นของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
[จบ บทย่อยที่ 14 - จบ ตอนที่ 9: ข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธ]
ตอนที่ 10: กฎของเ้าของและเกมแห่งอำนาจ
(บทย่อยที่ 15 - ส่วนเริ่มต้น)
ชีวิตใหม่ของ อเล็กซานเดอร์ เจมส์ ซินแคลร์ ในคฤหาสน์มอนโรเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้นอย่างโหดร้ายและไร้ความปรานี เขาถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังรุนแรงก่อนรุ่งสาง ตามมาด้วยการสั่งการอย่างแข็งกร้าวของหัวหน้าแม่บ้านให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและเริ่มงานทำความสะอาดในส่วนที่เขารับผิดชอบทันที
แต่สิ่งที่ทำให้ชีวิตเขาทรมานยิ่งกว่างานหนัก คือการที่เขาต้องเผชิญหน้ากับ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร อย่างเป็ทางการในฐานะ เ้านาย ของเขา
ในมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยความโอ่อ่าในห้องอาหารขนาดใหญ่ เอมี่ สวมชุดที่ดูมีรสนิยมและราคาแพง เธอนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอย่างเย้ายวนโดยมี เควิน มอนโร สามีของเธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม อเล็กซ์ ซึ่งตอนนี้สวมชุดคนงานที่ดูสะอาดตาแต่ไร้สีสัน ถูกเรียกตัวมาที่โต๊ะอาหารเพื่อรับฟัง กฎ ที่เ้านายคนใหม่ของเขากำหนดขึ้น
"ยืนตรงนั้นแหละ อเล็กซ์" เอมี่ สั่งเสียงเรียบขณะที่กำลังตักสลัดใส่จานอย่างประณีต "เควินที่รัก... ฉันคิดว่าเราควรแจ้งกฎการอยู่ร่วมกันให้พนักงานใหม่ของเราทราบอย่างชัดเจนนะคะ"
เควิน ซึ่งรับรู้ถึงเื่ราวการจ้างงานนี้ทั้งหมดจาก ริชาร์ด เวลส์ (โดยที่ถูกบอกว่าเป็การจ้างเพื่อเป็การไถ่โทษและทำงานรับใช้เป็การชั่วคราว) มองไปยัง อเล็กซ์ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและชัยชนะที่เก็บงำไว้ เขารู้สึกดีที่คู่แข่งที่เขาเกลียดชังถูกลดสถานะลงมาอย่างน่าสมเพชเช่นนี้
"อืม... มันเป็ความคิดที่ดี" เควิน ตอบพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ "ฟังไว้นะไอ้หนุ่ม... ฉันไม่ชอบความผิดพลาดในบ้านของฉัน"
แต่ เอมี่ คือผู้ที่กุมอำนาจในการควบคุมชีวิตของ อเล็กซ์ อย่างแท้จริง
เอมี่ วางมีดและส้อมลงบนจานอย่างแ่เบา แต่เสียงนั้นก็ดังราวกับฟ้าร้องในความเงียบ
"กฎมีอยู่ห้าข้อ อเล็กซ์" เธอกล่าวอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเ็าที่ตั้งใจทำร้ายเขา
หนึ่ง: "เมื่อคุณอยู่ภายในคฤหาสน์แห่งนี้ และฉันสั่งให้คุณมาหา... คุณต้องมา ทันที ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ใดในตัวอาคาร"
สอง: "เมื่อคุณอยู่ต่อหน้าฉัน... คุณจะต้อง ก้มหน้า และไม่กล้าสบตาฉันหรือสามีของฉันเป็อันขาด ความงาม ของคุณอาจเป็ภัยต่อฉัน และฉันก็ไม่อยากเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายของคนอย่างคุณ" คำว่า 'ความงาม' นั้นถูกเน้นด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้เป็คำเย้ยหยัน
สาม: "คุณไม่มีสิทธิ์ในการ พูดคุย กับแขกของคฤหาสน์ เว้นแต่ฉันจะสั่งให้คุณตอบคำถามเท่านั้น คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะสร้างความสัมพันธ์ใดๆ กับคนภายนอกอีก" นี่คือการตัดขาด อเล็กซ์ ออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง รวมถึง ลิเดีย ด้วย
สี่: "เมื่อฉันเรียกคุณ... คุณต้องตอบรับด้วยคำว่า 'ครับ/ค่ะ คุณมอนโร' อย่างสุภาพ ไม่ว่าคำสั่งนั้นจะเป็เื่ใดก็ตาม"
และ ห้า... เธอหยุดเล็กน้อย เพื่อให้คำพูดสุดท้ายของเธอมีน้ำหนักมากที่สุด "คุณต้อง เตรียมพร้อม ที่จะตอบสนองต่อ ความ้าพิเศษ ของฉันตลอดเวลา ซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของสัญญาการทำงานที่คุณได้เซ็นรับทราบแล้ว และจำไว้... ฉันคือเ้าของ ชีวิตของคุณตราบใดที่คุณยังอยู่ในบ้านหลังนี้"
อเล็กซ์ ยืนตัวแข็งทื่อกลางห้องอาหาร ร่างกายของเขาพยายามบังคับให้ก้มหน้าลงตามคำสั่ง แต่ศักดิ์ศรีของเขายังคงต่อต้านอยู่ภายใน เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและสบตาอันเ็าของ เอมี่ เป็ครั้งสุดท้าย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรง—ทั้ง ความเ็ป ที่ถูกทรยศ และ ความเกลียดชัง ที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
"เข้าใจไหม อเล็กซ์" เอมี่ ถามด้วยเสียงที่กดต่ำลงอย่างมีอำนาจ
อเล็กซ์ ก้มหน้าลงอย่างจำยอมที่สุดในชีวิต ความโกรธแค้นถูกเก็บงำไว้ภายใต้ใบหน้าที่มีแต่รอยฟกช้ำที่เริ่มจางหายไป
"ครับ คุณมอนโร" เขาตอบเสียงหนักแน่น แต่ความเคียดแค้นในน้ำเสียงนั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้
เอมี่ ยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างสูงสุด การตอบรับของเขาเป็ชัยชนะที่หอมหวานที่สุดของเธอ เธอรู้ดีว่าเธอได้ทำลายศักดิ์ศรีของเขาลงไปแล้ว และตอนนี้ เกม แห่งการทรมานก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์
[จบ บทย่อยที่ 15]
(บทย่อยที่ 16 - ส่วนต่อเนื่องและการทำลายศักดิ์ศรีในที่สาธารณะ)
วันเวลาในคฤหาสน์มอนโรกลายเป็นรกที่ถูกจัดฉากอย่างประณีตสำหรับ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลสวนสาธารณะส่วนใหญ่ของคฤหาสน์ รวมถึงการดูแลความสะอาดและความเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะบางแห่ง และต้องพร้อมที่จะทำตามคำสั่งของ เอมี่ ตลอดเวลาที่เธอ้า
เอมี่ เริ่มเกมของเธออย่างช้าๆ แต่เฉียบคม เธอไม่เคยสั่งให้เขาทำอะไรที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวในทันที แต่เธอเลือกที่จะใช้ อำนาจเล็กๆ น้อยๆ ในการทำลายความรู้สึกของเขาต่อหน้าคนอื่น
บ่ายวันหนึ่ง เอมี่ จัดงานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆ ในห้องนั่งเล่นใหญ่เพื่อต้อนรับเพื่อนสนิทในวงสังคมชั้นสูงของเธอ อเล็กซ์ ถูกเรียกให้มาช่วยงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟพิเศษ แม้ว่าหน้าที่ของเขาจะเป็คนทำสวนและคนดูแลความเรียบร้อยก็ตาม
ขณะที่เขากำลังยืนอยู่ริมห้องอย่างนอบน้อม เอมี่ ก็เริ่มแสดงอำนาจของตนเอง
"อเล็กซ์!" เธอเรียกเสียงดังพอสมควร เพื่อให้เพื่อนๆ ของเธอได้ยินอย่างชัดเจน
อเล็กซ์ ซึ่งถูกสอนให้ตอบสนองทันที เดินเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว ก้มหน้าลงต่ำจนสายตาของเขาจับจ้องอยู่แค่ปลายรองเท้าหนังราคาแพงของเธอ "ครับ คุณมอนโร"
"ถ้วยชานี้เย็นชืดแล้ว" เธอกล่าวพร้อมกับยื่นถ้วยชาเคลือบทองของเธอออกไป "ไปเปลี่ยนให้ฉันใหม่... และแน่ใจนะว่าชาในถ้วยต่อไปจะต้อง ร้อน และ หอม พอที่จะทำให้ฉันลืมความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของพนักงานใหม่อย่างคุณได้"
การติเตียนของเธอนั้นไร้เหตุผล เพราะชาเพิ่งถูกเสิร์ฟไปไม่นาน แต่ อเล็กซ์ รู้ว่านี่คือการแสดง เขาต้องแบกรับความอับอายนั้นไว้ต่อหน้าเพื่อนๆ ของเธอที่กำลังจ้องมองมาด้วยความสนใจใคร่รู้
"ครับ คุณมอนโร" เขาตอบรับอย่างนอบน้อมและรีบนำถ้วยชาออกไปทันที
เมื่อเขากลับมาพร้อมกับถ้วยชาใหม่ เอมี่ ก็เริ่มต้นสั่งการในเื่ที่แปลกประหลาดกว่าเดิม
"อเล็กซ์... คุณเห็นไหมว่า ริบบิ้น บนหมอนอิงนั้นมัน เบี้ยว ไปหน่อย" เธอกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่หมอนอิงใบหนึ่งที่วางอยู่บนโซฟา "ฉันไม่ชอบความไม่สมมาตรค่ะ คุณช่วย คุกเข่า ลงไป จัดระเบียบ ริบบิ้นนั้นให้ฉันดูหน่อยได้ไหมคะ? ฉัน้าให้มันสวยงามไร้ที่ติ"
อเล็กซ์ รู้สึกเหมือนเืกำลังเดือดพล่านในตัว การกระทำนี้ไม่ใช่การบริการ แต่คือการทำลายศักดิ์ศรีอย่างโจ่งแจ้งที่สุด การคุกเข่าต่อหน้าคนอื่นเพื่อจัดริบบิ้นที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยนั้น เป็เหมือนการประกาศสถานะ ทาส ของเขาอย่างเป็ทางการ
อย่างไรก็ตาม ภาพของพ่อแม่ และ คดีความที่ถูกระงับ ได้ย้ำเตือนให้เขาต้องทำตามคำสั่งนั้น เขาจำต้องคัดง้างความรู้สึกที่ปวดร้าวทั้งหมด และ คุกเข่า ลงบนพื้นพรมขนสัตว์ราคาแพงอย่างช้าๆ ต่อหน้าสายตาของเพื่อนๆ ที่กำลังหัวเราะคิกคักด้วยความตลกขบขันอย่างเงียบๆ
"นี่คือ ความสวยงามที่ไร้ที่ติ ใช่ไหมคะ อเล็กซ์?" เอมี่ ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและอิ่มเอมกับชัยชนะ
"ครับ คุณมอนโร" อเล็กซ์ ตอบพลางพยายามควบคุมเสียงของตนเองไม่ให้สั่นเครือ แม้ว่าใจของเขาจะแตกสลายไปแล้ว
เควิน มอนโร ซึ่งบังเอิญเดินเข้ามาในห้องในเวลานั้น มองเห็นภาพของ อเล็กซ์ ที่กำลังคุกเข่าทำหน้าที่อย่างน่าสมเพช เขายิ้มอย่างพึงพอใจและเดินไปยืนข้าง เอมี่ แล้วตบบ่าเธอเบาๆ
"เก่งมากที่รัก" เควิน กล่าวชมเชยภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย "พนักงานคนนี้ดูเหมือนจะ เรียนรู้เร็ว ดีนะคะ"
เอมี่ มองไปยังใบหน้าของ อเล็กซ์ ที่ก้มลงต่ำ และััได้ถึงออร่าของความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากร่างกายที่แข็งเกร็งของเขา แม้ว่าเธอจะได้รับชัยชนะ แต่เธอก็รู้ว่าการทรมานนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และ อเล็กซ์ จะไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจง่ายๆ อย่างแน่นอน เกมแห่งอำนาจ ได้ถูกจุดชนวนขึ้นแล้ว
[จบ บทย่อยที่ 16]
(บทย่อยที่ 17 - ส่วนต่อเนื่องและความใกล้ชิดที่ถูกบีบบังคับ)
ค่ำคืนในคฤหาสน์มอนโรนั้นเงียบสงัดราวกับป่าช้า แต่ภายในห้องส่วนตัวของ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ถูกเรียกตัวให้เข้ามาในห้องแต่งตัวส่วนตัวของเธอหลังจากที่ เควิน มอนโร สามีของเธอออกไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำทางธุรกิจ
ห้องนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและผ้าไหมที่นุ่มลื่น เอมี่ นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ สวมเพียงชุดคลุมผ้าซาตินสีดำที่บางเบาเผยให้เห็นสัดส่วนร่างกายที่เย้ายวน การปรากฏตัวของเธอนั้นงดงามราวกับเทพธิดา แต่ความเ็าและอำมหิตในดวงตานั้นทำให้เธอดูเหมือนปีศาจร้ายมากกว่าสิ่งใด
"มานี่สิ อเล็กซ์" เอมี่ สั่งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจ "ฉันรู้สึกปวดเมื่อยที่บ่าเล็กน้อย และ้าให้คุณ นวด ให้ฉันก่อนที่ฉันจะเข้านอน"
อเล็กซ์ รู้สึกถึงความขยะแขยงที่พุ่งขึ้นมาในคอ การนวดให้กับคนที่จัดฉากทำลายชีวิตของเขานั้นเป็เื่ที่ยากจะยอมรับได้ แต่เขาก็จำต้องทำตาม กฎข้อที่ห้า ที่ระบุไว้ในสัญญา—การตอบสนองต่อ ความ้าพิเศษ
เขาเดินเข้าไปยืนด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือของเขาลังเลที่จะัักับิัของเธอที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าซาตินบางๆ เอมี่ หันหน้ามามองเขาด้วยรอยยิ้มที่อันตราย เธอรับรู้ถึงความลังเลของเขาได้เป็อย่างดี
"ฉันไม่ได้บอกให้คุณลังเลนะคะ อเล็กซ์" เธอกล่าวเน้น "ฉัน้าให้คุณนวด... ด้วยมือที่ แข็งแรง ของคุณ... เหมือนกับที่คุณเคยทำเมื่อ เจ็ดปีก่อน"
การอ้างถึงอดีตนั้นเหมือนกับมีดที่ปักลงกลางหัวใจของ อเล็กซ์ มันทำให้เขาทรมานและโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน เขาเริ่มนวดไหล่ของเธออย่างช้าๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดเย้ยหยันของเธอ ความโกรธก็ทำให้มือของเขาบีบแน่นเกินไปเล็กน้อย
"โอ๊ย!" เอมี่ ส่งเสียงร้องเบาๆ ที่ดูอ่อนหวานกว่าความเป็จริง เธอหันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "คุณกำลังโกรธฉันอยู่ใช่ไหม อเล็กซ์? โกรธที่ฉันทำให้คุณต้องมาเป็แบบนี้"
"ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธคุณครับ คุณมอนโร" อเล็กซ์ ตอบด้วยน้ำเสียงที่เ็าที่สุด เขาพยายามรักษาระยะห่างของความเป็ทาสและเ้านายไว้ให้มากที่สุด
"โกหก!" เอมี่ ตะคอกออกมาเบาๆ อย่างมีเสน่ห์ เธอคว้ามือของเขาและดึงมันมาวางไว้บนลำคอที่เรียวระหงของเธอ "คุณเกลียดฉัน... และฉันชอบมัน อเล็กซ์ ความเกลียดชังของคุณทำให้ฉันรู้สึกถึงพลังที่สามารถควบคุมชีวิตคุณได้"
เธอโน้มคอของเธอให้เข้าใกล้มือของเขามากขึ้น จนเขาเกือบจะััได้ถึงกลิ่นหอมและจังหวะการเต้นของชีพจรที่ลำคอของเธอ "บอกฉันสิ อเล็กซ์... คุณยังจำได้ไหมว่าเคยกระซิบคำว่า รัก ที่ลำคอของฉันตรงนี้... เจ็ดปีก่อน"
อเล็กซ์ รู้สึกเหมือนถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก การย้อนรอยความทรงจำในอดีตที่งดงามและบริสุทธิ์ถูกนำมาใช้เพื่อทำลายเขาในปัจจุบัน ความรู้สึกของ ความขยะแขยง ที่มีต่อ เอมี่ และ ความเกลียดชัง ที่มีต่อตนเองที่ต้องจำนนต่อสถานการณ์ทำให้เขาสับสนวุ่นวายไปหมด
"ครับ คุณมอนโร" เขาตอบด้วยเสียงที่แ่เบา แต่แฝงด้วยความเ็ป
เอมี่ ยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างสูงสุด เธอผละออกจากมือของเขา และลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาเขา ร่างกายที่งดงามของเธออยู่ใกล้เขามากจนเขาสามารถรู้สึกถึงความร้อนจากิัของเธอได้
"ดีมากค่ะ" เธอสรุปอย่างเรียบง่าย "ตอนนี้ช่วย ถอดรองเท้า ให้ฉันหน่อยนะคะ อเล็กซ์ เท้าของฉันสกปรกเล็กน้อยจากการเดินในสวนเมื่อตอนเย็น"
การสั่งให้ อเล็กซ์ ต้องคุกเข่าลงไปถอดรองเท้าให้กับเธอ เป็การตอกย้ำ สถานะทาส ของเขาอีกครั้ง อเล็กซ์ สูดลมหายใจเข้าลึกและคุกเข่าลงอย่างช้าๆ มือที่เคยใช้สร้างสิ่งสวยงามอย่างประณีต ตอนนี้กำลังัักับรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวที่ทำลายชีวิตเขา
เมื่อเขาถอดรองเท้าออกแล้ว เอมี่ ก็วางเท้าที่สวยงามของเธอลงบนมือของเขาอย่างไม่ไยดี แล้วสั่งให้เขาเช็ดทำความสะอาดเท้าของเธอด้วยผ้าเช็ดหน้าที่เธอวางไว้บนโต๊ะ อเล็กซ์ จำต้องทำตามคำสั่งนั้นอย่างไม่มีทางเลือก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอับอายขายหน้าที่สุด แต่เขาก็ยังคง ก้มหน้า ลงต่ำตามกฎที่เธอตั้งไว้
เอมี่ มองไปยังร่างที่คุกเข่าและก้มหน้าของ อเล็กซ์ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะ ความปรารถนาในการแก้แค้นของเธอได้รับผลสำเร็จแล้วอย่างสมบูรณ์ เธอกำลังเขา ทั้งร่างกายและความรู้สึก แต่ภายใต้รอยยิ้มแห่งความสะใจนั้น... กลับมีประกายแห่งความเศร้าและความรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เพราะเธอรู้ดีว่าการทรมานเขาในลักษณะนี้ ก็คือการทรมานส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุดในหัวใจของเธอเอง
[จบ บทย่อยที่ 17]
ตอนที่ 11: ความหวังสุดท้ายและการเผชิญหน้า
(บทย่อยที่ 18 - ส่วนเริ่มต้น: การปรากฏตัวของ 'กุหลาบดำ')
แม้ว่าชีวิตในคฤหาสน์มอนโรจะเป็เหมือนนรกที่ถูกแช่แข็ง แต่ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ก็ยังคงรักษาเศษเสี้ยวสุดท้ายของความหวังไว้ได้ เขาทำตามคำสั่งของ เอมี่ อย่างไม่มีที่ติ แต่ทุกการกระทำที่จำยอมนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะรอคอยโอกาสในการหลุดพ้น
ชีวิตของเขาดำเนินไปในลักษณะนั้นเป็เวลาหลายสัปดาห์ จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่เขากำลังดูแลความเรียบร้อยของห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์ โทรศัพท์มือถือเก่าของเขาก็ส่งเสียงสั่นเบาๆ จากในกระเป๋าเสื้อที่เขาซ่อนไว้
มันเป็ข้อความที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก ข้อความนั้นสั้นและเป็ปริศนา:
...กุหลาบดำกำลังจะเบ่งบานในคฤหาสน์เวลส์... เตรียมพร้อม...
อเล็กซ์ สูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสงสัยและความตื่นเต้นที่อันตราย เขาไม่รู้ว่าใครคือ 'กุหลาบดำ' แต่เขาตระหนักว่านี่คือ สัญญาณ ที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอด—สัญญาณที่แสดงว่ายังมีใครบางคนจากโลกภายนอกที่รู้ถึงสถานการณ์ของเขา
ใน่เย็นวันเดียวกันนั้น เควิน มอนโร จัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองความสำเร็จในการทำธุรกิจใหม่ งานเลี้ยงนั้นถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในห้องบอลรูมของคฤหาสน์ แเื่จากวงการสังคมชั้นสูงต่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
เอมี่ สวมชุดราตรีสีเงินที่สวยงามและเย้ายวนที่สุด เธอทำหน้าที่เป็เ้าภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยมี เควิน ยืนอยู่ข้างๆ อย่างภาคภูมิใจ และแน่นอน... อเล็กซ์ ก็ได้รับหน้าที่เป็ คนรับใช้ ที่อยู่ใกล้ชิดกับโต๊ะอาหารหลัก
ในขณะที่ อเล็กซ์ กำลังทำความสะอาดแก้วไวน์ที่หกบนพื้นอย่างนอบน้อม เอมี่ ก็เรียกเขาให้เข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจงใจจะดูถูก
"อเล็กซ์ คุณช่วย จัดโบว์ไท ของสามีฉันให้เรียบร้อยหน่อยได้ไหมคะ" เอมี่ สั่งอย่างเสียงดังต่อหน้าแเื่ "คุณเควินไม่ชอบให้ความเรียบร้อยของเขาบกพร่อง และคุณมีหน้าที่ดูแล ทุกรายละเอียด ที่เรา้า"
เควิน ยิ้มด้วยความเย้ยหยันและยื่นหน้าอกออกไปให้ อเล็กซ์ จัดโบว์ไทให้ อเล็กซ์ ต้องคุกเข่าลงบนพื้นอีกครั้ง และใช้มือที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อัักับเนื้อผ้าไหมราคาแพงที่คอของ เควิน ความอับอายขายหน้าในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ขณะที่ อเล็กซ์ กำลังคุกเข่าจัดโบว์ไทอยู่นั้น ประตูห้องบอลรูมก็เปิดออก และ จุดศูนย์กลาง ของงานเลี้ยงก็เปลี่ยนไปในทันที
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องบอลรูมอย่างสง่างาม เขามาพร้อมกับออร่าแห่งความมั่งคั่งและอำนาจที่ไม่ธรรมดา เขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท มีใบหน้าที่หล่อเหลาและดุดัน ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่น่ากลัว และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ตราตระกูล ที่ติดอยู่บนปกเสื้อ ซึ่งเป็ตราสัญลักษณ์ของหนึ่งในตระกูลอิทธิพลใหม่ที่ร่ำรวยและทรงอำนาจที่สุดในประเทศ
ชายผู้นั้นคือ เซธ ลอว์เรนซ์ (Seth Lawrence) มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ลึกลับที่เพิ่งเข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ เควิน และ เอมี่ ต่างรู้จักชื่อเขาเป็อย่างดี แต่ไม่เคยมีใครได้เผชิญหน้ากับเขาโดยตรงมาก่อน
สายตาของ เซธ กวาดมองไปทั่วห้อง และหยุดลงที่ภาพของ อเล็กซ์ ที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า เควิน และ เอมี่
"โอ้... ขอโทษที่รบกวนปาร์ตี้ของพวกคุณนะครับ คุณมอนโร" เซธ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น "แต่ผมคิดว่าผมเห็นบางอย่างที่ น่าสนใจ กว่าที่คาดไว้ในงานนี้"
เควิน รีบเดินเข้าไปต้อนรับด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
"มิสเตอร์ลอว์เรนซ์! เป็เกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้ต้อนรับคุณ! ผม เควิน มอนโร นี่ภรรยาผม เอมี่"
เซธ เพียงพยักหน้าเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปที่ อเล็กซ์ ที่กำลังยืนขึ้นอย่างเชื่องช้าหลังจัดโบว์ไทเสร็จแล้ว
"ผมไม่ได้สนใจการทำความรู้จักกับพวกคุณตอนนี้หรอกครับ คุณมอนโร" เซธ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาจนทำให้สีหน้าของ เควิน และ เอมี่ แข็งทื่อไปเล็กน้อย
เขาเดินตรงเข้าไปหา อเล็กซ์ ที่กำลังก้มหน้าลงต่ำตามกฎที่ถูกตั้งไว้ เซธ ใช้ปลายนิ้วที่สวมแหวนหยกราคาสูงยกคางของ อเล็กซ์ ขึ้นมาอย่างช้าๆ บังคับให้สบตากับเขา
"เงยหน้าขึ้นมาสิ" เซธ สั่งด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่เฉียบขาด "คุณมีใบหน้าที่สวยงามเกินกว่าที่จะก้มลงต่ำแบบนี้"
อเล็กซ์ เงยหน้าขึ้นด้วยความลังเลและใ เขาพยายามปฏิบัติตามกฎของ เอมี่ แต่คำพูดของ เซธ นั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่า
"ผมสนใจ พนักงาน คนนี้ของคุณ" เซธ ประกาศต่อหน้าทุกคนในห้อง "เขาชื่ออะไร คุณมอนโร? ผมคิดว่า... เขาเหมาะสมที่จะเป็ ผู้ช่วยส่วนตัว ของผมมากกว่าจะเป็แค่คนรับใช้ทำสวน"
เอมี่ จ้องมอง เซธ ลอว์เรนซ์ ด้วยความโกรธที่พุ่งพล่าน การปรากฏตัวของเขาและการอ้างสิทธิ์ในตัว อเล็กซ์ อย่างโจ่งแจ้งนี้ เป็การรุกรานที่เธอไม่สามารถยอมรับได้
[จบ บทย่อยที่ 18]
(บทย่อยที่ 19 - ส่วนต่อเนื่องและการต่อรองด้วยไพ่ลับ)
บรรยากาศในห้องบอลรูมถูกปกคลุมด้วยความตึงเครียดที่แทบจะบาดิัได้ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร จ้องมอง เซธ ลอว์เรนซ์ ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกท้าทายอย่างโจ่งแจ้ง สายตาของเธอบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ เป็ของเล่นส่วนตัวที่เธอไม่ยินดีจะแบ่งปันกับใคร
เควิน มอนโร พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยด้วยรอยยิ้มที่ฝืนไว้
"มิสเตอร์ลอว์เรนซ์ครับ ผมเข้าใจว่าคุณอาจจะประทับใจพนักงานของผม แต่คุณต้องเข้าใจว่า อเล็กซ์ มีสัญญาผูกมัดอยู่กับเรา เขา... เขามาทำงานเพื่อไถ่โทษบางอย่างครับ" เควิน พยายามพูดอ้อมค้อมโดยไม่เปิดเผยเื่คดีความ
เซธ หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นทุ้มต่ำและเย้ยหยัน "ไถ่โทษ? ดูเหมือนผมเห็นแค่การ ทรมาน อย่างสนุกสนานมากกว่านะครับ คุณมอนโร"
เขาหันกลับไปหา เอมี่ "คุณนายมอนโร... ฉัน้าพนักงานคนนี้ของคุณ ฉันจะให้เงินคุณ เป็สองเท่า ของมูลค่าแรงงานที่เหลือในสัญญาของเขา... เอาเป็ สิบล้าน ดอลลาร์สำหรับการไถ่ถอนเขาออกจากพันธนาการของคุณ"
เงินจำนวน สิบล้านดอลลาร์ ทำให้แเื่หลายคนส่งเสียงฮือฮา แต่สำหรับ เอมี่ เงินนั้นไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับความพึงพอใจในการควบคุม อเล็กซ์
"เสียใจด้วยค่ะ มิสเตอร์ลอว์เรนซ์" เอมี่ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "เขา ประเมินค่าไม่ได้ สำหรับฉัน ดิฉันชอบที่จะให้พนักงานของดิฉันอยู่ใกล้ๆ มันช่วยให้ดิฉันรู้สึก ปลอดภัย และ ผ่อนคลาย ค่ะ"
เซธ ยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยและลดเสียงลงกระซิบกับ เอมี่ ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น แต่ความหนักแน่นของคำพูดนั้นกลับทรงพลังยิ่งกว่าการตะคอก
"แน่นอนครับ คุณนายมอนโร แต่ฉันสงสัยว่า คุณเควิน จะรู้สึก ผ่อนคลาย ไหมถ้าเขารู้ว่า ใคร เป็คน ทรยศ อเล็กซ์เมื่อเจ็ดปีก่อน"
ใบหน้าของ เอมี่ ซีดเผือดลงทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความใและหวาดระแวงอย่างที่สุด เซธ ยืนยันให้เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แค่พูดเล่น เขามี ไพ่ลับ ที่สามารถทำลายชีวิตคู่และชีวิตในสังคมของเธอได้
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?" เอมี่ ถามเสียงสั่น
เซธ ยิ้มอย่างเยือกเย็นและหันไปมอง เควิน ซึ่งยังคงพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ด้วยความสับสน
"ฉันไม่้าทำลายงานเลี้ยงของคุณหรอกนะครับ" เซธ กล่าวต่อ เอมี่ "แต่ฉันมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน... การ ทรยศ ที่ทำให้อเล็กซ์ต้องออกจากเมือง และเื่ของ ยาเสพติด ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของคุณ"
คำว่า 'ยาเสพติด' ทำให้ เอมี่ รู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริงที่กำลังคุกคามเธอและพ่อของเธอ ริชาร์ด เวลส์ พ่อของเธอมีความเกี่ยวข้องอย่างลับๆ กับการค้ายาเสพติดขนาดเล็ก ซึ่งเป็ความลับที่เธอมั่นใจว่าไม่มีใครรู้
เซธ เห็นความลังเลในดวงตาของ เอมี่ เขารู้ว่าถึงเวลาที่จะยื่นข้อเสนอสุดท้าย
"เอาอย่างนี้ครับ คุณมอนโร" เซธ สรุปด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงขึ้น "ฉันจะให้คุณ สัญญานาน ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้"
"ฉันจะ ซื้อ อเล็กซ์มาเป็ผู้ช่วยส่วนตัวของฉันอย่างเป็ทางการ และฉันจะ จ่ายเงิน ให้คุณอีก ยี่สิบล้าน ดอลลาร์เป็การชดเชยค่าเสียเวลา และแลกกับ ความเงียบ ของฉันเกี่ยวกับความลับของ คุณเวลส์"
"เงินก้อนนี้จะช่วยให้ตระกูลของคุณพ้นจากวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น... เลือกเอาสิครับ คุณนายมอนโร จะ ขายทาส แสนสวยคนนี้ให้กับฉัน... หรือจะ ทำลาย ทุกสิ่งที่คุณและพ่อคุณสร้างมา"
เอมี่ ยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอรู้ตัวดีว่าเธอถูกบีบให้จนมุมแล้ว หาก เซธ ลอว์เรนซ์ เปิดเผยความลับเื่ยาเสพติดของพ่อเธอ ทุกอย่างจะพังทลายลงทันที และการสูญเสีย อเล็กซ์ ก็คงไม่เท่ากับความเสียหายที่จะตามมา
เธอหันไปมอง อเล็กซ์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอเป็ครั้งแรกนับั้แ่เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ สายตาของเขาไม่ได้มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย แต่เต็มไปด้วยความ เด็ดเดี่ยว และ ความมุ่งมั่น ที่รอคอยการหลุดพ้นจากพันธนาการที่น่ารังเกียจนี้
"ตกลงค่ะ มิสเตอร์ลอว์เรนซ์" เอมี่ ตอบด้วยเสียงที่เ็าที่สุด "ดิฉันจะ ขาย เขาให้กับคุณ... และหวังว่าคุณจะรักษา สัญญาความเงียบ ของคุณไว้"
เซธ ลอว์เรนซ์ ยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด เขาตบไหล่ของ อเล็กซ์ เบาๆ
"ดีมาก อเล็กซ์" เซธ กล่าวอย่างเรียบง่าย "คืนนี้คุณกลับไปเก็บของ... และพรุ่งนี้เช้าคุณจะเป็ อิสระ จากคำสาปแช่งนี้"
[จบ บทย่อยที่ 19]
ตอนที่ 12: กุหลาบดำเบ่งบาน
(บทย่อยที่ 20 - ส่วนเริ่มต้น: การเปิดเผย)
หลังจากที่ เอมี่ ยอมจำนนต่อข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธของ เซธ ลอว์เรนซ์ บรรยากาศในห้องบอลรูมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ถูกปลดปล่อยจากการเป็ ทาส ในทันที เขามองไปยัง เอมี่ เป็ครั้งสุดท้าย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และความโกรธที่เก็บงำไว้ เธอมองเขาด้วยความแค้นที่รุนแรง—ความแค้นที่เกิดจากความรักที่ผิดหวังและแผนการแก้แค้นที่ล้มเหลว
เซธ สั่งให้ อเล็กซ์ กลับไปเก็บข้าวของและเตรียมพร้อมที่จะออกจากคฤหาสน์ในทันทีโดยไม่ต้องกล่าวคำอำลาใดๆ อเล็กซ์ รีบกลับไปที่ห้องพักส่วนตัวของเขาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกัน—ความโล่งใจ ความสับสน และความไม่เชื่อในโชคชะตาที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา อเล็กซ์ ก็มายืนรออยู่หน้าคฤหาสน์พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเก่าของเขา เซธ ลอว์เรนซ์ ยืนรออยู่ข้างรถยนต์คันหรูคันเดิมของเขา เมื่อเห็นอเล็กซ์มาถึง เซธ ก็สั่งให้คนขับรถนำกระเป๋าของอเล็กซ์ไปเก็บไว้ที่ด้านหลัง
"นั่งเลย อเล็กซ์" เซธ สั่งอย่างอ่อนโยนกว่าที่เคยพูดต่อหน้าคนอื่น "เรามีเื่ต้องคุยกันยาว"
เมื่อรถยนต์แล่นออกจากเขตคฤหาสน์มอนโรอย่างเงียบๆ เซธ ก็หันมามอง อเล็กซ์ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาที่ไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นมาก่อน
"คุณคงสงสัยว่าผมเป็ใคร และรู้เื่ของคุณได้อย่างไร" เซธ เริ่มต้นการสนทนาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "ก่อนอื่น... ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ใช่ เซธ ลอว์เรนซ์"
อเล็กซ์ จ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
"ผมคือ อาร์เธอร์" ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับยื่นมือออกมา "ผมเป็คนส่งข้อความให้คุณ..."
อเล็กซ์ รู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาจำได้ถึงข้อความปริศนาที่เขาได้รับในห้องสมุด กุหลาบดำ...
"คุณ... คุณคือ..." อเล็กซ์ พึมพำ
"ผมคือ อาร์เธอร์ ดาร์กวู้ด ครับ" อาร์เธอร์ กล่าวอย่างชัดเจน "และผมคือ พี่ชาย ของ ลิเดีย แฮนเซน"
คำตอบนั้นทำให้ อเล็กซ์ ตกตะลึง ความหวังที่เคยดับไปกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจำได้ถึงพี่ชายของลิเดีย... ชายที่เคยห้ามไม่ให้น้องสาวของตนคบกับเขา แต่การกระทำในครั้งนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
"แต่ทำไม..." อเล็กซ์ ถามด้วยความสับสน
"ลิเดียไม่สามารถช่วยคุณได้โดยตรง" อาร์เธอร์ อธิบายด้วยสีหน้าที่จริงจัง "ครอบครัวของเราถูกคุกคามจากตระกูลมอนโรและเวลส์อย่างหนัก แต่ลิเดียไม่ยอมแพ้ เธอยอมตัดความสัมพันธ์กับคุณเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แต่เธอก็ขอให้ผม... อาร์เธอร์... พี่ชายที่ไม่ได้เื่ของเธอช่วยคุณออกมา"
"ผมรับรู้ถึงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณทั้งหมด และผมรับรู้ถึง ความแค้น ที่เอมี่มีต่อคุณ... และที่สำคัญที่สุด ผมรู้ถึง แผนการ ของ เควิน มอนโร ที่ทรยศคุณในอดีตด้วย"
อาร์เธอร์ เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดที่เขาและ ลิเดีย สืบมา—ั้แ่การทรยศของ เควิน ที่นำเื่ไปบอก ริชาร์ด เวลส์ พ่อของ เอมี่ ในอดีต ซึ่งนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย อเล็กซ์ และบีบบังคับให้เขาต้องรับเงินเพื่อทิ้ง เอมี่
เมื่อ อเล็กซ์ ได้ฟังความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับอดีต—ว่าเขาไม่ได้เป็คนทรยศ เอมี่ ด้วยความโลภ แต่ถูกบีบบังคับให้ต้องแสดงบทบาทนั้นเพื่อความอยู่รอด—ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความเข้าใจและความเ็ปที่พุ่งทะยานเข้ามา ความรู้สึกผิดและอับอายที่เขามีต่อตนเองมานานหลายปีได้จางหายไปแทนที่ด้วย ความโกรธ และ ความแค้น ต่อคนที่จัดฉากเื่ราวทั้งหมด
"ดังนั้น... เอมี่ รู้เื่ทั้งหมดนี้หรือเปล่า" อเล็กซ์ ถามด้วยเสียงที่เย็นเยียบ
"เธอรู้ค่ะ" อาร์เธอร์ ตอบด้วยความหนักแน่น "แต่ความเ็ปจากการถูกทอดทิ้งทำให้เธอเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่เธออยากเชื่อ... และใช้มันเป็เครื่องมือในการแก้แค้นคุณอย่างโหดร้าย"
อาร์เธอร์ ยื่นซองเอกสารอีกฉบับให้อเล็กซ์ "นี่คือ สัญญาการจ้างงานฉบับจริง ของผม ไม่มีเงื่อนไขเื่การเป็ทาส แต่มีภารกิจเดียว... ผม้าให้คุณกลับมาเป็ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ที่แข็งแกร่งและมีอำนาจอีกครั้ง"
อาร์เธอร์ จ้องมองเขาอย่างจริงจัง "คุณไม่ต้องเป็คนงานรับใช้ของผม อเล็กซ์ ผม้าให้คุณเป็ หุ้นส่วน ของผม และ อาวุธ ที่ทรงพลังที่สุดของผมในการทำลายตระกูลมอนโรและเวลส์ที่ทำลายชีวิตของคุณและน้องสาวของผม"
"กุหลาบดำ กำลังเบ่งบานแล้ว อเล็กซ์" อาร์เธอร์ สรุปด้วยรอยยิ้มแห่งการวางแผน "คุณพร้อมที่จะกลับไปทวงคืนทุกสิ่งที่เป็ของคุณ... รวมถึง ความแค้น ของคุณเองไหม?"
[จบ บทย่อยที่ 20]
ตอนที่ 13: กำเนิดเ้าชายแห่งความแค้น (ที่ถูกทำลาย)
(บทย่อยที่ 21 - ส่วนเริ่มต้น: ความลับถูกเปิดเผยและแผนการแก้แค้นของฝ่ายร้าย)
การถูกซื้อตัว อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ไปอย่างกะทันหันทำให้ เอมี่ แคทเธอรีน มอนโร และ เควิน มอนโร อยู่ในความโกรธแค้นที่รุนแรงที่สุด เอมี่ ไม่ได้เสียดายเงิน ยี่สิบล้านดอลลาร์ ที่ได้รับเลยแม้แต่น้อย แต่เธอโกรธที่ถูก เซธ ลอว์เรนซ์ ท้าทายและพราก ทาส ของเธอไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ความลับเื่พ่อของเธอถูกคุกคาม
แต่สิ่งที่จุดประกายความโกรธแค้นของพวกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าคือการสืบค้นตัวตนที่แท้จริงของ เซธ ลอว์เรนซ์ หลังจากการจากไปของเขา เควิน ใช้เส้นสายทั้งหมดของพ่อตาเพื่อเจาะลึกเข้าไปในประวัติของชายผู้นี้ และความจริงที่พวกเขาค้นพบนั้นทำให้พวกเขาแทบคลั่ง
"เขา... มันคือ อาร์เธอร์ ดาร์กวู้ด" เควิน กัดฟันกรอดขณะที่โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกในห้องทำงานของ ริชาร์ด เวลส์ "ไอ้เวรนี่มันคือ พี่ชาย ของ ลิเดีย แฮนเซน... ผู้หญิงชั้นต่ำที่ไอ้อเล็กซ์เคยคบด้วย!"
ริชาร์ด เวลส์ พ่อของ เอมี่ สูดหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ไม่ได้ การกระทำนี้ไม่ใช่แค่การท้าทาย แต่เป็การ ประกาศา จากบุคคลที่สามที่พวกเขามองข้ามมาตลอด
"พวกมันรวมหัวกัน" ริชาร์ด กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งที่ถูกบด "มันไม่ได้้าช่วย อเล็กซ์ เท่านั้น แต่มัน้า ทำลาย ตระกูลเวลส์และมอนโรไปด้วยกันทั้งหมด"
เอมี่ ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ พ่อของเธอ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็สีหน้าของ ปีศาจร้าย ที่น่ากลัวที่สุด ความแค้น ที่เธอมีต่อ อเล็กซ์ ได้แผ่ขยายออกไปครอบคลุมถึง ลิเดีย และ อาร์เธอร์ อย่างสมบูรณ์ การทรยศจากเพื่อนสนิทและการแทรกแซงจากศัตรูที่ถูกลืมได้กระตุ้นให้สัญชาตญาณการแก้แค้นของเธอถึงขีดสุด
"พวกมันต้องได้รับการลงโทษที่ สาสม ยิ่งกว่าการขายิญญาให้ปีศาจ" เอมี่ กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ "เราจะให้พวกมันได้รับ บทเรียน ที่จะอยู่กับพวกมันไปจนตาย... เควิน ที่รัก... ฉันคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ 'ของขวัญ' พิเศษที่เรามีแล้ว"
เควิน ยิ้มอย่างน่ากลัว เขารับรู้ถึงความ้าของภรรยาของเขาเป็อย่างดี และเขาก็มีเส้นสายในโลกมืดที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงินก้อนโต
[แผนการลวงและความผิดพลาดของอาร์เธอร์]
ในขณะเดียวกัน อเล็กซ์ และ อาร์เธอร์ ดาร์กวู้ด ได้หลบไปซ่อนตัวอยู่ที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในเมืองใหญ่ อาร์เธอร์ ซึ่งตอนนี้เปิดเผยตัวในฐานะมหาเศรษฐีหนุ่มที่มีเครือข่ายธุรกิจที่ซับซ้อน ได้เริ่มวางแผนที่จะฝึกฝน อเล็กซ์ ให้กลับมาเป็บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับตระกูลเวลส์และมอนโร
"เราจะทำให้คุณกลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างาม อเล็กซ์" อาร์เธอร์ กล่าวอย่างมุ่งมั่น "เรามีหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการทุจริตของ ริชาร์ด เวลส์ และเราจะใช้ความลับของ เควิน ที่เขาทรยศคุณในอดีตมาบีบพวกเขา"
แต่ อาร์เธอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจของตนเอง กลับมองข้ามความอำมหิตและการวางแผนที่เหนือกว่าของศัตรูไปอย่างสิ้นเชิง
ภายในหนึ่งสัปดาห์ ริชาร์ด เวลส์ ได้ใช้เครือข่ายอำนาจมืดของตน สร้าง ฉากลวง ที่ทำให้ อาร์เธอร์ เชื่อว่าเขาสามารถล้มการทุจริตของริชาร์ดได้แล้ว อาร์เธอร์ ตกหลุมพรางและตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยมากเกินไป เขาเริ่มรวบรวมหลักฐานและติดต่อสื่อมวลชนด้วยความประมาท โดยไม่รู้เลยว่าทุกย่างก้าวของเขาถูกติดตามอย่างใกล้ชิด
ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก คณะของ อาร์เธอร์ ที่กำลังเดินทางไปพบกับทนายความก็ถูก กลุ่มมือสังหาร ของ เควิน มอนโร ซุ่มโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว อาร์เธอร์ และ อเล็กซ์ ถูกจับตัวไปอย่างง่ายดาย
[จุดจบที่โหดร้ายที่สุด]
อาร์เธอร์ ถูกนำตัวมายังสถานที่ลับแห่งหนึ่ง และต้องเผชิญหน้ากับ ริชาร์ด เวลส์ และ เควิน มอนโร
"แกคิดว่าเงินและอำนาจของแกจะเหนือกว่าทุกสิ่งอย่างนั้นหรือ มิสเตอร์ดาร์กวู้ด?" ริชาร์ด ถามด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ "ตระกูลเวลส์สร้างมานานกว่าที่แกคิด และ ความแค้น ของลูกสาวฉันนั้นรุนแรงกว่าความรักจอมปลอมของแกนัก"
ริชาร์ด ประกาศคำตัดสินที่โเี้ที่สุด: "แกจะต้องชดใช้ให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่แกทำ"
อาร์เธอร์ ดาร์กวู้ด ถูก ขาย ให้กับเครือข่ายค้ามนุษย์ลับๆ ที่เชื่อมโยงกับซ่องโสเภณีขนาดใหญ่ในเมืองอื่น เงินที่ได้จากการขายเขากลับกลายเป็กำไรก้อนใหญ่ให้กับตระกูลเวลส์ และ อาร์เธอร์ ต้องถูกบังคับให้ทำงาน ขายบริการ เพื่อแลกกับเศษเงินประทังชีวิตไปวันๆ ถูกทุบตีและทอดทิ้งให้จมอยู่กับความอับอายไปชั่วชีวิต
ในขณะเดียวกัน ลิเดีย แฮนเซน น้องสาวของเขา ก็ถูก เอมี่ และ เควิน จัดการอย่างเืเย็นไม่แพ้กัน ลิเดีย ถูกจับและ ถูกขาย ให้กับ นักธุรกิจสูงวัย ที่หื่นกามซึ่งเป็พันธมิตรทางธุรกิจของ ริชาร์ด เวลส์ เพื่อเป็ นางบำเรอ ส่วนตัว ถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เคยมีวันหลุดพ้นจากกรงทองเพื่อสนองความ้าของชายชราผู้นั้นไปตลอดชีวิต
และ อเล็กซานเดอร์ ซินแคลร์ ชายหนุ่มผู้โชคร้ายที่สุด... เขาถูกนำตัวกลับมาที่คฤหาสน์มอนโร และถูกมัดไว้เบื้องหน้า เอมี่
"คุณคิดว่าคุณจะหนีฉันไปได้จริงๆ หรือ อเล็กซ์" เอมี่ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็าและเย้ยหยัน เธอเดินเข้ามาใกล้เขาและใช้มือที่สวมถุงมือหนังสีดำแตะที่ใบหน้าของเขาเบาๆ
"ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน... หรือมีใครมาช่วยคุณก็ตาม... คุณก็ยังเป็ ของฉัน" เอมี่ สรุปด้วยรอยยิ้มแห่งความบ้าคลั่งที่ได้รับชัยชนะ
อเล็กซ์ กลับมาเป็ ทาส อีกครั้ง ถูกควบคุมโดย เอมี่ ที่บัดนี้มีความแค้นเพิ่มขึ้นเป็ร้อยเท่าทวีคูณ และเขาก็ได้แต่มองดูอนาคตที่มืดมิดของตนเองและพรรคพวกที่ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์โดยที่ไม่มีโอกาสตอบโต้อีกต่อไป
[จบ บทย่อยที่ 21 - จบ ตอนที่ 13: กำเนิดเ้าชายแห่งความแค้น (ที่ถูกทำลาย) ]